สุพิศาล ชูแผนปฏิรูป 4 ด้าน เน้นกฎหมาย-บริการดิจิทัล-ยุติธรรม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อภิปรายแผนปฏิรูปประเทศในสี่ด้านสำคัญ ได้แก่ การเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม โดยเน้นการเสริมสร้างวัฒนธรรมประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชน และการปรับปรุงการให้บริการภาครัฐด้วยระบบดิจิทัลเพื่อลดการใช้เอกสารสำเนาและดุลยพินิจ เน้นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อตัดปัญหาคอร์รัปชัน พร้อมเรียกร้องให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายตามมาตรา 34 อย่างเป็นรูปธรรม และผลักดันการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะการปล่อยตัวผู้ต้องหาอย่างทันท่วงทีและการดำเนินคดีอย่างเป็นธรรม พร้อมเตือนเจ้าหน้าที่รัฐให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบเพื่อป้องกันปัญหาทางกฎหมายและสังคม

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขออภิปรายในแผนปฏิรูป ๔ ด้าน ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ผมขออนุญาตไว้แล้ว

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านกฎหมาย และด้านกระบวนการยุติธรรม ๔ ด้านด้วยกัน ในเอกสารเล่มนี้ ด้านแรกก็คือเรื่องการเมือง สิ่งแรกในประเด็นอันนี้ของการเมือง คือการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย สไลด์ (Slide) ต่อไป เลยครับ ส่งเสริมให้ประชาชน ในประเด็นนี้ ประชาชนและชุมชนมีความรู้ มีความเข้าใจ ถูกต้อง มีความสำนึกในการเป็นพลเมือง และมีส่วนร่วมในการพัฒนา ขณะนี้ประชาชน

๒. ก็คือแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ในประเด็นของผมนะครับ ในประเด็น ของภาครัฐและการสะดวกรวดเร็วและตอบโจทย์ สิ่งที่ ก.พ.ร. กำลังดำเนินการนี้คือ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกครับท่านประธาน พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกเพียงแต่ต้องการทำให้มี การพัฒนา ผมจะพูด ๓ ข้อเท่านั้นเอง ในข้อที่ ๔ คือการพัฒนาดูอิง บิซิเนส พอร์ทัล (Doing Business Portal) ซึ่งเป็นการอำนวยความสะดวกแบบครบวงจร วงจรจริงหรือเปล่าครับ ครบแค่การใช้ดุลยพินิจก็ยังคงอยู่ครับ การที่จะทำบิซิเนส (Business) คือการใช้เงื่อนไข ตามอัลกอรึทึม (Algorithm) ที่ใส่ลงไป ถ้าครบก็ให้เขาเลยนะครับ เขายื่นเอกสารครบถ้วน ให้เขาไป ไม่ใช่ต้องเรียกมาใช้ดุลยพินิจอีก เรียกมาพบต่างหากอีก ยังดำรงอยู่แบบนั้น เจ๊งครับรัฐบาล มาตรการอำนวยความสะดวกเรื่องลดภาระประชาชนไม่ต้องเรียกสำเนา บัตรประชาชนครับท่าน สำเนาทะเบียนบ้าน ตอนนี้มีเท่าไรครับ มีไม่กี่มาก มีแค่ ๖๐ หน่วย เท่านั้นเองครับท่าน สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังใช้อยู่เลย พกบัตรมาหรือเปล่า ขอดูนะครับ ปรับให้ดี ปรับให้เร็ว ผมว่าอนาคตต้องมองข้ามไป ท่านประธานครับ การปฏิรูปใช้ทัมบ์ ไดรฟ์ (Thumb drive) ทัมบ์ (Thumb) มือนี่แปะลงไปเลยพิสูจน์ความเป็นคน ไบโอ เทคโนโลยี (Biotechnology) ฮิวแมน (Human) เดินไปไหนก็เอาเครื่องมาสแกน (Scan) รู้เลยว่าเป็นสุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัตรประจำตัว ๓ ๑๐๐๑ ๐๐๘๙๗ ๓๒ ๔ ที่อยู่ที่ไหน บอกเลย หน้าตาแบบนี้บอก เลิกครับ เลิกให้จริง ๆ ครับ

ถัดไปท่านประธานครับ การทบทวนกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ตามมติ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน ก.พ.ร. เองพยายามจะพัฒนาแล้วเอากฎหมายที่ค้านเรื่องของ อีเซอร์วิส (e-Service) ต่าง ๆ ออกไป ๒๑ ใบอนุญาตและเอกสารที่เกี่ยวข้อง มันจะต้องเป็น ๑๐๐ ใบอนุญาตครับ เคพีไอ (KPI) แค่นี้ใน ๑ รอบคราวหน้าต้องมานี่ ถ้าเรื่องนี้ไม่เกินร้อย ผลสัมฤทธิ์ตัวนี้ ก.พ.ร. เจ๊งครับ บอกได้เลย ขอบคุณครับท่านประธานครับ

ถัดไปแผนการปฏิรูปด้านกฎหมาย ด้านกฎหมายเป็นเรื่องของกลไก ที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการทำและเสนอร่างกฎหมายที่มีความสำคัญและจัดให้มีกลไก ช่วยเหลือ พูดง่าย ๆ พ.ร.บ. ที่ออกมาใช้ครับ พ.ร.บ. ที่ออกมาใช้คือเรียก พ.ร.บ. จัดทำ ร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย กราบเรียนท่านประธานครับ ผมพูดในสภาแห่งนี้มาหลายรอบแล้ว บังคับใช้นานแล้วครับท่านประธาน และรัฐบาล ทำอะไรอยู่เรื่องนี้ เรื่องการประเมินผลสัมฤทธิ์ครับท่านประธาน ท่านไปดูว่าใน พ.ร.บ. นี้ มาตรา ๓๔ วรรคแรกเลยบอกว่ากฎหมายที่ออกนี่เน้นนะครับอย่างน้อยทุก ๆ ๕ ปี ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ออกมานานแล้ว ครบ ๕ ปีตั้งนานแล้ว ประเมินผลสัมฤทธิ์หรือยัง สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับผิดชอบ ประกาศ ออกมาหรือยัง ประกาศบอกว่าหน่วยรับผิดชอบนะครับ บอกว่าจะประกาศ ผมยังไม่เคย เห็นประกาศเลยว่าหน่วยที่รับผิดชอบกฎหมายนี่ต้องประเมินผลสัมฤทธิ์ออกมา กี่ฉบับครับ ๘๐๐ กว่าฉบับ พ.ร.บ. ชุมนุมในที่สาธารณะปี ๒๕๕๘ นี่ปีเท่าไรครับ ปี ๒๕๖๓ ครับ ๕ ปีแล้ว ไม่ประเมินก็เป็นเรื่องรัฐบาลคณะนี้ต้องติดตามครับ

สไลด์ (Slide) ต่อไป ท่านประธานครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปเลย เพราะอันนี้ พูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ครับ แผนการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนยุติธรรมในประเด็น ๔ ประเด็น คือกำหนดระยะเวลาทุกขั้นตอนในการปล่อยตัวผู้ต้องหา ท่านประธานครับ ในประเด็นของการปล่อยตัว ในประเด็นแรกผมว่าดีที่สุดว่าการปล่อยตัวนี้เป็นสิ่งที่สำคัญ ในกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้เกิดความชัดเจนและยุติธรรมไม่ล่าช้า และสิ่งสำคัญ ในกระบวนการยุติธรรมนี้เป็นกระบวนการที่ควรจะเร่งรัดให้เกิดขึ้นนะครับ เพราะมิฉะนั้นการกำจัดสิทธิเสรีภาพของประชาชนจะเป็นปมประเด็นของปัญหาของรัฐบาล เอาง่าย ๆ ขณะนี้คดีของผู้ชุมนุม ๘๐ คดีที่รัฐบาลจะดำเนินคดี การควบคุมตัว การแจ้งข้อหา การออกหมายจับก็เกิดปัญหาครับ ทุกวันนี้ระวังมาตรา ๑๕๗ ของพนักงานสอบสวน ผู้รับมอบอำนาจจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่แต่งตั้ง ท่านไปดูว่าในคำแนะนำของ ท่านประธานศาลฎีกาเกี่ยวกับการพิจารณาคำร้องขอจับกุมควบคุมบุคคลตามพระราชกำหนด การบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ๒๕๔๘ ได้ให้คำแนะนำ เป็นกรณีพิเศษว่าการพิจารณาดังกล่าวนี้ก็ต้องรอบคอบ แล้วเป็นไปตามเจตนารมณ์ และคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ มีอยู่ข้อ ๑ ข้อ ๓ ข้อ ๖ ในสาระของคำแนะนำครับท่าน แนะนำว่ารายละเอียดของการซักถามนี่ผู้ที่ร้องขอจับหมายจับจะต้องถูกซักถามในศาลว่า ได้เคยอนุญาตให้จับหรือยัง และควบคุมหรือเปล่า พนักงานผู้ร้องขอคือตัวพนักงาน สอบสวนครับท่านประธาน ได้เคยบอกศาลไหมว่าที่ร้องไปทั้งหมดนี้เคยมาร้องมาแล้ว ระวังว่าการบกพร่องของการทำงานจะทำให้เกิดความเสียหายต่อกระบวนราชการ และจะมีผู้ที่มาร้องเรียนและดำเนินคดี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง เจ้าพนักงานผู้นั้น ขอให้รอบคอบครับ

สุดท้ายจริง ๆ ครับ โลกเดินเร็ว อนาคตมาถึงแล้ว ท่านประธานครับ ปฏิรูป ที่ประชาชนรออยู่ รัฐรออะไรครับ ขอบคุณครับท่านประธาน