จักรพันธ์ พรนิมิตร อภิปรายความก้าวหน้าการปฏิรูปการศึกษาภายใต้รัฐบาลปัจจุบันและชุดก่อน โดยเน้นย้ำความสำคัญของการลดความเหลื่อมล้ำผ่านกองทุน กสศ. ที่มีบทบาทช่วยเหลือเด็กและเยาวชนช่วงโควิด-19 พร้อมยกตัวอย่างความสำเร็จจากแนวทางบิ๊กร็อกสองด้าน ขณะเดียวกันเรียกร้องให้เร่งบูรณาการหน่วยงานเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพ หลังพบช่องว่างในการดูแลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ รวมถึงเรียกร้องการสนับสนุนโครงการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด เพื่อรักษาให้เป็นกลไกสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาต่อไป
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จักรพันธ์ พรนิมิตร จากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในวาระนี้ในส่วนของการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งส่วนตัวผมเองผมคิดว่าในความคืบหน้าหรือความก้าวหน้าในการปฏิรูปการศึกษาภายใต้ รัฐบาลชุดนี้และต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดที่แล้วผมคิดว่ามีความก้าวหน้าไปพอสมควรนะครับ แม้จะไม่ครบทุกด้าน แต่ผมคิดว่าด้านที่สำคัญ ๆ มีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างใน ๒ เรื่องหลัก ๆ นะครับ
เรื่องแรก ที่อยู่ในประเด็นปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นการรายงานในรอบ เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็คือเรื่องของการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทาง การศึกษา โดยสิ่งที่สำคัญก็คือการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาหรือว่า ขออนุญาตใช้ตัวย่อว่า กสศ. ซึ่งก็ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ตั้งขึ้นในปี ๒๕๖๑ นะครับ ซึ่งจากกองทุนตรงนี้ก็จะมีสำนักงาน กสศ. ที่มาบริหารจัดการกองทุน ซึ่งในช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายนที่เป็นการรายงานในรอบนี้ ท่านประธานก็คงจะจำได้ว่าเป็นช่วงที่พวกเรา กำลังอยู่ในช่วงของวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ผู้ที่ได้รับผลกระทบกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง จากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็คือกลุ่มที่เป็นเด็ก เยาวชน ตั้งแต่เด็กปฐมวัย ไปจนถึงนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจากการจัดตั้งกองทุน กสศ. ที่ผมได้กล่าวมา เมื่อสักครู่ทำให้เรามีหน่วยงานหรือมีกลไกที่จะช่วยในการที่จะลดผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปสู่กลุ่มเยาวชนและเด็กเล็กที่ผมกล่าวถึงเมื่อสักครู่ เผอิญว่าผมเองได้มีโอกาสทำหน้าที่แทนที่ประชุมแห่งนี้ในกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณปี ๒๕๖๔ ดังนั้นก็ได้รับทราบผลงานหรือว่ากิจกรรมที่ กสศ. ได้ดำเนินการในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก แล้วก็เห็นว่า กสศ. ได้เป็น ตัวแทนของหน่วยงานของภาครัฐในการที่เข้าไปรองรับไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง ต่อเด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยการศึกษา มีโครงการไปสู่เด็ก ๆ หลายกลุ่มตั้งแต่เด็กปฐมวัย ถ้าท่านประธานจำได้ช่วงนั้นทุกอย่างปิดหมดล็อกดาวน์ (Lockdown) แต่ว่าเด็ก ๆ เขาไม่สามารถที่จะหยุดการเจริญเติบโตได้ เราต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา เราก็มีโครงการที่จะอุดหนุนเรื่องของนมให้กับเด็กเล็ก เรื่องของอาหารกลางวัน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถที่จะหยุดได้แม้แต่เป็นช่วงโควิด (COVID) ตรงกันข้ามเราต้องเร่งที่จะ พัฒนาหรือว่าส่งไปให้ถึงมือของเด็ก ๆ กลุ่มนั้นนะครับ ก็ได้ กสศ. ในการที่จะช่วยเป็นกลไก อันหนึ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาจากกลไกปกติที่รัฐบาลมีอยู่ แล้วก็เป็นที่น่าดีใจว่าผมคิดว่าประเด็นนี้ สำหรับเรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยผ่าน กสศ. ที่ประชุมสภาแห่งนี้ ไม่มีการแบ่งแยกเรื่องฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะว่าท่านประธานจะเห็นว่าในการพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานี้ กสศ. เป็นหน่วยงานหนึ่งในไม่กี่หน่วยงานที่ที่ประชุมแห่งนี้ มีมติที่จะอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมให้ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพื่อทำให้ กสศ. สามารถที่จะไปช่วยเด็กได้มากขึ้น จากตัวเลขคร่าว ๆ ในปี ๒๕๖๓ ช่วยอยู่ได้ประมาณ ๑ ล้านคน ก็สามารถเพิ่มให้ได้เป็น ๑,๓๐๐,๐๐๐ คนในปี ๒๕๖๔ ที่จะถึงนี้ สำหรับ ปีงบประมาณที่จะถึงนี้ ดังนั้นก็คิดว่าเป็นประเด็นหลักประเด็นหนึ่งที่พวกเราสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของสภาชุดนี้เห็นความสำคัญตรงกัน แล้วเราก็เห็นว่า กสศ. จะเป็นกลไก ที่สำคัญที่ช่วยในเรื่องการปฏิรูปการศึกษาให้เกิดขึ้นอีกทางหนึ่งนะครับ
ถัดไปครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปที่ประเด็นซึ่งท่านรัฐมนตรี อนุชา นาคาศัย เมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านได้ชี้แจงที่ประชุมว่า การรายงานต่อไปนี้จะเน้นไปที่เรื่องของการรายงานกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิด การเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ เขาใช้ภาษาอังกฤษว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งบิ๊กร็อก (Big Rock) ของด้านการศึกษาก็มีอยู่ ๒ ประเด็นที่ผมอยากจะกล่าวถึงเป็นพิเศษ
เรื่องแรก ก็คือการป้องกันเด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา ตั้งแต่ระดับปฐมวัยเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งอันนี้เมื่อสักครู่ผมพูดถึงเรื่องของ ลดความเหลื่อมล้ำไปแล้ว ผมอยากจะให้ความสำคัญในเรื่องของเด็กปฐมวัยสักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าทุกครั้งที่ผมลุกขึ้นมาอภิปรายในหัวข้อนี้ผมก็จะพูดเรื่องของเด็กปฐมวัย ผมย้ำ อีกครั้งว่าเรื่องของเด็กปฐมวัยซึ่งรัฐบาลชุดนี้รวมทั้งต่อเนื่องมาจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ก็จะเป็นรัฐบาลที่อนุมัติเรื่องของ พ.ร.บ. การพัฒนาเด็กปฐมวัย ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่เรามีการบูรณาการเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่างเป็นรูปธรรมแล้วก็ครบทุกมิติ แล้วท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกอาจจะต้องทราบว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็น พ.ร.บ. ฉบับแรก ที่ระบุชัดเจนว่าการศึกษาของเด็กปฐมวัยถ้าหากว่าใครที่ไม่สามารถจัดการศึกษาที่ครบทุกมิติ ให้กับเด็กได้ก็คือทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ถ้าไม่สามารถจัดให้ครบทุกมิติที่ผม กล่าวมาได้นี่ถือว่าเป็นความผิดทางกฎหมาย แม้จะยังไม่มีบทลงโทษแต่ว่าก็ถือเป็นความผิด ความหมายหมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน ผมขอยกตัวอย่างเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาที่เราปิดสมัยประชุม ท่านประธานก็คงจะเห็นว่าเรามีข่าวดังข่าวหนึ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก ที่อยู่ในวัยปฐมวัยที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นข่าวที่สะเทือนใจพ่อแม่ผู้ปกครอง หรือว่า พี่น้องประชาชนทั่วไปที่เห็นคลิป (Clip) เป็นการทำร้ายจากครูที่กระทำต่อเด็กปฐมวัย ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้มันสะท้อนให้เห็นว่าการศึกษาโดยเฉพาะการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย ที่ผ่านมาถ้าเราไม่เน้นให้ครบทุกกระบวนการทั้งเรื่องของอารมณ์ จิตใจ และร่างกาย เราก็จะเห็นโรงเรียนหรือว่าสถานศึกษาเด็กเล็กเหล่านี้บางครั้งก็จัดการศึกษาที่เน้น ทางด้านวิชาการอย่างเดียว หรือบางแห่งก็อาจจะเน้นเรื่องการเลี้ยงเด็กอย่างเดียวโดยที่ ไม่มีความถูกต้องทางด้านวิชาการไปช่วย เนื่องจากขาดผู้เชี่ยวชาญทางด้านออกแบบหลักสูตรบ้าง ครูพี่เลี้ยง หรือผู้ที่รับหน้าที่ดูแลเด็ก อาจจะไม่ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการบ้าง ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้พอมี พ.ร.บ. พัฒนาเด็กปฐมวัยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้วก็ทำให้รัฐบาลสามารถที่จะบูรณาการ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยเข้ามาอยู่ภายใต้องค์กร หรือภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการระดับชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งผมเข้าใจว่าท่านจะมอบหมายให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ในช่วงนี้นะครับ ซึ่งที่ผ่านมา ผมคิดว่ากลไกทุกอย่างมีพร้อมหมดแล้ว เรื่องของเกณฑ์ในการพัฒนาเด็ก เกณฑ์ในการพัฒนาครู ที่เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ทุกอย่างครบหมด เพียงแต่ว่าเหตุที่ยังเกิดขึ้นก็เพราะว่าการที่นำนโยบาย หรือนำเกณฑ์เหล่านี้ไปปฏิบัติใช้ ซึ่งต้องเข้าใจว่าการปฏิบัติงานในระดับปฐมวัยถูกแยก ออกไปเป็นหลายสังกัด ไม่ใช่อยู่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ แต่ไปอยู่กับกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทยก็มี มีมากด้วยสำหรับสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่เป็นระดับอนุบาลหรือก่อนอนุบาล บางแห่งอยู่สังกัด สาธารณสุข กระจายไป ๔-๕ หน่วยงาน ดังนั้นการที่มีหน่วยงานที่เป็นบอร์ด (Board) อยู่ตรงกลางระดับชาติ และมีผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ในช่วงที่ผ่านมาไม่กี่เดือนนี้เห็นมีดำริว่า อาจจะตั้งเป็นสำนักงานถาวรในการที่จะพัฒนาเด็กปฐมวัยเหล่านี้ ก็ถือว่าเป็นมิติที่ดี ที่จะทำให้การนำนโยบายหรือเกณฑ์ หรือทุกอย่างที่วางกรอบไว้แล้วไปสู่ภาคปฏิบัติ ก็ต้องยอมรับว่าสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยมีความหลากหลายแตกต่างกันมาก ผลในการตรวจสอบคุณภาพปีล่าสุดของสำนักงานรับรองมาตรฐานและคุณภาพการศึกษา หรือที่เราเรียกว่า สมศ. ซึ่งก็ตรวจเมื่อ ๕-๖ ปีที่ผ่านมาแล้ว ล่าสุดก็พบว่ามีไม่กี่แห่ง คือผลการประเมินคุณภาพที่อยู่ในระดับดีน้อยมากนะครับ อันนี้ก็เป็นข้อจำกัดอันหนึ่ง ของระบบการศึกษาในระดับเด็กปฐมวัยของเรา ดังนั้นเมื่อมีคณะกรรมการชุดนี้ที่เกิดจาก รัฐบาลชุดที่แล้วได้มาผลักดันตรงนี้ ก็เชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะต้องค่อย ๆ เบาบางลง แล้วผม ก็ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับผู้ที่ปฏิบัติงานทางด้านนี้
สุดท้าย ท่านประธานครับ ประเด็นเกี่ยวกับอาชีวศึกษาระบบทวิภาคี อันนี้ ขออนุญาตแสดงความเป็นห่วงนิดหนึ่ง เนื่องจากว่าอันนี้เป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) หรือสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญอันหนึ่งที่จัดไว้ แต่ว่าในวิกฤติ โควิด (COVID) ที่ผ่านมานี่ต้องยอมรับเลยว่าไม่ต้องพูดทวิภาคี พูดถึงการจ้างงานปกติบริษัท เขาก็ไม่มีเงินจะจ้างอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นทวิภาคีซึ่งช่วยเด็ก ๆ ที่อยู่ในวัยเรียนให้มีงานทำ ไปด้วยเรียนไปด้วยระหว่างเรียน ไม่ทราบว่าเรามีใครไปช่วยเขาหรือเปล่าครับ เพราะว่า ดูเหมือนบริษัท ห้าง ร้านต่าง ๆ ที่เคยมีนโยบายที่จะขยายจำนวนรับเด็กเหล่านี้เพื่อเรียน ไปด้วยทำงานไปด้วยเขาต้องตัดงบประมาณลงเพราะว่าวิกฤติโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ดังนั้นผมก็ฝากตรงนี้ว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับทางคณะกรรมการปฏิรูปโดยตรง แต่ว่าเนื่องจาก ท่านทำหน้าที่ทางด้านการศึกษาทางด้านนี้ ก็ขอฝากเอาไว้ด้วยเนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญ ประเด็นหนึ่งที่ท่านต้องการนำไปเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปการศึกษา ของประเทศนะครับ ก็คงจะฝากไว้ใน ๒-๓ ประเด็นเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ