สุรวาท ทองบุ หารือปัญหาความล่าช้าในการปฏิรูปการศึกษา วิพากษ์การขาดความคืบหน้าและเรียกร้องให้มีการปรับรูปแบบอย่างแท้จริง ตั้งแต่ปรัชญา หลักสูตร การบริหารจัดการ ระบบผลิตครู ไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณ เพื่อผลักดันกฎหมายและขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณา รายงานในเบื้องต้น และขอบคุณสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานเลขานุการ ตลอดทั้งได้ทราบว่ามีประธานคณะกรรมการปฏิรูป ด้านการศึกษามาด้วย ต้องขอบคุณที่เปลี่ยนแปลงไปจากคราวที่แล้วที่มีเพียงสภาพัฒน์ที่มา ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตอภิปรายส่วนที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญที่สุดเพียงด้านเดียว และด้านนั้นคือด้านการปฏิรูปด้านการศึกษานะครับ ในเอกสารรายงานความคืบหน้า ในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาซึ่งเป็นด้านที่ ๑๒ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังทางสภาพัฒน์และคณะกรรมการ ปฏิรูปนะครับ สำหรับด้านการศึกษานี่ในคราวที่แล้วเราก็ให้ข้อสังเกตไปว่ามันไม่มี ความคืบหน้าในหลายต่อหลายรอบที่มารายงาน นั่นก็คือไม่มีความคืบหน้าแล้วก็เสนอแนะ ไปว่าให้ดำเนินการในสิ่งที่เป็นการปฏิรูปแล้วก็มารายงาน แต่ว่าสิ่งที่ท่านรายงานมาครั้งก่อน ก็ตามมันไม่ได้เป็นการปฏิรูป หรือแม้แต่ครั้งนี้ที่รายงานมากิจกรรมที่ดำเนินงานขึ้นใหม่นั้น ก็ยังไม่เป็นการปฏิรูปนะครับ ท่านประธานครับ ประเทศของเรารอมานานร่วม ๗ ปีที่จะให้มี การปฏิรูป แต่ว่าการศึกษาจะเปลี่ยนประเทศ จะปฏิรูปประเทศได้ จะพัฒนาประเทศ ประเทศจะเดินได้นั้นจะต้องอาศัยคนเป็นเครื่องมือ แล้วก็การศึกษาเท่านั้นที่จะทำให้คน มาพัฒนาชาติบ้านเมืองครับ คำว่า ปฏิรูป หลายคนมีข้อโต้แย้งเป็นวาทะกันว่าเป็นการล้มล้าง แต่หลายคนก็บอกว่าการปฏิรูปคือการทำให้ดีขึ้น ไม่ใช่ล้มล้าง แต่ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่า ถ้าจะเป็นการปฏิรูปนั้น การปฏิรูปมาจากคำว่ารีฟอร์ม (Reform) ก็คือการจัดรูปจัดฟอร์ม (Form) ใหม่ ไม่ใช่แบบเดิม ๆ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมการปฏิรูปว่าที่ทำ ผ่านมานั้นเรื่องกฎหมายท่านก็ไม่มีอะไรคืบหน้า แล้วมันไม่ใช่เพียงกฎหมาย ๗ ฉบับเท่านั้น ที่จะปฏิรูปการศึกษาได้นะครับ ก็ควรจะมากกว่านั้น
สิ่งที่ผมอยากจะให้คณะกรรมการปฏิรูปได้พิจารณาแล้วก็นำมาเสนอ คราวต่อไปนั้นก็คือว่าเราจะต้องจัดการกำหนดให้เกิดสิ่งต่อไปนี้ใหม่นะครับ
อันที่ ๑ ก็คือเป้าหมายหรือปรัชญาการศึกษาของประเทศจะเป็นอย่างไร ในยุค ๔.๐ หรือในยุคศตวรรษที่ ๒๑ นี้ควรจะเป็นอย่างไร ให้การศึกษามันคืออะไร แล้วคน มาเรียนเรียนเป็นอะไร
อันที่ ๒ คือเรื่องรูปแบบการเรียนหรือหลักสูตรการเรียนรู้ วิธีการเรียน สถานที่เรียน ระยะเวลาที่เรียนและวิธีวัดและประเมินผล มันจะต้องไม่ใช่แบบเดิม ๆ ที่เป็นอยู่
และเรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องโครงสร้างการบริหารจัดการทั้งระดับชาติ กระทรวง ควรจะเล็กกว่านี้ไหม จังหวัด เขตพื้นที่ ศึกษาธิการจังหวัดยังคงจะมีอยู่ต่อหรือเปล่า สถานศึกษาจะเป็นเช่นไร สถานศึกษาจะเป็นที่ที่มีความปลอดภัย สถานที่ศึกษาเป็นที่ ที่ให้โอกาสให้ผู้เรียนได้คิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของเขาหรือไม่นะครับ
นอกนั้นยังมีประเด็นที่อยากจะเห็นคือเรื่องของการผลิตครู การใช้ครู อาจารย์ด้วย วันนี้ระบบการจูงใจให้คนดีคนเก่งมาเป็นครูทำอย่างไร สวัสดิภาพ สวัสดิการ เงินเดือน ค่าจ้างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นครูหรืออาจารย์มหาวิทยาลัย เส้นทาง ความก้าวหน้า ความมั่นคงในชีวิตไม่มีเช่นนี้จะทำอย่างไร จะเป็นอย่างไร เขาต้องการเห็น รูปแบบใหม่ ๆ การผลิตครูไม่ใช่จะแบบเดิม ควรจะมีจุดเน้นอย่างไรเพื่อพัฒนาทักษะวิชาชีพ ของครู ให้ทำการควบคุมพฤติกรรมผู้เรียนโดยการเสริมแรงและจูงใจทางบวกแทนการใช้ วิธีเดิม ๆ คือการลงโทษหรือกลั่นแกล้งที่เคยเป็นมาครับ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่เขาอยากเห็นใหม่ก็คือเรื่องวิธีการงบประมาณ ทำอย่างไรยังจะมีสถานศึกษาที่ต่างถิ่นกัน มีความเหลื่อมล้ำ มีขนาดเล็ก ได้เงินน้อย อะไร ทั้งหลาย
ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังคณะกรรมการปฏิรูปนะครับ สิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ผมนำเรียนนั้น ท่านจะต้องเร่งรัดเสนอร่างพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติซึ่งดองไว้นานแสนนานนะครับ เพราะนั่นคือแม่บทที่จะทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลง และกฎหมายสำคัญ ๆ อีกมาก เป็นต้นว่าพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู พระราชบัญญัติระเบียบพนักงานสถาบันอุดมศึกษา อะไรเหล่านี้เยอะแยะไปหมดซึ่งจะต้องเร่งรีบ ซึ่งจะทำให้เกิดกรรมการคุรุสภาใหม่ที่เป็นไปตามหลักวิชาชีพ มีคณะกรรมการบริหารบุคคล ของครูคือ ก.ค.ศ. ที่มีครู มีผู้เชี่ยวชาญ มีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปให้เป็นไปตามปกติ แล้วก็ต้องเร่งรีบ ปรับปรุงหลักสูตรขนานใหญ่ถึงวิธีการ วิธีวัดผล ประเมินผล อะไรอื่น ๆ เหล่านั้น รวมทั้ง วิธีการคัดเลือกคนเข้าเรียนต่อในสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งวิธีการจัดตั้งงบประมาณใหม่ ๆ ว่าจะทำอย่างไร ไม่ใช่โรงเรียนเล็กก็ได้งบประมาณน้อยตามหัวของเด็ก มหาวิทยาลัยที่อยู่ บ้านนอก มหาวิทยาลัยที่อยู่กับท้องถิ่นก็จะได้รับงบประมาณเพียงหลักร้อย ส่วนมหาวิทยาลัย ในส่วนกลางก็หลักพันล้านหมื่นล้านอย่างนั้นหรือไม่ อย่างนี้คือสิ่งที่จะเป็นการปฏิรูปที่ผม นำเรียน ๔-๕ ประการนั้นจะต้องผ่านพระราชบัญญัติหรือกลไกทางกฎหมายที่จะให้เกิด การเปลี่ยนแปลงนั้น ส่วนที่ท่านรายงานมานี้ไม่ใช่การปฏิรูปครับ เป็นการทำงานรูทีน (Routine) ปกติ เป็นการพัฒนาครูด้วยหลักสูตรนั่นนี่เฉย ๆ อันนี้ไม่ใช่ เป็นเพียงโครงการ พัฒนาธรรมดา ๆ ก็ใคร่ขอฝากเรียนกรรมการปฏิรูปนะครับ หวังว่าคราวหน้าน่าจะนำเสนอ สิ่งที่เป็นการปฏิรูปและก็มีความคืบหน้าจริงครับ ขอบพระคุณครับ