ทวี สอดส่อง แสดงความยินดีกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีความกล้าหาญในการตรวจสอบงบการเงินของรัฐและบุคคล และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับหน่วยงานที่มีการใช้จ่ายเงินไม่ถูกต้อง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมก่อนอื่นต้องขอ ชื่นชมสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ท่านมีความกล้าหาญในส่วนที่ผ่านมา คือเนื่องจาก ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราจะดูเรื่องวินัยการเงินการคลัง ในเรื่องรายจ่ายแผ่นดิน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราได้บัญญัติไว้ว่า มาตรา ๑๔๐ รายจ่ายเงินแผ่นดิน เหมือนเงิน งบประมาณนี่นะครับ จะจ่ายได้เฉพาะได้รับอนุญาตจากกฎหมายงบประมาณ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือจะต้อง เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลัง กฎหมายวินัยการเงินการคลังได้มอบอำนาจ ให้ สตง. ถ้าจำไม่ผิดจะเป็นมาตรา ๖๘ หรือมาตรา ๖๙ หรือมาตรา ๗๐ ก็คือเงินแผ่นดินที่จะ จ่ายออกไปได้นั้นหน่วยรับงบประมาณจะต้องให้ สตง. ตรวจสอบงบการเงิน อยากจะกราบ เรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกและท่านผู้ชมทางบ้าน งบการเงินถือว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งในเรื่องการที่จะดูว่าการใช้จ่ายเงินมีการเปรียบว่างบการเงิน เปรียบเหมือนกระจกบานใหญ่ที่จะบอกร่องรอยการใช้เงิน บอกเบาะแสต่าง ๆ ของการใช้เงิน เนื่องจากเงินงบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีอากรของประชาชน มาจากเงินกู้ซึ่งเป็นเงินที่ ประชาชนจะต้องจ่ายเป็นภาษี เงิน ๓.๓ ล้านล้านบาทที่เราผ่านงบประมาณไป ทุกบาททุกสตางค์ จะต้องผ่าน สตง. ซึ่งในปีต่อไป สตง. ก็จะต้องตรวจสอบหน่วยที่รับงบประมาณ ซึ่งทุกหน่วย ก็จะต้องให้ สตง. ตรวจ คราวนี้หน่วยที่รับงบประมาณถ้าไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางบัญชี ภาครัฐ หรือ สตง. ตรวจแล้วไม่ถูกต้อง รายงานของ สตง. จะมีอยู่ ๔ ลักษณะงบการเงิน คือ ๑. ไม่มีเงื่อนไข ๒. มีเงื่อนไข ๓. ไม่ถูกต้อง ๔. ไม่ลงความเห็น ที่ผมชื่นชม สตง. เพราะว่า ในปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ สตง. มีความกล้าหาญมากที่ไประบุประมาณ ๕๕ หน่วยงาน พบว่างบการเงินแบบมีเงื่อนไขคือไม่ถูกต้อง หนึ่งในจำนวนนั้นก็จะมีสำนักงานเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กองทัพบก กองทัพเรือ และอีกหลาย ๆ หน่วย อันนี้ถ้าเป็นไปทางกฎหมายถ้าการส่งตีความ หน่วยงานพวกนี้ไม่ควรที่จะได้รับ งบประมาณ เพราะ สตง. มีความเห็นไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานที่ สตง. ระบุเลย ว่าไม่ถูกต้อง ผมยกตัวอย่างเช่น กรมวิชาการเกษตร กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมราชทัณฑ์ สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งการไม่ถูกต้องเหมือนเอาเงินภาษีของ ประชาชนไปใช้ แล้วก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการเงิน ซึ่งอันนี้ถือว่ามีความสำคัญมาก รวมทั้งไม่ถูกต้องยังมีกรมการปกครองด้วยนะครับ อีกหน่วยหนึ่งที่เห็นว่าไม่ลงความเห็น ผมถือว่าไม่ลงความเห็นนี่มีความร้ายแรงกว่า เพราะไม่เอามาให้ตรวจ หรือเอามาให้ตรวจแล้ว ไม่สามารถลงความเห็นได้ ผมยกตัวอย่างเช่น กรมสรรพากร สำนักปลัด ก็คืองบสวัสดิการ ประชารัฐ สตง. ได้ระบุว่าเงิน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไม่สามารถลงความเห็นได้ เพราะหน่วย ไม่เอารายชื่อผู้ที่ได้รับเงินจากบัตรประชารัฐมาให้ตรวจ อันนี้ผมยกตัวอย่าง ในช่วงที่ท่านผู้ว่าการ สตง. ได้เข้ามาชี้แจงกับคณะกรรมาธิการ ท่านผู้ว่าการ สตง. ก็ยืนยันเลยว่าท่านมีมาตรฐาน เดียวคือมาตรฐานทางบัญชี ท่านกล้ามีความเห็นกับกองทัพบกซึ่งเป็นหน่วยงานที่คน มีความกลัว ท่านกล้ามีความเห็นกับสำนักงานอัยการสูงสุด กับตำรวจ ดังนั้นผมคิดว่า หน่วยงานพวกนี้ผมจึงไม่เห็นอยู่ในนโยบายที่ชัดเจนของ สตง. เรื่องทิศทาง ผมอยากจะฝาก เรื่องทิศทางและเป้าหมายของ สตง. อย่างน้อยหน่วยงานประมาณ ๕๐ กว่าหน่วยงานที่งบการเงินไม่ถูกต้อง ถ้าในบริษัทตลาด หลักทรัพย์ก็ต้องแขวนห้ามเทรด (Trade) หุ้น แต่วันนี้ยังปล่อยให้ซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยเฉพาะ กรมการปกครองผมตรวจสอบย้อนไปตั้งนานมาก มันจึงเหมือนว่ารัฐบาลบอกให้บังคับใช้ กฎหมายอย่างเคร่งครัด กฎหมายเรื่องการเงินต้องมีความเคร่งครัด ผมจึงเห็นใจ เพราะพอ เขียนรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ๘,๐๐๐ กว่าหน่วยงานต้องส่งให้ สตง. ตรวจหมดนะครับ เป็นงาน หนักมาก แล้วเงินนอกงบอีก ๔ ล้านล้านบาทก็ต้องส่งให้ สตง. ตรวจหมด ดังนั้นผมจึง อยากจะเรียนท่านประธานแล้วขอให้กำลังใจ สตง. แล้วผมคิดว่าวันนี้เงินงบประมาณที่หลุด ออกไปแล้วการติดตามอย่างไรก็ค่อนข้างยาก แต่ถ้าติดตามโดย สตง. มันเป็นมาตรฐาน ทางบัญชี ซึ่งถ้าสมัยผมอยู่ดีเอสไอ (DSI) คดีที่งบการเงินไม่ถูกต้อง ก.ล.ต. จะส่งมาให้ ดำเนินคดีเกือบทั้งนั้น แล้วตรวจสอบไปก็คือเป็นการไซฟ่อน (Siphon) เงินเป็นส่วนใหญ่ ขอขอบพระคุณมากครับ