กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือการใช้เงินกู้เพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 พร้อมเรียกร้องให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ รวมถึงปรับแนวทางการตรวจของเจ้าหน้าที่ให้มีมาตรฐานชัดเจน ลดการใช้ดุลยพินิจที่ส่งผลให้องค์กรท้องถิ่นหวาดกลัวและขาดความคิดสร้างสรรค์ในการบริหารจัดการ.
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้ให้เวลา แล้วก็ให้ผมมีโอกาสในการ ร่วมอภิปรายให้ข้อเสนอแนะ ให้ข้อคิดเห็นกับทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ที่ในวันนี้ท่านได้มานำเสนอนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๔ ผมดูในเอกสารแล้วก็รายงานต่าง ๆ ที่ท่านมานำเสนอต่อสภาแห่งนี้นะครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ในเบื้องแรก สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง และผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ สำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนั้นจำเป็นที่จะต้องไปเร่งรัดแล้วก็ ติดตามการใช้เงิน นั่นก็คือเรื่องของการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เราใช้สภาแห่งนี้อนุมัติวงเงินกู้มากถึง ๑ ล้านล้านบาท ใน ๑ ล้านล้านบาท เพื่อที่จะเอาไปแก้ไขปัญหา เอาไปเยียวยานั้น ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเอาไปฟื้นฟู สภาพเศรษฐกิจ สังคมอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ผมก็ต้องถามนะครับว่าเงินที่เรากู้ไปนั้น ใช้ไปถึงไหนแล้ว ทาง สตง. ได้มีการไปติดตามไปเร่งรัดเพื่อให้การใช้เงินเหล่านี้ไปถึง พี่น้องประชาชน ให้เป็นไปตามเจตนาที่สภาแห่งนี้ได้อนุมัติวงเงินไว้หรือไม่ สิ่งที่อยากจะฝาก เอาไว้ก็คือผมอยากที่จะให้ทาง สตง. ได้ไปตรวจเพื่อให้เห็นว่าการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์นั้น เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดก็คือมันไปถึงมือประชาชน พี่น้องประชาชน ได้เกิดประโยชน์สูงสุดจริงหรือไม่ ไม่ใช่ตั้งเป้าในการไปตรวจว่าจะทำอย่างไรให้ใช้จ่ายเงิน ให้ประหยัดที่สุด ให้ใช้จ่ายเงินให้น้อยที่สุด นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ สาระสำคัญคือการใช้เงิน ให้ตรงเป้า การใช้เงินเพื่อการฟื้นฟู การใช้เงินเพื่อเยียวยา การใช้เงินเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้เกิดประโยชน์มากที่สุดตามที่สภาแห่งนี้ตั้งใจเอาไว้ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากกราบเรียน ไปถึงทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ นั่นก็คือเรื่องของการไปทำหน้าที่ของท่าน การปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ที่ท่านออกไปให้ความรู้ ออกไปตรวจ ออกไปให้คำแนะนำกับ หน่วยที่รับตรวจต่าง ๆ ผมอยากที่จะสะท้อนเสียงจากเพื่อน จากข้าราชการ จากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ไม่ว่าจะเป็น อบต. ถึงท่าน สักนิดหนึ่งนะครับ ในช่วงปีที่ผ่านมาผมได้พบปะ ได้พูดคุยกับผู้บริหารส่วนท้องถิ่น ค่อนข้างมาก หลายท่านสะท้อนปัญหามาถึงผม ซึ่งผมก็รอคอยวันนี้ที่จะได้มาสะท้อนเสียง เหล่านี้แทนพี่น้องประชาชนไปถึงท่านว่า การเข้าไปตรวจของผู้ตรวจการนั้นอยากที่จะให้ลดการใช้ดุลยพินิจและไปเพิ่มมาตรฐานที่ ชัดเจน ไปเพิ่มหลักการ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ระเบียบแนวทางปฏิบัติต่าง ๆ ที่ชัดเจน ไม่ใช่ไปใช้ ดุลยพินิจ ไม่ใช่ไปใช้ความรู้สึกของเจ้าหน้าที่ที่ไปปฏิบัติหน้าที่ และที่สำคัญที่สุดเราต้อง ไม่ลืมนะครับ เราอยากที่จะเห็นท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล อบต. เขาเติบโตขึ้น เขามีอิสระ เขามีความคิดสร้างสรรค์ที่จะสามารถบริหารจัดการงบประมาณที่เขามีอยู่เพื่อให้ เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้สูงที่สุด และเราก็รู้ว่าไม่มีใครหรอกครับที่จะเข้าใจปัญหา ความเดือดร้อนและจะเข้าใจปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชนได้มากเท่ากับคนที่อยู่ ในท้องถิ่นเอง ดังนั้นผมเชื่อว่าท้องถิ่นไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. ที่อยู่ตามตำบล หรือแม้กระทั่ง อบจ. ที่อยู่ในแต่ละจังหวัด เขารู้ เขาเข้าใจว่าพี่น้องประชาชนในแต่ละท้องถิ่น เขาต้องการอะไรมากกว่าที่ สตง. รู้ครับ แต่วันนี้กลายเป็นว่าบทบาทหน้าที่ของ สตง. ซึ่งท่าน ก็เขียนไว้นะครับ ทิศทางในข้อ ๑.๓ ให้คำปรึกษา แนะนำ และข้อเสนอเกี่ยวกับการบริหาร การเงินการคลังและงบประมาณแผ่นดินแก่หน่วยรับตรวจอย่างมีประสิทธิภาพ แต่การไป ปฏิบัติหน้าที่เราไม่ได้ไปในฐานะพี่เลี้ยงเลยนะครับ เราไปปฏิบัติหน้าที่ ไปสร้าง ความหวาดกลัว ไปสร้างความรู้สึกที่ไม่ดีต่อหน่วยที่รับตรวจจนเขาหวาดระแวง จนเขา หวาดระแวงวันนี้เวลาที่เขาจะทำอะไรเขาต้องมาถาม สตง. ว่าทำได้หรือไม่ได้ แล้วไหนล่ะครับ ที่เราอยากจะเห็นการเติบโตของท้องถิ่นที่เขาจะมีอิสระ ที่เขาจะมีความคิดสร้างสรรค์ที่เขา สามารถที่จะไปนำเสนอนโยบายต่าง ๆ และใช้เงินงบประมาณของเขาไปแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชน ผมยกตัวอย่างสัก ๒-๓ เรื่องให้ท่านได้เห็นภาพครับ เอาไม่กี่วันที่ผ่านมา เทศกาลลอยกระทงหรือแม้กระทั่งกิจกรรมอีกไม่กี่เดือนที่จะต้องจัดงานวันเด็ก จัดงานวันเด็กนี่ ท่านก็บอกนะครับ สตง. บอกว่าต้องจัดวันเสาร์ที่ ๒ เท่านั้น จัดวันศุกร์ก่อนล่วงหน้า ๑ วัน ไม่ได้ ต้องจัดให้ตรงวันเท่านั้น เด็กนักเรียนจากทั่วทั้งจังหวัดในแต่ละตำบลจะมา อบต. เทศบาล อบจ. จะนำเอาของเป็นของขวัญให้กับเด็กก็ให้ไม่ได้ เช่นกันครับประเพณีสงกรานต์ ประเพณีที่เป็นความงดงามของประเทศไทย อบต. ผู้บริหารจะเอาของที่ระลึกเป็นผ้าขาวม้า สักผืนหนึ่งไปให้ผู้สูงอายุ ให้ไม่ได้นะครับ จะไปเลี้ยงข้าวคนที่มาร่วมกิจกรรมเลี้ยงไม่ได้นะครับ อีกสักตัวอย่างนะครับ ที่จังหวัดอ่างทองของผม อบจ. นั้นไม่ได้มีโรงเรียนในสังกัดแต่มี นักเรียนที่อยู่ในจังหวัดอ่างทองเป็นจำนวนมาก ทาง อบจ. ก็หวังดีที่อยากที่จะเห็นนักเรียน ในโรงเรียนในต่างจังหวัด อ่างทองเป็นจังหวัดเล็ก ๆ ครับ ก็อยากที่จะให้เขามีโอกาส เท่าเทียมกับคนที่อยู่ในเมืองหลวงที่เหมือนกับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ ก็ไปหาติวเตอร์ (Tutor) ชื่อดังมา ไปหาอาจารย์กวดวิชาเพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนสามารถที่จะ สอบแข่งขันเพื่อเข้าในระดับมหาวิทยาลัยได้ สตง. บอกนี่ไม่ใช่ภาระหน้าที่ นี่ไม่ใช่เรื่องของ อบจ. ที่จะไปทำ นี่เป็นหน้าที่ของกระทรวงศึกษาธิการ แบบนี้เป็นต้นครับ หลากสิ่งหลายอย่างนี่คือเสียงบางส่วนเท่านั้นที่สะท้อนออกมาจากคนที่ทำหน้าที่ ไปปฏิบัติหน้าที่ในนามของผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผมอยากที่จะสะท้อนปัญหาเหล่านี้ฝากไป ถึงท่านในวันที่ท่านได้มาเสนอทิศทางแล้วก็เป้าหมายในการตรวจเงินแผ่นดิน ท้ายที่สุดครับ ผมฝากถึงท่านนะครับ ผมอยากจะเห็นครับ และผมรู้ว่าหน่วยงานตรวจเงินแผ่นดินนั้น เป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญและเราจำเป็นต้องมี เพื่อที่จะไปดูแลและไปดูว่าเงินทุกบาท ทุกสตางค์นั้นถูกใช้ไปอย่างมีประสิทธิภาพ แต่เป้าหมายหลักของเราไม่ใช่เป็นการวางกรอบ ไม่ใช่เป็นการกำหนด และไม่ใช่เป็นผู้กำกับดูแลท้องถิ่นนะครับ ท่านคือพี่เลี้ยงและทำอย่างไร ที่จะให้เขาใช้เงินได้มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องประชาชนต้องได้รับประโยชน์ มากที่สุด ขอบพระคุณครับ