กนก เสนอ สตง. ปรับนโยบายตรวจสอบจากกิจกรรมสู่ผลกระทบเชิงนโยบาย แก้ปัญหาความยากจน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

กนก วงษ์ตระหง่าน เสนอให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินปรับนโยบายการตรวจสอบจากเดิมที่เน้นกิจกรรมและผลลัพธ์ระดับกระทรวง เป็นการตรวจสอบผลกระทบเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างแท้จริง โดยเรียกร้องให้ข้ามข้อผิดพลาดเล็กน้อยในบริบทพื้นที่เพื่อให้ข้าราชการทำงานได้จริงและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ผมขออนุญาตที่จะแสดงความเห็นในเรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๔ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าอันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ผมอยากจะ ขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยัง สตง. นะครับ ในความเป็นจริงที่ผมได้ลงไปทำงาน ในพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดกระบี่ จังหวัดสกลนคร จังหวัดจันทบุรี แล้วก็อีกหลาย ๆ จังหวัดครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะเรียนคำของข้าราชการที่ผมไปพบในพื้นที่เหล่านั้น เขาบอกบอกว่า สตง. คืออุปสรรค และปัญหาของข้าราชการที่ดีที่จะทำงานให้สำเร็จเพื่อพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน สตง. คือปัญหาและอุปสรรคของข้าราชการที่ดีที่จะทำงานให้สำเร็จเพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนครับ ท่านประธานครับ ทำไมข้าราชการเหล่านั้นจึงเก็บกดถึงขั้นที่พูดประโยคนี้ ออกมาครับ ไม่ใช่จังหวัดเดียวนะครับ หลายจังหวัดครับท่านประธาน แล้วก็หลายส่วนราชการมาก ผมคิดว่าประโยคนี้เป็นประโยคที่ สตง. โดยเฉพาะในเรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินต้อง หยุดคิดและฟังครับท่านประธาน ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า สตง. โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่นะครับ เจ้าหน้าที่ของท่านที่ประจำอยู่ใน จังหวัดต่าง ๆ ท่านให้ความสำคัญต่อการตรวจกิจกรรมมาก ตรวจเอกสารมากนะครับ แล้วก็ ดูว่าใช้เงินถูกต้องตามกฎระเบียบของทางราชการหรือไม่ ผมไม่ได้บอกเลยนะครับว่าสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่ผิดครับท่านประธาน แต่ในความเป็นจริงแล้วเราพบว่ากิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้น มันขึ้นอยู่กับบริบทของเงื่อนไขต่าง ๆ ครับ เพราะว่างบประมาณที่ได้รับจัดสรรไปนั้น พอลงไปแต่ละจังหวัด ซึ่งมีบริบทไม่เหมือนกัน เงื่อนไขในพื้นที่ไม่เหมือนกัน เขาจะทำ ทุกอย่างเหมือนกันไม่ได้ครับท่านประธาน แล้วถ้ากางระเบียบออกมาตรวจกิจกรรมอันนั้น บางจังหวัดผ่านครับ บางอำเภอผ่านครับ แต่อีกหลายอำเภอแล้วก็หลายจังหวัดสอบตกนะครับ ผิดระเบียบครับท่านประธานครับ นี่คือตรงไปตรงมาที่สุดครับ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าที่ เจ้าหน้าที่ของท่านไม่ได้ตรวจครับ ก็คือไม่ได้ตรวจผลสำเร็จ หรือเอาต์คัม (Outcome) ที่เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนได้อะไรจากการใช้ งบประมาณตรงนี้ ได้อะไรจากการใช้งบประมาณในเรื่องของน้ำครับท่านประธาน ถ้ากรมชลประทานในเรื่องน้ำเป็นแบบหนึ่งครับ ถ้ากรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นอีกแบบหนึ่งครับ ท่านประธาน ซึ่งอิมแพกต์ (Impact) ผลสัมฤทธิ์ที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนไม่เหมือนกัน ใช้เม็ดเงินเท่ากันแต่ผลลัพธ์ต่างกันครับท่านประธานสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินควรที่จะวางน้ำหนักไว้ที่ผลสัมฤทธิ์หรือเอาต์คัม (Outcome) ให้มากขึ้นครับท่านประธาน แล้วก็เรื่องของกิจกรรมควรจะน้อยลง ถ้าเป็นแบบนี้ แล้วการตรวจก็จะใช้คนน้อยลง วันนี้ผมเห็นใจข้าราชการของ สตง. ที่อยู่ในต่างจังหวัดนะครับ ท่านมีกิจกรรม มีเอกสารที่ต้องตรวจเยอะมากเหลือเกิน ท่านทำไม่หมดแล้วก็ทำไม่ไหวครับ ท่านก็เลยต้องเลือกทำบางส่วนแล้วอีกบางส่วนก็เก็บไว้ครับ ในขณะเดียวกันขณะที่ ผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณแทบจะไม่ได้ดูเลยครับ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ทำให้เกิดคำถามว่า สำนักงบประมาณที่อนุมัติงบประมาณไปนั้นใช้ถูกต้องหรือเปล่า เกิดผลประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนจริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเลยครับท่านประธาน และตรงนี้ครับคือจุด รั่วไหลที่สำคัญมากสำนักงบประมาณอนุมัติงบประมาณไปให้ใช้ คนตรวจตรวจกิจกรรมแต่ไม่ ตรวจผลสำเร็จของงบประมาณ สุดท้ายสำนักงบประมาณกับ สตง. จึงเป็นปัญหาและ อุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศจริง ๆ ครับท่านประธาน

ด้วยเหตุผลอันนี้เอง ผมจึงอยากขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ไปทาง สตง. นะครับว่านโยบายการตรวจนี้ขอความกรุณาลดการตรวจกิจกรรม เพิ่มน้ำหนัก การตรวจของผลสำเร็จของการใช้งบประมาณให้มากขึ้น นั่นคือประเด็นที่ ๑ ครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่ผมอยากจะขออนุญาตยกตัวอย่างเป็น สาระสำคัญเพื่อประกอบในประเด็นที่ ๑ วันนี้นโยบายของรัฐบาลที่สำคัญมากคือการแก้ไข ปัญหาความยากจน และลดความเหลื่อมล้ำของประเทศครับท่านประธาน เราใช้งบประมาณ ผมคำนวณดูคร่าว ๆ ไม่ต่ำกว่า ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีนะครับเพื่อการนี้ แต่คำถามที่เกิดขึ้นก็คือว่าคนไทยยังจนอยู่ครับ โดยเฉพาะคนชนบทยังจนอยู่ครับ คำถามคือเงิน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ใช้ไปทุกปี แต่คนยากคนจนในต่างจังหวัด เกษตรกรยังคงจนอยู่ครับ สตง. เคยถามตัวเองไหมครับมันเกิดอะไรขึ้น เราตรวจทุกอย่าง มาถูกต้องหมด งบประมาณก็บอกว่าจะไปแก้ไขความยากจน แต่มันไม่เกิดขึ้นครับ มันแก้ไม่ได้ยังจนเหมือนเดิมครับ คำถามคือว่าท่านตรวจอะไรครับ ท่านตรวจผิดที่หรือเปล่า ท่านตรวจผิดเรื่องหรือเปล่า ผมว่าท่านต้องถามคำถามใหญ่อันนี้ให้มากขึ้น ความยากจนครับ ท่านประธานเกี่ยวข้องกับเรื่องของการผลิต การผลิตเกี่ยวข้องกับเรื่องของดิน เกี่ยวข้องกับ เรื่องของน้ำ เกี่ยวข้องกับเรื่องของเมล็ดพันธุ์ เกี่ยวข้องกับวิธีการบริหารแปลงการผลิต เกี่ยวข้องกับการเก็บเกี่ยวการผลิต เกี่ยวข้องกับการขาย จนกระทั่งถึงเกี่ยวข้องกับ การเพิ่มมูลค่าการผลิต ด้วยวิธีการที่เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครับท่านประธาน

กระบวนการคร่าว ๆ ที่ผมยกตัวอย่างนี้เกี่ยวข้องอย่างน้อย ๔ กระทรวง ครับท่านประธาน ผมถามว่าเจ้าหน้าที่ของ สตง. คนเดียวกันนั้นที่ดูเรื่องความยากจนไปตรวจ เรื่องเดียวกัน ๔ กระทรวงหรือไม่ครับ ความจริงคือไม่ครับ ท่านตรวจกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็ตรวจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไป ท่านตรวจกระทรวง อว. ก็กระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไป ท่านตรวจกระทรวงพาณิชย์ก็ตรวจ กระทรวงพาณิชย์ไป แต่เรื่องความยากจนมันเกี่ยวข้องหมดทั้ง ๓ กระทรวง นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนนะครับ ท่านประธาน ตรงนี้เป็นนโยบายที่ผมคิดว่า สตง. ต้องกลับมาทบทวนใหม่จริง ๆ และเรา ไม่ได้ตรวจตามกิจกรรมแม้นกระทั่งเอาต์พุต (Output) หรืออิมแพกต์ (Impact) ในระดับ กระทรวงแล้ว เราต้องตรวจอิมแพกต์ (Impact) ทางนโยบายครับท่านประธาน แล้วถ้าเป็น อย่างนี้ งบประมาณปีละ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่เราใช้เพื่อแก้ไขความยากจนนั้น ความยากจนจะได้ลดลงจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ขอความกรุณา สตง. เถอะครับว่าท่านปรับนโยบายตรงนี้ใหม่ ลดการตรวจกิจกรรม ถึงแม้จะ ทำกิจกรรมถูกต้องตามกฎ ระเบียบแค่ไหนก็ตาม แต่ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ถูกต้องกับประชาชน แก้ไขปัญหาได้ อันนี้เราเรียกว่าทำผิดอย่างถูกต้องครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้ สตง. ไปตามไล่คนทำผิดอย่างถูกต้องครับ ส่วนคนทำถูกต้องผิดพลาดบ้าง ผมว่าอันนี้มองข้ามได้ นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้นโยบายของ สตง. ผมคิดว่าควรจะต้องเปลี่ยนละครับ ที่จะตรวจ กิจกรรมที่ถูกต้องแต่ผลลัพธ์ผิด ท่านต้องตรวจผลลัพธ์ที่ถูกต้อง กิจกรรมผิดบ้าง คลาดเคลื่อนไปบ้าง เพราะบริบทของพื้นที่มันเปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ ท่านให้ข้ามไปเถอะครับ เพื่อที่ข้าราชการดี ๆ เหล่านั้นจะได้ทำงานได้ และที่สำคัญคือเพื่อพี่น้องประชาชนคนยากคนจน ในอีสาน ในภาคเหนือ ในภาคกลาง และภาคใต้ ที่เรียกว่าเป็นคนไทยที่ยากจน วันนี้เขาจะ ได้รับประโยชน์จากการใช้งบประมาณและการทำงานของข้าราชการที่ดีซึ่งมีอยู่เยอะมาก ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ