วีระกร คำประกอบ หารือบทบาทการตรวจเงินแผ่นดินของ สตง. โดยเสนอให้ปรับแนวทางการตรวจสอบหน่วยงานท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. ให้เน้นการให้ความรู้และคำแนะนำมากกว่าการเข้มงวดตามกฎหมาย เนื่องจากข้อจำกัดด้านงบประมาณและบุคลากรของท้องถิ่น รวมถึงความแตกต่างของมาตรฐานการดำเนินงานและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นก็ต้องขอเรียนท่านประธานว่าดูเหมือนจะเป็นความแปลกใหม่อยู่เหมือนกันนะครับ ที่มาตรา ๒๘ วรรคสอง ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๑ ได้กำหนดให้สำนักงาน สตง. ต้องมารายงาน ๒ รอบใน ๑ ปี คือรายงานผล การตรวจประจำปีที่ผ่านมา แล้วก็คราวนี้เป็นการรายงานเรื่องของนโยบายที่จะตรวจ ในปีถัดไป ปัจจุบันปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ก็เริ่มแล้ว สตง. ก็จะต้องมาแจ้งให้กับสภา ได้รับทราบถึงนโยบายที่จะตรวจในปี ๒๕๖๔ อย่างไรก็ตามครับ ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดี เพื่อที่สภาแห่งนี้จะได้มีแนวทางที่จะให้นโยบายกับ สตง. ว่าในงบประมาณปี ๒๕๖๔ หรือปีถัดไป หรือต่อ ๆ ไป ควรจะมีนโยบายในการตรวจเงินแผ่นดินอย่างไรบ้าง เป็นการปรับปรุงและพัฒนาในเรื่องของการตรวจเงินแผ่นดิน ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า สตง. ความจริงก็เป็นหน่วยงานที่ทำให้บ้านเมืองมีความสุจริตและมีความโปร่งใสในเรื่องของ การใช้งบประมาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่ขอกราบเรียนไปยัง สตง. สักนิดเถอะครับ ท่านประธานว่ามันมีหน่วยงานที่เรียกว่าหน่วยงานท้องถิ่นนี่ครับ การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมอยากจะขอความกรุณาทาง สตง. ว่าท้องถิ่นไม่เหมือนกับหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ จะเป็นหน่วยงานส่วนกลางก็ดี ส่วนภูมิภาคก็ดี อันนี้เขามีข้าราชการเยอะ เขามีข้าราชการที่มี ความรู้ความสามารถในแต่ละเรื่องในรายละเอียดลงไปละเอียดยิบหมด ทุกเรื่องทุกราว เขาจะมีหมด เพราะฉะนั้นการตรวจต้องตรวจให้ละเอียดและตรวจให้ถูกต้องเป๊ะ ๆ ตามกฎหมาย แต่ว่าในส่วนของท้องถิ่น ผมยกตัวเลยว่า อบต. นี่ละครับ อบต. ตั้งแต่ผู้บริหาร ส่วนใหญ่ก็จะมีความรู้น้อย ไม่มีผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องของงบประมาณต่าง ๆ เพราะฉะนั้นอยากจะขอความกรุณา สตง. ว่าการตรวจท้องถิ่นอยากให้เป็นลักษณะของ การให้ความรู้ ซึ่งก็จะเป็นไปตามข้อ ๑.๕ การให้ความรู้ คำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจ เงินแผ่นดินแก่ภาคประชาชน อันนี้ผมเห็นชอบและเห็นด้วยนะครับ ซึ่งก็อยากจะให้ท่าน เน้นว่าการตรวจเงินแผ่นดินในส่วนของท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบต. ต้องดูเขาและให้ความรู้ ให้ความเข้าใจ และคอยเป็นพี่เลี้ยงเสียมากกว่า เชื่อผมเถอะว่า อบต. มันอยู่กับพื้นที่ มันหนีไปไหนไม่ได้หรอกครับ ผู้บริหาร อบต. คือนายกและรองนายกทั้งหลายอยู่ในท้องที่ ยกตัวอย่างเช่นถ้าทำถนน ถนนไม่ดี ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำปีเดียวเป็นหลุมเป็นบ่อ นายก อบต. อยู่ไม่ได้หรอกครับ โดนด่าครับ ประชาชนอยู่ตรงนั้นนะครับ ผ่านหน้าบ้าน ก็จะด่าอ้ายนายกอย่างนั้น นายกอย่างนี้นะครับ อบต. จะทำอย่างดีที่สุดเท่าที่เขาจะมี งบประมาณ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้งบประมาณที่น้อย มาตรฐานก็ต่ำ เช่น ถนนลาดยางส่วนใหญ่ก็ จะต้องทำเป็นเคปซีล (Cape Seal) เพราะเงินมันน้อย เมื่อเทียบกับงบประมาณที่ ทช. หรือทางหลวงชนบทเขาได้ เขาเป็นแอสฟัลติก (Asphaltic) หนา ๒๐ เซนติเมตร อะไรอย่างนี้เป็นต้น มาตรฐานมันต่างกันเยอะ เพราะฉะนั้นงบประมาณน้อย ๆ แต่ว่า อบต. ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะทำให้ดีที่สุด ถ้าทำไม่ดีโดนด่าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นมองในแง่ว่า อยากให้ สตง. เป็นมิตรกับท้องถิ่น เป็นมิตรกับ อบต. เป็นมิตรกับท้องถิ่นให้มากขึ้น เป็นเหมือนพี่เลี้ยงให้ความรู้แล้วก็ช่วยเหลือว่าเขาควรจะทำอย่างไร ยกตัวอย่างอย่างผมเห็นชัด ๆ ว่ามาตรฐานถนนมันก็ต่างกัน ทช. ก็เป็นของแพง ส่วนของ อบต. ก็จะทำได้แค่อย่างมากก็เคปซีล (Cape Seal) ซึ่งทำแล้วแป๊บเดียวละครับปีกว่า ๆ ก็เป็นหลุมเป็นบ่อแล้ว เพราะฉะนั้นก็เรียกว่ามันก็ทำดีเท่าที่งบประมาณจะได้นะครับ ในส่วน ของงานของ อบต. มันเป็นงานประเพณีก็เยอะครับ การที่ท่านจะไปสตริกต์ (Strict) ตรวจ เช่นถึงเวลาสงกรานต์ อบต. ก็จะต้องมีหน้าที่จัดงานสงกรานต์ก็จะต้องให้ผ้าขาวม้า ให้เสื้อ คอกระเช้ากับคนเฒ่าคนแก่ที่มานั่งรดน้ำดำหัวนี่นะครับเขาก็จัดซื้อจัดอะไรของเขาไป ปรากฏว่า นายกต้องคืนเงินหมดครับไม่ได้ อย่างนี้ก็ไม่ได้ อย่างนั้นก็ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่พยายามมองว่า อบต. หรือท้องถิ่นเล็ก ๆ อย่างนี้มันต้องอยู่กับประชาชนนะครับ งานประเพณีเป็นงานเรื่องที่สำคัญที่ เขาจะต้องคอยดูแลพี่น้องประชาชน งานแข่งเรืออย่างนี้เป็นต้น ท่านก็ไปสตริกต์ (Strict) เสียหนักเลย เช่น ค่าลากจูง คำว่า ค่าลากจูงเรือ ท่านก็ถามว่าจูงกี่กิโลเมตรนะครับ ซึ่งจริง ๆ คำว่าค่าลากจูง หมายถึงค่าเชิญเรือหรือค่าฝึกซ้อมทั้งหมดที่เขาจะเอาเรือมาแข่งเป็นเงิน เท่าไร แต่พอเขาใช้คำว่า ค่าฝึก ค่าลากจูง ท่านก็จะไปสตริกต์ (Strict) เลยลากจูง ๕ กิโลเมตรได้เท่านี้บาท ถ้าลากจูง ๒๐ กิโลเมตรได้เท่านี้บาท จริง ๆ มันไม่ใช่ นี่ยกตัวอย่าง เรื่องค่าลากจูงเรือยาวอย่างนี้เป็นต้น ท่านต้องเข้าใจถึงวัฒนธรรมด้วยว่าเวลาเขาเอาเรือมาแข่ง กันตามวัดวาต่าง ๆ อบต. ต้องจัดงบประมาณ หรือ อบจ. ต้องจัดเงินเกี่ยวกับค่าลากจูง อย่างนี้เป็นต้น ท่านก็ต้องพยายามเข้าใจถึงวัฒนธรรม ประเพณีพื้นบ้านว่าเขาทำกันอย่างไร นะครับ อยากจะเรียนท่านว่าผู้บริหารของ อบต. ผมว่าโดยรวมแล้วมันทำอะไรเขาก็พยายาม ที่จะทำอย่างชนิดที่เรียกว่าเท่าที่งบประมาณจะอำนวยนะครับ แล้วก็พยายามทำเพื่อ เอาอกเอาใจประชาชนโดยเฉพาะงานประเพณีต่าง ๆ อยากจะให้ท่านได้เข้าใจในสิ่งเหล่านี้ ด้วยนะครับ อย่าไปสตริกต์ (Strict) มาก ผมคิดว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะจัดมาตรฐานในการ ตรวจ สตง. ไปตรวจท้องถิ่นหรือ อบต. กับการตรวจหน่วยงานของทางราชการอื่น ๆ หรือไป ตรวจที่ใหญ่ขึ้น เช่น อบจ. ก็ดีนี่ มันต้องคนละมาตรฐานนะครับ อยากจะให้ท่านวามาตรฐาน ไว้นิดหนึ่งว่า อบต. เหมือนกับหน่วยงานที่เขาไม่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง อยากให้ท่านเป็น ลักษณะของการเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าเสียใจนะครับว่านายก อบต. หลายคนต้องติดคุกติดตะรางไปแล้วเท่าที่ผมเห็น เท่าที่เจอแล้วนี่ ติดคุกติดตะรางกันเยอะ โดยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลยนะครับ โดยเรื่องไม่เป็นเรื่องเลย สตง. ไปสตริกต์ (Strict) มาก หรือว่าไปเอามาตรฐานสูงเกินไปที่จะไปตรวจสอบกับ อบต. อยากให้ท่านได้กรุณาพิจารณา แล้วก็วางกฎเกณฑ์มาตรฐานให้กับ อบต. เรียกว่าให้เหมาะสมนะครับ ขอบคุณครับ