สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตั้งข้อสังเกตการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้ พ.ร.ก. วินัยการเงินการคลังกว่า 25,000 ล้านบาทในการเยียวยาโควิด-19 โดยชี้ให้ สตง. ตรวจสอบความโปร่งใส หลังรัฐบาลไม่ตั้งงบชดเชยตามมาตรา 45 ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้ตรวจราชการแผ่นดินตรวจสอบการบริหารหนี้สาธารณะ การโอนงบประมาณ และการใช้ พ.ร.บ. งบประมาณชั่วคราว รวมถึงเสนอให้เปิดข้อมูลการใช้จ่ายงบประมาณผ่านระบบดิจิทัลแบบคลาวด์ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบอย่างรอบด้าน
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้มาในวาระรับทราบนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๔ ของ สตง. เรียกสั้น ๆ นะครับ ผมหยิบตารางอันนี้ของท่านมา และต่อไปนี้ ในปีนี้ท่านต้องไปตรวจนะครับ เพราะที่ผมกำลังจะบอกท่านนี่คือกระทู้ถามที่ผมยื่นไปแล้ว ต่อสภาแห่งนี้ แล้วท่านต้องจัดทีมงานไปตรวจเป็น ๔ กระทู้นะครับ อยู่ในกรอบทิศทาง และเป้าหมายในการตรวจราชการแผ่นดินของท่าน โดยเฉพาะอยู่ใน ๑.๑.๑ การใช้จ่ายเงินกู้ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ของโควิด (COVID) นะครับ ในกระทู้ถามของผมนี่มีไม่มากครับท่านประธานครับ ผมจะไม่ได้ อ่านกระทู้นะครับ แต่ผมจะอ่านประเด็นในเนื้อหาของการตรวจราชการแผ่นดินในปี ๒๕๖๔ ที่ท่านตีกรอบไว้นะครับ ในนั้นมันมีเรื่องของการที่ ครม. ได้นำเงินใน พ.ร.ก. วินัยการเงินการคลัง ที่ติด พ.ร.บ. นี้ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ออกไปใช้ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว อันนั้นคือเป็นเงิน ที่เอาไปใช้เพื่อเยียวยาในโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วปัญหาคือชวนให้คิดนะครับ ท่านประธานครับ ท่านไปตรวจนะครับว่าในมาตรา ๔๕ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังนั้น เขียนไว้ว่าเมื่อจ่ายเงินไปแล้วให้ตั้งงบประมาณรายจ่าย เพื่อชดใช้ในกฎหมายด้วย งบประมาณรายจ่าย เพื่อสมทบเงินไว้จ่ายต่อไปในโอกาสแรก พ.ร.บ. งบประมาณไปแล้วครับ ท่านประธานครับ ผ่านไปแล้วปี ๒๕๖๔ ก็ผ่านไปแล้วครับ ไม่มีครับ ผมไม่รู้ว่าโอกาสแรกนั้น อย่างไร อันนี้เป็นวาระหนึ่งที่ท่านต้องไปตรวจว่ามาตรา ๔๑ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา ๕๐ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังที่เกี่ยวข้องของการบริหารหนี้สาธารณะ เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดหรือเปล่า ของคณะรัฐมนตรีนะครับ
ในประเด็นถัดไปครับ ประเด็นของข้อ ๑.๔ เรื่องการจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง เป็นเงินที่นอกงบประมาณ รวมถึงเงินสะสม เงินอื่น ๆ ที่มีอยู่ และสามารถนำไปใช้จ่ายได้ กราบเรียนท่านประธานครับ นอกจากนี้แล้วที่จะเห็นนะครับ ในประเด็นดังกล่าวคือมีการอนุมัติใช้เงินงบประมาณไปพลางก่อนครับท่านประธาน ใช้ พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๓ ไปพลางก่อน และใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๓ ๒๕ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านประธานที่ใช้กรอบแรก พอมันบิด พอใช้ พ.ร.บ. งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ แล้วมันจะเกิด การเคลื่อนของแผนงาน เนื้องานกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ในช่วงไตรมาสแรกแน่นอนนะครับ ฉะนั้นการตรวจสอบนี่ผมก็จะถามว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจะไปตรวจอย่างไรครับ เดิมก้อน ๒๕ เปอร์เซ็นต์ที่ ครม. ใช้ และบิดเอาไปใช้ พ.ร.บ. ใช้เมื่อไร บังคับอย่างไร ท่านจะ ตรวจอย่างไรว่าวัตถุประสงค์หรือผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการใช้ พ.ร.บ. ไปพลางก่อน กับ พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๔ ที่ใช้อยู่นี่มันจะเมิร์จ (Merge) กันอย่างไร มันจะตรงเป้าที่จะได้รับ ประโยชน์สู่ประชาชนอย่างไร นั่นคือสิ่งหนึ่งที่อยากจะเป็นคำถามในนี้ครับ
แล้วก็ใน ๑.๒ ครับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังพูดถึงผลสัมฤทธิ์นะครับ มีเงินการโอนงบประมาณท่านประธานครับ มีการโอนงบประมาณในปีที่แล้วไปใช้จ่ายในเรื่อง ของโควิด (COVID) นะครับ และมีการโอนงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ เป็นประจำครับท่านประธาน โดยเฉพาะการรายงานที่สภาแห่งนี้ก็จะมีการโอนงบ แผนบูรณาการ งบบุคลากร หรือไม่ก็ยังมีการโอนกันในไส้ของกระทรวงครับ และเป็นการบิด ทำให้หน่วยรับงบประมาณเปลี่ยนแปลงงบประมาณออกไป ผิดตามวัตถุประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ ที่เกิดขึ้นตั้งไว้ในกรอบงบประมาณ ผมถามว่านี่ผิด พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังหรือเปล่า ในมาตรา ๔๔ นะครับ ในเรื่องของการรักษาวินัยการเงินการคลัง เพราะว่าครั้งสุดท้ายยังมี การโอนงบประมาณ ๘๘ ล้านบาท รัฐบาลไปดำเนินการไว้แล้วเอาไปใส่งบกลางครับ และงบกลางนี่แพล็บ แพล็บ แพล็บ ผมอยากจะรู้ว่าสำนักงบประมาณไปตรวจเงินที่ลงไปนี่ อย่างไร เป็นการบ้านนะครับ
อันถัดมาใน ๑.๓ ครับ ใน ๑.๓ คือการให้คำปรึกษาแนะนำและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับบริหารการเงินการคลังและงบประมาณแผ่นดินให้กับหน่วยรับงบประมาณ อย่างมีประสิทธิภาพครับ ท่านประธานครับ เงินที่พวกเราหลายคนยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนอีกครับ เรื่องเงินแผ่นดินครับ เงินแผ่นดินที่เป็นไปตามมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ ที่เป็น พ.ร.บ. วินัย การเงินการคลังที่เกี่ยวข้องก็คือเงินที่อยู่ในกองทุนครับ ท่านไปตรวจสอบที่กรมบัญชีกลาง มีเงินที่เป็นเงินที่มีรายได้จากเงินกองทุนเป็นเงินแผ่นดิน ๑๑๕ กองทุนครับ ที่มีผลผลิตจาก การใช้ทรัพยากรของแผ่นดิน ไม่ว่าน้ำ ไฟฟ้า อากาศ ดิน แร่ธาตุ ที่ให้สัมปทานและขุดกันไป หรือขายกันไปแล้วได้เงินออกมานี่ขอมาใน พ.ร.บ. นี้ ที่เป็น พ.ร.บ. ที่ผ่านไปนี่ประมาณ ๓๐ กองทุนเท่านั้นเองนะครับ อีกที่เหลือไม่รู้ครับว่าใช้เงินอะไร ใช้อย่างไร และเงินนั้นได้มา อย่างไร ผิดประเภทของการใช้เงินดังกล่าว สภาแห่งนี้ไม่สามารถตรวจสอบเงินกองทุน เหล่านั้นได้เลย ยกเว้นกฎหมายบางกฎหมายบอกให้ตรวจสอบที่นี่ครับ
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ข้อ ๑.๔ และ ๑.๕ การนำเทคโนโลยีมาใช้ ในการประยุกต์ใช้ แล้วก็การให้ความรู้แก่ราษฎรหรือประชาชน ท่านบอกว่าท่านจะให้ความรู้ และความเข้าใจกับประชาชนเท่านั้นไม่พอครับท่านประธาน โลกขณะนี้โลกดิจิทัล (Digital) นี่ประชาชนเข้าถึงได้รวดเร็วครับ ฉะนั้นเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ที่ท่านประยุกต์ใช้นี่ ฐานข้อมูลมันไม่ใช่แค่บิ๊กดาต้า (Big Data) เท่านั้นครับท่านประธาน มันจะต้องเป็นคลาวด์ (Cloud) ขนาดใหญ่ แล้วทุกคนเข้าถึงแบบฟรีครับ ไม่ใช่พอมีแอปพลิเคชัน (Application) เข้าไปต่อต้องเสีย ค่าธรรมเนียมผ่านระบบตัวกลาง ผ่านตัวเจ้าของโพรไวเดอร์ (Provider) ที่แบ่งเอามาให้ นั่นคือการเสียเงินครับ ใครเข้าไปดู ฉะนั้นประชาชนต้องฟรีครับท่าน และสามารถเข้าไปไม่ใช่ เข้าไปแบบเรียนรู้และเข้าใจ แต่เข้าใจมีส่วนร่วมในงบประมาณแผ่นดินครับ ท่านประธาน สิ่งสุดท้ายผมอยากถามว่าท่านจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมของ การใช้เงินแผ่นดินอย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร ขอบคุณท่านประธานครับ