สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓

คมกฤช ตันตระวาณิชย์ หารือเรื่องการบริหารจัดการค่าไฟฟ้า โดยเสนอแนวทางในการลดค่าไฟฟ้า เช่น การบริหารจัดการผ่านรูปแบบเอฟทีในช่วงโควิด-19 การนำเข้าแอลเอ็นจีเพื่อลดต้นทุน และการลดผลตอบแทนการไฟฟ้าเพื่อบรรเทาค่าไฟให้ประชาชน นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการบริหารจัดการพลังงานในระยะยาว โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทิศทางและแผนการบริหารจัดการพลังงานที่เหมาะสม และส่งเสริมการนำโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามาเพื่อลดค่าใช้จ่ายทางด้านเชื้อเพลิง

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่าน ส.ส. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ขออนุญาตเรียนชี้แจงดังนี้นะครับ ก็คือตามแผนการของสำนักงาน กกพ. จากเห็นก็คือว่า ในช่วงระยะสั้นเลยเราบริหารจัดการอย่างไร ก็เป็นเรื่องของการบริหารจัดการผ่านรูปแบบ เอฟที (Ft) คืออะไร ก็คือในช่วงที่มีโควิด (COVID) เราก็พยายามเลือกบริหารจัดการภาระค่าเชื้อเพลิง โดยพยายามเลือกเชื้อเพลิงที่มีราคาต่ำสุด ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงโควิด (COVID) เองก็มีการ ดำเนินการนำเข้าแอลเอ็นจี (LNG) ซึ่งถูกกว่าราคาก๊าซในอ่าวเข้ามาผสม ทำให้ต้นทุน ค่าไฟฟ้าถูกลงนะครับ ดังจะเห็นได้จากเอฟที (Ft) ในงวดที่ผ่านมา ซึ่งเราไม่ต้องใช้เงิน สนับสนุนแล้วนะครับ แล้วก็อาจจะส่งผลถึงเอฟที (Ft) งวดนี้ซึ่งจะประกาศในเร็ว ๆ นี้ ด้วยนะครับ อันนี้คือระยะสั้น สั้นสุดก็คือในช่วง ๓ เดือน ๔ เดือนที่จะประกาศค่าเอฟที (Ft) นะครับ

ถัดมาในช่วงที่ระยะยาวหน่อย ก็คือประมาณ ๑ ปี ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ข้างหน้านี่นะครับ เราก็จะมีการบริหารจัดการโดยคุยกับทางการไฟฟ้านะครับ แล้วก็ เข้าคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยขออนุญาตลดผลตอบแทนการไฟฟ้าลงบางส่วน เนื่องจากว่าต้นทุนทางการเงินถูกลง ก็มีการเจรจากันขอลดผลตอบแทนลง อันนี้ก็จะ ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับค่าไฟที่ถูกลงบ้าง ในส่วนที่ผลตอบแทนที่เขาลดลง อันนี้ เราก็ดำเนินการแล้ว ก็จะมีผลในช่วงของปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๔ ปีหน้า ก็จะเห็นผล ซึ่งก็จะนำเงินส่วนนี้มาช่วยบรรเทาค่าไฟให้ประชาชนได้นะครับ

ส่วนในระยะยาวจริง ๆ แบบที่เรียนนะครับว่ามันเป็นเรื่องของแผนบริหาร จัดการพลังงานโดยภาพรวม ซึ่งทางเราเองก็ต้องประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่า จะเป็นภาคนโยบาย คณะปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน มาดูบริหารจัดการว่าในเทคโนโลยี ใหม่ ๆ ที่เข้ามาเราจะมีวิธีบริหารจัดการโรงไฟฟ้าโดยรวมได้อย่างไร มันก็จะเกี่ยวกับ โครงสร้างกิจการพลังงานโดยรวม ซึ่งต้องหารือร่วมกันนะครับว่าประเทศไทยจะเดินไป ทิศทางไหน ก็มีการพูดคุยในเรื่องนี้ระดับหนึ่งแล้วนะครับว่าจะแบ่งสัดส่วนอย่างไรนะครับ จะเตรียมการมีแผนพีดีพี (PDP) บางส่วน แล้วก็ให้เอกชนมาผลิตบางส่วน แบบอิสระ แบบที่ ท่าน ส.ส. ก็ได้กล่าวไว้ แต่ขอเรียนว่าอันนี้เดี๋ยวคงต้องคุยกันในภาพรวมกับทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก่อน เพราะว่าเรื่องกิจการพลังงานไม่ได้อยู่ที่ทาง กกพ. แต่เพียงฝ่ายเดียว มันก็ มีทั้งฝ่ายนโยบาย ฝ่ายปฏิรูป ก็เลยขอว่าในระยะยาวคงต้องหารือร่วมกันกับทุกฝ่ายนะครับ ในการกำหนดว่าโครงสร้างอย่างไรที่จะเหมาะสม แล้วจะมีการกำกับอย่างไรตามโครงสร้าง ที่เปลี่ยนไปใหม่นะครับ อันนี้ก็ขอชี้แจงไว้ในส่วนนี้นะครับ

ในส่วนของท่าน ส.ส. ศิริกัญญา ก็ขอเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับว่าโรงไฟฟ้า ถ้าเป็นโรงไฟฟ้าใหม่ ๆ ค่าเอพี (AP) จะอยู่ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าไฟทั้งหมด ก็แน่นอนครับว่าถ้ามีโรงไฟฟ้าเยอะ เราก็ต้องจ่ายค่าเอพี (AP) เยอะ อันนั้นถูกต้องครับ แต่ก็อีกมุมหนึ่งนะครับ ก็เนื่องจากว่าเอพี (AP) มันประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือเป็น ค่าพลังงาน โรงไฟฟ้าใหม่มีประสิทธิภาพดีกว่าโรงไฟฟ้าเก่า บางทีการนำโรงไฟฟ้าใหม่เข้ามา เดินมันจะลดค่าใช้จ่ายทางด้านเชื้อเพลิงได้บางทีอาจจะมากกว่าค่าเอพี (AP) ที่เราจ่าย อันนี้ก็ขอเรียนชี้แจงว่ามันมีทั้งบวกและทั้งลบนะครับ แน่นอนว่าเราก็จ่ายค่าเอพี (AP) แต่เราจ่ายค่าเชื้อเพลิงน้อยลง เพราะเนื่องจากโรงไฟฟ้ามีประสิทธิภาพดีขึ้นค่อนข้างเยอะนะครับ อันนี้ก็เรียนเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนนะครับ แต่ว่าจริง ๆ ก็เห็นด้วยในเรื่องของโครงสร้าง กิจการพลังงานในภาพรวมแบบที่เรียนเมื่อสักครู่นี้นะครับว่าในบริบทของการผลิตพลังงาน หมุนเวียนเข้ามาสู่ระบบมากขึ้น ถูกลง ในแผนพีดีพี (PDP) เองก็กำหนดไว้ประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่จะมีพลังงานหมุนเวียน ทางภาครัฐก็คงต้องมาคิดกันใหม่นะครับว่า โครงสร้างกิจการจะเดินไปทิศไหน แล้วก็มีการบริหารจัดการพลังงานหมุนเวียนประเภทนี้ อย่างไร อันนี้ก็ขอเป็นเก็บไว้คุยกับทางภาคนโยบายรวมถึงเรื่องโครงสร้างกิจการพลังงานอีกที นะครับว่าจะเป็นอย่างไร

ส่วนสัมปทานที่บอกว่าให้เอกชน ๒๕ ปีอะไรต่าง ๆ นี่ อันนี้ก็ขอเรียนว่า เป็นการดำเนินการตามแผน ซึ่งทางภาคนโยบายเขาวางไว้แล้วนะครับ ทางกำกับกิจการ พลังงานก็มีหน้าที่กำกับให้เป็นไปตามแผน อันนี้ต้องขอเรียนอย่างนี้นะครับ แต่ว่า ถ้าจะเปลี่ยนรูปโครงสร้างกิจการหรือเปลี่ยนใหม่ อันนี้ต้องคุยกันใหม่ทั้งภาคนโยบาย และภาคกำกับ เพื่อให้เกิดการบริหารออกมามีประสิทธิภาพสูงสุดครับ ขอเรียนชี้แจง เท่านี้ครับ