กนก วงษ์ตระหง่าน หารือการปรับแผนกำกับพลังงานและทบทวนแผนพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติให้สอดคล้องกับสถานการณ์หลังโควิด-19 โดยเน้นย้ำความจำเป็นเร่งด่วนในการลดต้นทุนและค่าไฟฟ้า เพื่อบรรเทาภาระประชาชนและภาคธุรกิจ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตอบข้อสังสัยด้วยแนวทางที่ชัดเจน รวดเร็ว และเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีแบบรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในรายงานของคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงานในวันนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ จากรายงานอันนี้ผมคิดว่าก็เป็น รายงานตรงไปตรงมาในรอบปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมอยากจะขออนุญาตตั้งเป็น ข้อสังเกตให้กับคณะกรรมการก็คือว่า สถานการณ์ของประเทศและของโลกในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ มีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งโลก การส่งออกตกต่ำ รายได้ของประชาชนลดลง สิ่งเหล่านี้มีผลกระทบโดยตรงต่อพี่น้อง ประชาชนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นในการบริหารพลังงานจากที่เคยทำมาในอดีตจนถึงรายงาน ฉบับนี้ เมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปจากโควิค-๑๙ (COVID-19) จะเห็นได้ ชัดเจนว่าแนวทางและเกณฑ์แม้กระทั่งแนวคิดต่อการกำกับพลังงานจะต้องปรับเปลี่ยนไป ตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองจำเป็นนะครับที่เราจะต้องปรับแผน ในการปรับแผนนี้หัวใจสำคัญที่สุดก็คือการทำให้ราคาไฟฟ้าลดลง เพราะว่าประชาชนวันนี้ ของเราเดือดร้อนมาก ยากจน แต่ค่าไฟก็ยังสูง ถึงแม้รัฐบาลจะมีการช่วยเหลือในการให้ใช้ ไฟฟรีในบางกลุ่มบางประเภท อันนั้นก็เป็นมาตรการช่วยเหลือซึ่งรัฐบาลก็จะต้องจ่ายเงินอยู่ดี แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าคือจะทำอย่างไรให้ราคาค่าไฟฟ้าของเราถูกลงทั้งระบบ อันนี้จึงเป็น โจทย์ใหม่ และสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ไม่ใช่สถานการณ์ชั่วคราวครับท่านประธาน ผลกระทบจะอยู่กับเราอย่างน้อยอีก ๓ ปีจากนี้ไป ผมไม่อยากเห็นการรายงานในปีหน้าของ คณะกรรมการชุดนี้กลับมาพูดด้วยการมีสมมุติฐานของบริบทสภาพเศรษฐกิจเหมือนเดิม ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนในส่วนนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับท่านประธาน ผมจึงอยาก ขออนุญาตสอบถามท่านเลขาธิการว่าตามแนวคิดดังกล่าวของท่านนี้ ท่านได้เห็น ภาพเดียวกับที่ผมเห็นหรือไม่ ว่าวันนี้ประเทศไทยควรจะมีราคาค่าไฟฟ้าลดลง เพราะสภาวะ เศรษฐกิจและความยากลำบากของพี่น้องประชาชนซึ่งกระทบทั้งค่าครองชีพ กระทบทั้ง ต้นทุนการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงอยากจะ ถามท่านว่าราคาไฟฟ้าจะถูกลงได้อย่างไรบ้างในแผนการกำกับนี้ ในระยะที่สามารถจะทำได้ ในระยะสั้น ๓ เดือนจากนี้จะทำได้อย่างไร ๖ เดือนจากนี้จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร ในอีก ๑ ปี จะทำให้ดีขึ้นได้อย่างไร อย่างนี้เป็นต้น เพราะว่าถ้าเราไม่สามารถที่จะลดราคาค่าไฟฟ้า ได้แล้ว และภาระตรงนี้ก็กลับไปอยู่กับประชาชนแล้วก็รัฐบาล ซึ่งจริง ๆ ก็คือภาษีของ ประชาชนในที่สุดนั่นเอง แต่การบริหารต้นทุนของไฟฟ้าเพื่อให้ต้นทุนถูกลงนั้น ผมคิดว่า ตรงนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องของคณะกรรมการชุดดังกล่าวที่จะต้องทำให้เกิดขึ้น
ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ที่อยากจะขออนุญาตเรียนถามก็คือว่า ในระบบปกติของเราเรามีแผนพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติของเรา ซึ่งก็จะมีองค์ประกอบว่าที่มา ของไฟฟ้าจะประกอบด้วยสัดส่วนอะไรบ้างต่าง ๆ เป็นต้น ตั้งแต่ที่มาจากไฟฟ้าที่เกิดจากการผลิตโดยกระแสน้ำหรือเรียกว่าเป็นไฮโดรอิเล็กทริก (Hydroelectric) หรือไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการใช้น้ำมันไปปั่นเครื่องจักร จนกระทั่งถึงพลังงาน แสงอาทิตย์ พลังงานทดแทนอื่น ๆ เป็นต้น ในแผนพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติของเราที่ผ่านมานั้น สัดส่วนในส่วนนี้เราคิดในบริบทที่ไม่มีโควิด (COVID) เราก็ไปเพิ่มน้ำหนักในเรื่องของไฟฟ้า ทางเลือก ไฟฟ้าถ่านหินมากขึ้นนะครับ แต่เราพบว่าไฟฟ้าทั้ง ๒ หลักนั้นมีต้นทุนที่สูงขึ้น มากนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าในสถานการณ์อย่างน้อย ๓-๕ ปีจากนี้ไปการลด ต้นทุนการผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นเรื่องใหญ่แล้วก็จำเป็นสำหรับประเทศไทยของเรา แล้วก็ พี่น้องประชาชนก็จะได้รับภาระในเรื่องนี้ลดลง เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าจำเป็นที่คณะกรรมการกำกับพลังงานไฟฟ้าตรงนี้จะต้องทบทวนเรื่อง นี้อย่างจริงจัง แล้วก็แก้ไขโครงสร้างราคาต้นทุนของกระแสไฟฟ้าใหม่เพื่อที่จะทำให้ราคา ต้นทุนของกระแสไฟฟ้าโดยรวมถูกลง แล้วก็เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนด้วยการมีค่าไฟ ที่ถูกลง แล้วก็มีต้นทุนให้กับนักธุรกิจที่จะต้องฟื้นธุรกิจตัวเองหลังจากโควิด (COVID) แล้วก็ไป แข่งขันได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ถ้าเป็นอย่างนี้ได้ผมคิดว่าอนาคตของการฟื้น เศรษฐกิจของประเทศก็จะมีความหวังมากขึ้น แต่ถ้าค่าไฟยังเป็นแบบนี้เหมือนเดิม และในทางกลับกันถ้าคิดจากแผนพลังงานไฟฟ้าของชาติที่ผ่านมาราคาค่าไฟก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ซ้ำไป ตรงนั้นก็เป็นการซ้ำเติมมากขึ้นต่อพี่น้องประชาชนในสภาวะปัจจุบัน ผมเข้าใจนะครับว่า แผนพลังงานเดิมนั้นเราพูดถึงเศรษฐกิจที่ประเทศของเราจะโตประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี (GDP) ประเทศ เพราะฉะนั้นค่าไฟจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยก็คงไม่เป็นไรเพื่อให้เกิดความสมดุล ของเศรษฐกิจของประเทศ อันนั้นเข้าใจได้ครับ แต่วันนี้บริบทมันเปลี่ยนไปแล้ว เศรษฐกิจของ เราติดลบไม่ใช่ ๘ เปอร์เซ็นต์นะครับ คิดว่าน่าจะเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์แล้วก็ ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำไป เมื่อเป็นเช่นนี้ไม่ใช่ความผิดของใครครับ แต่เมื่อสถานการณ์นี้ เกิดขึ้นแล้วเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องทบทวนแล้วก็ปรับตัวอย่างรวดเร็วนะครับ ทำอย่างไรเราจะฟื้นตัวตัวนี้ให้เร็ว ท่านจะพูดว่าเราจะปรับได้แต่ต้องใช้เวลาอีก ๓ ปี ๕ ปี จึงจะปรับแผนได้ ผมคิดว่าอันนั้นไม่ใช่การบริหารที่เราใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้แล้ว ความเร็วของการตัดสินใจด้วยความแม่นยำที่มีองค์ความรู้ที่ชัดเจน และมีขนาดที่มากพอที่จะ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศได้นะครับ ผมขออนุญาตย้ำนะครับ ความเร็ว ความแม่นยำและปริมาณ สเกล พรีซิชัน แอนด์ สปีด (Scale Precision and Speed) เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตให้ท่านเลขาธิการกรุณาช่วยตอบเพื่อให้พี่น้อง ประชาชนที่รับฟังจะได้สบายใจว่าอนาคตค่าไฟจะถูกลง ต้นทุนการค้าของเอสเอ็มอี (SME) ซึ่งวันนี้ยากลำบากมากอยู่แล้วก็จะได้เห็นอนาคตว่าอย่างน้อยก็จะถูกลง ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะ ช่วยให้รัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวหลังจากโควิด (COVID) เรามีกำลังที่มาก ขึ้น เพราะฉะนั้นพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานสำคัญแล้วก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยตรง สิ่งนี้ผมอยากจะขอคำตอบที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เป็นนามธรรมเราต้องการรูปธรรมที่ รวดเร็วแม่นยำ แล้วก็ขนาดใหญ่พอที่จะเปลี่ยนแปลงได้ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ