สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หารือร่างแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเสนอให้กรรมาธิการสภาเป็นผู้ผลักดันแทนคณะปฏิรูปตำรวจ พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของหลักนิติธรรม การบันทึกภาพเสียงในการจับกุมและค้นเพื่อความโปร่งใส ป้องกันการปนเปื้อนพยาน และส่งเสริมพยานดิจิทัลผ่านนิติวิศวกรรมศาสตร์ รวมถึงเสนอระบบดิจิทัลกลางสำหรับการร้องทุกข์และการติดตามคดี เพื่อป้องกันการสูญหายของข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผลักดันการคุ้มครองพยานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล และเสนอให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการจับผู้ต้องหาโดยมีระบบคุ้มครองรองรับ
กราบเรียน ท่านประธานครับ ในประเด็นนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจ แล้วก็ผมบอกท่านประธานก่อนว่า ไม่ได้ว่าไม่เห็นด้วยนะครับ ถือว่าเป็นภาพรวมดีครับ ดี ดี ดี และอาจจะถึงดีมากนะครับ กราบเรียนด้วยว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่คณะปฏิรูปตำรวจที่ไปทำมา ๒ ปีตามรัฐธรรมนูญ น่าจะให้ คณะกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎรเป็นคนทำเสียที ในประเด็นที่ผมจะกล่าวในทั้ง ๑๗ มาตรานี้ แต่ผมคงไม่ลงไปทั้ง ๑๗ มาตรานะครับ แต่คงเอาเฉพาะมาตราที่คิดว่าน่าจะแสดงความคิดเห็นหรืออภิปรายได้บ้างใน ๕ มาตรา ๑ ข้อสังเกตนะครับ ผมกราบเรียนว่าในอาชีพเดิม ท่านประธานครับ ผมเองเป็นทั้ง เจ้าพนักงานผู้จับกุม แล้วก็เป็นทั้งพนักงานสอบสวน ผมมีอำนาจสวนทั่วทั้งประเทศครับ และนอกประเทศด้วย เมื่อท่านอัยการสูงสุดร้องขอให้ทำ มีเวลาทำงานอยู่จริง ๆ แล้วก็ ประมาณสัก ๕ ปีในตำแหน่งและหน้าที่ นอกจากนั้นแล้วในอดีตผมเคยไปขึ้นเป็นพยาน ในคดีสำคัญเป็นคดีฟอกเงิน แก๊งมาเฟีย (Mafia) ที่นิวยอร์กในคดีควบคู่กับคดียาเสพติด ผมเห็นระบบหรือการไต่ระดับของการสอบปากคำ แล้วก็การให้การในชั้นศาลและ การควบคุมพยานในระดับนานาชาติมาพอสมควร ผมจึงอยากจะมาพูดในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมลืมไปครับ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอมาพูดในประเด็นของร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในประเด็น ๕ มาตรา และ ๑ ข้อสังเกต โดยผมจะเริ่มที่มาตรา ๓ ก่อนนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
กราบเรียน ท่านประธานว่าในมาตรา ๓ นี้ โดยเฉพาะที่ต้องการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๑๓/๑ โดยประเด็นภาพนะครับ ประเด็นคือเรื่องของการเก็บบันทึกภาพเสียงในชั้นจับกลุ่ม ในวรรคแรก จะพูดถึงเรื่องการจับกุมของเจ้าพนักงานผู้จับหรือค้นนะครับ จัดให้มีการบันทึกต่อเนื่อง แล้วถ้าไม่มีอุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ในการจับกุมก็ให้บันทึกเหตุไว้นะครับ แต่ข้อต้องห้าม คือห้ามเผยแพร่นะครับ โดยสาระสำคัญของเนื้อความที่ต้องการแก้ไขนะครับ แต่สิ่งที่ผม กำลังจะอภิปรายในเนื้อหาตรงนี้ยอดเยี่ยมครับ แล้วก็ถือว่าเป็นกระบวนการที่จะคุ้มครอง ให้กระบวนการยุติธรรมได้เก็บพยานหลักฐานดังกล่าวนี้ได้ครบถ้วนนะครับ ผมอยากจะ อ้างอิงหลักการสำคัญเพราะว่าในท้ายสุดแล้วคณะกรรมาธิการได้ยึดเอาหลักรูล ออฟ ลอว์ (Rule of Law) มาเป็นหลักสำคัญในการขมวดข้อสังเกต แต่ผมยังมองว่าสิ่งสำคัญ ในกระบวนการยุติธรรมนี้ต้องเริ่มที่เจ้าพนักงานผู้จับกุมและเจ้าพนักงานผู้ตรวจค้น สิ่งสำคัญคือ ห่วงโซ่แห่งพยานครับ ท่านประธานครับ เชนจ์ ออฟ คัสทอดี (Change of Custody) มันเป็นหัวใจของเจ้าพนักงานผู้ที่จะกระทำการตามตัวบทกฎหมาย มิใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่างเดียวนะครับ มีเจ้าพนักงานตามกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องที่จะต้องบังคับใช้ ฉะนั้น ห่วงโซ่แห่งพยานคือพื้นฐานของความยุติธรรมครับ สาระสำคัญคือการไม่ให้พยานบุคคล พยานเอกสารหรือพยานวัตถุ พยานนิติวิทยาศาสตร์ ท่านอาจจะตกไปแต่ผมไม่ได้ว่าครับ พยานนิติวิศวกรรมศาสตร์ ปัจจุบันนี้โลกมันเคลื่อนเร็วมากนะครับ คดีหลักบน ป.อาญา ถูกคดีที่ผูกไว้ในพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูล พระราชบัญญัติ ไซเบอร์เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับ ถ้าท่านยังก้าวไปไม่ถึงเรื่องนิติวิศวกรรมศาสตร์คือตัวเลข ๐ กับ ๑ ครับประธาน นั่นคือเลขฐานสองที่กำหนดบทบาทและหน้าที่ของมนุษย์ในยุคใหม่ ถ้าท่านทำให้มันปนเปื้อนหรือเจือปน สิ่งที่ท่านเห็นมันก็ไม่ใช่พยานหลักฐาน และท่านก็ยังไม่สามารถจะพิสูจน์สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นได้จากการเก็บหรือสร้างเครื่องมือไปเก็บ ล็อกไฟล์ (Log file) ที่ท่านเอามาใช่หรือไม่ หรือแม้กระทั่งภาพหรือเสียงที่ท่านพูด มีแหล่งกำเนิดมาจากออริจินัล (Original) หรือเปล่า หรือแหล่งจริง ๆ หรือเปล่า นั่นคือสิ่งที่ กำลังจะเคลื่อนเกิดขึ้น แต่ผมขอแวะไว้แค่นี้ก่อน พักไว้ครับ นั่นคือ ๔ การปนปนเปื้อน ที่เกิดขึ้น แล้วเดี๋ยวผมจะค่อยทยอยบอกว่าถ้าเกิดการปนเปื้อนในพยานบุคคล วันแรก ที่เห็นนั้นเห็นแค่เสี้ยววินาที พอเดินขึ้นถึงสืบพยานที่ศาลไปฟังมาทั่วครับ เห็นเป็นชั่วโมงเลย เห็นไหมครับว่าพยานบุคคลปนเปื้อน พยานเอกสาร พยานวัตถุที่ถูกเก็บมีกระบวนการ เก็บรักษา ตรวจพิสูจน์อย่างไร ครบถ้วนหรือไม่ มีการแปะ ปน เปื้อน เปลี่ยน ย้อมแมว สลับเปลี่ยนของ มีกระบวนการเชนจ์ ออฟ คัสทอดี (Change of Custody) ครบถ้วนจนถึง มือท่านผู้พิพากษาบนศาลหรือเปล่า เห็นไหมครับ กระบวนการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ทันสมัย ผมไม่ก้าวล่วงไปถึงเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถ พอไปถึงที่เกิดเหตุนั้นใช่ ท่านเริ่ม เก็บท่านมีคุณภาพ แต่ก่อนที่จะเก็บมันถูกเกลี่ย ถูกสร้าง ถูกพลิก ท่านมองเห็นว่ามันถูกสร้าง หรือย้อม พูดง่าย ๆ ว่าย้อมแมวที่เกิดเหตุขึ้นมา ต้องมีความรู้ความสามารถขนาดนั้นครับ และอันสุดท้ายที่ผมพูดไปแล้วคืนนี้นิติวิศวกรรมศาสตร์ ท่านมีเครื่องมือไปเก็บ มีซีดีรอม (CD-ROM) ท่านดูในโทรศัพท์มือถือของท่าน ท่านคิดว่ามันลบแล้ว มันไม่ลบหรอกครับ มันแขวนอยู่ในโลกครับ ผมไปดูแรม (RAM) ดูล็อกไฟล์ (Log file) ดูคลาวด์ (Cloud) ผมก็ไปรื้อออกมาได้ เหมือนทุกวันนี้ที่เขาจะขอไทยชนะ แล้วขอหมายเลขโคด (Code) แล้วขอเบอร์ ขอพาสเวิร์ด (Password) จากนักเรียน นั่นคือการล้วงข้อมูลบนล็อกไฟล์ (Log file) ทั้งหมด นั่นคือดิจิทัล (Digital) คือเลข ๐ กับ ๑ แล้วมันบอกอะไรหลาย ๆ อย่าง ในโลกนี้ได้ นั่นคือนิติวิศวกรรมศาสตร์ แล้วถ้าท่านไม่มีเครื่องมือที่จะไปเก็บออริจินัล (Original) ของมันคือต้นฉบับของการกระทำ เช่น ภาพ เสียง คอมเมนต์ (Comment) ท่านเอามาจากไหน ถ้าท่านบอกว่าเป็นพนักงานสอบสวนในที่เกิดเหตุ ท่านเห็นภาพ ณ เวลานี้ ที่นี่ ทีนี่ ปรากฏว่ามันเป็นพร็อกซี (Proxy) อยู่ที่ประเทศรัสเซีย คดีเกิดที่ไหนครับ เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักรครับ พนักงานสอบสวนมีอำนาจหรือเปล่า กลับไปดูนะครับ ความรอบคอบพวกนี้ต้องสำคัญ
ทีนี้ผมเข้าในมาตรา ๓ ครับ นั่นแค่เกริ่นไว้ ในมาตรา ๓ ขอแก้เรื่องภาพและ เสียง ดีครับ แต่สิ่งสำคัญคือผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือญาติ หรือผู้ที่ถูกตรวจค้น หรือผู้อื่น ๆ ถ้าเขากระทำแล้วไปเผยแพร่เอง อาจจะเก็บไว้เป็นต้นฉบับ อาจจะเก็บไว้ตามสิทธิของเขา ในเสรีภาพ เจ้าพนักงานจะไปรื้อไปค้น ไปทำลาย ตรงนี้คือประเด็นปัญหาต่อมาที่เขาสามารถ ทำได้โดยชอบไหม ขณะนี้เราจะเห็นภาพเลยว่าเมื่อมีการตรวจค้นตัว ฝั่งตรงข้ามที่ถูกตรวจค้น จะถือโทรศัพท์บันทึกเทป บันทึกเสียงเจ้าพนักงานก็จะบันทึกเหมือนกันตรวจค้น ถ่ายกัน เป็นฉาก ต่างคนต่างโต้กัน เจ้าพนักงานตำรวจทำมาถูกต้องเพราะว่าป้องกันตนเอง เป็นเครื่องมือที่ถ้าตั้งอยู่บนความบริสุทธิ์แล้วกระทำตามตัวบทกฎหมาย คุ้มครองตัวเอง แน่นอน แต่ถ้ากระทำเกินมันก็จะย้อนกลับมา มันเป็นการเก็บอดีตชาติครับ ผมเขียนไว้ ในบทความวิจัยที่สมาคมวิจัย เรื่อง อดีตชาติกับนวัตกรรมการบริหารจัดการโลกยุคใหม่ ในเรื่องของดิจิทัล (Digital) ฉะนั้นสิ่งสำคัญในมาตรานี้ก็ควรระมัดระวังนะครับ
ในมาตรา ๑๓/๒ วรรคแรก ห้ามมิให้เจ้าพนักงานผู้จับหรือผู้ต้องหาออกแถลง ข่าว หรือจัดให้ผู้จัดบุคคลอื่นสัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนวรรคสองเหมือนกันครับ วรรคสอง ก็พูดถึงเรื่อง ห้ามมิให้เจ้าพนักงานแพร่ภาพ เสียงสาธารณะ หรือยินยอมให้บุคคลอื่น ซึ่งมิใช่เจ้าพนักงานบันทึกภาพหรือกระทำการอันมีลักษณะเป็นการประจาน ตรงนี้เน้นคำว่า ประจาน ฉะนั้นตรงนี้ส่วนใหญ่ห้ามเจ้าพนักงาน กฎหมายเขียนว่าห้าม แต่เจ้าพนักงานก็จะบอกว่าผู้ต้องหาเขายินยอม หรือไม่ก็พาผู้ต้องหาเดินไปตามที่สาธารณะ นักข่าวมาถ่ายเองครับ มาทำเองหมดทุกอย่าง แล้วก็ผู้บันทึกภาพ ที่บอกว่า ซึ่งไม่ใช่ เจ้าพนักงาน ก็จะมีคำถามอีกว่าแล้วถ้าเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน เป็นพลเรือน เป็นอาสาสมัคร จะทำอย่างไรต่อไป เกิดขึ้นเสมอ ๆ ทุกวันนี้ป่อเต็กตึ๊ง ร่วมกตัญญู สมัยผมเป็นเด็ก ๆ ไม่มีสตางค์ เป็นพนักงานสอบสวน ไปที่เกิดเหตุ ป่อเต็กตึ๊งไปช่วยถ่ายเก็บภาพ เก็บเป็นฟิล์ม (Film) ให้ เป็นม้วน ๆ ต้องไปอาศัยอาสาสมัครต่าง ๆ อันนั้นผ่านไปครับ
มาตรา ๔ ที่เพิ่มข้อความเรื่อง เจ้าพนักงาน ในประเด็นของมาตรา ๘๔ เจ้าพนักงานหรือราษฎรผู้จับกุม ตัวผู้ถูกจับกุมไปยังสถานที่ทำการและสอบสวนทันที ประเด็นนี้มีประเด็นเดียวเรื่องประเด็นของราษฎรที่เป็นผู้จับ ในเรื่องของราษฎรเป็นผู้จับ เป็นประเด็นเดียวครับ เพราะว่ามาตรา ๗๙ เขาห้ามไม่ให้ราษฎรจับ เว้นแต่เข้าเกณฑ์ ในมาตรา ๘๒ และความผิดซึ่งหน้า สิ่งที่สำคัญคือราษฎรขาดองค์ความรู้ แต่จริง ๆ ราษฎร มีอำนาจจับครับ เช่น รปภ. เห็นคนวิ่งราวทรัพย์ผ่านหน้าหรือเอามีดไล่ฟันกัน ราษฎรที่เป็น รปภ. หรือคนที่เจอเหตุเป็นราษฎรจับได้ครับ เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า จับได้แล้ว ทำอย่างไรต่อครับ จับได้ก็ต้องโทรศัพท์เรียกแต่ปรากฏไป ๆ มา ๆ ตำรวจมาทำบันทึกจับ ไม่ใช่ราษฎรเป็นคนจับ ฉะนั้นวิธีการตรงนี้จะต้องสร้างตำรวจของสังคมขึ้นมาให้มาก ๆ คือ ชาวบ้านต้องรู้เลยว่าตัวเองมีอำนาจจับตามความผิดซึ่งหน้าท้ายประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาที่ปรากฏอยู่ในความผิดทุกฉบับที่ปรากฏอยู่ และสามารถช่วย เจ้าพนักงานได้ แต่สำคัญคือเมื่อมีกระบวนการอย่างนี้แล้ว ความเข้าใจของผู้ที่ถูกจับล่ะครับ รู้ไหมครับว่าราษฎรก็จับได้ สู้กันแน่ครับ หนีกันแบบเอาตัวรอดเลย แล้วราษฎรที่เป็นคนดี จะทำอย่างไรครับ บาดเจ็บ เสียหาย รัฐก็ต้องเยียวยาค่าเสียหาย บาดเจ็บ ความสามารถ ดังกล่าวจะคุ้มครองเขาอย่างไรครับ นี่คือประเด็นอีกประเด็นที่ผมอยากจะเป็นข้อสังเกต
มาตรา ๘ ครับ ในมาตรา ๑๒๓ ตรงนี้เป็นหัวใจผมดีใจมากตรงนี้ โดยเฉพาะ การร้องทุกข์ตามวรรคหนึ่งที่เพิ่มเติมในเนื้อหา ผู้เสียหายสามารถร้องทุกข์ในเขตท้องที่ใดก็ได้ ที่จริงก็ทำแล้วนะครับ ตร. เขาทำแล้วเหมือนกัน เขาออกคำสั่งแล้ว ถ้าความผิดที่ร้องทุกข์ ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจส่งคำร้องทุกข์ไปได้ จริง ๆ แล้ว ตร. เขาก็ทำอยู่แล้ว เขามีคำสั่งอยู่แล้ว ครับ แต่ประเด็นสำคัญของผมคือประเด็นตรงนี้ ที่อยากให้คณะกรรมาธิการช่วยสังเกตตรงนี้ ขณะนี้มีความผิดที่เกี่ยวข้องกับคดีพวกนี้ อาชญากรรมเกิดขึ้น ๗๘๐,๐๐๐ กว่าคดี มีรู้ตัว และจับกุมคนได้คือ ๗๐๓,๐๐๐ คดี อีก ๕๐,๐๐๐ คดี เป็นคดีไม่รู้ตัว แต่ไม่ใช่ไม่รู้ตัวทั้งหมด ไม่รู้ตัวที่รับแจ้งได้ การร้องทุกข์มีคดีหายไปจากระบบเพราะพนักงานสอบสวน ตำรวจเป่าคดีครับ รถหายในที่สาธารณะต่ำกว่า ๓ ปีหายหมดครับ หรือคดีที่โทรศัพท์วางและถูกหยิบไป ก็ลงบันทึกประจำวัน หายไปครับ ราษฎรไม่เคยได้รับการคุ้มครองทางด้านความปลอดภัย และไม่เคยเก็บข้อมูลตรงนี้ ผมอยากให้เติมตรงนี้ ถ้าเป็นไปได้คือการจัดเก็บข้อมูลลงใน ระบบกลาง ระบบกลางคือระบบที่รัฐเองจะต้องออกแบบแล้วสามารถใช้โทรศัพท์ พนักงาน สอบสวนสามารถ เหมือนกูเกิล ชีต (Google sheet) กรอกข้อความและเจนเนอเรต (Generate) แล้วก็มีเลขขึ้น แล้วก็จะมีฮอตสปอต (Hotspot) มีการเอาสถิติไปทำการป้องกัน ได้ น่าจะเกิดขึ้นใน สตช. ได้ในอนาคต และจะทำให้คดีไม่หายไป คดีที่ร้องทุกข์ทั้งหมดจะถูก จัดเก็บง่ายและจะถูกปรินต์เอาต์ (Printout) โดยโทรศัพท์มือถือก็ได้ เพราะมีชีต (Sheet) ที่ถูกเป็นแบบฟอร์มกรอกแล้วจะปรินต์ (Print) ออกเป็นสำนวนได้เลย อันนี้คือสิ่งที่อยากจะให้เห็นว่าถ้าลงในระบบกลาง แล้วเลขคดีถูกเจนเนอเรต (Generate) ขึ้นมา จะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ แล้วสถิติทั้งหมดที่เกิดขึ้นท่านอาจจะเห็นบนแพลตฟอร์ม (Platform) ใด แพลตฟอร์ม (Platform) หนึ่งที่ทำให้เห็นว่าข้างบ้านมีขโมย ๑๐๐ ครั้ง แล้วยังไม่เคยจับได้เลย แล้วที่สำคัญคือในมาตรานี้ อยากให้เพิ่มคำว่าสืบสวนจะต้องรายงาน ทุก ๓ เดือน ซึ่งมีอยู่ในมาตรา ๑๔๐ อยู่แล้ว แต่ต้องรายงานจนกว่าจะจับได้ แล้วรายงานให้ ผู้เสียหายทราบทุก ๓ เดือน จริง ๆ จนกว่าจะเปลี่ยนคดีไม่รู้ตัวเป็นคดีรู้ตัว ฉะนั้น อีก ๒๐๐,๐๐๐ คดีกว่า ๆ ที่หายไปจากระบบ ที่ถูกเป่าโอมเพี้ยง โอมเพี้ยง โอมเพี้ยงไป มันจะต้องผุดขึ้นมาให้ได้ครับ ขอไว้ตรงนี้ว่าระบบกลางจะมีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบครับ เรื่องโอนย้ายถ่ายอำนาจมันแค่พลิ้วมือครับ ในอนาคตแค่เจนเนอเรต (Generate) เครื่อง แล้วใส่รหัสพาสเวิร์ด (Password) ของพนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจ แล้วก็ส่งสำนวนไป เห็นชอบด้วยครับ ในมาตรา ๙ ที่เพิ่มข้อความในมาตรา ๑๒๔/๒ คือการยื่นและส่งคำร้องทุกข์ ดีครับ ที่จริงไม่ได้ส่งอย่างนี้นะครับ เปิดแพลตฟอร์ม (Platform) เลยนะครับ เปิดแอป (App) ร้องทุกข์ พิมพ์เลยว่าชื่อตัวชื่ออะไร ใส่อีเมล์แอดเดรส (e-Mail Address) เสร็จเรียบร้อย จะร้องทุกข์เรื่องอะไร ส่งแป๊บเดียวครับ ถึงมือพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีตามเลขคดี ตามท้องถิ่น จะมีลองจิจูด ละติจูด ถ่ายรูปที่เกิดเหตุ ถ่ายรูปทรัพย์สินที่หาย ถ่ายรูปเสร็จ เจนเนอเรต (Generate) ขึ้นเลขเลยครับ ถ้าพนักงานสอบสวนรับที่โรงพัก เจนเนอเรต (Generate) ขึ้นรับ รับเลขคดีเสร็จส่งตำรวจสายตรวจมาดูที่เกิดเหตุ ฝ่ายสืบสวนมา เสร็จครับ ไม่ต้องไปโรงพักก็ได้นะครับ ไม่ต้องไปบอกต้องโอนย้าย สำนวนถูกสร้างขึ้นโดย โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวครับ แบบที่ผมกำลังสร้างบนจอนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขณะนี้ มีระบบคลาวด์ (Cloud) รองรับอยู่ครับตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ แต่ผมคิดว่ายังไม่คอมพลีต (Complete) ครับ แต่น่าจะรองรับได้ในอนาคตถ้าพัฒนาครับ ท่านประธานครับ
มาตรา ๑๑ ครับ ที่เพิ่มเติมแก้ไขมาตรา ๑๓๖/๑ พนักงานสอบสวนเสนอ ความคิดเห็นให้อัยการในประเด็นเรื่องควรกันผู้ต้องหาไว้เป็นพยาน กราบเรียนครับ คดีนี้ คล้าย ๆ คดีหนึ่งที่ดังที่สภาแห่งนี้ในมาตรานี้ โดยเฉพาะที่มีคำภาษาอังกฤษว่าพลีบาร์เกน (Plea bargain) ก็คล้าย ๆ กันครับ ในเนื้อหาสาระของการแก้ไขในประเด็นนี้คือต้องการ ให้จำเลยมีโทษเบา จำเลยมีการลดโทษโดยท่านผู้พิพากษา พนักงานอัยการมีสิทธิยื่นคำร้อง ผมว่าเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่เดิมโดยเฉพาะในการเป็นพนักงานสอบสวนเดิมนี่เราเคยกันผู้ต้องหา ก่อนเป็นผู้ต้องหาคือเป็นพยานเลย แต่สิ่งที่สำคัญคือถ้าคดีสำคัญ ๆ ผมเคยทำคดีระดับชาติ เลยนะครับ ต้องกันไว้เป็นพยานเพราะว่าตัวผู้ที่กระทำความผิดเป็นตัวระดับเฮด (Head) เลย หรือเป็นผู้มีอิทธิพลเลย แม้กระทั่งในประเทศสหรัฐอเมริกาหรือในประเทศที่อารยะแล้วที่เขา ไปขึ้นสืบพยานกับผม เขากันเลยนะครับว่าพยานคนที่ถูกกันจะถูกปกปิด คุ้มครอง เปลี่ยนชื่อ มีค่าใช้จ่าย มีทะเบียนบ้านใหม่ มีแอดเดรส (Address) ที่เกิดขึ้นใหม่ มีตัวตนขึ้นมาใหม่ครับ โดยเฉพาะคดีสำคัญที่เป็นคดีที่เอาตัวผู้บงการมา แต่อันนี้ยังเป็นจำเลยร่วม แล้วก็ลดโทษ ก็คือว่าพลีบาร์เกน (Plea bargain) ก็ถือว่าดีครับเรื่องประเด็นนี้ แต่นั่นคือสาระสำคัญที่ผม อยากฝากว่าถ้าจะแก้เพิ่มเติมในอนาคตนะครับว่าจะคุ้มครองต้องเยียวยาคุ้มครอง มีเงินเดือนนะครับ ในประเทศสหรัฐอเมริกาเขามีอาชีพให้เลยครับ พยานสำคัญ ๆ ที่ดุ ๆ อันนี้มาตรา ๑๑ ครับ ผมมีแค่ ๕ มาตรา ที่เป็นสาระสำคัญ แต่ที่ผมต้องการสรุปในการรับฟัง ของคณะกรรมาธิการนะครับ โดยเฉพาะในคดีทุกคดีครับ ในหลักสำคัญโดยสุดท้ายแล้ว ท่านต้องรวบรวมพยานหลักฐาน แล้วท่านเน้นเลยว่าป้องกันบิดเบือน ทำหาย สูญหาย และการสร้างพยานในการให้การเท็จ ถ้าท่านมีห่วงโซ่แห่งพยานตั้งแต่ต้น มีเครื่องมือ ให้เจ้าพนักงานเข้าใจตั้งแต่คอนเซปต์ (Concept) ของการเก็บรักษาพยานที่แท้ ออริจินัล (Original) นะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นว่ารูปภาพ หรือภาพ หรือเสียงหรือวิดีโอ (Video) ที่ปรากฏที่ท่าน ถ้าท่าน หาแหล่งกำเนิดไม่ได้ที่ชัดเจนเป็นออริจินัล (Original) ท่านจะมากล่าวหาเขาไม่ได้นะครับ บางทีมันแค่พลิ้วมือแค่ปลายนิ้วมือ ไม่ใช่เจตนาด้วย เป็นแค่ประมาทเท่านั้นเอง เพราะว่า เขาแชร์ (Share) ไปด้วยวินาทีของดิจิทัล (Digital) ความเร็วของมัน แล้วสิ่งนี้จริง ๆ คือผู้ที่ ก่อเหตุมิใช่ตัวแท้จริง ฉะนั้นตัวบงการหรือตัวที่กำหนดบนดิจิทัล (Digital) หรือความผิด ที่เกิดบนระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดมันมีอยู่ที่อื่น ฉะนั้นท่านต้องมีความสามารถที่เก่ง และสามารถพิสูจน์ออริจินัล (Original) ได้ ท่านจะต้องมีเครื่องมือที่โคลน (Clone) โคลน (Clone) อะไรครับ เครื่องถ่ายเอกสารในสำนักงานท่านครับ ถ้าผมไปเดี๋ยวนี้ผมไปหยิบ เครื่องโคลน (Clone) ดึงแรม (RAM) มา ผมจะรู้เลยว่าแผ่นสุดท้ายจนถึงแผ่นที่มันเก็บได้ ท่านถ่ายเอกสารอะไรไปบ้าง เห็นไหมครับการโคลน (Clone) แล้วต้องโคลน (Clone) เก็บไว้ เพื่อส่งศาลคือการปนเปื้อน ส่วนที่เก็บไปกองพิสูจน์หลักฐานก็เก็บไปพิสูจน์ แต่ต้องบอกว่า มียูนิเวอร์ซัล ไอดี (Universal ID) ของผู้ต้องหา ผู้ต้องหานะครับ ไม่ใช่ยูเซอร์ (User) ไม่ใช่อะนอนิมัส (Anonymous) ไม่ใช่อันโนน (Unknown) และไม่ใช่ใครก็ไม่รู้ นี่คือสาระสำคัญของดิจิทัล (Digital) โลกของอาชญากรรมยุคใหม่ครับ ท่านประธานครับ ผมขอจบแค่นี้ครับ