สุชาติ แจงผลมติชี้แนะรัฐแก้ PM2.5 เสนอปรับกฎหมายยุติธรรมอาญา

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

สุชาติ ตันเจริญ แจ้งผลมติที่ประชุมที่เห็นชอบรายงานและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้ส่งต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการ พร้อมทั้งหารือการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวน โดยเสนอให้พนักงานอัยการมีบทบาทตั้งแต่ต้นเพื่อให้การสืบสวนเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและขอให้รองประธานคณะอนุกรรมาธิการชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ท่านใดที่เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับคือไม่เห็นด้วยกับรายงานของคณะกรรมาธิการ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ผมอนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบหรือเห็นด้วยกับรายงาน ของคณะกรรมาธิการนะครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการ นอกจากรายงานแล้วก็ยังมี ข้อสังเกตที่จะต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตหรือไม่ เพราะว่าถ้าเห็นด้วย ก็ต้องส่งไปให้รัฐบาลและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดของข้อสังเกตก็คงจะมีกันทุกท่านแล้วนะครับ เพราะว่าข้อสังเกตนี้ อภิปรายไม่ได้นะครับ มีอย่างเดียวคือลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย มีท่านสมาชิกท่านใด ที่ไม่เห็นด้วย มีไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ พร้อมทั้งส่งข้อสังเกตนี้ไปให้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ เป็นอันว่า จบการพิจารณาในวาระนี้นะครับ ขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการครับ

ต่อไปผมจะขออนุญาตที่ประชุมที่จะเลื่อนระเบียบวาระที่ ๔.๔ เรื่อง รายงาน การพิจารณาการศึกษา เรื่อง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวน ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พิจารณาเสร็จแล้ว มีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องไหมครับ หรือเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้เลื่อนระเบียบวาระที่ ๔.๔ ขึ้นมาพิจารณาต่อไปนะครับ

๔.๔ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ทางอาญาในชั้นสอบสวน ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน พิจารณาเสร็จแล้ว ในชั้นสอบสวน ถือเป็นเรื่องสำคัญและมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมด้านระบบการสอบสวนทางอาญาเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเดือดร้อนในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนโดยตรง การสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการทำความจริงให้ปรากฏเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และให้พนักงานอัยการได้รับพยานหลักฐานที่ถูกต้อง ครบถ้วน และนำคดีไปดำเนินการ ในชั้นศาลต่อไป คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ได้พิจารณา รายงานข้อเสนอการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ของสมาคมสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน (สสส.) เพื่อใช้ประกอบในการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล พร้อมทั้งได้รับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะกรรมการปฏิรูป ประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม และร่างพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีอาญา พ.ศ. .... ในชั้นกฤษฎีกามาประกอบการพิจารณา ดังนั้นเพื่อให้ระบบการสอบสวนการแสวงหาความจริง ในคดีอาญาในประเทศไทยมีเอกภาพและมีมาตรฐานเดียวกันและเพื่อลดความสับสน ในระหว่างผู้ปฏิบัติงานและประชาชนในการตรากฎหมาย จึงได้นำร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม มาพิจารณาโดยได้นำหลักการและแนวทาง แห่งบทบัญญัติดังกล่าวที่สมควรจะพิจารณา และสอดคล้องกับการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวนมาปรับปรุง เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมสามารถสร้าง ความเป็นธรรมในสังคมและอำนวยความยุติธรรมที่แท้จริงแก่ประชาชนตามมาตรฐานสากล และนานาอารยประเทศ

บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้จัดทำรายงานพิจารณาศึกษาเรื่องการปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวนเสร็จแล้ว เพื่อเป็นการปฏิรูปกระบวนการ ยุติธรรมชั้นสอบสวนอย่างเร่งด่วน โดยมุ่งมั่นในด้านกระบวนการการสอบสวนทางอาญา ระหว่างพนักงานอัยการและพนักงานสอบสวนควรเป็นกระบวนการเดียวกันที่พนักงานอัยการ สามารถตรวจสอบถ่วงดุลรวบรวมพยานหลักฐานชั้นต้นของพนักงานสอบสวนได้ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น พนักงานอัยการควรเข้ามามีบทบาทที่สำคัญตั้งแต่ขั้นแรก ในกระบวนการสอบสวน ภายใต้หลักการที่ว่า ต้องให้ความจริงทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณา ในชั้นศาลและพยานหลักฐานทั้งหมดต้องเข้าสู่การพิจารณาของพนักงานอัยการและ เจ้าหน้าที่อื่น ๆ โดยไม่ถูกบิดเบือนแก้ไขหรือถูกทำลายไป อีกทั้งผู้บังคับใช้กฎหมาย ต้องปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเสมอภาคตามหลักนิติรัฐ และเอื้ออำนวยให้ประชาชนเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก คณะกรรมาธิการจึงได้แนบร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อเสนอ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาในคราวต่อไปในโอกาสอันควร และขออนุญาตเชิญ นายวรเทพ สกุลพิชัยรัตน์ รองประธานคณะอนุกรรมาธิการ กล่าวชี้แจงในรายละเอียดต่อไป

เชิญท่านรอง วรเทพครับ