วาโย อัศวรุ่งเรือง หารือเกี่ยวกับการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย โดยเสนอแนะการจัดตั้งสำนักงานปกป้องสภาพอากาศแห่งชาติ เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ และจัดตั้งสำนักงานควบคุมสภาพอากาศแห่งชาติ (NAPA) เพื่อบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ในการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วาโย อัศวรุ่งเรือง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง คณะกรรมาธิการการป้องกัน และบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย ขออนุญาตนำเรียนตอบ ต่อข้อเสนอแนะนำของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จะเห็นว่าไม่ได้มีสมาชิกท่านใดเลย ที่อภิปรายไปในแนวทางที่ขัดหรือว่าค้านกับทางรายงาน แต่ว่าทางกรรมาธิการขออนุญาต นำเรียนตอบในข้อเสนอแนะเพิ่มเติมดังนี้ครับ ตอบข้อเสนอแนะของท่านมานพ และท่านณัฏฐพล ในประเด็นของเรื่องไฟป่า ที่เสนอแนะให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ที่จะ จัดการในเรื่องของซิงเกิล คอมมานด์ (Single command) ก็เห็นด้วย และเราได้เสนอ ต่อไปว่าเราจะสนับสนุนให้มีองค์กรคือสำนักงานปกป้องสภาพอากาศแห่งชาติ ซึ่งเป็นตัวกลางที่จะสามารถไปขับเคลื่อนและติดตามว่าผู้ว่าราชการจังหวัดหรือว่า หน่วยงานอื่น ๆ ได้กระทำตามอำนาจหน้าที่ตามกรอบกฎหมายของตนเองหรือไม่ ซึ่งในเรื่องของไฟป่าได้มีรายละเอียดอยู่ในรายงานฉบับนี้แล้ว ในหน้า ๖ (๒)
ตอบข้อเสนอแนะของท่านพีรเดชที่ได้เชิญชวนให้ทางคณะกรรมาธิการ ไปลงพื้นที่ที่จังหวัดเชียงราย ประมาณ ๑ สัปดาห์เพื่อดูปัญหา ก็ขอนำเรียนท่านว่าทาง คณะอนุกรรมาธิการได้ลงพื้นที่ที่จังหวัดเชียงรายไปแล้วเรียบร้อย รายละเอียดการลงพื้นที่ อยู่ในหน้า ๕ ข้อ ๒.๓ (๓)
ตอบข้อเสนอแนะของท่านปดิพัทธ์นะครับ ที่นำเสนอว่าภาคอุตสาหกรรมนี้ มีความสำคัญ ก็เห็นด้วยกับท่านนะครับว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ท่านได้นำเสนอถึง ข้อบกพร่องของกฎหมาย รวมถึงช่องว่างของกฎหมาย ซึ่งทางกรรมาธิการก็ได้นำเสนอแบบนี้ ว่าการปิดข้อบกพร่องหรือช่องว่างของกฎหมายเพราะว่ายังขาดกฎหมายที่สำคัญที่เป็น พระเอกตัวหนึ่งก็คือพระราชบัญญัติอากาศสะอาดนั่นเองครับ ขอบพระคุณนะครับ
ตอบข้อเสนอของท่านเทพไท และท่านประเดิมชัยนะครับ ที่ได้กรุณาพูดถึง ปัญหาในเรื่องของการก่อสร้างว่าเป็นบ่อเกิดของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อันนี้ขออนุญาตตอบ ตามรายงานที่ได้ศึกษามาเล็กน้อยนะครับว่าการก่อสร้างส่วนใหญ่จะทำให้เกิดฝุ่นผง ขนาดเล็ก ระดับพีเอ็ม ๑๐ (PM 10) มากกว่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ทางกรรมาธิการไมได้นิ่งนอนใจอยู่แค่การศึกษาในระดับของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพียงอย่างเดียว พวกเราได้ศึกษาถึงประเด็นอื่น ๆ เช่น พีเอ็ม ๑๐ (PM 10) ตัวสมอก (Smog) มีเทน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulfur dioxide) ด้วยเช่นกัน รวมก็คือแอร์ควอลิตี (Air quality) คือคุณภาพของอากาศทั้งสิ้น โดยรายละเอียดในเรื่องของกรุงเทพมหานคร อยู่ในหน้า ๕-๖ ในข้อ ๓
ตอบข้อเสนอแนะของท่านนริศนะครับ ในเรื่องการเสนอให้ล็อกดาวน์ (Lockdown) ไปเลยเพื่อที่จะแก้ปัญหาของฝุ่นผง โดยอาจจะใช้โมเดล (Model) ของโควิด (COVID) ที่ผ่านมา อันนี้ทางกรรมาธิการไม่ได้คำนึงถึงในจุดนี้นะครับ เพราะเห็นว่าอาจจะ ต้องมีประเด็นในเรื่องของการชั่งน้ำหนักผลเสีย แล้วก็ประโยชน์ที่ได้รับอีกค่อนข้างมาก ทีเดียวนะครับ
ตอบข้อเสนอของท่านจุลพันธ์นะครับ เรื่องที่ว่าการแก้ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นไม่ใช่แค่ในระดับประเทศไทยอย่างเดียวนะครับ แต่ว่าเป็นในระดับของประเทศ แล้วก็ ระหว่างประเทศก็คือประเทศเพื่อนบ้านด้วยนะครับ อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่งซึ่งทางกรรมาธิการ ได้นำเสนอไปแล้วเช่นกันนะครับว่าเรามีการภาคยานุวัติเข้าอนุสัญญาหรือว่าภาคีระหว่าง ประเทศ แต่ทางกรรมาธิการค้นพบว่ายังขาดในเรื่องของการอนุวัติการหรือการอิมพลีเมนต์ (Implement) เข้ามาเป็นกฎหมายภายในอยู่บางประการ
ตอบข้อเสนอของท่านจุลพันธ์กับท่านโกวิทย์นะครับ ในเรื่องที่ว่าการทำ ในระดับของประเทศแบบนี้นะครับ ต้องขยับขยายตั้งแต่โลคอล (Local) จนถึงเนชันนัล (National) แล้วก็ถึงรีลิเจียน (Religion) ก็เป็นเรื่องของการนำกฎหมายระหว่างประเทศ เข้ามาอิมพลีเมนต์ (Implement) เหมือนกัน
ตอบข้อเสนอของท่านโกวิทย์กับท่านนพดลว่าประเทศไทยนั้นมีหน่วยงาน ต่าง ๆ มากมายและขาดการบูรณาการ อย่างที่กระผมในฐานะกรรมาธิการได้นำเสนอ ที่ประชุมแห่งนี้ไปแล้วตั้งแต่ในช่วงต้นว่าเราสนับสนุนให้มีการจัดตั้งสำนักงานควบคุมสภาพ อากาศแห่งชาติ หรือว่านาปา (NAPA) ขึ้นมา ซึ่งจะเป็นตัวบูรณาการหน่วยงานในแนวราบ ทั้งหลายให้สามารถเข้ามาทำงานร่วมกันได้ โดยที่ไม่ได้ทำให้เขามีอำนาจในการไปสั่งการ แต่มีอำนาจในการเร่งรัดติดตามแล้วก็ตรวจสอบให้หน่วยงานต่าง ๆทำตามกรอบและอำนาจ หน้าที่ของตน รายละเอียดในเรื่องนี้ได้อยู่ในรายงานฉบับนี้แล้วเช่นกันในหน้า ๑๘ ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ