จิรายุ ชี้งานกรรมาธิการต้องติดตามต่อเนื่อง ป้องกันไร้ผล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

จิรายุ ห่วงทรัพย์ ชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ศึกษาปัญหาฝุ่นพีเอ็ม 2.5 แต่เรียกร้องให้มีการติดตามผลการดำเนินงานของหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่องทุก 3 เดือน และเสนอให้แก้ไขปัญหาฝุ่นละอองเป็นวาระแห่งชาติเพื่อป้องกันวิกฤตซ้ำรอยในอนาคต

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๖ คลองสามวา พรรคเพื่อไทย ชื่นชมคณะกรรมาธิการคณะนี้ โดยเฉพาะท่านประธานวุฒิชัย กิตติธเนศวร ซึ่งแน่นอนครับ ท่านเป็นผู้แทนจากจังหวัดนครนายกรับผลกระทบโดยตรง แล้วก็ คณะกรรมาธิการทุกท่านทั้ง ๑๕ ท่าน ผมพยายามอ่านเกือบจะทุกหน้าว่าท่านได้ทำงานกัน อย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะช่วยกันขัดเกลา แล้วก็ติดตามตรวจสอบ อยากจะฝาก ประเด็นท่านเพิ่มเติมครับ ดูทั้งหมดท่านลงไปพื้นที่ แนวคิดการแก้ไขปัญหาไม่ติดใจอะไรเลย ติดใจอย่างเดียวก็คือว่าส่วนงานราชการที่ท่านเชิญมา พอเขากลับไปแล้วนับจากวันนี้ เขาจะทำตามไหม ถ้าเป็นไปได้ ท่านประธานวุฒิชัยที่เคารพครับ ท่านตั้งคณะอนุกรรมาธิการ ให้ติดตามทุก ๓ เดือนหน่อยว่าคณะทั้งหลายแหล่ ไม่ว่าจะเป็นกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม หน่วยงานต่าง ๆ เขาได้ดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่อย่างไร เดี๋ยวนี้เดือน ๖ มันจะมาช่วงประมาณเดือน ๘ เดือน ๙ เดือน ๑๐ เดือน ๑๑ แล้วก็จะ หนักหนาสาหัสในช่วงของเดือนมกราคมก็คือเดือน ๑ ท่านประธานวุฒิชัยครับ ท่านประธานคงจะพอทราบนะครับว่าเมื่อเดือนมกราคมปีนี้เราเคยอภิปรายเรื่องนี้หลังจาก รัฐบาลพูดถึงเรื่องของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมเป็นหนึ่งในนั้นที่สนับสนุนให้คณะกรรมาธิการ ของท่านได้ไปศึกษาและพิจารณาต่อเพื่อนำผลให้เป็นรูปธรรม หลายเรื่องที่รัฐสภา ในสมัยก่อนหน้านี้ที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ศึกษากันเป็นที่เรียบร้อยก็เป็นเอกสารแบบนี้ ใช้เงินค่อนข้างสูงในการศึกษา แต่สุดท้ายแล้วเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการก็ไม่ได้ดำเนินการ อะไรอย่างต่อเนื่องเลยครับ ช่วงที่ปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจ ๖-๗ ปี ผมก็หยิบได้งาน ของกรรมาธิการมาอ่านหลายฉบับ ก็ปรากฏว่าไม่มีการติดตามผลครับ ทั้ง ๆ ที่มันเหมือนกับ งานวิจัย เราเรียนปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก ก็จะทำวิจัยต่อเนื่อง ท่านได้ศึกษา ไปถึงขนาดนี้ ถ้านับ ๑-๑๐ ไปถึง ๗ แล้วนะครับ ถ้าไป ๘ ๙ ๑๐ ได้จะเป็นพระคุณยิ่ง จะได้ไม่ต้องมาเห็นรัฐบาลมานั่งขายหน้ากากอนามัยหน้าทำเนียบรัฐบาลเหมือนเมื่อ เดือนมกราคมที่ผ่านมา อายเขา แต่ถ้าท่านมองเห็นเลยว่าเดือนมกราคมนี้มันจะมา ๓ เดือน ข้างหน้า ท่านประธานวุฒิชัยครับท่านเรียกมาเลย ท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างไร โควิด (COVID)หมดแล้ว ต่อไปนี้จะเป็นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อุปกรณ์คล้ายกัน เหมือนที่เจ้าหน้าที่ แล้วก็พี่น้อง ส.ส. ใส่กันก็คือหน้ากากตัวปัญหา เดี๋ยวมันจะมีไอ้โม่งไปกักตุนอีกไหม รัฐบาล จะต้องขายอีกไหม อันนี้เป็นประเด็นสำคัญ ไม่ใช่ว่าท่านมารายงานแล้วจบแล้วจบกัน ๓ เดือน ท่านมารายงานอีกครั้งหนึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนยิ่ง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านวุฒิชัยครับ ผู้มากบารมี แห่งนครนายก ๑๒ ข้อท่านจำได้ไหมครับว่ารัฐบาลเขาได้กรุณาบอกพี่น้องประชาชนว่า ผมอ่านเร็ว ๆ นะครับ ๑. พื้นที่ที่รถบรรทุกเข้าเขต รถบรรทุกเข้าเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน วัดควันดำ กรมขนส่งทางบกร่วมกับตำรวจจราจรตรวจรถโดยสาร ตรวจสอบโรงงานที่ทำให้ เกิดฝุ่น รถไฟฟ้าที่สร้างอยู่ในขณะนี้ไม่รู้กี่สายตัวปัญหา เขากล่าวหาตอนนั้นนะครับ ไม่ให้เผา ในที่โล่ง บังคับใช้กฎหมาย จังหวัดและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นต้องแก้ไขปัญหาร่วมกัน ลดราคาน้ำมันที่มีพวกค่าฝุ่นละอองหรือว่าพวกไบโอดีเซล (Biodiesel) ดีเซลอะไรต่าง ๆ ลดการใช้รถยนต์ ให้ภาคส่วนสนับสนุนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง อันนี้ผมฮาฟันเกือบร่วงไป แล้วเมื่อตอนอภิปรายครั้งแรก คือไปบอกให้ภาครัฐเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง คนเขาจะเปลี่ยน น้ำมันเครื่อง เขาไม่ได้อยู่ดี ๆ ตื่นขึ้นมาแล้วอยากเปลี่ยนครับ รถมันครบกำหนด ครบ ๕,๐๐๐ กิโลเมตร ครบ ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตร เขาก็ไม่เปลี่ยนกัน อันนี้ในรัฐบาลชุดท่าน พลเอก ประยุทธ์ นี้ละครับ สุดท้ายก็ส่งเสริมให้ประชาชนรู้ทันพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ๑๒ ท่านลองเอามาเทียบดูว่าผ่านมาแล้ว ตอนนี้เรากลัวโควิด-๑๙ (COVID-19) จนเราลืมพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็เลยอยากจะตั้งเป็นสมมุติฐานครับว่าถ้าสมมุติว่าอาทิตย์หน้า มีนักวิทยาศาสตร์คนไทยชื่อดัง มีคุณหมอคนไทยชื่อดังคิดวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้ โรคนี้มันก็แค่โปลิโอเหมือนสมัยก่อน ก็แค่ไข้หวัดฉีดเข็มเดียวก็หาย ต่อไปนี้พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เพราะมันไม่ได้มาจากโรคระบาด มันมาจากฝีมือมนุษย์ ถ้าท่านได้ปล่อยเรื่องนี้ผ่านเลยไป ผมจะไม่ชมท่านประธานคณะกรรมาธิการวุฒิชัยแล้วนะครับ ผมก็จะบอกท่านว่าท่านต้องไป ตำหนิท่านนายกรัฐมนตรีแล้วครับ จริง ๆ การทำงานที่เขาเรียกกันว่าเยียร์แพลน (Year Plan) รัฐบาลก็ควรจะมีแล้ว ๓-๔ ไตรมาส ท่านกำหนดเลยครับ ๓ เดือนทำที ๔ เดือนทำที ถึงเวลาเดือนธันวาคมปุ๊บ เราเป็นวาระแห่งชาติ เรื่องแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เหมือนที่ปักกิ่งเขาทำ เซี่ยงไฮ้เขาทำ แต่บ้านเราไม่ค่อยทำครับ เหมือนกับโยนหินเข้าไปใน แหนก็บานออกคึกคักแป๊บเดี๋ยวก็หุบอีก ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นแบบนั้นครับ และผมเป็น คนกรุงเทพมหานคร บ้านผมอยู่หน้ารถไฟฟ้าสายสีชมพูหวานแหววครับ วันดีคืนดีขับรถ กลับบ้านกลางคืนเดี๋ยวก็มีทำกันเสียงดังตึงตัง ตึงตัง มีเครื่องกั้นบ้าง ก็คือมองไม่ค่อยเห็นฝุ่น แต่กลางวันเห็นชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝนตกแบบนี้ ถ้าพรุ่งนี้ฝนไม่ตก ฝุ่นที่มันเกาะตาม ข้างถนนฟุ้งเต็มไปหมด อย่างนี้ละครับรัฐบาลใส่ใจสนใจหรือไม่ คนที่เสียชีวิตจากโควิด-๑๙ (COVID-19) อาจจะไม่ถึง ๖๐ คน แต่คนที่เสียชีวิตจากโรคภูมิแพ้ที่ต่อเนื่องไปยัง ระบบทางเดินหายใจของร่างกายมันเป็นพันนะครับ อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่รัฐบาลจะต้อง ติดตามอย่างต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นผมให้กำลังใจคณะกรรมาธิการคณะนี้นะครับ นี่ละครับ พอมีรัฐสภาเราก็พูดคุยกันได้ รัฐสภาเป็นที่พูด เป็นที่แนะนำ เป็นที่แก้ไขปัญหา ติดตามผลงานกัน ฝากท่านประธานรัฐสภาผ่านไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ และทุก ๆ ท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์นะครับ อะไรเป็นข้อติติง ซึ่งแน่นอนขอบเขตของเวลา ท่านอาจจะทำได้ไม่ครบถ้วน แต่คณะกรรมาธิการสามัญของท่านสามารถติดตามได้ ตั้งเป็น วาระแห่งชาติของคณะกรรมาธิการท่านครับ ท่านทำ นายกรัฐมนตรีไม่ทำ อนาคตผมจะตั้ง ท่านวุฒิชัยเป็นนายกรัฐมนตรีแทนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ