พีรเดช คำสมุทร หารือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่ส่งข้ามจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดเชียงราย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความเชื่อมโยงกับการนำเข้าสินค้าเกษตรและผลกระทบต่อเศรษฐกิจภาคเหนือ ทั้งด้านการท่องเที่ยวและการค้าชายแดน เรียกร้องมาตรการเร่งด่วน ทั้งการเข้าถึงหน้ากากป้องกัน การส่งเสริมใช้หน้ากากผ้ามัสลินร่วมกับแผ่นกรองเพื่อลดต้นทุน และการขยายพื้นที่ปลอดภัยไปยังศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียนเพื่อคุ้มครองเด็กเป็นอันดับแรก พร้อมเสนอให้เปิดการค้าชายแดนเพื่อประคองรายได้และเรียกร้องให้กรรมาธิการลงพื้นที่ประเมินสถานการณ์อย่างตรงจุด
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคก้าวไกล ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น ละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ ของทางกรรมาธิการที่ได้จัดทำขึ้น ผมคือหนึ่งในผู้ที่ได้รับ ผลกระทบพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มากที่สุดในประเทศไทย ผมอยู่ในอำเภอแม่สายครับ เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์พูดไปแล้วในประเด็นของการเกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในประเทศ แต่ผมจะพูดในประเด็นของการเกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) โดยมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ข้ามแดนมา ในพื้นที่ชายแดนของเราได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มาก โดยเฉพาะอำเภอแม่สายที่มีค่าเอคิวไอ (AQI) มากที่สุดในประเทศและในโลกด้วยซ้ำ วันนี้ เด็ก ๆชาวบ้านทุกคนได้รับผลกระทบรุนแรงมาก ๒ ปี ที่ผ่านมา ถ้าเกิดเราลองมองย้อนกลับ ไปดูในพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายเราจะไม่พบจุดที่เป็นฮอตสปอต (Hot spot) เพราะว่าอะไร เพราะว่าไม่มีการเผาไหม้ในประเทศเรา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการเผาไหม้บริเวณรอบ ๆ ข้างประเทศเรา มีการเพาะปลูกข้าวโพดพืชเชิงเดี่ยวเป็นพื้นที่กว่าหลายสิบล้านไร่ ๒ ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นชัดเลยถ้าเกิดใครไปเที่ยวจังหวัดเชียงราย ไม่สามารถมองเห็นถนนได้ เนื่องจาก ค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เยอะมาก ทั้งที่เราไม่ได้เผา แต่ข้ามมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ในปี ๒๕๖๑ มีพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เยอะเหมือนกับปี ๒๕๖๓ เพียงแต่ระยะเวลาสั้นกว่า ปีนี้ ๒๕๖๓ จังหวัดเชียงรายเจอพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เกินค่ามาตรฐานถึง ๒ เดือน ในกรุงเทพฯ เมื่อพูดถึงค่ามาตรฐานที่มากกว่า ๑๐๐ เป็นระยะเวลา ๑ เดือน ประชาชน เดือดร้อนมีการแก้ปัญหา แต่ในภาคเหนือยังไม่มีนะครับ ๒ เดือนเต็ม ๆ ที่โดน ปรากฏว่า เมื่อเราไปดูว่ามีปัญหาอะไรบ้างที่มีผลกระทบ ผมอยากแสดงข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการ คือมีการผ่อนปรนให้นำเข้าสินค้าการเกษตรอย่างเช่นข้าวโพดจากประเทศเพื่อนบ้าน ในปี ๒๕๖๒ จำนวนทั้งหมด ๕๘๘,๐๐๐ ตัน แล้วปีนี้เพียงระยะเวลาครึ่งปี ๗๐๐,๐๐๐ ตัน การผ่อนปรนจะมีไปจนถึงเดือนสิงหาคม ซึ่งเราคาดการณ์ว่าอาจจะมีการนำเข้าถึงมากกว่า ๑ ล้านตัน ผมจะแสดงให้เห็นว่าอะไร จะแสดงให้เห็นว่ามีการนำเข้าจึงทำให้เกิดภาวะ ที่เรียกว่าฝุ่นควันข้ามแดนเพิ่มขึ้นและยาวนานมากขึ้นหรือเปล่า ในรายงานเล่มนี้ที่เราทำเป็น การแก้ปัญหาในระยะสั้น ซึ่งจากวันนี้ไปอีก ๔ เดือนข้างหน้าเราจะพบพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ระลอกใหม่ ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะหลาย ๆ อย่าง อย่างเช่นเรื่องสุขภาพ อย่างแรก เราต้องทำให้ประชาชนรู้จากการอ่านค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ว่าเมื่อไรควรอยู่ข้างนอก เมื่อไรควรจะอยู่ในบ้าน
ประเด็นที่ ๒ คือการเข้าถึงหน้ากาก ผมอยากจะแสดง อันนี้คือหน้ากากปกติ ที่เราใช้กันคือหน้ากากอนามัยที่หาซื้อกันได้ แต่ตัวนี้ไม่สามารถป้องกันค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ตัวนี้คือหน้ากาก ๓ เอ็ม (3M) เขาเรียกว่าเอ็น ๙๕ (N95) ที่สามารถป้องกันค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ได้ ตัวนี้ผมซื้อเมื่อ ๓ ปีที่แล้วในราคา ๓๐ บาท แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา หน้ากากชิ้นนี้ขายในราคา ๑๕๐ บาท ๑๕๐ บาทไม่สามารถที่จะหาซื้อได้ทั่วไป แต่คราวนี้ เมื่อเรามองภายในประเทศในเมื่อไม่สามารถหาซื้อได้เราสามารถที่จะหาสิ่งทดแทนได้ อันนี้คือหน้ากากผ้ามัสลิน ที่จะสามารถป้องกันน้ำได้ เราก็สามารถเอาแผ่นฟิลเตอร์ (Filter) ไปติดข้างในแล้วก็ใช้ได้แทนเหมือนกัน เพื่อลดต้นทุน อันนี้คือข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะที่ ๓ คือการเพิ่มพื้นที่ที่เรียกว่าเซฟตี โซน (Safety zone) ตอนนี้ในพื้นที่ของ รพ.สต. เราในภาคเหนือมีห้องที่เรียกว่าเซฟ โซน (Safe zone) แล้วครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเสนอไปก็คือการเพิ่มจำนวนของเซฟ โซน (Safe zone) ให้กับศูนย์เด็กเล็ก และโรงเรียน เพราะเราสามารถที่จะลดขนาดของกลุ่มเป้าหมายให้เล็กลงได้ ฉะนั้นถ้าเกิด จะต้องให้เลือกช่วยก่อน ผมเห็นว่าจะต้องช่วยเด็กก่อนนะครับ
ในส่วนของด้านเศรษฐกิจ ผมอยากจะเล่าว่าอย่างนี้ครับ เนื่องจากเวลาเกิด ปัญหาของค่าพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เกิดขึ้น เรามักจะเห็นในข่าวว่า ส.ส. จังหวัดนั้น จังหวัด โน้น จังหวัดนี้หายไปไหน ทำไมไม่มาช่วยเรื่องพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ผมก็อยากจะบอกว่า จริง ๆ แล้ว ส.ส. เราทุกคนที่อยู่ในภาคเหนือก็เป็นผู้ประสบภัย ก็ได้รับเหมือนกัน ไม่ได้หนี ไปไหนครับ เราก็พยายามที่แก้ปัญหา แต่ในด้านเศรษฐกิจ จะมีช่วงระยะเวลาที่มีการ ท่องเที่ยวในภาคเหนือในหน้าหนาวเยอะมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไปเที่ยวแล้วเจอค่าพีเอ็ม (PM) ที่เยอะขนาดนี้ ๕๐๐-๖๐๐ ไมโครกรัม นักท่องเที่ยวหายหมดครับ วันนี้ประชาชน ในพื้นที่บอกว่าเศรษฐกิจจะพังเพราะว่าอะไร เพราะว่าในระยะแรก ช่วงที่โควิด (COVID) กำลังเกิดขึ้น ตอนนี้มีการปิดด่านไม่สามารถค้าขายกับชายแดนได้ การค้าชายแดนยุติครับ ไม่สามารถค้าขายได้ เศรษฐกิจพังไม่สามารถหาเงินได้ พอหลังจากนี้ ๔ เดือน เข้าช่วง ท่องเที่ยวก็คิดว่าจะหาเงินได้นะครับ เจอพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) คนไม่ไปเที่ยวอีกแล้ว ความหมายคืออะไร ความหมายคือเมื่อเกิดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มันเป็นผลกระทบต่อเนื่อง ด้านเศรษฐกิจ วันนี้ในด้านเศรษฐกิจผมขอเสนอแนะ เพื่อที่จะไม่ให้เศรษฐกิจพัง ในช่วงแรก เราควรเปิดการค้าชายแดนที่เป็นเครื่องมือในการหากินให้กับประชาชนในพื้นที่ ในระยะแรก ก่อน ๔ เดือนนี้ พอหลังจาก ๔ เดือนนี้ที่เจอกับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) เครื่องมือ ที่เป็นการท่องเที่ยวที่จะเริ่มมา แต่ได้รับผลกระทบจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็จะลดน้อยลง เนื่องจากสามารถที่จะหาเงินในช่วงนี้ไว้ก่อนได้แล้ว พอช่วงท่องเที่ยวแล้วเจอพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นักท่องเที่ยวไม่ไปก็ยังแบ่งเบาได้ แต่ถ้าเกิดเราไม่แก้ปัญหาเป็นระยะ ๆ ไป ผมเชื่อว่าเครื่องมือที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจและมีผลมาจากพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จะเป็น ลูกระนาดที่น่ากลัวครับ สุดท้ายครับ ขอบคุณมากสำหรับแนวทางการป้องกันการแก้ไขปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) สำหรับรายงานเล่มนี้ที่ทำลงไป แต่ขอเพิ่มอีก อย่างหนึ่งคืออยากให้กรรมาธิการเข้าไปอยู่ในพื้นที่ตอนที่เกิดเหตุการณ์จริง ๆ สัก ๑ อาทิตย์ ก็จะรู้เลยครับว่าเป็นอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ