ธานี สืบฤกษ์ อธิบายความล่าช้าของงบการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยชี้แจงว่าสาเหตุเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการปกครองและรัฐบาลในปี ๒๕๖๐ ทำให้ส่งรายงานต่อ สตง. ช้ากว่ากำหนด และยืนยันว่าการดำเนินโครงการทั้งปี ๒๕๖๐ และ ๒๕๖๑ มีประสิทธิภาพตามเป้าหมาย แม้จะมีภาระผูกพันข้ามปี จึงได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อกลั่นกรองและเร่งรัดติดตามเพื่อให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ธานี สืบฤกษ์ อธิบายหลักเกณฑ์การตั้งค่าหนี้สงสัยจะสูญใหม่โดยปรับเพิ่มอัตราส่วนตามระยะเวลาค้างชำระ และชี้แจงปัญหาการบริหารหนี้ในอดีต รวมถึงมาตรการปรับปรุงกระบวนการประมูลเพื่อลดยอดหนี้กองทุนลงอย่างมีนัยสำคัญ
กราบขอบพระคุณ ท่านประธานสภา และสมาชิกผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านครับ กองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน แล้วก็กรมการขนส่งทางบกในฐานะเลขาธิการกองทุนเพื่อความปลอดภัย การใช้รถใช้ถนน กราบขอบพระคุณในคำแนะนำ ข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของทุก ๆ ท่าน ส่วนที่กองทุนได้มีข้อบกพร่องหรือข้อสังเกตที่ท่านให้คำแนะนำมาก็จะรับไปดำเนินการ ผมขออนุญาตตอบรวม ๆ คำถามและประเด็นข้อสังเกตของท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดังนี้นะครับ
ท่านแรก ท่านคารม โดยเฉพาะหลายท่านถามว่าทำไมงบการเงินล่าช้า ก็ขออนุญาตนะครับ งบการเงินจริง ๆ แล้วกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เสนอให้ สตง. พิจารณาภายใน ๑๒๐ วัน ตามหลักเกณฑ์กฎหมายหรือกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง จากนั้น สตง. ก็จะนำไปพิจารณาตามกรอบเวลาของ สตง. แล้วก็ส่งรายงาน เข้ามานะครับ เผอิญว่าในปี ๒๕๖๐ เรามีการเปลี่ยนแปลง มีการเปลี่ยนแปลงเรื่อง การปกครอง เปลี่ยนแปลงรัฐบาล มีการเลือกตั้ง แล้วคราวที่แล้วก็เข้ามาแล้วก็ได้เลื่อน เข้าสภาไม่ทัน ปีนี้ก็เลยสมทบเป็น ๒ ปี แต่จะกราบเรียนว่าเราทำกรอบเวลาคือ ๑๒๐ วัน ส่ง สตง. เพื่อพิจารณางบการเงิน การใช้เงินกองทุนหลายท่านให้ข้อสังเกตว่า ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ มีโครงการกิจกรรมมากมาย ท่านยกตัวอย่าง อย่างปี ๒๕๖๐ มี ๑๙๔ โครงการ แต่แล้วเสร็จแค่ ๑๐๐ กว่าโครงการ อันนี้อยากจะกราบเรียนว่า จริง ๆ แล้วการดำเนินโครงการของกองทุนก็จะมีทั้งเรื่องงบผูกพันหรือภาระผูกพันต่าง ๆ ในการดำเนินโครงการ ๑๙๔ โครงการจริง ๆ เราทำแล้วเสร็จประมาณ ๑๘๐ กว่าโครงการ แต่ว่าอาจจะไม่ได้แล้วเสร็จในปีนั้นในปีเดียว ก็จะเป็นปีต่อไปซึ่งจะเป็นงบที่จะต้องผูกพัน แล้วก็ในปี ๒๕๖๐ ๑๐๔ โครงการ ก็ดำเนินการแล้วเสร็จ ๙๗ โครงการ อันนี้ก็กราบเรียนท่าน แต่ว่าปัญหานี้เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ คณะกรรมการกองทุนก็พยายามที่จะดำเนินการ ทำโครงการกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพ โดยมีการตั้งคณะอนุกรรมการด้านยุทธศาสตร์ การกำหนดเป้าหมาย การกลั่นกรองแผนงานโครงการกิจกรรม แล้วก็มีการเร่งรัดติดตาม ประมวลผลเพื่อให้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการโครงการต่าง ๆ ได้เป็นไปตามเป้าหมาย และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านให้ข้อสังเกตก็คือการตั้งค่าหนี้สงสัยจะสูญ การตั้งค่าหนี้สงสัยจะสูญคือหนี้ยังไม่สูญนะครับ แต่ว่าเป็นการตั้งตามหลักเกณฑ์ ที่ได้หารือจากกรมบัญชีกลาง ซึ่งเดิมกองทุนเราตั้งแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนหนี้ที่มีอยู่ จำนวนตัวเลขก็จะน้อยไป ตอนนี้เราก็มีการตกลงกับกรมบัญชีกลาง มีการตั้งจำนวนตัวเลขใหม่ ในการที่จะตั้งหนี้สงสัยจะสูญ คือในปีแรกเราจะตั้งคือไม่เกิน ๑๘๐ วันก็จะเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ จาก ๑๘๐ วัน ๖๐๐ วันก็จะเป็น ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเกิน ๖๐๐ วัน ก็จะเป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนนี้ก็จะเป็นการทำให้เราตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ได้สะท้อนข้อเท็จจริงมากขึ้น จากเดิมที่ท่านว่า ปี ๒๕๖๐ เราตั้งไว้แค่ ๑๓๒ ล้านบาท ปีนี้ก็จะเป็น ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็จะสะท้อนข้อเท็จจริงมากขึ้น ทีนี้การบริหารหนี้ก็เป็น ปัญหาหนึ่งที่ท่านตั้งข้อสังเกต ก็อยากจะกราบเรียนครับ กองทุนเราตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ แล้วก็ดำเนินการมาถึงปัจจุบัน ก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงว่าในระยะเริ่มต้นเป็นกองทุนที่ใหม่ แล้วก็เป็นกองทุนที่ต้องประมูลทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ตั้งแต่ตั้งกองทุนมาปีนี้ ย่างปีที่ ๑๗ เรามีการประมูลยังไม่ครบทุกจังหวัด เพิ่งครบทุกจังหวัดในปีนี้เองคือจังหวัด แม่ฮ่องสอน และที่อำเภอเบตง ซึ่งเป็นแห่งสุดท้ายที่เราเปิดการประมูล ในระยะเริ่มแรก ก็ต้องไปขอท่านผู้ทรงเกียรติทุกท่านมาช่วยกันประมูลแผ่นป้าย ก็ต้องบอกว่าเจ้าหน้าที่ ก็เกิดความเกรงอกเกรงใจเนื่องจากท่านเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้เราก็มีการกำหนด หลักเกณฑ์ชัดเจนขึ้น เมื่อมีการประมูลแล้วภายใน ๓๐ วันไม่มาชำระค่าประมูลก็จะมีการ ประมูลซ้ำ จากเดิมก็ประมูลซ้ำหลายครั้ง ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ๓ ครั้ง แล้วประมูล ในห้องปกติอีก ๑ ครั้ง ระยะเวลาก็จะเนิ่นนานครับ ตอนนี้เราก็เปลี่ยนหลักเกณฑ์ไปประมูล ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ๑ ครั้ง ประมูลทางห้องประชุม ๑ ครั้ง และถ้ามีส่วนต่าง ก็จะเรียกส่วนต่างจากผู้ประมูลรายแรก ก็ทำให้หนี้ของกองทุนลดลงไปเป็นจำนวนมาก จากเดิมหนี้ในปี ๒๕๖๔-๒๕๕๘ ๒,๖๙๐ กว่าล้านบาทเศษ เดิมเป็น ๑๙.๔ เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้หนี้ก้อนนี้เหลือ ๘๑๖ ล้านบาทเศษ ประมาณ ๕.๘๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ยอดหนี้รวม ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖-๒๕๖๓ ปัจจุบันเรามียอดหนี้รวมประมาณ ๘.๒๖ เปอร์เซ็นต์ ด้วยการ ติดตามเร่งรัดแล้วก็การกำหนดหลักเกณฑ์ให้ชัดเจนในการที่จะเร่งรัดชำระหนี้ หนี้กองทุน ก็ลดลงเป็นจำนวนมากนะครับ
ประเด็นที่ท่านให้ข้อเสนอแนะที่จะเหมือนกันเกือบทุกท่านก็คือว่าควรจะมี การจัดสรรเงินกองทุนให้ไปส่งคืนพื้นที่หรือจังหวัดเพื่อให้จังหวัดได้มีส่วนร่วมในการบริหาร จัดการ ในการที่จะนำเงินในส่วนนี้ไปทำโครงการกิจกรรมแผนงานหรือว่าไปช่วยเหลือ กลุ่มบุคคลผู้พิการภายในจังหวัด อันนี้กองทุนก็รับไปนะครับ และคณะกรรมการกองทุน ได้พิจารณาเบื้องต้นไว้แล้ว แต่ว่าจะนำข้อสังเกตของท่านที่ให้เพิ่มเติมในเรื่องของจำนวน ค่าร้อยละหรือค่าเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ ที่จะส่งคืนท้องถิ่นว่าจำนวนตัวเลขเท่าไรถึงจะเหมาะสม แต่ก่อนอื่นก็ต้องกราบเรียนท่านในเบื้องต้นนะครับ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน จริง ๆ แล้วเรามีการจัดสรรเงินไปยังทุกจังหวัดทั่วภูมิภาค คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของยอดรายได้ทั้งหมด แต่ว่าเป็นแบบที่ท่านว่าครับ เป็นโครงการ ในภาพรวมเสียส่วนใหญ่ คือกำหนดภาพรวมแล้วก็แบ่งไปให้ส่วนจังหวัด เช่น โครงการ เกี่ยวกับโครงการรณรงค์ป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ เช่น เทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ โครงการ ตรวจความเข้มรถ ตรวจความปลอดภัยรถ ปลอดภัยถนนในช่วงต่าง ๆ มีการตั้งจุดตรวจ มีการอำนวยความสะดวกในการเดินทางในช่วงเทศกาล มีการตรวจรถฟรีให้ประชาชน หรือว่ามีการแจกหมวกกันน็อก หรือออกใบขับขี่ให้กับลูกหลานเราเยาวชน เด็กนักเรียน นักศึกษาในโครงการนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ โครงการเหล่านี้แม้จะตั้งเป็นโครงการ ที่ส่วนกลางแต่ก็ทำในภาพรวมของทั้งประเทศ แต่เราก็ยังเห็นว่าถึงจะทำในภาพรวม ทั้งประเทศแต่ก็อาจจะไม่สะท้อนปัญหาและข้อเท็จจริงของแต่ละท้องถิ่นนะครับ ซึ่งมีปัญหา ที่แตกต่างกันไป อันนี้กองทุนก็จะนำหลักการนี้ไปบริหารจัดการในเรื่องของการจัดสรร งบประมาณหรือการจัดทำโครงการกิจกรรมให้ท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น โดยเฉพาะ การดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องอุบัติเหตุนะครับ ตามที่หลายท่านทราบนะครับว่ากองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนตั้งโดยกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ ซึ่งกฎหมายว่าด้วย รถยนต์ก็ว่าด้วยการจดทะเบียนรถ การตรวจสภาพรถ การทำใบขับขี่ เราไม่มีอำนาจตาม กฎหมายจราจร และกฎหมายหนึ่งที่กรมการขนส่งทางบกสามารถบังคับได้ก็คือกฎหมายว่า ด้วยการขนส่งทางบก เพราะฉะนั้นกองทุนนี้ก็นำไปตอบสนองหรือแก้ปัญหากับรถตาม กฎหมายรถยนต์และรถตามกฎหมายขนส่งภายใต้อำนาจทั้ง ๒ กฎหมายนี้ เราไม่มีอำนาจที่จะ ไปดำเนินการภายใต้กฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก แต่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นตามที่หลายท่านทราบ ปัญหาเกิดขึ้นมากที่สุดของประเทศไทยคือปัญหาเกิดจากรถจักรยานยนต์ของเยาวชนเรา ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจราจร ไม่ใส่หมวกกันน็อก ดื่มสุรา ขับรถเร็ว อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ ที่สุดที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๑ ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติท่านบอกว่าเรา เป็นอันดับ ๙ ของโลก แต่ปี ๒๕๕๘ เราเป็นอันดับ ๒ ของโลกครับ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก แล้วก็สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคนไทยมาก กองทุนนี้ตั้งขึ้นก็ด้วยความ ปรารถนาอยากจะเป็นกองทุนหนึ่งที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ แต่เนื่องจาก ปัญหาอุบัติเหตุเป็นปัญหาที่ใหญ่แล้วก็เกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายหน่วยงาน เกี่ยวข้องกับ บุคคลหลายภาคส่วนด้วยกัน เพราะฉะนั้นเราต้องช่วยกันร่วมมือร่วมแรงกัน เราก็มีเป้าหมาย ปีต่อไปแบบที่ท่านให้คำแนะนำครับว่าเราคงต้องไปบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน อย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะในส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับลูกหลานเยาวชน จะได้เป็นหู เป็นตา แล้วก็ช่วยกันกำกับดูแล โดยเฉพาะในเรื่องของการให้ความรู้ให้ความตระหนัก แล้วก็ เรื่องทัศนคติที่ดีในการใช้รถใช้ถนนที่ปลอดภัย อันนี้กองทุนเราก็จะเพิ่มบทบาทหน้าที่นี้ลงไป แต่ตลอดระยะเวลาที่กองทุนดำเนินการมาก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จนะครับ ในเรื่อง ของปัญหารถโดยสารสาธารณะหรือรถบรรทุกที่กรมการขนส่งทางบกรับผิดชอบโดยตรง ใน ๓ เทศกาลที่ผ่านมาเราไม่มีผู้เสียชีวิตเลยในการเดินทางกับรถโดยสารสาธารณะที่เราเป็น ต้นเหตุหรือว่าพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เป็นต้นเหตุนะครับ อันนี้ก็ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะลดปัญหาอุบัติเหตุนะครับ ส่วนปัญหา อุบัติเหตุส่วนที่เกี่ยวข้องกรมการขนส่งทางบกกองทุนเพื่อความปลอดภัยการใช้รถใช้ถนน ก็ไม่ได้ละเลย ก็พยายามเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างเต็มกำลังนะครับ
สำหรับข้อเสนอแนะของหลาย ๆ ท่าน ผมก็ขอน้อมรับในส่วนนี้ไปก็คือ ในส่วนที่ท่านบอกว่าโครงการนี้เป็นเบี้ยหัวแตก อันนี้ทางกองทุนก็จัดตั้งคณะทำงาน ยุทธศาสตร์กำหนดเป้าหมายชัดเจน ต่อไปโครงการก็คงจะต้องมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าแต่ละปี แต่ละช่วงเวลาเราจะแก้ปัญหาอะไร เป้าหมายของเรา ในระยะใกล้ ๆ นี้เราก็คงต้องไปแก้ปัญหาเรื่องจุดต้นตอของการเกิดปัญหาอุบัติเหตุที่มี เป็นจำนวนมาก และมีผู้สูญเสียชีวิตจำนวนมากก็คือรถจักรยานยนต์ รถปิกอัป (Pickup) โดยเฉพาะปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากรถจักรยานยนต์เป็นกฎหมายจราจร เพราะฉะนั้น กรมการขนส่งทางบกต้องร่วมบูรณาการกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตอนนี้ก็จะมีระบบ การควบคุมดูแลเรื่องความประพฤติ เรื่องระบบตัดแต้ม อันนี้เราก็ทำงานร่วมกัน ต่อไประบบ การดูแลเรื่องพฤติกรรมในการขับรถก็จะดีขึ้น มีการตัดแต้ม มีการอบรม มีการพักใช้ ใบอนุญาต แล้วก็มีการเพิกถอน อันนี้จะได้นำมาใช้ในเร็ว ๆ นี้นะครับ
ในเรื่องท่านที่ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการขยายเรื่องขอบข่ายอำนาจหน้าที่ ของกองทุน อันนี้กองทุนก็จะน้อมรับแล้วก็ไปปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะกฎหมายเดิม แบบที่ท่านนิกรได้กล่าว ค่อนข้างจะมีความตึงของกฎหมาย มีความแข็ง กองทุนก็ไม่สามารถ ที่จะนำเงินที่ได้จากการประมูลจากหมายเลขสวยเอาไปดำเนินการกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ ความปลอดภัย นอกจากเป็นโครงการที่เฉพาะเจาะจงตามพันธกิจของกองทุนเท่านั้น ส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถดำเนินการได้ เช่นเราอยากจะเข้าไปทำหลักสูตรการศึกษา หรืออยากจะเข้าไปร่วมกับเยาวชนต่าง ๆ ทำกิจกรรมทางด้านความปลอดภัยก็ไม่สามารถ ดำเนินการได้ จะต้องเป็นการดำเนินการที่เป็นลักษณะขอโครงการกิจกรรมเข้ามาให้ทาง กองทุนเข้ามา คณะกรรมการกองทุนพิจารณาอนุมัติก่อนถึงจะดำเนินการได้ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนคงจะต้องไปปรับปรุงในส่วนนี้ให้มีความ ยืดหยุ่นมากขึ้น ในส่วนที่ท่านแนะนำให้นำหมายเลขที่เป็นที่นิยมของประชาชนมาจัดทำการ ประมูลเพิ่มขึ้น อันนี้ก็จะรับไปดำเนินการปรับปรุงกฎหมายในส่วนนี้ ซึ่งคณะกรรมการ กองทุนก็ได้พิจารณาในเบื้องต้นไว้แล้วในส่วนนี้
เรื่องคนพิการนะครับ ก็เป็นปัญหาใหญ่เหมือนกัน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ กองทุนไม่ได้มีการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ช่วยเหลือพี่น้องคนพิการเลยเนื่องจากว่าเกิดปัญหา ก็กราบเรียนท่านตรง ๆ ว่าเกิดปัญหาในการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งทั้ง ป.ป.ช. ทั้ง สตง. ให้ข้อสังเกตว่าเรายังมีหลักเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจน มีระบบการเบิกจ่ายหรือว่ามีการกำหนด คุณลักษณะหรือว่าราคาที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม คณะกรรมการกองทุนก็นำสิ่งเหล่านี้ ข้อติติง ข้อสังเกตการณ์เอามาปรับปรุงเรื่องหลักเกณฑ์ในการที่จะจัดซื้อเครื่องอุปกรณ์ให้พี่น้องคนพิการ ที่เกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนน ซึ่งปีนี้ก็จะเริ่มดำเนินโครงการต่อไป มีพี่น้องคนพิการ ที่ยื่นคำขอไว้ตอนปี ๒๕๖๑ ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าราย อันนี้เราก็จะพิจารณาให้ก่อน แล้วหลังจากนั้นก็จะเปิดให้รับคำขอเป็นปกติในปีต่อ ๆ ไปนะครับ
ท่านเสนอให้ตั้งเรื่องลักษณะของเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ของการ เอาเด็กแว้นมาอบรมต่าง ๆ อันนี้ต้องกราบเรียนท่านครับ เรื่องเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ก็พิจารณาอยู่ แล้วกองทุนจริง ๆ แล้วเวลา ช่วงเทศกาล ก็มีการตั้งจุดอำนวยความสะดวกร่วมกับภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นทางสถาบันอาชีวศึกษา ในการที่จะอำนวยความสะดวกในการดูแลเรื่องเครื่องดื่ม และผ้าเย็น บางจุดก็มีเรื่องการนวดแผนไทยให้ด้วย อันนี้ก็ดำเนินการอยู่ แต่ว่าอาจจะต้อง เพิ่มให้มากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วแต่ละเทศกาลก็ตั้งจุดไม่น้อย ๒๐๐ จุดทั่วประเทศไทย แต่ว่า กรมการขนส่งทางบกไปที่ตั้งจะเป็นถนนหลักเสียส่วนใหญ่ ในส่วนท้องถิ่นก็คงจะต้องร่วมมือกับพี่น้องในท้องถิ่นที่จะต้องช่วยกันดูแลในส่วนนี้ แล้วอุบัติเหตุส่วนใหญ่ก็เกิดในท้องถิ่นด้วยนะครับ อันนี้กองทุนก็จะรับไปดำเนินการ ให้เข้มข้นมากขึ้นแล้วก็บูรณาการร่วมกับท้องถิ่นมากขึ้นนะครับ