อัครเดช ตั้งข้อสังเกตประสิทธิภาพกองทุนฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ตั้งข้อสังเกตถึงประสิทธิภาพการบริหารงานของคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยชี้ว่าโครงการหลายโครงการไม่แล้วเสร็จในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ และ ๒๕๖๑ พร้อมทั้งตั้งคำถามเรื่องการจัดสรรงบประมาณซื้ออุปกรณ์ผู้พิการจากอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงมาตรการเยียวยาผู้ที่รอรถวีลแชร์และเตียงนานกว่า 2 ปี เนื่องจากปัญหาเทคนิคการจัดซื้อจัดจ้าง อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เห็นด้วยกับข้อเสนอของนิกร จำนง เกี่ยวกับการนำทะเบียนรถเลขสวยมาประมูลเพื่อสร้างรายได้เข้ากองทุนความปลอดภัย และเสนอให้ดึงผู้นำท้องถิ่นเข้ามาเป็นตัวแทนในการเข้าถึงเงินกองทุนสำหรับผู้พิการและผู้ประสบภัยจากรถ โดยยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการเชื่อมโยงระหว่างหนี้เสียกับการประมูลเลขทะเบียน พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการกองทุนตรวจสอบความโปร่งใสเพื่อประโยชน์ประชาชน

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตให้กับทางผู้แทนของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ที่มารายงาน ให้กับทางสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ ๒ ปีงบประมาณ คือปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ ท่านประธานครับ ข้อสังเกตแรกแล้วก็เป็นคำถามด้วยในรายงานที่ท่านได้ส่งให้ทาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา เนื่องจากรายงานที่ท่านได้ชี้แจงมามีโครงการที่ท่าน ดำเนินการไม่แล้วเสร็จเป็นเปอร์เซ็นต์ถึง ๒๙.๘๙ เปอร์เซ็นต์ในปี ๒๕๖๑ ในปี ๒๕๖๐ อยู่ที่ ๔๑.๓๔ เปอร์เซ็นต์ ก็ปรากฏของปี ๒๕๖๐ อยู่ในหน้า ๑๑ ของปี ๒๕๖๑ อยู่ในหน้า ๑๕ ก็คือโครงการที่ไม่แล้วเสร็จซึ่งโครงการที่ไม่แล้วเสร็จมีเป็นจำนวนมากนะครับ ผมก็อยากจะ ตั้งคำถามถึงคณะกรรมการบริหารกองทุนว่าทำไมท่านถึงปล่อยให้โครงการที่ทางกองทุน ได้ดำเนินโครงการและอนุมัติโครงการไปแล้ว ถึงปล่อยให้มีจำนวนโครงการที่ไม่แล้วเสร็จ ในแต่ละปีสูงเป็นจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารงาน ของคณะกรรมการบริหารกองทุน

ข้อสังเกตที่ ๒ ก็คือเรื่องของพันธกิจ ซึ่งพันธกิจที่ ๒ ก็คือเรื่องของการจัดสรร เงินงบประมาณของกองทุนในการซื้ออุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการอันเนื่องมาจากการประสบภัย จากการใช้รถใช้ถนน ในส่วนที่นอกเหนือจากค่าสินไหมทดแทนตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. ๒๕๓๕ ท่านประธานครับ ในคำถามข้อที่ ๒ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน เป็นคำถามไปถึงคณะกรรมการกองทุนว่าในส่วนของพันธกิจที่ ๒ ท่านได้มี รายงานในหน้า ๑๗ ว่าท่านไม่สามารถจัดซื้อรถวีลแชร์ (Wheelchair) ให้กับผู้ที่ประสบภัย ทางถนนที่เป็นผู้พิการได้ ๒,๐๕๗ ราย ต่อเนื่องมาจนถึงปี ๒๕๖๒ ซึ่งก็ยังไม่ทราบว่าท่านดำเนินการไปถึงไหน เพราะว่ารายงาน ที่ท่านมีก็คือของปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ ตรงนี้เป็นปัญหาทางด้านเทคนิคในเรื่องของการ จัดซื้อจัดจ้าง ทำให้ผู้พิการที่มายื่นขอรถวีลแชร์ (Wheelchair) แล้วก็เตียงในการบรรเทา จากแผลกดทับ ไม่สามารถได้อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ท่านจะจัดซื้อในแต่ละปีได้ ผมถามว่าท่าน มีมาตรการอย่างไรในการเยียวยาผู้ที่มาขึ้นทะเบียน มาแจ้งความจำนงในการขอถึง ๒,๐๐๐ กว่าราย ท่านประธานครับ ผมเองได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า มีพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้พิการที่ได้ประสบภัยบนท้องถนน ไปยื่นขอความต้องการรถวีลแชร์ (Wheelchair) และเตียงจากทางสำนักงานขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานขนส่งอำเภอ สำนักงานขนส่งจังหวัด ซึ่งก็ได้รับการปฏิเสธมาเป็นจำนวนมาก ผมเชื่อครับว่าตัวเลขที่ทาง คณะกรรมการกองทุนรายงาน ๒,๐๐๐ กว่าราย จริง ๆ แล้วผมเชื่อว่ามีมากกว่านี้ เพียงแต่ว่า ยังไม่ได้เข้ามาในระบบ ผมถามคณะกรรมการกองทุนว่าที่ท่านบริหารงานกองทุนบกพร่อง จนทำให้ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ผู้พิการได้ ตามโครงการที่ท่านได้อนุมัติในแต่ละปี ท่านจะเยียวยาผู้พิการกลุ่มนี้อย่างไร แน่นอนครับเขาคงไม่รอรถวีลแชร์ (Wheelchair) ของท่านหรอกครับเป็นปี ๆ ๒ ปี เขาต้องไปหาซื้อมา ผมถามว่าระหว่างที่เขารอ ท่านมีมาตรการในการเยียวยาผู้ประสบภัยหรือผู้พิการเหล่านี้อย่างไรบ้าง ก็เป็นข้อสังเกตถึง ประสิทธิภาพในการบริหารงานกองทุนของคณะกรรมการกองทุนครับ

ข้อที่ ๓ ผมเห็นด้วยกับท่านนิกร จำนง ครับ ที่ยังมีทะเบียนที่เป็นเลขสวย ๆ ที่วันนี้ยังไม่ได้นำออกมาประมูล เพียงแต่ว่าตอนนี้อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ของกรมการขนส่งทางบกที่จะพิจารณาว่าจะให้ใคร ตรงนี้ผมเห็นด้วยกับท่านนิกร จำนง ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน เนื่องจากเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนว่าอยากให้ทาง กรมการขนส่งทางบกได้พิจารณาเอาเลขทะเบียนเหล่านี้มาทำเป็นรายได้เข้าให้กับกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อที่จะได้มีรายได้เพิ่มเข้ามา เพื่อที่จะได้ทำกิจกรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนครับ

ข้อสังเกตที่ ๔ ครับ ตอนนี้พี่น้องประชาชนการที่จะเข้าถึงเงินของกองทุน เป็นไปได้อย่างยากลำบากมาก นอกจากไปติดต่อที่สำนักงานขนส่งจังหวัดหรือสำนักงาน ขนส่งอำเภอแล้ว ผมอยากจะมีข้อเสนอไปถึงคณะกรรมการกองทุนผ่านท่านประธานครับว่า เป็นไปได้ไหมที่ท่านจะดึงผู้นำท้องที่หรือผู้นำท้องถิ่นในระดับตำบลเข้ามาเป็นตัวแทน ในการที่จะสร้างเครือข่ายให้พี่น้องประชาชนนั้นได้เข้าถึงเงินกองทุนนี้เป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของการใช้เงินของกองทุนในการดูแลผู้พิการหรือผู้ประสบภัยจากรถ อันนี้ก็ ขอเสนอให้กับคณะกรรมการกองทุนได้รับไปพิจารณานะครับ

ข้อสุดท้ายข้อที่ ๕ ครับ วันนี้สมาชิกหลายท่านอภิปรายถึงหนี้เสียหรือหนี้คงค้าง ที่อยู่ในระบบ ผมเองก็มีการตั้งข้อสังเกตว่าวันนี้ถ้าเราเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) หรือ ในโซเชียล (Social) ก็จะมีการขายเลขทะเบียน ผมเองนั้นค่อนข้างที่จะมีความเชื่อครับว่า กระบวนการในการที่จะประมูลเลขทะเบียนหรือกระบวนการในการได้มาของเลขทะเบียน ของกรมการขนส่งทางบกน่าจะเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของหนี้เสียตรงนี้ ผมก็อยากให้ทาง คณะกรรมการบริหารกองทุนได้ลองตั้งคณะกรรมการลงไปตรวจสอบการเชื่อมโยงว่าสิ่งที่ เป็นหนี้เสียที่ท่านบอกว่าประมูลแล้วไม่ได้ แล้วก็มีเลขทะเบียนที่วันนี้มีไปขายโดยที่มีนอมินี (Nominee) หรือมีตัวแทนไปประมูลแล้วเอามาขายต่อ ซึ่งเป็นผลประโยชน์ต่อปีเป็นจำนวน มหาศาล ผมตั้งข้อสังเกตกับทางคณะกรรมการกองทุนว่าอยากให้ท่านลงไปตรวจสอบความ เชื่อมโยงในจุดที่ผมตั้งข้อสังเกตไปเพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ผมเองได้ตั้งข้อสังเกตทั้ง ๕ ข้อ ซึ่งคิดว่าเป็นสิ่งที่อยากจะได้คำตอบจากทางผู้แทนของ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนที่จะมาชี้แจงให้กับตัวแทนของพี่น้องประชาชน ได้รับทราบ ก็กราบขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสมาอภิปรายในวันนี้ครับ ขอบคุณครับ