อิสระ ตั้งข้อสังเกตใช้จ่ายกองทุนความปลอดภัยถนนล่าช้า-ไม่คุ้มค่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ หารือประเด็นความล่าช้าและประสิทธิภาพของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณสูงในกิจกรรมประชาสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็น ขณะที่ผลการลดอัตราอุบัติเหตุยังคืบหน้าช้า พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการใช้จ่ายงบประมาณกว่า 1,200 ล้านบาทที่มักไปสู่โครงการค้างท่อและไม่สอดคล้องเป้าหมาย แทนที่จะใช้เพื่อจัดหาอุปกรณ์ความปลอดภัยที่จำเป็นจริง เช่น หมวกกันน็อกคุณภาพสูง รวมถึงเรียกร้องให้ปรับปรุงการบริหารกองทุนให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยยึดหลักความคุ้มค่าและรับผิดชอบต่อชีวิตผู้เสียชีวิตบนถนนที่เฉลี่ยวันละ 60 คน

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ทามกลางวิกฤติโควิด (COVID) ที่คนทั่วโลกเสียชีวิตกว่า ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน ก็มีภัยเงียบอีกภัยหนึ่งนั่นก็คืออุบัติภัย บนท้องถนนที่พรากพ่อ พรากลูก พรากครอบครัว อีก ๑ ล้านกว่าคนต่อปี เรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด เกิดมาเป็น ๑๐ ปีแล้ว ก็เลยเป็นที่มาของสาเหตุที่ผมขออนุญาตให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงาน ผู้สอบบัญชีและงบการเงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กองทุนนี้ ก็เกิดขึ้นตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖ โดยมีรายได้หลัก ก็คือการเอาเลขทะเบียนพิเศษหรือเล็กสวยมาเปิดประมูลให้คนทั่วไป ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องดี ๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะทำให้ผมนึกย้อนไปในอดีตสมัยที่ผมยังเป็นเด็กว่าคนที่จะ ขับรถเลขสวย ๆ ได้ต้องเป็นคนใหญ่คนโต คนมีบารมี คนมีตำแหน่ง เมื่อกรมการขนส่งทางบก นำเลขทะเบียนนี้ออกมาเปิดประมูลให้คนทั่วไปที่สนใจก็ถือว่าเป็นหมุดหมายสำคัญที่เป็นการ ยืนยันถึงสิทธิอันเท่าเทียมของคนในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนจะไป ในรายละเอียด กองทุนนี้ชื่อว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เห็นชื่อแบบนี้ ก็เกิดความคาดหวังครับ คาดหวังอะไร ก็คาดหวังว่ากองทุนนี้จะดำเนินการไปเพื่อให้เกิด ความปลอดภัยในถนน แต่ตัวเลขต่าง ๆ ข้อมูลต่าง ๆ มันไม่ใช่อย่างนั้น ไม่ต้องย้อนกลับไปดูไกล ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๑ ในคนไทยทุก ๑๐๐,๐๐๐ คน มีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้นจากอุบัติเหตุรถยนต์ บนท้องถนน จาก ๖,๗๐๐ กว่าคน เป็น ๘,๓๐๐ กว่าคนนั้น อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ได้เรียนไปแล้วว่าเรามีคนเสียชีวิตบนท้องถนนเป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) เป็นอันดับ ๙ ของโลก นักกีฬา นักแข่ง นักวิ่ง ทั้งหลายแหล่พิชิตมาทั่วโลก มาจบที่นี่ละครับ ที่เมืองไทย เมื่อต้นปีนักปั่นเยาวชนเกาหลี ออม เซ บอม ปั่นมาหมดแล้วทั่วโลก มาจบชีวิตที่ประเทศไทย โดนรถยนต์ชนที่จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ๒ ปีที่แล้วนักวิ่งชาวญี่ปุ่น ชื่อว่าเคซัง เขาวิ่งมาหมดแล้วครับ วิ่งข้ามทวีปอเมริกาพื้นที่วิ่ง ๕,๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ผ่านฉลุย มาโดนรถชนที่จังหวัดชุมพร ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้มันจึงสวนทางกับความคาดหวังของกองทุน ที่ใช้ชื่อว่ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ก่อนที่ผมจะไปในรายละเอียดผมจะ พยายามพูดให้กระชับและใช้เวลาให้ไม่เกินมากนะครับ เนื่องจากว่าเป็นงบการเงิน มีรายละเอียดทางบัญชีปลีกย่อยค่อนข้างมากที่จะต้องอรรถาธิบายขยายความ ก็จะพยายาม ให้กระชับที่สุดครับ ก่อนอื่นเลยผมต้องบอกว่ารายงานตัวนี้เป็นรายงานของกิจกรรมที่เกิดขึ้น ในตอนปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ ตอนนี้กลางปี ๒๕๖๓ แล้วนะครับ เรามาให้สภาแห่งนี้ให้ความ คิดเห็นกับเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ๓ ปีกว่า เก่ามากครับ ในขณะที่รัฐไปบังคับเอกชน ผู้ประกอบการห้างร้านว่าต้องส่งงบการเงินภายในเวลาไม่เกิน ๕ เดือน ถ้าส่งช้ามีค่าปรับ มีบทลงโทษ ก็ต้องขอหยิบยกคำพูดของท่านประธานที่กล่าวในสภาแห่งนี้เมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ว่าก่อนจะไปบังคับคนอื่นให้ทำอะไร เราต้องทำเป็นตัวอย่างเสียก่อน ดังนั้นก่อนที่รัฐจะไป เที่ยวบังคับให้เอกชนต้องทำโน่น ทำนี่ ทำนั่น ผมคิดว่าหน่วยงานของรัฐจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่าง อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะฝากข้อสังเกตเอาไว้ในส่วนของ ระยะเวลาของรายงานที่ ๓ ปีถึงจะเพิ่งมาถึงสภาแห่งนี้นะครับ ทีนี้ไปดูในรายละเอียด กองทุนนี้มีรายรับประมาณ ๑,๖๐๐ ล้านบาท มีรายจ่ายประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมแบ่งเป็น ๒ กลุ่มครับ กลุ่มแรก ๗๒๓ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายทั่วไป วัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนที่ ๒ หรือส่วนสีชมพูในแผ่นภาพนะครับ ๓๓๕ ล้านบาท เป็นค่าจ้างเหมา จ้างเหมา ที่ว่าจ้างทำอะไร ทำอยู่ ๒ เรื่องครับ

เรื่องแรกจ้างเหมาประชาสัมพันธ์ คิดเป็นเงิน ๒๖๕ ล้านบาท เรื่องที่ ๒ จ้างเหมาที่ปรึกษาศึกษาวิจัย คิดเป็นเงิน ๗๐ ล้านบาท ส่วนแรกที่บอกว่าจ้างเหมา ประชาสัมพันธ์ ผมเห็นยอดเงินขนาดนี้ก็ต้องถึงกับเลิกคิ้วว่าโครงการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ จนถึงตอนนี้เกือบจะ ๒๐ ปีแล้ว เชื่อว่าคนไทยแทบจะทั้งประเทศไม่มีใครไม่รู้จัก ประมูลเลขสวย เพราะป้ายทะเบียนก็มีสีสันลักษณะผิดแผกแปลกตา ก็เลยเกิดคำถามว่า จำเป็นขนาดนั้นเลยหรือที่จะต้องใช้เงินถึง ๒๖๕ ล้านบาท ในการประชาสัมพันธ์สิ่งที่เชื่อว่า คนไทยรู้จักกันอย่างกว้างขวางแล้ว ผมคิดว่าตรงนี้เป็นปัญหาในเชิงทัศนคติที่จะต้องปรับว่า ไม่ใช่รัฐทำอะไรต้องแพงเสมอ รัฐซื้ออะไรต้องแพงที่สุด อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ

ในส่วนที่ ๒ ที่บอกว่าจ้างเหมาศึกษาวิจัย ๗๐ ล้านบาทนะครับ เมื่อเทียบกับ เรื่องหนึ่ง ๆ ในสถาบันอุดมศึกษาถือว่าสูงมาก แล้วก็ไม่รู้ว่าศึกษาวิจัยกันอย่างไร ศึกษาวิจัย ๗๐ ล้านบาท แต่ผลที่ออกมาความปลอดภัยไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ซ้ำร้ายกลับแย่ลงกว่าเดิมอย่างที่ ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่ อันนี้ก็คือเรื่องของการดำเนินงาน เมื่อไปดูรายละเอียดต่าง ๆ ว่ากองทุนทำโครงการอะไรไปบ้าง ทำเยอะมากครับ หลายโครงการ แต่ผมใช้คำว่าโครงการ ที่ทำไปแต่ละอย่างนั้นค่อนข้างเป็นเบี้ยหัวแตก ที่เรียกว่าเบี้ยหัวแตกเพราะว่ามันค่อนข้าง ที่จะไม่ยึดโยง ไม่สอดประสาน และที่สำคัญมีความสอดคล้องน้อยมากกว่าหลักการในการ สร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ๖ องค์ประกอบ ๒๒ มาตรการ ที่องค์การอนามัยโลก แนะนำ ท่านประธานที่เคารพครับ ในโครงการที่ทำอยู่มากมายมหาศาลนี้ ๖๘ โครงการ เป็นโครงการที่มีภาระผูกพัน โครงการที่มีภาระผูกพันก็หมายถึงเป็นโครงการที่ทำไม่แล้วเสร็จ ใน ๑ ปี หรืออาจจะทำเสร็จแล้วแต่ส่งมอบไม่ได้ ๖๘ โครงการที่ว่านี้คิดเป็นวงเงิน ผมกดรวม ๆ กัน ๑,๒๐๐ กว่าล้านบาท โครงการค้างท่อต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อผมเห็นก็เกิด คำถามอีกครับว่าบางโครงการควรทำหรือ แล้วมันใช่กับวัตถุประสงค์ไหม อย่างเช่นตัวอย่าง โครงการจัดหารถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุน ผมถึงกลับเลิกคิ้วว่ามันจะช่วยความปลอดภัย บนท้องถนนจริงหรือรถยนต์หุ้มเกราะกันกระสุน หรือแม้แต่โครงการในการทำระบบ ทำใบขับขี่พลาสติก ๔๕๐ ล้านบาท ซึ่งก็จริงอยู่อาจจะจำเป็น แต่ก็อีกนั่นแหละครับ กองทุนต้องตอบให้ได้ว่ามันตรงกับวัตถุประสงค์ในการใช้เงินหรือไม่ อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับ ทีนี้เงิน ๑,๒๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่เอาไปทำเรื่องราวต่าง ๆ ไม่เอาไปค้างท่อนี้ควรเอาไปทำอะไร ลองคิดง่าย ๆ ถ้าเงิน ๑,๒๐๐ ล้านบาทนี้เอาไปจัดหาหมวกนิรมัย อุปกรณ์เพื่อเสริมสร้าง ความปลอดภัย หมวกกันน็อก เอาอย่างดีเลยครับ มี มอก. มีคุณภาพสูง อันละไม่เกิน ๖๐๐ บาท เงิน ๑,๒๐๐ ล้านบาท จัดหาได้ ๒ ล้านชิ้น เท่ากับสามารถปกป้องคนไทยที่ ขับขี่จักรยานยนต์ได้ถึง ๒ ล้านคน ซึ่งสาเหตุในการขับขี่จักรยานยนต์เป็นสาเหตุการเสียชีวิต อันดับ ๑ ของการเสียชีวิตบนท้องถนน และที่สำคัญ ๒ ล้านคนนี้สามารถช่วยใครได้บ้างครับ สามารถช่วยคนขับขี่จักรยานยนต์ในกรุงเทพฯ ทั้งหมดที่มีอยู่ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน และช่วย คนขับขี่จักรยานยนต์ทั้งภาคอีสานทั้งภาคได้อีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน นี่เป็นตัวอย่าง ของการที่ผมอยากจะเสนอแนะการใช้เงิน

ทีนี้มาดูในทางบัญชี ผู้สอบบัญชีเองได้แสดงความเห็นในรายงานฉบับนี้แบบ มีเงื่อนไข คำคำนี้ในทางบัญชีที่บอกว่าแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข พูดเป็นภาษาที่ให้ใจง่าย ๆ ก็คืองบการเงินฉบับนี้มีปัญหา ไม่ถูกต้อง ไม่สมบูรณ์ ไม่สะท้อนกับความเป็นจริง อันหนึ่ง ที่ผมยกตัวอย่างให้เห็นง่าย ๆ เลยก็คือ ในงบการเงินฉบับนี้ในรายงานฉบับนี้แสดงหนี้สงสัย จะสูญไว้ที่ ๑๒๙.๗ ล้านบาท ในขณะที่หนี้จริง ๒,๕๕๙ ล้านบาท ท่านประธานดูส่วนต่างครับ ๑๒๙ กับ ๒,๕๕๙ เมื่อแสดงหนี้สงสัยจะสูญต่ำขนาดนี้ แน่นอนว่าผลประกอบการก็ดูดี เกินความเป็นจริง ซึ่งอันนี้ไม่ใช่ผมพูดคนเดียว ผู้สอบบัญชี สตง. ก็พูดแบบนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมมีข้อสังเกต ๓-๔ ประการ อยากจะขอฝากให้กองทุน อันที่ ๑ ผมย้อนกลับ ไปดูก่อนโควิด (COVID) ท่านจัดประมูลปีละ ๑๒๐ ครั้ง บ่อยเกินไปครับ จัดบ่อยสุดท้ายก็ มีแต่หนี้ที่เขาไม่สามารถจ่ายได้ ดังนั้นผมจึงเสนอแนะให้จัดน้อยลง ลดค่าใช้จ่าย แต่ที่สำคัญ สร้างความมั่นใจให้ได้ว่าถ้าจัดแล้วควรจะมีเงินจ่ายแล้วจะจ่ายเงิน ประการที่ ๒ ท่านมี ใช้เทคโนโลยีบ้างในการประมูล แต่ผมคิดว่ายังใช้ไม่เต็มศักยภาพหรอกครับ ถ้าใช้ได้เต็ม ศักยภาพกว่านี้แน่นอนค่าใช้จ่ายจะลดลงกว่านี้ ประการที่ ๓ ท่านไม่เคยจัดลำดับชั้น คุณภาพของลูกหนี้เลย ทำให้รายงานฉบับนี้ไม่สะท้อนกับความเป็นจริง และประการที่ ๔ ซึ่งเป็นเรื่องสืบเนื่องจากประการที่ ๓ ก็คือท่านไม่ปฏิบัติตามระเบียบวิธีทางบัญชีเลย ไม่ใช่เฉพาะเล่มนี้ เล่มก่อน ๆ หน้านี้ผมย้อนไปอ่าน หรือเล่มหลังจากนี้ท่านก็ไม่ทำ เป็นการ ทำผิดที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก แล้วสิ่งที่ผมพูดนี้ก็ตรงกับสิ่งที่ สตง. ได้พูดไว้ในท้ายรายงานฉบับนี้

สุดท้ายแล้วครับ ผมขออนุญาตฝากรูปสุดท้ายรูปนี้ไว้ให้ผ่านท่านประธานไปยัง กองทุน รูปนี้เป็นรูปของป้าแก้วหาบเร่ขายของที่ตลาดนัด ที่เอารูปนี้ขึ้นมาพูดมี ๒ นัยครับ อันแรก ป้าแก้วท่ามกลางวิกฤติโควิด (COVID) นี้เขาต้องมีต้นทุนในการจัดซื้อวัตถุดิบ ไม่ว่า จะเป็นมะละกอ มะม่วง มีด อุปกรณ์หาบเร่ ถุง หนังยาง ในขณะที่กองทุนของท่าน ไม่มีต้นทุนวัตถุดิบ เลขทะเบียนพวกนี้ท่านได้มาฟรี ๆ เป็นสิทธิอันชอบธรรม ท่านมีต้นทุน เท่ากับศูนย์ ผมยังคาดหวังว่าท่านต้องทำได้ดีกว่าป้าแก้วอีกเยอะ อันนี้คือนัยที่ ๑

นัยที่ ๒ ทุก ๆ วันมีคนอย่างป้าแก้วที่เป็นแม่ของลูก และคนไทยอื่น ๆ ที่เป็น ทั้งพ่อของลูก ลูกของพ่อ ในแต่ละวัน ๖๐ คนออกมาจากบ้านแล้วไม่ได้กลับเข้าไป สาเหตุ เพราะเสียชีวิตบนท้องถนน ผมจึงอยากขอให้ท่านในฐานะผู้บริหารกองทุนนี้ให้ความมั่นใจกับ พวกเราได้ไหมครับในสภาแห่งนี้ว่าเงินนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อสร้างให้เกิดความปลอดภัยให้กับ คน ๖๐ คนที่ออกมาจากบ้านแล้วไม่ได้กลับเข้าไป ให้เขามีความปลอดภัยในชีวิตของเขา ให้ครอบครัวเขาสามารถได้เจอเขาอีกครั้งหนึ่ง ขอฝากเอาไว้เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ