สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

เทพไท เสนพงศ์ อภิปรายเรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2561 และแสดงความห่วงใยที่สำนักงานประกันสังคมจะขาดความเชื่อมั่น

นายเทพไท เสนพงศ์ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม เทพไท เสนพงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตท่านประธานอภิปราย เรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ก็ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ได้แสดงความเห็นเรื่องการทำงานของสำนักงานประกันสังคม ในช่วงที่เกิดวิกฤติหลายครั้ง ด้วยเหตุผลก็คือว่ามีผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ได้ร้องทุกข์ ได้ร้องเรียนมาให้ผมช่วยพูดให้ ผมก็ได้พูดผ่านไปยังสำนักงานประกันสังคมโดยตรง วันนี้มีโอกาสได้พิจารณาถึงงบดุลของสำนักงานประกันสังคม ไม่ว่าจะเป็นในปี ๒๕๖๑ ก็ตาม แต่ก็เชื่อว่าเราก็สามารถที่จะพิจารณาเห็นถึงการทำงานของสำนักงานประกันสังคม ผมดูจาก การพิจารณางบกระแสเงินสด หน้า ๑๑ ซึ่งผมก็จะสรุปเอาคร่าว ๆ ก็คือว่าผมดูจากตัวเลข เงินสุทธิที่ได้มาจากกิจกรรมของการดำเนินงาน ซึ่งยอดทั้งหมดประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๑ แล้วก็ปี ๒๕๖๐ อยู่ที่ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถ้าหากว่าผมมาดูในส่วน ของเงินสดแล้วก็รายการที่เทียบเท่าเงินสดที่ยกไปก็เห็นว่าลดลงจากปี ๒๕๖๐ ซึ่งปี ๒๕๖๐ อยู่ที่ประมาณ ๑.๘ หมื่นล้านบาท แต่ว่าปี ๒๕๖๑ อยู่ที่ ๑.๑ หมื่นล้านบาท ซึ่งไม่ทราบ ในรายละเอียดว่าลดลงไปได้อย่างไร แล้วก็ปีถัดมาเป็นอย่างไร เพราะว่าเรายังไม่ได้รับ รายงาน ก็คงจะได้รับรายงานในโอกาสต่อไป สิ่งที่ผมกังวลก็คือว่าที่ไม่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ก็คือว่ากระแสของพี่น้องประชาชนหรือสื่อมวลชนที่นินทาสำนักงานประกันสังคมว่า สำนักงานประกันสังคมไม่มีเงินแล้ว หมดเงินแล้ว ใช้เงินผิดประเภทอะไรในทำนองนี้ ซึ่งผมเองเราก็ไม่สามารถที่จะลงลึกไปได้ แต่ว่าด้วยความ ห่วงใยสำนักงานประกันสังคม เพราะว่าสำนักงานประกันสังคมเราก็ถือว่าเป็นเจตนารมณ์ ของประเทศที่ทุกคนก็อยากจะให้สำนักงานประกันสังคมได้ดูแลชีวิตของผู้ประกันตน ก็ต้อง เรียนกับท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์ของผมมีนโยบายเรื่องรัฐสวัสดิการค่อนข้างที่จะ ชัดเจน แล้วก็สำนักงานประกันสังคมก็คือหนึ่งในรัฐสวัสดิการ ที่ผมเป็นห่วงก็คือถ้าหากว่า สำนักงานประกันสังคมซึ่งเป็นต้นแบบของรัฐสวัสดิการล้มเหลว ขาดความเชื่อมั่น ก็จะเป็น ปัญหาสำหรับนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของรัฐสวัสดิการ ซึ่งในขณะนี้ถ้าเราดูจากรายงานนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน้า ๑๖ พูดถึงเรื่องการลงทุนในทรัพย์สินที่มีความมั่นคงสูงหรือว่า มีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งมีบทบาทให้สำนักงานประกันสังคมสามารถไปลงทุนได้จำนวนเยอะมาก ประมาณ ๑๗ ส่วนที่จะลงทุนได้ อันนี้ก็ขอฝากไปยังสำนักงานประกันสังคมว่าต้องใช้ความ รอบคอบแล้วก็ต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าสำนักงานประกันสังคมที่ผ่านมาเรา อาจจะไม่ได้เจอวิกฤติแบบโควิด (COVID) เพราะฉะนั้นสำนักงานประกันสังคมก็สามารถ ทำงานได้ตามปกติไม่มีข้อครหาใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าพอมาเจอวิกฤติโควิด (COVID) เข้าจริง ๆ เราก็เห็นได้ชัดว่าสำนักงานประกันสังคมล่าช้าแล้วก็มีข้อบกพร่องจริง ๆ จนถึงวันนี้เมื่อเช้า ผมไปร้านทำผม พนักงานร้านทำผมยังไม่ได้รับเงินประกันตามมาตรา ๓๓ ก็มีครับ ก็เลยฝาก ให้ไปยังท่านเลขาธิการว่าก็ต้องดูให้รอบคอบแล้วก็ดูให้หมดว่าคนที่ประกันตนกับสำนักงาน ประกันสังคมส่วนใหญ่ก็เป็นลูกจ้างแล้วก็มีฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี แล้วถ้าเขาไม่ได้รับแล้ว ต่อไปก็ทำให้คนที่จะประกันตนต่อสำนักงานประกันสังคมก็จะขาดความเชื่อมั่น ที่ผ่านมาเรา เดินมาได้ดีแล้วก็คือว่าคนเชื่อมั่น แต่ว่าพอเจอแบบนี้ผมเลยวิตกกังวลว่าอาจจะทำให้ สำนักงานประกันสังคมขาดความเชื่อมั่นไป ซึ่งสำนักงานประกันสังคมถือว่าเป็นหน่วยงาน หลักในกระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท และคนที่ไปเป็นรัฐมนตรีในกระทรวงนี้ นักการเมืองหรือใครก็ตามที่เข้าไปก็จ้องตาเป็นมันก็คือสำนักงานประกันสังคมนะครับ เพราะว่าเป็นกองทุนที่มีเงินเยอะ ถ้าหากว่าทางรัฐมนตรี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ไม่ระมัดระวัง ไม่เคร่งครัดต่อการใช้เงินผมก็เกรงว่าจะเกิดความเสียหายต่อสำนักงาน ประกันสังคม แล้วก็จะเกิดความเสียหายต่อผู้ประกันตน ก็เลยถือโอกาสนี้ได้อภิปรายแสดง ความเห็นเรื่องงบดุลกระแสเงินสดของสำนักงานประกันสังคม แล้วก็ฝากความห่วงใย ต่อท่านประธานไปยังสำนักงานเลขาธิการประกันสังคม ในฐานะที่เป็นคนหนึ่งที่เฝ้ามองเรื่องนี้ ผมไม่ได้เป็นผู้ประกันตนใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าสนับสนุนโครงการที่เป็นรัฐสวัสดิการ แล้วก็เราถือ ว่าสำนักงานประกันสังคมก็คือรัฐสวัสดิการที่ยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งของประเทศไทย ขอบคุณท่านประธานครับ