ชวน หลีกภัย ชี้แจงนโยบายการลงทุนและกลไกการดูแลความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคม โดยยืนยันความมั่นคงทางการเงิน มีสภาพคล่องเพียงพอต่อการจ่ายประโยชน์ และการลงทุนดำเนินตามกลไกตลาดโดยไม่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนรัฐ พร้อมระบุปัญหาความยั่งยืนในอนาคตจากโครงสร้างประชากรสูงวัย จึงเสนอแนวทางแก้ไขเช่น การปรับอัตราเงินสมทบ การเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และการเลื่อนอายุรับบำนาญ พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังไม่ครบถ้วนต่อที่ประชุม
มีอะไรจะเพิ่มเติมอีกไหม ที่จะชี้แจง เชิญนะครับ
นางสาวชมพูเพ็ญ ศิริธร (ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนา รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการกองบริหารการลงทุน) กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางสาวชมพูเพ็ญ ศิริธร ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการกองบริหารการลงทุน สำนักงานประกันสังคม จะขอเรียน ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการลงทุน แล้วก็ความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมนะคะ จะขอกล่าวถึงเรื่องของการลงทุนของสำนักงานประกันสังคมก่อนนะคะ กองทุนประกันสังคม จะมีระเบียบของคณะกรรมการประกันสังคมซึ่งกำหนดให้ลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทต่าง ๆ โดยกำหนดไว้ว่าจะต้องลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงอย่างน้อย ๖๐ เปอร์เซ็นต์ และหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ดังที่มีท่าน ส.ส. ได้กรุณาสอบถามว่า ปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมลงทุนในหลักทรัพย์มั่นคงสูงถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ หลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ขอนำเรียนว่าสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว จะเป็นสัดส่วนที่ทางคณะกรรมการประกันสังคมจะต้องกำหนดอีกครั้งหนึ่งให้อยู่ภายใต้ กรอบที่ท่านกำหนดตัวระเบียบใหญ่ แต่ในแผนการลงทุนในแต่ละปีจะมีการกำหนด ยุทธศาสตร์การลงทุนออกมาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในยุทธศาสตร์การลงทุนที่กรรมการประกันสังคม กำหนดในปัจจุบันจะมีสัดส่วนสินทรัพย์มั่นคงอยู่ที่ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ และสินทรัพย์ เสี่ยงประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ก็จะต้องพิจารณาในเรื่องของความเสี่ยงที่กองทุนยอมรับ ได้ประกอบด้วย โดยคณะกรรมการดังกล่าวเป็นคณะกรรมการไตรภาคี ซึ่งประกอบด้วย ตัวแทนนายจ้าง ตัวแทนลูกจ้าง แล้วก็ตัวแทนของภาครัฐค่ะ
สำหรับเรื่องของเงินสดในมือ ที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาสอบถามว่ามีเงินสดในมือ จำนวนเพียง ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินลงทุนถึง ๒ ล้านล้านบาท ทำไมถึงดำรงเงินสด อยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก จึงขอนำเรียนว่าเงินสดดังกล่าวสำนักงานประกันสังคมเตรียมไว้ ณ ทุกขณะประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาทตลอดเวลา โดยเงินสดนี้ สามารถโอนให้กับผู้ประกันตนได้ทันที อย่างไรก็ตามเราก็มีการสำรองสภาพคล่องไว้ด้วย ซึ่งอยู่ในรูปพันธบัตรระยะสั้นเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลง เป็นเงินสดได้ทันที โดยตามงบการเงินกองทุนมีเงินลงทุนระยะสั้นในปี ๒๕๖๑ ถึง ๕๕๖,๐๐๐ ล้านบาท และปัจจุบันในปี ๒๕๖๓ ก็ยังมีเงินลงทุนระยะสั้นในจำนวนกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่นะคะ ซึ่งดังที่นำเรียนว่าส่วนใหญ่เป็นพันธบัตรระยะสั้นที่สามารถ แปลงเป็นเงินสดได้ จึงขอให้ความเชื่อมั่นกับท่านว่าสำนักงานประกันสังคมไม่มีปัญหา ในเรื่องของการจ่ายเงินหรือสภาพคล่อง แล้วก็มีเงินสดเพียงพอที่จะจ่ายให้กับผู้ประกันตน ที่มาเบิกสิทธิประโยชน์ทุกคน
สำหรับในประเด็นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลที่มีจำนวน ๑.๕ ล้านล้านบาท ก็ขอนำเรียนว่าปัจจุบันการลงทุนของประกันสังคมมีเงินลงทุนในพันธบัตรของรัฐบาล ที่ออกโดยกระทรวงการคลัง ประมาณ ๑ ล้านล้านบาท ซึ่งการลงทุนก็เป็นไปตามแผนที่ ได้นำเรียนไปข้างต้นว่าจะต้องดำรงสินทรัพย์มั่นคงไว้ถึงประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ โดยการลงทุนดังกล่าวสำนักงานประกันสังคมก็นำเงินไปลงทุนเช่นเดียวกับนักลงทุน สถาบันอื่น ๆ ทั่วไป เช่น กบข. หรือว่าภาคเอกชน บริษัทจัดการกองทุนทั้งหลาย เราก็จะเข้า ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งอยู่ในลักษณะการประมูล โดยสำนักงานก็จะต้องเข้าประมูลแข่ง กับสถาบันอื่น ๆ โดยพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมเป็นสำคัญในการเข้าลงทุน โดยเงิน ที่นำไปลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลดังกล่าวเป็นการลงทุนทั่วไป ไม่ได้เป็นการนำเงินให้รัฐบาล ไปใช้โดยเฉพาะแต่อย่างใด แล้วก็เงินส่วนนี้เมื่อครบกำหนดประกันสังคมก็จะได้เงิน กลับคืนมา เราก็สามารถนำไปลงทุนต่อได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดแล้วแต่ที่จะพิจารณา ภาวะตลาดในขณะนั้น
สำหรับการจ้างบริษัทจัดการกองทุนภายนอก สำนักงานมีการจ้างอยู่ โดยไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนทั้งหมด แล้วก็บริษัทจัดการกองทุนก็จะต้องรายงาน ผลตอบแทนเปรียบเทียบกับตัวชี้วัดให้กับสำนักงานประกันสังคมทุก ๆ ไตรมาส เราจะมีการ ติดตามผลการดำเนินงาน หากดำเนินงานต่ำกว่าตัวชี้วัดเป็นระยะเวลาหนึ่งเราก็จะยกเลิก สัญญานะคะ
สำหรับดอกเบี้ยค้างรับ ดอกเบี้ยค้างรับที่แสดงอยู่ในงบการเงิน เนื่องจากว่า พันธบัตรรัฐบาลหรือว่าหุ้นกู้เอกชนจะจ่ายเงินดอกเบี้ยทุก ๆ ๖ เดือน ดังนั้นเมื่อสิ้นสุด เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๑ จะมีพันธบัตรรัฐบาลบางส่วนที่มีดอกเบี้ยครบกำหนดในเดือนถัด ๆ ไป เช่น ครบกำหนดในเดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ หรือเดือนมีนาคม ซึ่งยังไม่ครบกำหนด ในการจ่ายเงินทางบัญชีจึงจะต้องตั้งไว้เป็นดอกเบี้ยค้างรับ ซึ่งพอถึงเวลาที่ครบกำหนด ในการจ่ายทุก ๖ เดือน เราก็จะได้รับมาเป็นเงินสด แล้วรายการนี้ก็จะหายไป
สำหรับรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน จำนวน ๑,๖๐๐ ล้านบาท ในส่วนนี้เป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการตีมูลค่าหลักทรัพย์ที่มีการลงทุนในต่างประเทศ กลับมาเป็นเงินบาท โดยในปี ๒๕๖๑ ค่าเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย จึงทำให้มูลค่า เงินลงทุนของสำนักงานประกันสังคมที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์หรือสกุลอื่น ๆ มีผล ปรับลดลงชั่วคราว อย่างไรก็ตามผลขาดทุนที่แสดงอยู่นี้เป็นผลขาดทุนทางบัญชีเท่านั้น เพราะว่ามูลค่าจะปรับเปลี่ยนไปตามอัตราแลกเปลี่ยนในตลาด แล้วก็สำนักงานยังไม่ได้ขาย ตราสารดังกล่าวออกแต่อย่างใด หรือยังไม่ได้เกิดผลขาดทุนจริง โดยในปี ๒๕๖๓ ในส่วนนี้ ก็จะได้มีการบันทึกบัญชีเป็นผลกำไรค่ะ
นอกจากนี้อีกเรื่องหนึ่งคือตราสารหนี้ภาคเอกชน ที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณา สอบถามว่ามีของการบินไทยหรือไม่นะคะ ในจำนวนเงินลงทุนของสำนักงานประกันสังคม ในหุ้นกู้ภาคเอกชนไม่มีหุ้นกู้ของการบินไทย แล้วก็ไม่มีหุ้นของการบินไทยด้วยค่ะ เนื่องจาก เราก็ได้พิจารณาคุณภาพเครดิตก่อนการลงทุน ก็ไม่มีการถือเงินลงทุนดังกล่าวค่ะ
สุดท้ายค่ะ ขอนำเรียนท่านเกี่ยวกับเรื่องความยั่งยืนของกองทุน ซึ่งมีท่าน ส.ส. ที่มีความกังวลเกี่ยวกับความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมว่าผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรแรงงาน ระหว่างประเทศ ร่วมกับทางประกันสังคมได้คาดการณ์สถานะกองทุนไว้ ผลเป็นอย่างไร จะขอนำเรียนว่าปัจจุบันกองทุนประกันสังคมก็ยังมีความมั่นคงสูงอยู่นะคะ แต่ในอนาคต เนื่องจากว่าประเทศไทยจะมีจำนวนประชากรที่มีอายุเพิ่มขึ้นมีอายุยืนขึ้น แล้วก็คนที่ เกิดใหม่มีลดลง จึงทำให้วัยแรงงานในอนาคตอีกนานจะมีลดลง ทำให้คนที่อยู่ในระบบ ประกันสังคมที่เป็นผู้ชำระเงินสมทบมีลดลง แต่คนที่เกษียณแล้ว แล้วก็รับบำนาญจากระบบ ประกันสังคมจะมีเป็นจำนวนมาก นั่นก็คือแรงงานในปัจจุบันในวันนี้ที่ยังทำงานอยู่ อีกประมาณ ๒๐-๓๐ ปี เขากำลังจะเกษียณอายุแล้วก็ต้องรับบำนาญจากสำนักงาน ประกันสังคม ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นทั่วโลกว่าคนอายุยืนขึ้น มีภาระที่จะต้อง จ่ายบำนาญให้เขานานขึ้น แล้วก็ระหว่างทางเราก็มีการปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ขึ้นให้ด้วย ซึ่งหากไม่ดำเนินการใด ๆ เลยก็เป็นปัญหาว่าในอนาคตเงินกองทุนอาจจะไม่เพียงพอ เนื่องจากว่าการจัดเก็บอัตราเงินสมทบของเราในปัจจุบันเมื่อเทียบกับอัตราเงินบำนาญที่จะ จ่ายให้ในอนาคตก็ไม่สมดุลกัน พูดง่าย ๆ เรียกว่าเก็บมาน้อยแต่ว่าสัญญาว่าจะจ่าย ในอัตราที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นทางแก้ไขที่จะทำให้ยั่งยืนจริง ๆ ก็คือการเพิ่มอัตราเงินสมทบ จาก ๕ เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามทางสำนักงานก็ทราบถึงสถานการณ์เศรษฐกิจ แล้วก็สภาพสังคมในปัจจุบันว่าการดำเนินการเพิ่มอัตราเงินสมทบอาจจะทำได้ยากในช่วงนี้ จึงจะต้องพิจารณาหลาย ๆ องค์ประกอบในการที่จะเสนอการขึ้นอัตราเงินสมทบค่ะ ซึ่งระหว่างนี้สิ่งที่สามารถทำได้เพื่อเพิ่มสถานภาพของกองทุนก็คือการพิจารณาเรื่อง ของผลตอบแทนการลงทุนว่าลงทุนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ แล้วก็พยายามเพิ่มผลตอบแทน เพื่อทำให้เงินลงทุนเกิดดอกออกผลนะคะ อีกส่วนหนึ่งก็คือการพิจารณาการขยายอายุ การเริ่มรับบำนาญ ซึ่งสำนักงานประกันสังคมกำหนดไว้ว่าผู้ประกันตนสามารถเริ่มรับบำนาญ ได้ในอายุ ๕๕ ปี อย่างไรก็ตามอายุรับบำนาญของประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกส่วนใหญ่จะอยู่ตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป ในส่วนนี้ก็จะเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่าง การศึกษาเพื่อจะขยายการเริ่มรับบำนาญให้ออกไปเป็นอายุ ๖๐ปี เพื่อให้สอดรับกับ อายุเกษียณของวัยแรงงานในปัจจุบัน ก็ขอนำเรียนท่านประธานและท่าน ส.ส. เพื่อทราบค่ะ
ขอบคุณมากครับ ยังมีอธิบายชี้แจงอะไรที่ยังไม่ได้ครบถ้วน เชิญนะครับ