สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

พิสิฐ ลี้อาธรรม หารือเรื่องการปฏิรูประบบประกันสังคม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและระบบการบริหารจัดการ เพื่อให้ระบบประกันสังคมยั่งยืน และสามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องเงินกู้ของสำนักงานประกันสังคมและเงินค้างรับ โดยเรียกร้องให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือในการจัดการเงินเหล่านี้ และหารือเรื่องตราสารหนี้เอกชน โดยเรียกร้องการทราบว่าภาครัฐบริหารความเสี่ยงด้วยวิธีการใด

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมขออนุญาตเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกที่ว่ากฎหมายนี้คือกฎหมายประกันสังคม ได้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ บัดนี้ปี ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นหลายเรื่องหลายประเด็นได้มีการ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก อย่างเช่น เรื่องของอายุคนที่เคยประเมินไว้ในอดีต ปัจจุบัน ก็เปลี่ยนไปแล้ว อัตราดอกเบี้ยซึ่งเมื่อก่อนเคยสูงตอนนี้ก็ต่ำมาก และเรื่องของภาระการคลัง ตอนนี้ จากสมัยโน้นเราอาจจะไม่มีภาระมากนักแต่ขณะนี้เรามีมาก เพราะฉะนั้นถึงเวลา ที่สำนักงานประกันสังคมควรต้องมีการปฏิรูประบบการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมให้ความหวังเป็นอย่างมากครับว่ามีท่านรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์จัตุมงคลมาเป็นรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมให้ความหวังเป็นอย่างมากครับว่ามีท่านรัฐมนตรี หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล มาเป็นรัฐมนตรีท่านเป็นผู้มีความรู้เรื่องการเงินเป็นอย่างดี เคยเป็นปลัดกระทรวงการคลัง เคยเป็นผู้ว่าการแบงก์ชาติ ผมก็หวังว่าท่านจะได้อยู่ช่วยปฏิรูประบบประกันสังคมให้เป็น ระบบที่ยั่งยืน เพราะ ณ เวลานี้มีปัญหามากในเรื่องของการบริหารจัดการของสำนักงาน ประกันสังคมตามที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไปบ้างแล้วนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นว่า ในระยะยาวระบบประกันสังคมจะยั่งยืนไหม แม้ว่าวันนี้เวลานี้จะมีเงินเข้ามากกว่าเงินออก แต่ก็มีหลายฝ่ายที่ประเมินว่าอีกไม่นานก็คงจะขาดเงินซึ่งจะเป็นปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง ขณะเดียวกันเราก็ทราบครับว่าปีนี้ก็มีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) สำนักงานประกันสังคม ก็ถูกกำหนดให้มีการจ่ายเงินช่วยแรงงาน เรายังไม่ทราบเลยครับว่าภาระต่อสำนักงาน ประกันสังคมมีมากน้อยแค่ไหน น่าจะมีการประเมินกัน ระบบการบริหารเงินของกองทุน ประกันสังคม ๒ ล้านล้านบาท ควรจะต้องได้รับการดูแลโดยมืออาชีพ ณ เวลานี้เป็นระบบราชการ เป็นระบบที่อาจจะไม่มีความคล่องตัว แล้วผมก็ทราบดีว่าสำนักงานประกันสังคมก็เสียคนมาก ไปยังภาคเอกชน เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีการปฏิรูประบบ แยกระบบประกันสังคมออกมาให้ เหมือนกับ กบข. ให้เหมือนกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ท่านก็จะสามารถเก็บคนเอาไว้ได้ เพราะว่าคนเหล่านี้มีค่าตัวสูงในสังคมนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ ที่กระผม ได้กล่าวไปเป็นเรื่องใหญ่ที่ผมได้ขอยื่นเป็นปกติไปแล้วนะครับ ส่วนในวันนี้ที่ท่านประธาน ให้เราได้ตรวจดูงบของสำนักงานประกันสังคมนะครับ ผมก็อยากขออนุญาตให้ความเห็น บางประการครับ

ประการที่ ๑ ในเรื่องของการเก็บเงินสดของสำนักงานประกันสังคมถึงแม้ว่า ปี ๒๕๖๐ จะลดลงไป คือปี ๒๕๖๐ จะมีถึง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปี ๒๕๖๑ ลดลงมา เหลือ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่นั่นก็ยังเป็นจำนวนที่สูงอยู่ ลองนึกคร่าว ๆ นะครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑๐๐ ล้านบาท เมื่อวานนี้เรามีการประชุมกัน ในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ทาง สบน. ก็บอกว่า ได้มีการกู้เงินในช่วงปีงบประมาณนี้ไปทั้งหมด ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในจำนวนนี้แน่นอน ก็มีการกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่ง ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท จากสถาบันการเงินเขาให้ดอกเบี้ย ๑ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วสำนักงานประกันสังคมน่าจะเจรจาขอ สบน. แทนที่ สบน. จะเอาเงินไปให้กับแบงก์ควรจะให้กับสำนักงานประกันสังคมได้ต่อดอกออกผลกับเงินก้อนนี้ แทนที่จะไม่ได้ดอกเบี้ยอย่างที่เป็นอยู่ ณ เวลานี้

ประเด็นต่อไปที่ขออนุญาตสอบถามก็คือ เรื่องของเงินที่ท่านถือว่าเป็น เงินค้างรับ ซึ่งเงินค้างรับมีจำนวนที่สูงมาก และยังมีอีกส่วนหนึ่งก็คือเงินที่รัฐบาลยังไม่ได้จ่าย มาให้ประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่ารัฐบาลเองก็มีปัญหาเรื่องของ งบประมาณนะครับ แต่ท่านน่าจะมีการเจรจาตกลงกับสำนักงบประมาณครับว่าตอนสิ้นปี ตอนที่มีเงินเหลือจ่ายจำนวนมากน่าจะขอโอนเงินเหลือจ่ายเหล่านั้นเข้ามาคืนสำนักงาน ประกันสังคม จะได้ลดจำนวนนี้ลงไป จะได้ทำให้เงินค้างรับไม่ดูใหญ่โตขนาดนี้ ขณะเดียวกัน ยังมีสินทรัพย์หมุนเวียนอื่นบางประการที่อยากจะขอให้ท่านผู้แทนจากสำนักงาน ประกันสังคมได้ช่วยชี้แจงว่าทำไมรายการสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น อย่างเช่น ยาต้านไวรัส เอดส์ (AIDS) จึงได้กระโดดสูงขึ้นมากจากปี ๒๕๖๐ ในปี ๒๕๖๑ ขึ้นจาก ๒๐๐ กว่าล้านบาท มาเป็นเกือบ ๗๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นคำถามที่ขออนุญาตสอบถาม

แล้วก็ประการสุดท้าย เรื่องของตราสารหนี้เอกชน ท่านก็มีการลงทุนเพิ่ม สูงขึ้น ณ เวลานี้เราก็ทราบดีครับ ตราสารหนี้เอกชนก็มีความเสี่ยงสูงถึงแม้ว่าเรตติง (Rating) จะดี แม้กระทั่งการบินไทย ต้นปี เรตติง เอ (Rating A) บัดนี้กลายเป็นเรตติง (Rating) ที่ต่ำกว่าดี (D) แล้ว เพราะฉะนั้นก็อยากจะขออนุญาตให้ท่านได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับ การลงทุนในส่วนนี้ว่าเรื่องการบริหารความเสี่ยงว่าท่านดูแลอย่างไรครับ ขอบคุณครับ