สุทิน ตั้งคำถามบริหารงบประกันสังคม ขอชี้แจงการคืนเงิน 1.5 ล้านล้าน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓

สุทิน คลังแสง ตั้งคำถามถึงการบริหารงบดุลของสำนักงานประกันสังคม โดยเฉพาะกรณีรัฐบาลนำเงินไปใช้กว่า 1.5 ล้านล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงกรอบเวลาการคืนเงินและผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของประชาชน รวมทั้งตั้งข้อสังเกตการขาดการส่งเงินสมทบจากภาครัฐทั้งที่ผู้ประกันตนและนายจ้างดำเนินการครบถ้วน พร้อมเสนอให้พิจารณาการใช้เงินกองทุนชราภาพล่วงหน้าและจัดสวัสดิการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจแทนการรอรับเงินเมื่ออายุครบ 60 ปี

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จังหวัดมหาสารคาม ท่านผู้ชี้แจงจากสำนักงานประกันสังคมครับ ก่อนอื่นผมต้องเรียนด้วยความเห็นใจท่าน เพราะว่าท่านเป็นโจทก์และท่านเป็นจำเลยมาร่วม ๒-๓ เดือน เผอิญเป็นวิกฤติความลำบาก หลายคนต้องเป็นจำเลยไป แล้วท่านก็เป็นคนหนึ่ง ท่านมาชี้แจงวันนี้ผมเชื่อว่าหลายเรื่องที่เป็นข้อบกพร่อง หลายเรื่องที่เราอยากถามมันก็อยู่ เกินวิสัยท่าน จะตำหนิแรง ๆ ก็สงสารท่านนะครับ เพราะความผิดพลาดหลายเรื่องเป็นเรื่อง ระดับนโยบาย เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ผมจะถามก็จะเป็นการถามด้วยข้อที่เขานินทาและติดใจ สำนักงานประกันสังคมอยู่ ท่านอย่าเกรงใจนะครับ ไม่ต้องเกรงใจพวกผมและไม่ต้องเกรงใจ รัฐบาล ถ้าท่านตอบดี ๆ พวกผมอาจจะช่วยท่านได้ หนี้สินที่รัฐบาลติดค้างอยู่ถ้าท่าน กล้าตอบตรง ๆ ท่านไม่กล้าทวงหรอก ผมจะทวงให้ หลายเรื่องเลย เพราะฉะนั้นผมจะ ขออนุญาตถามในเรื่องของงบดุล แต่ว่าเพื่อแปลงให้คนประกันสังคมเข้าใจง่าย ๆ แล้วชาวบ้านรู้เรื่อง ซึ่งวันนี้รอฟังเยอะ ก็เป็นประเด็นที่ผมเคยถามรัฐบาลในสภาแล้ว แต่ไม่ตอบวันนี้ก็หวังว่าท่านจะตอบนะครับ ตอบได้หรือไม่ได้ท่านก็พยายามแล้วกัน ผมถึงบอกว่าวันนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับท่าน ประการแรก จริง ๆ สำนักงานประกันสังคม เป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งที่หวังของชาวบ้านของคนในสังคมนี้มาก แต่พอเกิดวิกฤติจริง ๆ วันนี้จึงได้พบว่าพวกเราไม่อยู่ในสถานะที่จะสนองตอบความต้องการเหล่านั้นได้เต็มที่ ข้อสงสัยมากมายผมจะถามเป็นภาษาง่าย ๆ ว่า ประการที่ ๑ คุยกันมากว่าเรามีทรัพย์สินอยู่ เกือบ ๒ ล้านล้านบาท แต่ใน ๒ ล้านล้านบาทนั้นไปตกอยู่กับรัฐบาล ๑.๕ หรือ ๖๐ กว่า เปอร์เซ็นต์ เกือบ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ทรัพย์สินเหล่านั้นไปอยู่กับรัฐบาลเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑.๕ ล้านล้านบาท ก็เหลือมาบ้างนิดหน่อยท่านก็ไปลงทุนตามที่ท่านเห็นว่าจะเกิดผล เกิดประโยชน์ จะผิดบ้างพลาดบ้างเป็นวิถีปุถุชนตามภาวะของตลาด ภาวะของเศรษฐกิจ อันนี้พอเข้าใจกันได้ เลยอยากถามว่าจริงไหมว่ารัฐบาลเอาไปครอบครองอยู่ เอาเงินของสำนักงานประกันสังคมไปตั้ง ๑.๕ ล้านล้านบาท แล้วถ้าจริงจะมีเงื่อนระยะเวลา ที่รัฐบาลจะต้องคืนมาที่สำนักงานประกันสังคมอย่างไร เข้าใจว่าเป็นพันธบัตรนั่นแหละ จะคืนมาช่วงไหน เวลาใดบ้าง แล้วช่วงเวลาที่จะคืนนี้สัมพันธ์สอดคล้องกับการหมุนเวียน ของเงินที่ท่านจะต้องสำรองไว้ด้วยหรือเปล่า เพราะวันนี้เขาเข้าใจว่าเหตุที่สำนักงาน ประกันสังคมจ่ายเงินไม่ได้ เรื่องระเบียบที่ไม่ตรงนั้นเรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องหนึ่งคือเงินไม่มี เงินไม่มีมาจากรัฐบาลคืนไม่ได้ คืนไม่ทัน นี่ข้อสงสัย ถ้าท่านตอบตรงนี้ได้ชัดก็จะได้เป็น ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ถ้าเป็นธรรมกับรัฐบาล รัฐบาลเขาจะได้ดีใจ ถ้าไม่เป็นธรรมก็ต้อง บอกว่าไม่เป็นธรรม ก็จะต้องช่วยกัน อันนั้นข้อที่ ๑

ข้อที่ ๒ มีการพูดคุยกันมากว่ารายได้หรือเงินที่จะเข้าสำนักงานประกันสังคม ก็มาจาก ๑. ผู้ประกันตน ๒. จากนายจ้าง ๓. จากรัฐบาล ได้ทราบว่ารัฐบาลไม่ได้ส่งเงินสมทบ ให้ท่านมานานแล้วจริงหรือเปล่า คือ ๒ ภาคนั้นเขาส่ง แต่รัฐบาลไม่ส่งจริงหรือเปล่า หรือขาดส่งอยู่กี่ปี ถ้าท่านตอบขาดจริงพวกผมจะตามให้ เดี๋ยวงบประมาณก็จะเข้าแล้ว สัปดาห์หน้าจะตามทวงให้ ถ้าเหตุนี้เป็นเหตุบกพร่องก็รัฐบาลทำตัวไม่ดี เสียวินัยและทำให้ องค์กรเขาเดินไม่ได้ เพราะ ๒ ภาคเขาส่งแต่ถ้ารัฐบาลไม่ส่งจริง ๆ ใช้ไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่ พวกเราจะต้องว่ากันให้

ประการที่ ๓ เป็นความทุกข์ของชาวบ้านของผู้ประกันตน เขารู้ถูกรู้ไม่ถูก อันนี้ก็เป็นหน้าที่ที่เราจะต้องให้ความรู้กันว่าเรื่องกองทุนชราภาพเป็นเรื่องที่เขาคิด และวิพากษ์วิจารณ์กันมาก จริง ๆ ผมก็เข้าใจว่าชราภาพก็คือให้ตอนแก่ ก็ ๖๐ ปีที่เขียนไว้ แต่วันนี้ถ้าจำเป็นและลำบากอย่างนี้ ภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้คนชราภาพเขาบอกว่าเขาส่งเงิน ไว้เยอะแล้ว และเขาได้พ้นจากความเป็นลูกจ้างแล้ว อยู่ในสถานะเขาแล้ว เขาจะขอเงินชราภาพ มาใช้ล่วงหน้าได้ไหม ท่านไม่ตอบผมก็จะตอบได้ว่าหลักการนั้นไม่ได้ เทียบเคียงเหมือนกับ ช.พ.ค. ของครู ถ้า ช.พ.ค. ตายแล้วเขาถึงได้ แต่ครูบางครั้งเขาลำบาก เขาไม่ต้องรอตอนตาย เขาแก้ไขปัญหากันอย่างไรรู้ไหมครับ เขาก็มีระบบขึ้นมาเพื่อกู้ส่วนหนึ่งให้ไปใช้ก่อนล่วงหน้า ยังไม่ตาย คือพูดง่าย ๆ ว่าใช้ตอนมีชีวิตอยู่ครึ่งหนึ่ง ตายแล้วค่อยเอาไปใช้อีกครึ่งหนึ่ง แต่ว่า ถ้าจะให้เบิกเสียทีเดียวก็จะผิดหลักการ แต่จะถามท่านว่ามีนโยบายไหม มีหลักหรือว่ามีเรื่อง ที่จะต้องให้กู้หรือจะบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประกันตนให้นำเงินชราภาพนี้ไปจ่ายล่วงหน้า ก่อนได้ไหม อาจจะเป็นรูปของกู้เงินสวัสดิการอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผมกราบ เรียนถามนี้เรากำลังจะหาทางออกให้กับประชาชน เพราะวิกฤติครั้งนี้ผมเชื่อว่าก็โดนกันทุกคน ผู้ประกันตนแถมไปโดนรัฐบาลยกเว้นด้วย บอกว่าผู้ประกันตนกับสำนักงานประกันสังคม ไม่ได้เยียวยากับเขาด้วย หันจะมาเอาประกันตนก็ไม่ได้อีก เขาก็เลยเป็นคนที่ตกรุ่นเลย เขาจะไปทางรัฐบาลเยียวยาก็ไม่ได้ มาทางประกันตนก็ติดขัดข้อกฎหมาย ผมก็เล็งเห็น ข้อเดียวครับว่าถ้าจะให้เขากู้หรือไม่กู้ก็ตาม ท่านจะเรียกว่าเป็นการให้สวัสดิการก่อน จะทำได้ไหม แล้วมีนโยบายที่จะผ่อนปรนหรือบรรเทาทุกข์เขาอย่างนี้หรือเปล่า ก็ถาม ๓ ข้อ สั้น ๆ นะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ