วิรัตน์ วรศสิริน สนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อติดตามการใช้จ่ายเงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดทั้งสามฉบับที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 โดยเสนอให้รัฐบาลยกเลิกสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างแท้จริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความกว้างเกินควรของแผนฟื้นฟูที่อาจนำไปสู่การใช้งบประมาณอย่างไม่จำเป็น และเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้จ่ายอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการสูญเสีย รวมถึงผลักดันความเป็นธรรมในการชดเชยให้บุคลากรทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานร่วมกัน โดยเฉพาะประเด็นการจ่ายเบี้ยเลี้ยงและค่าเสี่ยงภัยที่ยังไม่เท่าเทียมกันระหว่างทหาร ตำรวจ และบุคลากรสาธารณสุข
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ กระผมขออภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
กราบเรียนท่านประธาน ในมาตรา ๓ ของพระราชกำหนดเงินกู้นั้นเขียนว่า ให้กู้เงินหรือออกตราสารหนี้ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ นั่นแสดงว่ารัฐบาลไม่มี ความประสงค์ที่จะใช้เงินกู้ครั้งเดียวทั้งก้อน ก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ต้องใช้ตามความจำเป็น ถูกต้องแล้วครับ
มาตรา ๕ (๑) เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ นั่นก็ถูกต้องนะครับ (๒) เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ก็ถูกต้องนะครับ (๓) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาก การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ กราบเรียนท่านประธาน ที่จริงแล้วรัฐบาล ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจถ้าด้วยความจริงใจมีความประสงค์อย่างนั้นจริง ๆ ก็ควรจะต้อง รีบยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก็จะเป็นคุณต่อระบบ เศรษฐกิจอย่างแท้จริง ไม่อยากให้มัวแต่คิดว่าจะต้องทำโครงการ จะต้องกู้เงินเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ ควรยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจได้แล้วครับ มาตรา ๖ ให้กู้เงินโดยเท่าที่จำเป็น นี่ก็ถูกต้อง เขียนไว้ดูดี
แต่กราบเรียนท่านประธานว่ากระผมดูแล้วขัดและแย้งกับแผนงานโครงการ ทั้งหมด แผนงาน โครงการ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เขียนไว้ดูจะครอบคลุมไปทั้งหมด ไม่ว่าจะคิดถึงโครงการอะไร จะก่อสร้างจะทำอะไรก็ดูจะเข้าทั้งหมด ผมใคร่ขออนุญาต อ่านแผนงานที่ ๓ อย่างสั้น ๆ โดยสังเขปนะครับ แผนงานหรือโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคม ๓.๑ แผนงานหรือโครงการพัฒนาพลิกฟื้นเศรษฐกิจภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าและการลงทุน ท่องเที่ยวและบริการ ๓.๒ แผนงานฟื้นฟูเศรษฐกิจ ท้องถิ่นและชุมชน สร้างงาน สร้างอาชีพ เชื่อมโยงการท่องเที่ยว ภาคบริการอื่น ๆ พัฒนา โครงสร้างพื้นฐานในชุมชน อ่านแล้วครอบคลุมทั้งหมดเลยนะครับ ๓.๓ แผนงานหรือ โครงการเพื่อส่งเสริมกระตุ้นการบริโภคครัวเรือน รวมถึงการลงทุนต่าง ๆ ของภาคเอกชน ครอบคลุมไปถึงเอกชนด้วยนะครับ แผนงานพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสร้างความมั่นคงทาง เศรษฐกิจ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ครอบคลุมไปทั้งหมด ดูแล้วจะขุดบ่อน้ำ จะขุดลอกคูคลอง สร้างถนน ทำถนนเข้าหมู่บ้าน ดูจะครอบคลุมไปได้ ทั้งหมดเลยนะครับ แม้กระทั่งการฟื้นฟูการบินไทย ผมดูแล้วก็เข้าด้วย ก็น่าจะไปได้ทั้งนั้นนะครับ ทั้ง ๔ ข้อนี้อ่านแล้วครอบคลุมไปทั้งหมดที่คิดขึ้นได้ คิดโครงการอะไรได้ก็สามารถเขียนโยง เข้ามาให้ได้ ก็เป็นไปได้ทั้งหมด โครงการหลาย ๆ อย่าง กระผมคิดว่าควรใช้งบประมาณ ในปีปกติในการดำเนินการ งบเงินกู้นี้ควรใช้ตามมาตรา ๖ นั่นก็คือใช้เท่าที่จำเป็น ใช้ในสถานการณ์ที่วิกฤตินี้ให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้ จึงควรจะเป็นอย่างนั้นมากกว่านะครับ
กราบเรียนท่านประธาน อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้น ไปติดตามในการใช้เงินกู้นี้ได้กรุณาตรวจสอบก็คือ เรื่องที่มีคำสั่งของกระทรวงกลาโหม ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงให้กำลังพลที่ปฏิบัติงานสนับสนุน ณ จุดคัดกรองสนามบิน ศูนย์กักตัว สเตต ควอรันทีน (State quarantine) จุดตรวจ สายตรวจ ได้เบี้ยเลี้ยง ๔๖๐ บาท และค่าเสี่ยงภัยวันละ ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนคงเคยเห็นนะครับ ด่านตรวจโควิด (COVID) ในสถานการณ์นี้จะมีตำรวจ มีทหาร มีสาธารณสุข เขาเรียกว่าด่านร่วม ท่านประธานเชื่อไหม ทหารมีเบี้ยเลี้ยง และค่าเสี่ยงภัย ๑,๔๖๐ บาท แต่ตำรวจกับสาธารณสุขไม่มีนะครับ มีเงินเดือนแล้ว งานก็เป็นหน้าที่แล้ว มีเงินเดือนก็ถือว่างานเป็นหน้าที่แล้ว สั้น ๆ นะครับท่านประธาน ผมคิดว่าคณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นควรไปตรวจสอบว่าทหารรับเงินบนความทุกข์ ของประชาชนนี้ได้หรือไม่ ควรหรือไม่ควร ก็ขอรบกวนไปตรวจสอบด้วย ประชาชน เขาขอเงิน ๕,๐๐๐ บาทก็ยากลำบากเหลือเกิน อันนี้ได้ ๑,๔๖๐ บาทต่อวัน ๔ วันก็เกิน มากกว่าประชาชนเขาทั้งเดือนแล้วนะครับ
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปนั้น กระผม เป็นห่วงอย่างยิ่งว่างบก้อนนี้จะกลายเป็นน้ำซึมบ่อทราย ก็ยังไม่รู้จะซึมไปบ่อไหน แต่ละบ่อ เยอะเหลือเกิน ผมเกรงจะไม่ได้ผลทั้งในด้านการรับมือวิกฤติที่เกิดขึ้น การเยียวยา ความเดือดร้อนของประชาชนทั้งประเทศ การฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ได้ผลอย่างที่ควรจะเป็น จึงขอแสดงความคิดเห็นมายังท่านประธานเพื่อสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการดังที่กล่าวมาแล้ว ทั้งหมดต่อท่านประธาน กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ