ประกอบ รัตนพันธ์ หารือการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะในโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แผนงาน เน้นย้ำความสำคัญของการใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมวิพากษ์แผนงานที่ 2 ที่เน้นการฝึกอบรมซ้ำซากและเสี่ยงต่อการสูญเปล่า และเรียกร้องให้ให้ความสำคัญกับการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับชุมชน เช่น ถนน น้ำประปา และไฟฟ้า รวมถึงการคัดกรองและติดตามตรวจสอบโครงการอย่างเข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่าเงินกู้จะถูกใช้อย่างรอบคอบ เกิดผลสัมฤทธิ์ และกระจายอย่างเป็นธรรมทั่วประเทศ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้มา ร่วมอภิปรายญัตติด่วนที่มีความสำคัญต่อรัฐบาล ต่อประเทศชาติ และต่อพี่น้องประชาชน ในวันนี้ ท่านประธานครับ กระผมเป็นคนหนึ่งที่ร่วมยื่นญัตติด่วน ร่วมกับท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และเพื่อนในพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อตรวจสอบการดำเนินโครงการการใช้เงินให้เป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลสูงสุด คุ้มค่ากับเงินที่รัฐบาลได้กู้มา อยากกราบเรียน ท่านประธานว่าคณะกรรมาธิการและพวกกระผมนั้นที่เสนอญัตติด่วนขึ้นมา เรามีความหวังดี ต่อรัฐบาลเอง ต่อประเทศชาติ และต่อพี่น้องประชาชน ที่ผมกราบเรียนว่าหวังดีอย่างไร อย่างน้อยที่สุดคนก็ไม่นินทารัฐบาลว่าใช้เงินกู้มาทั้ง ๓ ฉบับ คือ ๑.๙ ล้านล้านบาท ที่กู้มาจริง ๆ ก็คือ ๑ ล้านล้านบาท ไม่ละลายน้ำ แล้วก็ไม่เป็นประโยชน์กับตัวรัฐบาลเอง แต่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ
ประการที่ ๒ ผมกราบเรียนว่าถ้ามีการตรวจสอบ การกลั่นกรองโครงการที่ดี เชื่อว่าประเทศชาติได้ประโยชน์อย่างแน่นอนในภาวะที่บ้านเมืองเราประสบวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ในที่สุดพี่น้องประชาชนก็ได้รับผลประโยชน์ เพราะฉะนั้นการที่ตั้ง คณะกรรมาธิการตรวจสอบเรื่องนี้ได้ประโยชน์ทั้ง ๓ ฝ่าย ทั้งตัวรัฐบาลเอง ประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายในช่วงเวลาสั้น ๆ เฉพาะโครงการเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ในส่วนของฟื้นฟูเศรษฐกิจเท่านั้น เพราะผมกราบเรียนว่า ในส่วนอื่นนั้นมีกระบวนการในการตรวจสอบในการคัดสรรโครงการค่อนข้างที่จะเป็น รูปธรรมชัดเจน แต่ส่วนที่พี่น้องประชาชนกังวลมากที่สุด แล้วพวกกระผมแม้แต่ ท่านประธานเองผมเชื่อว่ามีความกังวลในเรื่องของเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลได้ทำเป็น ๔ แผนงานหลัก ผมใคร่กราบเรียนท่านประธานว่า
แผนงานที่ ๑ คือการเน้นการลงทุนและกิจกรรมการพัฒนาที่สามารถพลิกฟื้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจ เช่น การเกษตรสมัยใหม่และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สรุปว่า แผนงานที่ ๑ นั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องการเกษตร ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของพี่น้องประชาชน คนไทยส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกร แล้วก็เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
แผนงานที่ ๒ การฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนที่เน้นสร้างงานรองรับ การกลับสู่ต่างจังหวัด นั่นหมายถึงว่ารองรับลูกหลานของเราที่กลับสู่ต่างจังหวัด งบประมาณ ตรงนี้เท่าที่ผมวิเคราะห์ดูและดูโครงการแล้วส่วนใหญ่เป็นเรื่องของโครงการอบรมสัมมนา และฝึกอาชีพ โครงการตรงนี้แผนงานที่ ๒ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นโครงการ ที่ผมค่อนข้างกังวลมาก เพราะว่าในอดีตที่แล้วมานั้นเรามีโครงการฝึกอบรมสร้างงาน สร้างอาชีพเยอะแยะไปหมด เยอะแยะมาก จนกระทั่งว่ามีคนที่มีอาชีพรับจ้าง รับจ้าง ฝึกอบรม ในที่สุดการฝึกอบรมนั้นมีหลายโครงการที่ล้มเหลว ไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ ไม่มีการ ต่อยอด น่าเสียดายอย่างยิ่ง กระผมเลยกังวลในแผนงานที่ ๒ ว่าถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินไม่สามารถที่ตรวจสอบได้อย่างมีคุณภาพก็เป็นการสูญเปล่า และน่าเสียดายว่าเรากู้เงินมาจำนวนมหาศาลในที่สุดไม่งอกเงยในทางเศรษฐกิจ ก็น่าเสียดาย เป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้นในแผนงานที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าควรจะพิถีพิถัน และกลั่นกรองให้มีประโยชน์มากที่สุด เอาอดีตมาเป็นบทเรียนที่อบรมแล้วทิ้ง อบรมแล้ว ไม่ต่อยอด สูญเปล่า สูญหาย เสียงบประมาณรายจ่ายเยอะแยะไปหมด
แผนงานที่ ๓ ส่งเสริมการบริโภคและกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังที่เสนอว่า จะออกโครงการลักษณะอุดหนุนท่องเที่ยวไทย โครงการนี้ยังไม่เกิด ผมเรียกโครงการนี้ว่า โครงการแผนงานลังเลเพราะยังไม่ชัดเจนว่าจะเดินอย่างไร เป็นรูปไหน แล้วขณะนี้โครงการนี้ ยังไม่ได้รับการเสนอขึ้นมาและยังไม่มีงบประมาณ แต่ว่าก็เป็นโครงการหนึ่งที่อยู่ในแผนงาน ของงบประมาณในเงินกู้ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท
สุดท้าย คือแผนงานการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานระดับชุมชน อันนี้ สำคัญมากครับ โครงสร้างพื้นฐานไม่ว่าเรื่องของถนนหนทาง ไม่ว่าเรื่องของไฟฟ้า น้ำประปา ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ต่อยอดไปยังเศรษฐกิจฐานรากของพี่น้องประชาชน ผมกราบเรียนว่า แผนงานนี้ซึ่งเป็นแผนงานที่มีความสำคัญมากมายมหาศาล วันนี้ประเทศไทยเรา ขาดแคลนมาก ถนนที่ยังเป็นฝุ่น ถนนชุมชน ถนนที่ใช้ในการขนส่งสินค้าเกษตร ถนนที่เชื่อมโยงในการท่องเที่ยว พี่น้องเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่หารือทุกวัน ท่านประธานสภาท่านเห็นไหมว่าปัญหาเรื่องถนนหนทาง ปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องอะไรพวกนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยในการผลิตพื้นฐานของพี่น้องประชาชนมันขาดแคลน ผมเลยบอกท่านประธานว่าในเมื่อเรากู้เงินมาถึง ๑ ล้านล้านบาท และใช้เงินเฉพาะเรื่อง ของโครงการ ๔ แผนงาน และโครงสร้างพื้นฐานนั้นเป็น ๑ ใน ๔ แผนงาน ผมคิดว่าน่าจะให้ ความสำคัญมากเป็นพิเศษ ท้องถิ่นใดถ้าเกิดถนนหนทางดีมีน้ำอุดมสมบูรณ์ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าเศรษฐกิจฐานรากที่พี่น้องประชาชนสามารถประกอบอาชีพสร้างรายได้ ให้ตัวเองอยู่เย็นเป็นสุขนั้นก็กราบเรียนว่าสามารถทำได้อย่างดียิ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ผมเลยอยากฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการว่าต้องดูแลเป็นพิเศษ เมื่อภาคเช้าผมมีโอกาสได้หารือท่านประธาน ไม่น่าเชื่อท่านประธานครับ ในเขตพื้นที่ ของกระผม อำเภอบางขัน ถนน ๒ เส้นเชื่อมระหว่างตำบลต่อตำบล ก่อสร้างมา ๖๐ ปี วันนี้ ยังไม่ลาดยาง มีไหมประเทศไทย ไม่น่าเชื่อเลย
ตรงนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากู้เงินมาแล้วต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ ให้พี่น้องประชาชนเขาได้มีความสุขบ้าง โครงการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับบุคคล ๓ ฝ่าย ฝ่ายที่ ๑ ผู้เสนอโครงการ ผมเชื่อว่าคนที่เสนอโครงการเที่ยวนี้ลุกลี้ลุกลนเพราะว่ารัฐบาล ให้เวลาจำกัดมาก เพราะฉะนั้นหลายที่รื้อโครงการเก่ามา หลายที่คิดโครงการอะไรก็ทำ โครงการนั้นขึ้นมา เพราะว่า ๔ แผนงานนั้นครอบคลุม อะไรก็ถูกหมด ผมไม่ตำหนิฝ่ายที่เสนอ โครงการเพราะเวลากระชั้นมาก แต่ผมอยากกราบเรียนคณะกรรมการกลั่นกรอง สำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติว่าท่านต้องพิถีพิถันและยึดหลักว่า โครงการที่มี ความจำเป็นจริง ๆ โครงการที่คุ้มค่า และต้องกระจายงบประมาณโครงการให้ทั่วถึง อย่างยุติธรรมทั่วทุกภูมิภาค อันนี้ผมขอฝากทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ และคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ
สุดท้าย คณะกรรมาธิการที่เรากำลังจะตั้งวันนี้คือคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตาม ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ผมอยากกราบเรียนคณะกรรมาธิการที่จะตั้งวันนี้ว่า ท่านต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้เม็ดเงินที่ประเทศชาติของเรากู้เป็นภาระของพี่น้องประชาชน ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องตรวจสอบว่าโครงการไหนที่ผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองแล้วไร้ประโยชน์ ไม่มีประโยชน์คุ้มค่ากับเงินที่เรากู้มาแล้วต้องจ่ายดอกเบี้ยก็ต้องคอมเมนต์ (Comment) มาด้วย เพื่อที่เป็นบทเรียนที่เราจะดูแลโครงการต่อไป เพราะผมเชื่อว่าการกู้เงินต่างประเทศ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งสุดท้าย คงจะมีอีก เพราะฉะนั้นก็อยากจะสะท้อนให้เห็นว่าการที่จะกลั่นกรอง โครงการนั้นต้องเป็นโครงการที่มีประโยชน์จริง ๆ ใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ กระผมเองก็กังวล แล้วก็ดีใจที่สภาแห่งนี้ใจกว้างพอที่จะให้มีคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดหนึ่ง ขึ้นมาตรวจสอบการใช้เงิน ขอบพระคุณท่านประธานมากครับ