วิโรจน์ ตั้งข้อสังเกตโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้าน ห่วงขาดกลไกตรวจสอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งข้อสังเกตต่อโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจมูลค่า 400,000 ล้านบาท โดยเปรียบเทียบกับโครงการไทยนิยมยั่งยืนที่ล้มเหลวในอดีต พร้อมแสดงความกังวลต่อการจัดสรรงบประมาณที่เน้นเศรษฐกิจฐานรากแต่ขาดกลไกตรวจสอบที่โปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน เน้นย้ำความจำเป็นของรัฐสภาในการตรวจสอบการใช้เงินกู้เพื่อแก้ปัญหาโควิดอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกมาตรการเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและไม่สูญเปล่าในระยะยาว

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ โครงการเงินกู้ที่สังคมกำลังสนใจมาก ๆ ก็คือตัวโครงการภายใต้กรอบ นโยบายการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ซึ่งผมขอเรียกว่าโครงการฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็แล้วกัน โครงการนี้เอาเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท มาใช้ถึง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และประเด็นที่ประชาชนตอนนี้กำลังจับจ้องกันตาเขม็ง เพราะว่า เงื่อนเวลาในการเสนอโครงการที่อยู่ในเดือนมิถุนายน กับการจะเอาเข้า ครม. ในช่วง ต้นเดือนกรกฎาคม เป็นเงื่อนเวลาที่พอเหมาะพอดีกับการขีดเส้นให้มีการเลือกตั้ง คณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เขาขีดเส้นว่าต้องเสร็จก่อน ๒๑ มิถุนายนด้วยนะครับ แป๊บ ๆ ก็มีกระแสคนดีอยู่ไม่ได้ อีกวันหนึ่งมีการอาราธนาให้คนดี ไปทำงานด้านอื่น ตอนนี้คือชุลมุนแล้วครับท่านประธาน แลกหมัดกันนัวเนีย จนวันนี้ผมรู้ แล้วว่าที่ ศบค. บอกว่าการ์ด (Guard) อย่าตก การ์ด (Guard) อย่าตก นี่ไม่ได้เตือน ประชาชนนะครับ กลับมาที่โครงการ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเหตุผลที่ประชาชนเขาสนใจ ผมได้ไปดูรายชื่อในโครงการเบื้องต้นที่เว็บไซต์ (Website) ของสำนักงานสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ตอนนี้มีอยู่ ๓๐,๐๐๐ กว่าโครงการ สิ่งที่ผมตกใจ ผมอุทานทันทีครับ ถ้าเปรียบเป็นภาพยนตร์นี่คือหนังภาค ๒ ที่ต่อจากหนังภาคแรก ที่ชื่อว่า ไทยนิยม ยั่งยืน หนังภาคแรกสร้างไปเมื่อปี ๒๕๖๑ เจ๊งไปทั้งสิ้น ๙.๕ หมื่นล้านบาท มีโครงการหลายโครงการวันนี้เหลือเพียงอนุสาวรีย์ ผมยกตัวอย่างโครงการสร้างฝายชะลอน้ำ ชะลอได้ดีมากครับชะลอจนน้ำไม่มาเลย แล้วมีโครงการบอกว่าไปขุดบ่อน้ำ แล้วก็ไปบอกประชาชนให้สร้างตามสเปก (Spec) บอกประชาชนว่าบ่อมีน้ำ สร้างเสร็จบ่อมีน้ำจริง ๆ บ่มีสักหยดเลย ตอนนี้เหือดแห้ง และที่เจ็บที่สุดคือเจ้าไทยนิยม ยั่งยืน มีโครงการย่อยชื่อว่า โครงการเศรษฐกิจฐานราก ท่านประธานจำคำว่าฐานรากให้ดี ๆ นะครับ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แจกหมู่บ้านละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท มี ๙๐,๐๐๐ กว่าโครงการ มีหลายโครงการวันนี้เหลือเพียงเศษซาก อย่างโครงการไฟฟ้าส่องทางพลังงานแสงอาทิตย์ โซลาเซลล์ (Solar cell) เวลากลางวันที่มี แสงอาทิตย์โคมไฟนี่ติดสว่าง แต่พอยามค่ำคืนแสงอาทิตย์ไม่มีแล้ว หลอดไฟนี่มืดตึ๊ดตื๋อเลย เลน (Lane) จักรยานที่สร้างขึ้นมาในโครงการนี้ก็ปลอดภัยมาก คือนอนกลางถนน อยู่ครึ่งค่อนวันก็ไม่ได้รับอันตราย เพราะว่าไม่มีจักรยานขี่ผ่านเลยสักคัน หลายโครงการวันนี้ ที่บอกว่าฐานราก แม้แต่รากก็ไม่เหลือ เหลือเพียงแค่ซากเท่านั้น แล้วภาค ๑ ที่ชื่อว่า ไทยนิยม ยั่งยืน เจ๊งไม่เป็นท่า ยังจะมีหน้ามาขอทุนสร้างภาค ๒ อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมยืนยันถ้าไทยนิยม ยั่งยืน ยั่งยืนจริง ทุกวันนี้จะต้องไม่เงียบกริบแบบนี้ ต้องมีความนิยมบ้าง วันนี้ก็ไม่เหลือความนิยม จะว่ายั่งยืนก็ไม่ยั่งยืนเพราะถามใครก็เหมือนจะลืมไปแล้ว โครงการ ฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาทรงเดียวกันกับไทยนิยม ยั่งยืน คือให้เสนอกันขึ้นมา ในหัวข้อ มี ๔ หัวข้อ โครงการฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มี ๓.๑ ๓.๒ ๓.๓ ๓.๔ ที่น่าสนใจ ท่านประธานดู ๓.๒ เป็นโครงการเศรษฐกิจฐานราก นี่ลากกันมาอีกแล้ว ตอนนี้เสนอกันมา ๓๑,๐๐๐ กว่าโครงการ มูลค่ารวมกันยังไม่อนุมัติ ๔๐๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดูสิครับ ฐานราก เสนอกันมาเยอะแยะ แต่พอดู ๓.๑ การเติบโตอย่างยั่งยืนสู่อนาคต มีอยู่ ๑๖๔ โครงการ ๒๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พวกเกษตรอัจฉริยะ การท่องเที่ยว สุขภาพ เมดิคัล ฮับ (Medical hub) อันนี้เราไม่ค่อยคิดถึงอนาคต แต่พอฐานรากนี่ลากกันมาเยอะเลย ๓.๓ กระตุ้น การบริโภคภาคครัวเรือน ท่านประธานอย่าตกใจศูนย์โครงการ ไม่มีใครเสนอเลย อยากจะได้ แต่ฐานรากอย่างเดียว และสุดท้าย ๓.๔ ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่คิดจะยกแล้ว มี ๒๙๒ โครงการ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โฟกัส (Focus) ของเงินก้อนนี้ไปอยู่ที่เศรษฐกิจ ฐานรากเหมือนกับไทยนิยม ยั่งยืน เปี๊ยบเลย หลายคนบอกผมว่าอย่าไปห่วง โครงการฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเขามีคณะกรรมการกลั่นกรองตั้ง ๑๑ คน ผมถามว่าเราเชื่อใจ ได้จริง ๆ หรือ ๓๑,๐๐๐ กว่าโครงการจะกลั่นกรองกันอย่างไร จะเข้มมากก็ล่าช้า ถ้าจะไม่เข้มก็ปล่อยผี หนังภาคแรก ไทยนิยม ยั่งยืน ไทยนิยม ยั่งยืน นี่ยังต่างจากโครงการ ฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการแต่ละโครงการยังต้องทำประชาคมถึง ๔ ครั้ง แต่โครงการฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไม่มีเลย เสนอกันเข้ามา ๒ สัปดาห์ หนังภาคแรก ไทยนิยม ยั่งยืน ไม่ใช่ว่าไม่มีคณะกรรมการ มีแบบชุดใหญ่ คณะกรรมการอำนวยการ ขับเคลื่อนไทยนิยม ยั่งยืน มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีรองนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรี ทุกกระทรวง ปลัดกระทรวงทุกกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด และแถมยังมีผู้นำเหล่าทัพอีกด้วย มากันครบ แถมยังมีคณะกรรมการขับเคลื่อนในระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล มาเป็น องคาพยพ แต่วันนี้ล่องจุ๊นหายสาบสูญไปหมดแล้ว ถ้าเปรียบเป็นภาพยนตร์ ไทยนิยม ยั่งยืน กับโครงการฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนัง ๒ ภาคนี้พลอต (Plot) เรื่องคล้ายกัน ผมเชื่อว่า ผู้อำนวยการสร้างต้องเป็นรายเดียวกัน นั่นก็คือจันทร์โอชาโพรดักชัน (Production) ช่วงแรกของหนังพลอต (Plot) เรื่องเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน พลอต (Plot) เรื่อง ตอนแรก ๆ ของทั้ง ๒ โครงการนี้ ทั้งไทยนิยม ยั่งยืน กับฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วงแรก เป็นแบบแนวฮีโร แอ็กชัน (Hero action) ของฝรั่งเขาอะเวนเจอร์ (Avenger) ครับ แต่ของเราพออ่านชื่อโครงการได้แต่อุทานคำว่าเวรสั้น ๆ เขามีไอรอนแมน (Iron man) ครับ ไอรอน (Iron) ที่แปลว่าเหล็ก ไทยนิยมยั่งยืนก็มีเหล็ก ฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็มีเหล็ก แต่เราไม่ใช่เหล็กอย่างเดียวครับ ของเรามีทั้งร็อกแมน (Rock man) แซนด์แมน (Sand man) ซอยล์แมน (Soil man) บริกแมน (Brick man) ซีเมนต์แมน (Cement man) เรียกว่า เราเอาครบครับ ทั้งอิฐ หิน ดิน ทราย ปูนซิเมนต์ ทางนั้นเขามีธอร์ (Thor) ครับ โครงการ ของเราก็ไม่น้อยหน้าครับ ของเราออกเสียงคล้าย ๆ กันเรียกว่าท่อ ท่อก็ไม่เว้น ของเขา มีเทพบุตรสายฟ้า ของเรามีปิศาจสวาปามสายไฟ แจกจ่ายกันถ้วนหน้าผมเรียกว่า เราไม่ทิ้งกันจริง ๆ ช่วงแรกครับเป็นแนวฮีโร แอ็กชัน (Hero action) แต่พอช่วงหลังครับ กลับหักมุมเป็นหนังสยองขวัญครับท่านประธาน อย่างโครงการไทยนิยม ยั่งยืน มีโครงการ ย่อยโครงการหนึ่งที่เรียกว่าโครงการตลาดนวัตวิถี ใช้เงินไป ๙,๓๐๐ ล้านบาท จุดเด่นของ โครงการนี้คือความหลอนครับ ทำไป ๓,๒๐๐ หมู่บ้าน วันนี้สำเร็จแค่ ๑๖๐ กว่าหมู่บ้าน วันนี้แทบทุกแห่งเป็นตลาดนวัตวิผีไปแล้ว คนซื้อไม่มี คนขายไม่มี เดินเข้าไปในตลาด สัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างเท่านั้น โครงการนี้เคยสร้างศาลาเอาไว้ครับท่านประธาน กะว่าจะวางขายอาหาร ขายผลไม้ ตอนนี้อาหารและผลไม้ก็ยังคงมีอยู่บ้าง แต่ย่อส่วนลงมา เหลือวางแค่เสาครับ ย่อส่วนลงมาแล้ววางที่โคนเสาบูชาสัมภเวสี ตกกลางคืนครับ ถ้าวางโอ่งสัก ๔-๕ ใบ วิ่งกันสนุกครับ เรามาดูชื่อโครงการครับท่านประธาน ที่ผมบอกว่า เปรียบเทียบแล้วเหมือนกันเป๊ะเลย ผมดึงเอาชื่อโครงการที่เสนอเข้ามาของบฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เห็นแล้วแทบลมใส่ครับ ถ้าบอกว่านี่เป็นโอกาส โอกาสเดียว ที่ผมเห็นก็คือโอกาสที่จะลบคำสาป ที่บอกว่าถนนลูกรังจะหมดไปจากประเทศสักที จะได้มีรถไฟความเร็วสูงกับเขาบ้าง เพราะโครงการทำถนนเยอะมากนะครับ ไม่ต้องพูดถึง เพราะว่าเพื่อนสมาชิกได้พูดกันไปหมดแล้ว แล้วโครงการที่น่าสนใจยังมีอีกเยอะนะครับ จนผมรู้สึกเสียใจมาก ๆ ที่วันนั้นผมกดงดออกเสียงแล้วให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ผ่านไปได้อย่างไร อยากจะนั่งไทม์ แมชชีน (Time machine) ไปเขกกะโหลกตัวเอง ติดตั้งเครื่องออกกำลังกาย กลางแจ้ง จัดทำห้องฟิตเนส (Fitness) อันนี้มีอยู่หลายจังหวัดมาก ๆ จะมาออกกำลังกาย อะไรตอนนี้ครับ มีการเอาชื่อโครงการต่อด้วยคำว่าสู้ภัยโควิด (COVID) สู้วิกฤติโควิด (COVID) พิชิตไวรัสโคโรนา (Corona) อะไรทำนองนี้เยอะแยะไปหมด ผมยกตัวอย่างชื่อนะครับ กศน. สู้ภัยโควิด (COVID) ๔๐ ล้านบาท ลงทุกจังหวัด แล้วยังมีโครงการประมาณ ๓ ล้านบาท ถึง ๕ ล้านบาท เต็มไปหมด ผมขออนุญาตอ่านชื่อนะครับ อ่านแล้วรู้สึกตลกร้ายอย่างไรก็ไม่รู้ ปลูกผักสวนครัวต้านภัยโควิด (COVID) วัคซีนยังไม่มี จะเอาผักสวนครัว เลี้ยงสัตว์ปีกสู้ภัย โควิด (COVID) เอาสัตว์ปีกด้วยนะครับ ปรับปรุงตลาดกู้ภัยวิกฤติโคโรนา (Corona) ปลูกสมุนไพรต้านไวรัสโควิด (COVID) อันนี้เรามาเหนือเลยนะครับ เกษตรทฤษฎีใหม่สู้ภัย โควิด (COVID) พัฒนาคุณภาพชีวิตสู้วิกฤติโคโรนา (Corona) เพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ ในศตวรรษที่ ๒๑ อันนี้โครงการเดิมแล้วเติมท้ายด้วย สู้ภัยวิกฤติโควิด (COVID) แล้วยังมี โครงการที่ชื่อซ้ำ ๆ เหมือนก็อปปี (Copy) กันมาแต่ต่างกันที่ตัวเงิน มีชื่อโครงการว่าจัดหา สื่อนวัตกรรมและการผลิตสื่อนวัตกรรมเทคโนโลยี ฝึกทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ โอ้โฮ มีแต่คำสวยหรูทั้งนั้นครับ แล้วเติมต่อท้ายว่าสู้ภัยวิกฤติโรคติดต่อ มีหลายโครงการ แต่วงเงินต่างกันตั้งแต่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท จนถึง ๑๖ ล้านบาท หลายโครงการเอาโครงการ ฝึกอบรมปกติมาเติมคำว่านิวนอร์มัล (New normal) วิถีความปกติใหม่มาเติมเข้าไป ทำให้ดู เท่ขึ้นครับท่านประธาน โครงการพัฒนาธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมสู่วิถีความปกติใหม่ อันนี้ ๓,๓๐๐ ล้านบาทลงทุกจังหวัด โครงการพลิกฟื้นธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) สู่วิถีความปกติใหม่ ๓,๘๐๐ ล้านบาทลงทุกจังหวัดอีกเช่นเดียวกัน โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมเศรษฐกิจฐานราก ฐานรากมาอีกแล้วนะครับ เชื่อมโยง การท่องเที่ยวเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพในวิถีปกติใหม่ ๑,๙๐๐ ล้านบาท ลงทุกจังหวัด จุ๊บ ๆ จิ๊บ ๆ ยังมีอีกเยอะครับท่านประธานครับ โครงการละ ๓ ล้านบาทบ้าง ๕ ล้านบาทบ้าง ๖ ล้านบาทบ้าง โครงการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันตามแนวปกติใหม่ของชุมชน ท่องเที่ยวโอทอป (OTOP) นวัตวิถี โอ้โฮ ยังนวัตวิถีอีก โครงการพัฒนาปรับปรุงตลาดชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจวิถีปกติใหม่ มาแล้วครับ โครงการฝึกอบรมแบบปกติใหม่ คนตั้งโครงการ อาจจะดูเหมือนไม่ปกติ เพื่อสร้างงานสร้างอาชีพ สร้างรายได้ โครงการพัฒนาทักษะชีวิตเด็ก โดยการจ้างงานเพื่อเข้าสู่วิถีปกติใหม่ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรองรับภาวะ ปกติใหม่ ผมอ่านจนรู้สึกว่าผมไม่อยากจะมีชีวิตปกติแล้ว

ผมจึงสรุปได้อย่างนี้ว่า หนังภาค ๒ ที่จันทร์โอชาโปรดักชัน (Production) กู้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาสร้าง โดยมีประชาชนทั้งประเทศเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ เราปล่อยให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นผู้กำกับแบบภาคแรกไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเจ๊ง และเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งที่ภาคประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ต้องมาช่วยกันเป็นผู้กำกับและแคสติง (Casting) นักแสดง ในภาค ๒ นี้ และนี่จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่เราต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบการใช้งบประมาณส่วนหนึ่ง และมาตรการในการแก้ไขภายใต้วิกฤติโควิด (COVID) คือทั้งงบและทั้งมาตรการที่รัฐบาลกำลังจะทำ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้คณะกรรมาธิการก็ต่างคนต่างทำ กลั่นกรองก็กลั่นกรอง ครม. ก็ทำไป ต้องทำงานประสานกันและให้เกียรติกัน ถ้าคณะกรรมาธิการชุดนี้มีข้อสังเกตที่ชัดเจน และส่งสัญญาณให้รัฐบาลว่าหยุด ต้องหยุด รัฐบาลต้องหยุดนะ หยุดโดยไม่มีอะไรกั้น และจากนั้นต้องเต็มใจให้ตรวจสอบ อะไรต้องปรับก็ต้องปรับ อะไรเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน อะไร ที่ต้องยุบเลิกก็ต้องเลิก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกโครงการจะเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงสุด สู้กับอัตราการว่างงาน สู้กับการจ้างงานเหนี่ยวนำให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชนให้ได้ เงินกู้ ก้อนนี้ครับรัฐบาลจะต้องเอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้ ซึ่งเขาประเมินกันว่า ๒๐ ปีก็อาจจะ ใช้ไม่หมด คณะกรรมาธิการชุดนี้ต้องทำงานอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ประชาชนมั่นใจว่า เงินกู้ก้อนนี้ มาตรการทุกอย่าง จะเกิดประโยชน์กับพวกเขาและลูกหลานของพวกเขา ให้คุ้มกับภาระที่พวกเขาจะเอาอนาคตของเขามาแลก ขอบพระคุณครับท่านประธาน