ขจิตร ชัยนิคม หารือการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท โดยเน้นการใช้จ่ายในโครงการเยียวยาเศรษฐกิจและงบสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณให้อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้านได้รับอย่างเหมาะสม และเสนอแนวทางใช้งบประมาณฟื้นฟูเกษตรกร 3 ล้านครอบครัว ทั้งการแจกเงินช่วยเหลือ ปลูกหญ้าเนเปียร์ พัฒนาระบบน้ำบาดาล และผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากฟางและปุ๋ยคอกด้วยต้นทุนต่ำ ด้วยงบ 30,000 ล้านบาท เพื่อลดต้นทุนและสร้างความยั่งยืนในภาคการเกษตร
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายถึง ข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการซึ่งสภานี้ได้ตั้งขึ้น ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านพูดว่าการตรวจสอบนี้ขึ้นอยู่กับสภา แล้วผมก็ต้องขอบคุณ พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล และพรรคเสรีรวมไทย ฝ่ายค้านที่ได้แสดงเจตนาและเสนอญัตตินี้ แล้วก็ขอบคุณไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งท่านได้พูดว่าเห็นด้วยแล้วท่านก็เสนอญัตตินี้ ต่อสภา สุดท้ายก็พรรคภูมิใจไทยที่ได้มาสนับสนุน จึงได้เกิดญัตตินี้ขึ้น แล้วผมมีความเชื่อมั่น ว่าสภานี้จะให้ความเห็นชอบในการตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้เงินกู้ทั้งหมด ซึ่งมีข้อผูกพันอยู่ในพระราชกำหนด ๓ ฉบับ รวมแล้วเป็นเงิน ๑,๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ผมจะเน้นหนักพูดถึงเฉพาะ ๑ ล้านล้านบาทแรกของพระราชกำหนดฉบับแรกนะครับ ก็ขอความกรุณาจากฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นะครับได้ขึ้นคลิป (Clip) ที่ผมส่งไปแล้วนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ท่านประธานที่เคารพ ใน ๓ ฉบับนี้ ฉบับแรก ๑ ล้านล้านบาท ใช้สำหรับเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ในฉบับแรกนี้ได้แบ่งเป็นเรื่อง การแพทย์และสาธารณสุข ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ใน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอฝากไปยัง รัฐบาลว่าในงบประมาณนี้ผมก็ยังสงสัยอยู่ ท่านจะเพิ่ม ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่เวลาจะตัด งบประมาณในพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายท่านก็ยังไปตัดเขาอยู่ ตัดไปประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าล้านบาท วิธีคิดของท่านอาจจะไม่รอบด้านเกินไปก็ไม่เป็นไร แต่ผมฝากกรรมาธิการที่ท่านจะรับไปดูแล ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมกลัวว่าจะไม่ถึงผู้ปฏิบัติการที่เข้มแข็งที่สุดอยู่ในหมู่บ้าน อสม. เมื่อสักครู่นี้จากเพื่อนอภิปรายจะถึง อสม. คนหนึ่ง ๕๐๐ บาทเอง ถ้าจะเพิ่มให้เขาใน ระยะสถานการณ์นี้ แล้วก็สร้างชื่อเสียงให้กับกระทรวงสาธารณสุขก็ควรจะเพิ่มให้มากกว่านี้ ในระยะเวลาที่ต่อสู้กับโรคร้ายนี้ ซึ่งสภาได้อนุมัติให้รัฐบาลใช้งบ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเครื่องมือทางการแพทย์จากการระดมความช่วยเหลือทุกฝ่ายก็ไม่ควรจะขาดแคลน อันนี้คือข้อฝากไว้สำหรับคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นแล้วไปดูแล
เรื่องที่ ๒ ในเงิน ๑ ล้านล้านบาท ใช้ ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในจำนวนนี้เขาให้ชดเชยกับประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ผมมีข้อเสนอซึ่งได้เสนอ ไว้ในตอนอภิปรายแล้ว ให้ใช้สำหรับเกษตรกร ฟื้นฟูเกษตรกรจริง ๆ ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมจำได้ คลิปต่อไปครับ ในกรณีนี้ผมให้ใช้เกษตรกรปัจจุบันนี้เลย ทำไร่ทำนาอยู่นี่ ไปฟื้นหน้าดิน ให้ครอบครัวละ ๒,๐๐๐ บาท ๓ ล้านครอบครัว ผมบอกว่าให้ทำกับเกษตรกร ๓ ล้านครอบครัว อย่ามาพูดเป็นพันเป็นหมื่น ถ้า ๓ ล้านครอบครัว หมายถึงทุกหมู่บ้านที่เป็น เกษตรกรได้รับผลประโยชน์นี้ ผมเสนอให้จ่ายเงิน ๓๕,๐๐๐ บาทต่อครอบครัว ผมจำได้ จะหมดเงินประมาณ ๑๐๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง เท่านั้นเองหมายความว่าเทียบกับ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะใช้อยู่ในข้อ ๒ และข้อ ๓ ในฉบับที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมเสนอ ให้ช่วยเกษตรกรในการเพาะปลูกฤดูนี้โดยการพลิกฟื้นหน้าดิน โดยการไปปลูกหญ้าเนเปียร์ ให้ครอบครัวละ ๒ ไร่ ใช้เงินไป ๑๐,๐๐๐ บาท ทั้งหมดนี้กับเกษตรกรจะใช้เงินไปประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง พูดถึงตรงนี้มีคนบอกว่าวิธีการที่จะจัดซื้อจัดจ้าง ทำได้หรือ ทำได้ครับ เพราะในงบนี้รัฐบาลได้ใช้วิธีซูเปอร์ (Super) พิเศษยิ่งกว่าพิเศษ แปลว่า ผ่านแล้วทำได้หมดครับ ท่านประธานครับ ผมสนับสนุนให้รัฐบาลนี้ทำสิ่งเล็ก ๆ ปลูกหญ้า เนเปียร์ ปลูก ๑ ต้น ขยายเป็น ๒๕ ต้น จาก ๒,๕๐๐ ต้นต่อ ๑ ไร่กลายเป็น ๕๐,๐๐๐ ต้น แล้วจะมีรายได้เข้าไปทันที แล้วก็เกษตรกรจะมีความสุขในการที่ได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาล ทั้งหมด ๓ ล้านครอบครัว ก็ใช้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเกิดสิ่งเหล่านี้ทั่วไปทั้งประเทศเลย ผมฝากไปยังคณะกรรมาธิการและรัฐบาลคนที่จะใช้งบประมาณ ผมบอกหญ้าเนเปียร์ ใช้สำหรับเลี้ยงเป็ดบาร์บารี่ ใช้เลี้ยงไก่พื้นเมือง ใช้เลี้ยงหมูป่า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องใช้ รำข้าว เพราะหมูป่าอยู่ป่าไม่มีรำข้าวอยู่แล้ว ใช้เลี้ยงวัว เลี้ยงกระบือ เลี้ยงหมูป่า เลี้ยงปลาได้ ทุกชนิด นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากหญ้าเนเปียร์ ๒ ไร่ที่ท่านจะให้ ถามว่าให้ได้ไหม ให้ได้ จะยากอะไร ก็ประกาศไปสิ จำนวนประชาชนใครจะปลูก ปลูกแล้วก็ไปตรวจ ตรวจแล้ว ก็จ่ายสตางค์ วิธีนี้ท่านทำได้อยู่แล้ว งบประมาณนี้ท่านทำได้เพราะท่านใช้วิธีพิเศษ พิเศษ พิเศษมาก ๆ ในเดือนมิถุนายนในระหว่างประกาศใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยการบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านทำได้ เสร็จแล้วผมเสนอต่อไปว่าให้ไปจัดระบบน้ำ ให้ประชาชน ท่านประธานเชื่อไหม ถ้าขุดน้ำบาดาล ๑ บ่อให้ ๑ ครอบครัว เชื่อไหมครับ ถ้าพิสูจน์กัน งบขุดลอกวันนี้ตั้งไปโครงการละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท กับไปขุดบาดาลให้ครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท เวลาเขาไปขุดแล้วท่านต้องการน้ำเท่าไร กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปวัดสิ ถ้าเขาได้มาตรฐานก็จ่ายให้เขา ๑๐,๐๐๐ บาท วิธีการนี้ทำได้อยู่แล้วในสถานการณ์นี้ รวมทั้ง ต่อท่อพีวีซี (PVC) อะไรต่าง ๆ ใช้ทั้งหมด ถ้า ๓ ล้านครอบครัวใช้ ๗๕,๐๐๐ ล้านบาทเอง ๗๕,๐๐๐ ล้านบาทสำหรับเกษตรกรที่จะมีความสุขมาก ๓ ล้านครอบครัว มีระบบน้ำทั้งหมด เจาะบาดาลใช้ระบบน้ำ ยิ่งใช้พลังงานแสงอาทิตย์ พอแดดออกน้ำไหล พืชเขียวทั่วประเทศ นี่คือสิ่งที่ผมเสนอแล้วก็เป็นไปได้เพราะว่าระบบการจัดซื้อจัดจ้างมันพิเศษ พิเศษ และพิเศษมาก เพราะฉะนั้นข้อเสนอของผมจึงเป็นข้อเสนอที่เป็นไปได้ แล้วจะเกิดประโยชน์ ต่อประชาชน ท่านประธานครับ ผมยืนยันว่า ๓ ล้านครอบครัว ๗๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้ ระบบน้ำแบบที่ผมเสนอในนี้ ระบบน้ำข้อ ๓.๕ ใช้ครอบครัวละ ๒๕,๐๐๐ บาท เทียบกับงบ ซึ่งราชการกำลังจะทำอยู่เวลานี้ ขุดลอกทั่วประเทศอาจจะเป็นแสนล้านบาท แต่ผมท้าพิสูจน์ สิ่งที่จะเกิดประโยชน์กับประชาชนเหนือกว่ากันมาก เหนือมาก ถ้าท่านขุดลอกคลอง เต็มแผ่นดิน ประชาชนจะได้อะไร ไปสำรวจแต่ละครอบครัวเขาจะได้อะไร นี่คือสิ่งที่ผมเสนอ ว่าเกิดผลประโยชน์จริงกับประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ เราพูดกันถึงว่าเรื่องปุ๋ย เปิดไปเรื่องปุ๋ยครับ เวลานี้ ผมเสนอให้ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยพืชสด อันนี้เป็นสูตรของ ขออนุญาตอ้างมหาวิทยาลัยแม่โจ้ คือสูตรที่เอาฟางหมักกับปุ๋ยคอก ประมาณ ๑ ตันครับ ลงทุน ๒,๐๐๐ บาท ผมเสนอให้ ประชาชนครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๓ ล้านครอบครัวก็ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้เขามีปุ๋ยใช้ครอบครัวละ ๕ ตันพอ เขามีฟาง เขามีปุ๋ย เวลาครบ ๖๐ วันแล้วจะเป็นแบบนี้ เป็นปุ๋ยคุณภาพเยี่ยมมากเพราะว่าทำจากฟางข้าว ทำจากปุ๋ยคอก และยิ่งใส่จุลินทรีย์เข้าไป ในระบบที่ทำอยู่ ปุ๋ยนี้จะมีคุณภาพสูงมาก ในตลาดเวลานี้ตันละ ๘,๐๐๐ บาท ลงทุน ๒,๐๐๐ บาท ให้เกษตรกรไปทำ เขาทำเสร็จจ่ายสตางค์เขาก็ยังได้ เขาลงทุนไปก่อนก็ได้ วิธีการได้ทั้งนั้นครับ สิ่งที่ผมเสนอนี้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ต้นทุนต่ำ ครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๓ ล้านครอบครัว ใช้ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งหมดที่ข้อเสนอผมใช้ทั้งหมดประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ในจำนวน ๙๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติ ฉบับที่ ๑ สำหรับฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ ที่เป็นเงินประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นเรื่องที่ จะช่วยวิสาหกิจ ช่วยธนาคารให้มีความมั่นคง ไม่มีเวลาอภิปรายแล้วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ