ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ หารือการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้งบประมาณ 1.9 ล้านล้านบาทจากพระราชกำหนดทั้งสามฉบับที่จัดสรรเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด-19 โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการใช้จ่ายที่ไม่คุ้มค่าและขาดความโปร่งใส พร้อมยกตัวอย่างปัญหาโครงการก่อสร้างในจังหวัดร้อยเอ็ดที่ใช้วัสดุไม่ตรงตามแบบ จึงเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลอย่างรอบด้านเพื่อให้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงเรียกร้องให้ขยายระยะเวลาเยียวยาประชาชนในด้านค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าเช่าสถานที่ออกไปอีก 6 เดือน เนื่องจากเห็นว่ามาตรการเดิมยังไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธาน ในการที่จะได้อภิปรายเพื่อที่จะได้สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินงบประมาณตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ ในวงเงิน ๑.๙ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ จากการที่สภาแห่งนี้ได้อนุมัติให้ความเห็นชอบ ต่อรัฐบาลในการที่จะได้นำเอาเงิน ๑.๙ ล้านล้านบาทไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในช่วงที่ผ่าน มาซึ่งในระหว่างการอภิปรายในขณะนั้นมีข้อกังวลถึงเรื่องของการใช้งบประมาณที่รัฐบาล จะนำไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนว่าจะสามารถแก้ไขให้ตรงกับ ความต้องการหรือว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้จริงหรือไม่ งบประมาณที่จะต้อง ใช้ในระยะเวลาที่ค่อนข้างจำกัดจะสามารถใช้อย่างมีประสิทธิภาพหรือว่าเกิดประโยชน์ ที่แท้จริงต่อพี่น้องประชาชนได้อย่างไร อันนั้นก็คือข้อวิตกกังวลของทางท่านสมาชิกที่ได้ ร่วมกันให้ข้อคิดเห็นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งตรงนี้ก็ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่สภาแห่งนี้ ให้ความสำคัญ และรัฐบาลเองก็ใจกว้างในการที่จะให้มีกลไกหรือว่าองค์กรในการที่จะเข้ามา ช่วยในการติดตาม ตรวจสอบ เรื่องของการใช้เงินงบประมาณซึ่งเป็นเงินภาษีของ พี่น้องประชาชนในการที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์ที่จะทำให้ประชาชนนั้นได้รับการแก้ไขปัญหา อย่างตรงจุดหรือว่าตรงประเด็น สิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานในที่นี้ก็คือว่า ผมไม่อยากให้หรือไม่อยากเห็นการใช้งบประมาณที่เรากำลังจะใช้ในขณะนี้เหมือนกับการใช้ งบประมาณในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งมีหลายโครงการที่ผมเองต้องเรียนท่านประธานว่าในฐานะ ที่เป็นคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ในกรรมาธิการ ป.ป.ช. มีเรื่องร้องเรียนเรื่องของการใช้เงิน งบประมาณของรัฐเข้ามาค่อนข้างมากถึงการใช้เงินงบประมาณที่ไม่ค่อยคุ้มค่าและ เกิดประโยชน์ ก็ด้วยสาเหตุที่ว่าการใช้งบประมาณนั้นประชาชนไม่มีส่วนรับรู้หรือว่าไม่มีโอกาส หรือว่ามีส่วนรู้เห็นในการใช้งบประมาณ เป็นกลไกในการใช้ของผู้มีอำนาจ พูดง่าย ๆ ก็คือ ในส่วนของภาคราชการ ข้าราชการประจำเป็นส่วนใหญ่ ท้ายที่สุดแล้วประโยชน์ที่แท้จริง ที่จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้สมกับการที่จะนำไปกระตุ้นหรือว่าการแก้ไขปัญหา ทั้งทางด้านสังคมหรือว่าเศรษฐกิจที่จะแก้ไขปัญหาที่ประชาชนได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ จะไปตรงตามเป้าหมายหรือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ขออนุญาตในการที่จะยกตัวอย่าง ให้ท่านประธานได้เห็นสักโครงการหนึ่งที่ผมได้ลงไปติดตามตรวจสอบก็คือโครงการ ที่มีการนำเอางบประมาณไปเพื่อการแก้ไขปัญหาในการทำถนนหรือว่าพนังกั้นน้ำ ที่อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านประธานครับ ในเนื้องานได้มีการระบุว่าจะต้องมีการ ถมดินประมาณ ๓๐ เซนติเมตร มีการถมลูกรังประมาณ ๒๐ เซนติเมตร โดยเฉลี่ยประมาณ ๕๐ เซนติเมตร ระยะทางประมาณ ๗,๒๐๐ เมตร แต่จากการที่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ได้ลงไปติดตามตรวจสอบ ท่านประธานทราบไหมว่า เกิดอะไรขึ้น ดินที่แจ้งว่าจะต้องมีถมประมาณ ๓๐ เซนติเมตรพร้อมบดอัด ลูกรังอีก ๒๐ เซนติเมตรพร้อมบดอัด เนื้องานไม่ได้เป็นไปตามรูปแบบรายการที่มีการขอมาเลย ดินก็น้อย ลูกรังก็แทบจะไม่มี ซึ่งตรงนี้ไม่ได้ไปเฉพาะทางคณะกรรมาธิการเพียงอย่างเดียว เราเชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนจากหน่วยงานทางหลวงชนบทได้มาร่วมติดตาม ตรวจสอบ ตัวแทนจากทางจังหวัด กรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ทุกคนยืนยัน เป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ได้มีวัสดุรายการอย่างที่ได้มีการขอเข้ามาดำเนินการในการปรับปรุง ฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า เมื่อรัฐบาลเองได้รับความเห็นชอบจาก สภาแห่งนี้ที่จะให้นำเอาเงินงบประมาณจำนวน ๑.๙ ล้านล้านบาทไปเพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของมาตรการในการ ติดตาม ตรวจสอบ และเรื่องของการใช้เงินงบประมาณอย่างคุ้มค่า ทำอย่างไรถึงจะเกิด ประโยชน์ที่แท้จริง ที่จะสามารถนำไปต่อยอดทำให้ประชาชนสามารถที่จะลืมตาอ้าปากได้ ในจำนวนพี่น้องประชาชนประมาณ ๖๐ กว่าล้านคนของทั้งประเทศได้รับผลกระทบ ได้รับ ความเดือดร้อนเหมือนกันหมด ในบริบทความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ทั้งพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในภาคชนบท ทั้งพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตเมือง ย่อมมีความต้องการ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกัน อย่างคนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ก็มีความต้องการในเรื่องของการที่จะให้รัฐบาลเยียวยาหรือว่าดูแลแก้ไขปัญหาไม่เหมือนกับ พี่น้องในชนบท ในช่วงที่ผ่านมารัฐบาลเคยมีโครงการไทยนิยมยั่งยืน โครงการไทยเข้มแข็ง ที่จะนำเอาเงินมาแก้ไขปัญหา กรุงเทพมหานครเสนอในเรื่องของการใช้เงินงบประมาณ ได้ค่อนข้างน้อยเพราะว่ามีข้อจำกัด เพราะว่ารัฐบาลเองได้ขีดในเรื่องของกติกาที่จะให้นำเอา เงินงบประมาณไปใช้ในการแก้ไขปัญหา ฉะนั้นโดยศักยภาพหรือว่าวิธีการในการที่จะใช้เงิน ในการแก้ไขปัญหาย่อมที่จะไม่สามารถทำได้ เพราะว่าด้วยโครงสร้างทางด้านกายภาพหรือว่า สิ่งที่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครที่มีความต้องการไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่คนกลุ่มหนึ่งทำมาค้าขายเป็นพ่อค้าแม่ขายตอนนี้ได้รับผลกระทบ ต้องไปกู้หนี้ยืมสินในช่วงของวิกฤตการณ์ภาวะวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ทุกคนเป็นหนี้ เป็นสินล้นพ้นตัวในขณะนี้ ไม่สามารถที่จะออกมาทำมาค้าขายได้ เพราะว่า ๑. ไม่มีเงินทุน สำรองในการที่จะนำมาต่อยอดในการค้าขาย ๒. ไม่สามารถที่จะออกมาค้าขายได้เพราะว่า ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของพื้นที่ที่กรุงเทพมหานครเองได้ออกมาจัดระเบียบในช่วงที่ผ่านมา ผมก็อยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลว่า นอกจากมาตรการในเรื่องของเงิน ในการที่จะนำไปสู่การเยียวยาหรือว่าการแก้ไขปัญหาแล้ว อยากจะให้รัฐบาลได้พิจารณาถึง มาตรการอื่นในการที่จะนำมาเป็นส่วนประกอบในเรื่องของการนำไปสู่การแก้ไขปัญหาด้วย ยกตัวอย่างอย่างกรุงเทพมหานครสามารถที่จะขยายจุดผ่อนผันให้พี่น้องประชาชนได้ออกมา ทำมาค้าขาย ทำมาหากินเพิ่มขึ้นในช่วงวิกฤตการณ์ในช่วงนี้ก่อนได้หรือไม่ ไม่ใช่เฉพาะ กรุงเทพมหานคร ผมเชื่อว่าในเมืองใหญ่ในทุกจังหวัดย่อมมีความต้องการในลักษณะที่ ใกล้เคียงหรือว่าคล้ายคลึงกัน เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของการที่จะ ผ่อนหนักให้เป็นเบา ไม่ให้เป็นเรื่องของการที่จะสร้างภาระให้กับรัฐบาลมากจนเกินไป สามารถที่จะทำให้พี่น้องประชาชนสามารถที่จะยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเขาเอง เขาสามารถที่จะทำมาหาเลี้ยงชีพให้กับตัวเขาได้ เพราะว่าการที่เขาจะใช้เวลาในการที่จะ รอให้รัฐบาลคอยเยียวยาหรือว่าคอยให้การช่วยเหลือ ผมคิดว่าไม่ทันต่อสถานการณ์ ก็อยากที่จะได้นำเรียนท่านประธานว่าให้รัฐบาลนั้นได้พิจารณาถึงมาตรการเสริมในเรื่อง อื่น ๆ นอกจากในเรื่องของการที่จะเร่งใช้เม็ดเงินในจำนวนดังกล่าว อย่างที่ได้นำกราบเรียน ท่านประธานมา
อีกส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ ในเรื่องของมาตรการของการให้การเยียวยา หรือว่าการช่วยเหลือในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการให้ความช่วยเหลือเรื่อง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า เรื่องของการงดเว้นการจัดเก็บค่าเช่าที่หน่วยงานของรัฐให้การดูแล ไม่ว่าจะเป็นการเคหะแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนเมือง ๓ เดือนที่รัฐบาลประกาศออกไป ผมคิดว่าตรงนี้เป็นระยะเวลาที่น้อยเกินไป อยากที่จะได้ เรียกร้องให้รัฐบาลได้ลองพิจารณาทบทวนขยายระยะเวลาในเรื่องพวกนี้ออกไปอีกสัก ๖ เดือน เพื่อที่จะได้เป็นการเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนเขาได้ลืมตาอ้าปากได้ อันนี้ก็เป็นมาตรการ เสริมนอกจากเรื่องของการดูแลการเงินที่เราจะตั้งคณะกรรมาธิการติดตามตรวจสอบ ก็ขอบคุณท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับ