สมเกียรติ เสนอตั้งกรรมาธิการสอบใช้งบโควิด-19 หลังพบล่าช้าไม่ทั่วถึง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓

สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ อภิปรายญัตติด่วนขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19 หลังพบความล่าช้าและไม่เพียงพอต่อประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยหารือปัญหาการเว้นระยะห่างในระบบขนส่งสาธารณะช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ทั่วถึงในการเยียวยาวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และเรียกร้องให้เพิ่มความถี่การบริการเพื่อลดความแออัด พร้อมตั้งคำถามถึงความไม่สอดคล้องของมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมสำหรับร้านอาหารและความเป็นธรรมของระบบช่วยเหลือเยียวยาที่อาจขาดความโปร่งใส พร้อมเสนอให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้มีรายได้น้อย ผู้ค้าริมทาง และธุรกิจเอสเอ็มอีมากกว่ากลุ่มทุนใหญ่

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบ การใช้งบประมาณ และมาตรการ การแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อธิบายเกี่ยวกับ พ.ร.ก. เงินกู้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไปแล้วเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังถูกตั้งคำถามถึงความมีประสิทธิภาพของรัฐบาลที่ใช้รับมือ กับการแก้ปัญหาความล่าช้าในการเยียวยาประชาชน ญัตติด่วนนี้ที่พรรคก้าวไกลเสนอ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นจะแบ่งออกเป็น ๒ ด้านหลัก ๆ ที่จะตรวจสอบครับ ในด้านแรก คือตรวจสอบการใช้งบประมาณ ด้านที่ ๒ คือตรวจสอบมาตรการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ

ในด้านงบประมาณนั้นเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมจะ ขออภิปรายในส่วนของมาตรการการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ มีความจำเป็นต้องตรวจสอบมาตรการด้วย เพราะมีความสำคัญไม่แพ้กับการตรวจสอบ ทางด้านงบประมาณ ผมขอเป็นตัวแทนสะท้อนเสียงของประชาชนในฐานะ ส.ส. เขต ของกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับผลกระทบของวิกฤติครั้งนี้ ในพื้นที่เขตบางนาและเขตพระโขนง มีความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างมากครับ มีตั้งแต่ เป็นพื้นที่ที่อยู่ชายขอบรอบเมืองเข้าไปถึงในตัวเมือง มีทั้งชุมชนที่เป็นชุมชนแออัด บ้านธรรมดา หมู่บ้านจัดสรรเก่าและใหม่ หมู่บ้านที่เป็นลักษณะหรูหรา ทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียมเก่าและใหม่ ใกล้ถนนใหญ่ หรือแม้กระทั่งคอนโดมิเนียมที่ติด รถไฟฟ้า ทั้งหมดที่ผมกล่าวมาล้วนได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) ทั้งสิ้น มาตรการที่รัฐบาลอ้างว่าออกมาเพื่อป้องกันการระบาดของโรคนั้นก็ซ้ำเติมเข้าไปอีก โดยเฉพาะผู้ที่ลำบากและยากจนอยู่แล้ว แม้จะมีมาตรการเยียวยาออกมาแต่ก็ล่าช้า และถือว่าเล็กน้อยไม่เพียงพออยู่ดีครับ มาตรการที่ออกมานั้นมีหลายด้านด้วยกัน แต่ด้วยเวลาที่จำกัดนั้นผมจะขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงแค่ ๒ มาตรการ

มาตรการแรกที่ผมจะพูดถึงคือมาตรการเกี่ยวกับด้านขนส่งสาธารณะ ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มาตรการโซเชียล ดิสแทนซิง (Social Distancing) ที่ใช้กับรถเมล์นั้นได้ให้ผู้โดยสารนั่ง ๑ ที่ เว้น ๑ ที่ ก็ดูเหมือนจะดี แต่ว่าผู้โดยสารที่ยืน ในช่วงรัชเอาร์ (Rush hour) ก็ต้องยืนเบียดชิดกันอยู่ดี แล้วอย่างนี้จะป้องกันโรคได้อย่างไร ถ้ามีผู้ใดติดเชื้ออยู่ในรถคันนั้น รถไฟฟ้าก็เช่นกัน ท่านประธานคงจะได้เห็นข่าว ที่แชร์กันในโลกออนไลน์ (Online) ว่าผู้โดยสารยืนแน่นออกันตั้งแต่ที่ชานชาลา เมื่อเข้าไปที่ รถไฟฟ้าก็นั่ง ๑ ที่นั่ง เว้น ๑ ที่นั่งเช่นกัน แต่ผู้ที่ยืนนั้นยืนชิดกันจนแทบจะหายใจรดต้นคอ อยู่แล้ว มิหนำซ้ำยังมีข่าวออกมาว่าทางผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในช่วงนั้นจะลดเที่ยวลง ซึ่งเป็น การแก้ไขปัญหาที่ตรงข้ามกับที่ควรจะเป็น เพราะว่าควรจะต้องเพิ่มความถี่และเพิ่มเที่ยว เพื่อระบายคนออกในพื้นที่ได้มากที่สุด อีกด้านหนึ่งคือมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เรื่องนี้อาจจะเป็น เรื่องโจ๊กขบขันที่ผมไปลงพื้นที่แล้วเจอพวกพี่วิน เขามักจะพูดกับผมว่าในวินเดียวกัน ทำไมถึงได้เยียวยา ๕,๐๐๐ บาท อีกคนไม่ได้ ส.ส. ครับ ผมขับวินมาตั้งหลายปีแล้ว ทำไมผมไม่ได้ ๕,๐๐๐ บาท เพื่อนที่มาขับทีหลังได้ แล้วยังมาหาว่าผมเป็นเกษตรกรด้วย เรื่องนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าพี่วินนั้นเขาลงทะเบียนอย่างถูกต้องหรือไม่ เรื่องนี้สำคัญ ผมเคยหารือกับท่านประธานไปแล้วในส่วนของการใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหา วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็มีผลบ้างพอสมควร เพราะว่าทางเขตก็มีการเปิดรับลงทะเบียน วินมอเตอร์ไซค์รับจ้างมากขึ้นจากที่แต่ก่อนต้องรอเป็นช่วง ๆ เป็นปี ๆ แต่ก็ยังถือว่าน้อยอยู่ดี ผมได้ตั้งกระทู้แยกเฉพาะถามนายกรัฐมนตรี แต่ก็ปิดสมัยการประชุมไปเสียก่อน จนป่านนี้ ก็ยังไม่ได้ตอบในราชกิจจานุเบกษา มีแต่เพียงหนังสือที่ตอบกลับมาว่าเกิดความล่าช้าในการตอบ ซึ่งผมจะต้องติดตามและผลักดันเรื่องนี้ต่อไป

ในมาตรการที่ ๒ ที่ผมจะพูดถึงก็คือร้านค้า ร้านอาหาร ที่มาตรการโซเชียล ดิสแทนซิง (Social Distancing) นั้น ในช่วงแรกให้ทางร้านค้าขายอาหารได้เฉพาะที่ซื้อกลับบ้านดู เหมือนเป็นการดี ร้านค้าถึงแม้ว่าจะได้รายได้ลดลงก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เมื่อมีมาตรการผ่อนคลายออกมาที่ให้ประชาชนที่ซื้ออาหารเข้าไปนั่งรับประทานที่ร้านได้ แต่ก็ต้อง ๑ โต๊ะนั่งได้ ๑ คน เรื่องนี้ก็มีเสียงบ่นประชดออกมาให้ทราบ ซึ่งประชาชนไม่เข้าใจ ผมเองที่เป็น ส.ส. ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเราที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกัน ขับรถออกมา คันเดียวกัน เมื่อเข้าไปนั่งที่ร้านกลับต้องแยกโต๊ะกันนั่ง เมื่อรับประทานเสร็จก็ขึ้นรถ คันเดียวกันกลับไปที่บ้าน ผมพูดเพื่อให้เห็นภาพแต่จะไม่ขอออกความเห็นในด้านนี้ ผมอยากจะเล่าให้รัฐบาลได้ฟังในเคส (Case) ที่ผมไปลงพื้นที่แบ่งปันเจล (Gel) แอลกอฮอล์ เมื่อเดือนที่ผ่านมาหน้าบริเวณวัดวชิรธรรมสาธิตวรวิหารหรือหน้าตลาดวัดทุ่ง แม่ค้าขายขนม อายุประมาณ ๕๐ กว่าปีได้พูดคุยทักทายกับผมแล้วถามว่า ส.ส. ระบบเอไอ (AI) ที่รัฐบาล แจ้งว่าตรวจสอบคนที่จะเยียวยา ๕,๐๐๐ บาท ป้าว่าใช่เอไอ (AI) แน่หรือ ป้าว่าเป็นระบบ แรนดอม (Random) หรือเปล่า ทำไมป้าขายของมา ๑๐ กว่าปีถึงไม่ได้ ทำไมบางคนได้ ป้าไม่เข้าใจ ผมได้ฟังแล้วก็เห็นใจแล้วก็แอบชื่นชมว่าคุณป้าติดตามข้อมูลข่าวสาร ทางการเมืองและบรรยายได้เห็นภาพ ใช้คำที่ทันสมัย เรื่องนี้ขอให้รัฐบาลกลับไปคิดด้วยครับ ในส่วนถัดมาจากมาตรการตัวอย่างที่ผมยกขึ้นมา เนื่องจากเวลาจำกัดจึงต้องยกเท่านี้ แต่ผม มีคำถามในใจที่อยากจะถ่ายทอดออกมาให้ผู้ที่อนุมัติมาตรการต่าง ๆ ได้รับทราบว่าท่านเคย นั่งรถเมล์ เคยขึ้นบีทีเอส (BTS) เคยซ้อนวินมอเตอร์ไซค์หรือไม่ ไม่ใช่แค่ไปใช้บริการเพียงแค่ ถ่ายภาพและลงข่าวออกมา อันนั้นผมถือว่าไม่นับนะครับ และท่านเคยใช้บริการร้านข้างทาง หาบเร่หรือเปล่า ถ้าเคยใช้ท่านก็น่าจะเห็นใจผู้ที่ยากลำบากเหล่านั้น ออกมาตรการก็ควรจะ นึกถึงและไม่ซ้ำเติมผู้ที่ยากลำบากอยู่แล้วเข้าไปอีก

ผมขอสรุปนะครับ ผมขอเชิญชวนพวกเราทุกพรรคการเมือง ในฐานะ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ นี้ ควรจะมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบ การใช้งบประมาณและมาตรการแก้ไขปัญหาภายใต้วิกฤติการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ผมคาดหวังเป็นอย่างมากว่ารัฐบาลจะออก มาตรการโดยคำนึงถึงธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ประชาชนส่วนใหญ่ที่มีรายได้น้อยมากกว่า กลุ่มธุรกิจรายใหญ่น้อยรายที่มีรายได้มาก ขอบคุณครับ