กนก วงษ์ตระหง่าน หารือเรื่องความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการใช้เงินกู้เพื่อเยียวยาผลกระทบจากโควิด-๑๙ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในการกระจายความช่วยเหลือ และขอให้กรรมาธิการทำหน้าที่ตรวจสอบเพื่อให้การใช้เงินกู้นี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนทุกพื้นที่อย่างครอบคลุม
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน ที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอ คือ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไข เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโครานา ๒๐๑๙ ท่านประธานที่เคารพ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในสภาแห่งนี้ แล้วก็พี่น้องประชาชนทุกคนทั้งประเทศอยากเห็นการติดตาม ตรวจสอบประเมินผล และหวังว่าการกระทำอย่างนั้นจะนำไปสู่การใช้เงินกู้ที่ตอบโจทย์กับพี่น้องประชาชน และหวังว่าการใช้เงินกู้นั้นจะทำด้วยความโปร่งใส และที่สำคัญที่สุดก็คือหวังว่าการใช้เงินกู้นี้ จะทำให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ของการใช้งบประมาณจำนวนมากในเวลาสั้น ที่จะให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไรในอนาคต สิ่งที่สำคัญคือ พรรคประชาธิปัตย์ที่ผมสังกัดอยู่นั้นมีความเชื่อว่าการตรวจสอบเป็นหัวใจของระบบรัฐสภา เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราที่จะต้องช่วยกันสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบ การตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานครับ เมื่อการอภิปรายใน พ.ร.บ. ดังกล่าวนั้นผมได้อภิปราย ชัดเจนว่าเป้าหมายของการใช้เงินกู้นี้จะต้องพุ่งไปสู่ประชาชนในระดับฐานราก แล้วก็ประชาชนในระดับกลาง ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศ ได้แก่ เกษตรกรรายย่อยและผู้ใช้แรงงานรับจ้างทั้งหลายจำนวนหลายล้านคน ผู้ประกอบการ รายย่อย พ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ทั้งหลายที่อยู่ตามตลาดทั่วไปแม้กระทั่งริมทางตามท้องถนน ทั่วประเทศ จนกระทั่งถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า อาคารพาณิชย์ ตึกแถวทั้งหลายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อที่หวังว่าการใช้เงินกู้นี้จะนำไปสู่ การสร้างความสมดุลและความเป็นธรรมให้กับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศ ในการติดตามและประเมินผลนั้นเรามี ๒ มิติที่จะต้องทำ
มิติที่ ๑ คือการตอบโจทย์ปัญหา การตอบโจทย์ปัญหานั้นหมายความว่า เราเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นหัวใจของการตอบโจทย์ปัญหาของโครงการนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการจะต้องตรวจสอบคือประชาชนและข้าราชการมองปัญหา เดียวกันตรงกันหรือไม่ แล้วในความเป็นจริงเราพบว่าทั้ง ๒ กลุ่มนี้มักจะมองปัญหาไม่ตรงกัน สิ่งที่ประชาชนอยากได้ข้าราชการไม่ได้ให้ สิ่งที่ข้าราชการอยากทำอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ ประชาชนต้องการ เป็นต้น เพราะฉะนั้นเราจะต้องตรวจสอบในส่วนนี้ ส่วนที่ ๒ คือการเห็น พ้องต้องกัน นั่นหมายถึงว่าทั้งประชาชนและส่วนราชการที่จะต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา ส่วนราชการจากกระทรวงต่าง ๆ ที่จะต้องทำงานร่วมกันจะต้องเกิดขึ้นให้ได้เพื่อให้เกิด การบูรณาการและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของประชาชนให้ได้ ประเด็นที่ ๓ ของการตอบ โจทย์ปัญหาก็คือความยั่งยืนครับท่านประธาน นั่นหมายความว่าการใช้เงินกู้ในการแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนนั้นไม่ใช่เป็นการแก้ชั่วคราว เราอยากเห็นการแก้ไขปัญหานั้น เป็นไปอย่างยั่งยืน นั่นก็หมายความว่าโครงการเงินกู้ที่มีอายุประมาณ ๑ ปีกว่า ๆ นั้น คำถาม ก็คือในเวลา ๑ ปีกว่า ๆ นี้จะแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร ยกตัวอย่างเช่น ปัญหา ความยากจน ปัญหารายได้ของพี่น้องเกษตรกรของเรา และเราจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเศรษฐกิจฐานรากได้มากน้อยเพียงใด แน่นอนครับท่านประธาน เป็นไปไม่ได้ในปีเศษ ๆ จะแก้ปัญหาเหล่านี้ทั้งหมด ก็นำไปสู่ปัญหาใหญ่ที่สำคัญว่า แล้วหลังจากนั้นรัฐบาลจะทำอย่างไร นี่เป็นโจทย์ที่คณะกรรมาธิการที่เรากำลังจะจัดตั้งขึ้น ต้องหาคำตอบและส่งมอบให้รัฐบาลต่อไป นั่นก็หมายความว่าจากการที่ผมได้รวบรวมปัญหา ของพี่น้องประชาชนในระดับกลางและล่างซึ่งเป็นฐานของประเทศ มันมีเรื่องปัญหาที่สำคัญ อยู่ ๕ เรื่องที่เราอยากเห็นการใช้งบประมาณส่วนนี้ เรื่องแรก ก็คือน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร เรื่องที่ ๒ คือการฟื้นฟูคุณภาพดินเพื่อเพิ่มผลิตภาพทางด้านการผลิต เรื่องที่ ๓ คือการส่งมอบ เทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบดิจิทัล (Digital) ที่จะทำให้การผลิตมีความแม่นยำ ทำให้การขายและการตลาดออนไลน์ (Online) เกิดขึ้น เรื่องที่ ๔ คือการยกระดับโลจิสติกส์ (Logistics) เพื่อที่จะเชื่อมผู้ผลิตกับผู้บริโภคเข้าหากันและทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์ และเกษตรกรที่เป็นผู้ผลิตก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกัน และประการที่ ๕ คือการยกระดับ ทักษะในการทำงานของพี่น้องเกษตรกรเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการรายย่อย การต้องการคำตอบทั้ง ๕ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับโครงสร้าง เศรษฐกิจของประเทศโดยตรงเพราะฉะนั้นกรรมาธิการจะต้องเฝ้าดูเรื่องนี้ว่าการใช้เงินกู้ ตอบโจทย์เรื่องเหล่านี้หรือไม่ถ้าพูดให้ชัดเจนก็คือว่าการใช้เงินกู้เหล่านี้ที่จะตอบโจทย์ปัญหา ของพี่น้องประชาชน ๑. จะต้องใช้เงินให้ตรงกับปัญหาของประชาชน ๒. การใช้เงินนั้น ต้องบูรณาการการแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ และ ๓. จะต้องทำให้เกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงและนำไปสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้มี ความสมดุลและเป็นธรรมมากขึ้นครับ
ในมิติที่ ๒ คือความโปร่งใส ในแง่ของความโปร่งใสนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะการตรวจสอบกระบวนการใช้เงินกู้นี้เป็นเรื่องที่สำคัญเหลือเกิน และประชาชนของเรา ก็เป็นห่วงอย่างยิ่งว่ากระบวนการใช้เงินนี้จะมีความโปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรมหรือไม่ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือว่าจะมีการใช้เงินอย่างถูกต้องหรืออย่างไม่ถูกต้องในเงินกู้เหล่านี้ นั่นก็หมายความว่าคณะกรรมาธิการนี้ถ้าจะรักษาความโปร่งใสให้ก็เกี่ยวข้องกับเรื่อง ๓ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือการตรวจสอบและความรับผิดชอบ นั่นหมายความว่าจะต้อง มีการเปิดเผยข้อมูลของโครงการตั้งแต่การคัดเลือกโครงการ การปฏิบัติโครงการ และการประเมินผลความสำเร็จของโครงการ ตลอดทั้งกระบวนการใช้เงินนี้จะต้องเปิดเผย เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบแล้วก็ช่วยกันตรวจสอบ
ในส่วนที่ ๒ ก็คือเรื่องของกฎหมายและกฎระเบียบ กระบวนการนี้ กฎระเบียบ และกฎหมายนี้กำหนดไว้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าราชการในเชิงการบริหาร แต่ในความเป็นจริงเรากลับพบว่ากฎระเบียบหลายเรื่อง กลับเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาหรือการแก้ไขโครงสร้างที่ผมได้กล่าวมาแล้ว ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเป็นรูปธรรม ในโครงการเงินกู้นี้ได้บอกว่าห้ามไม่ให้ซื้อครุภัณฑ์ แต่การที่เกษตรกรจะมีผลผลิตที่มีการแปรรูปและเพิ่มมูลค่าได้จำเป็นจะต้องใช้ ครุภัณฑ์ที่มีเทคโนโลยี แต่สิ่งนี้ทำไม่ได้ เมื่อทำไม่ได้เราจะเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ได้อย่างไร ตรงนี้ก็กลายเป็นเรื่องของการติดอยู่ที่กฎระเบียบ เพราะฉะนั้นกฎระเบียบ ที่เป็นปัญหาคณะกรรมาธิการคณะนี้ก็จะต้องนำมาบันทึกเพื่อที่จะรายงานกับรัฐบาลว่า กฎระเบียบที่จะต้องแก้ไขแล้ว เช่นว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างของกรมบัญชีกลาง เป็นต้น
เรื่องที่ ๓ ที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใสก็คือความเป็นธรรมและครอบคลุม พี่น้องประชาชนทั่วประเทศของเราได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) กันทุกคน มากบ้าง น้อยบ้าง สัดส่วนของความเดือดร้อนที่ไม่เท่ากันนี้จะตอบโจทย์กับการใช้เงินกู้นี้ อย่างไร ในหลายพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนมาก แต่การให้เงินเยียวยา การแก้ไขปัญหา ของเขากลับน้อย สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีโครงการ เพราะว่าไม่มีส่วนราชการที่จะไปเสนอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ประชาชนเหล่านี้จะถูกละเลยและถูกทิ้งไป เราจะทำ อย่างไรกับคนเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของกรรมาธิการจะต้องตอบโจทย์และส่งเสียงให้กับรัฐบาล ในฐานะที่จะเป็นผู้ใช้เงินกู้เหล่านี้ ที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมและครอบคลุม กับพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ นั่นก็หมายความว่าการใช้เงินกู้นี้จะต้องเป็นไป อย่างเป็นธรรมและครอบคลุม สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่เราคาดหวังว่าจะเกิดขึ้น นั่นก็หมายความว่า พี่น้องประชาชนของเราอยากเห็นการใช้เงินกู้นี้มีความโปร่งใสแล้วก็มีประสิทธิภาพ จากหลักการที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วดังกล่าวข้างต้น ผมอยากจะขออนุญาต พูดถึงลักษณะการใช้เงินกู้ที่จะเกิดขึ้น ขอสไลด์แผ่นที่ ๓ ครับ อีกส่วนหนึ่งคือทำอย่างไม่ถูกต้องครับ ก็คือไม่โปร่งใสแล้วก็มีปัญหา จากมิติทั้งสองที่แบ่งเป็น ๒ ส่วนย่อยนั้น ถ้าทำเป็นตารางออกมาเพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ ของการใช้เงินกู้นะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ในเรื่องที่ ๑ ก็คือ ทำถูกอย่างถูกต้อง สิ่งนี้ช่องที่ ๑ เป็นสิ่งที่ประชาชน อยากได้ อยากเห็นการใช้เงินกู้นี้ใช้ถูกปัญหาแล้วก็ใช้อย่างถูกต้อง นี่คืออุดมคติที่เรา อยากเห็น และกรรมาธิการจะต้องช่วยกันทำให้เกิดสิ่งนี้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตัวสีแดงที่ชัดเจนก็คือ ทำผิดอย่างถูกต้อง หมายความว่าเงินกู้นี้ที่ใช้ไปมากมายไม่ตรงกับปัญหาของพี่น้องประชาชน แต่ถูกกฎระเบียบของทางราชการทุกประการ เปิดเผยข้อมูลครบถ้วนทุกประการ แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์เลยครับ อันนี้เป็นอันตรายอย่างยิ่งของการใช้เงินกู้นี้ ผมอยากจะเรียกว่าทำผิดอย่างถูกต้องครับ ในช่องถัดมาเรียกว่าการทำผิดอย่างไม่ถูกต้อง นั่นหมายความว่าไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนแล้วก็ผิดกฎระเบียบ ผิดกฎหมาย ทุจริตอีกต่างหาก อันนี้คือสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ซึ่งเราหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นนะครับ แล้วก็ เป็นหน้าที่ของคณะกรรมาธิการจะต้องตรวจสอบว่ามีโครงการที่อยู่ในช่องนี้มากน้อยเพียงใด และหวังว่าจะไม่มีครับท่านประธาน สุดท้ายก็คือทำถูกอย่างไม่ถูกต้อง เรามีข้าราชการที่ดี ท่านประธานครับ ที่เขาเข้าใจปัญหาของพี่น้องประชาชน และเขาก็ต้องการช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ติดกฎระเบียบอย่างที่ผมยกตัวอย่างไปแล้วว่าโครงการนี้ ไม่สามารถซื้อครุภัณฑ์ที่เป็นเครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีเพื่อจะเพิ่มมูลค่าให้กับพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวโอทอป (OTOP) ทั้งหลายจะไม่ได้ประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้นะครับ อย่างนี้เรียกว่า ถ้าข้าราชการใจกล้า ใจถึง เขาพยายามที่จะหาวิธีการทำให้ได้เพื่อให้เกิดการทำถูก คือตรง ปัญหากับพี่น้องประชาชน แต่เขาผิดระเบียบเขามีความเสี่ยงตรงนี้ครับ ตรงนี้เราจะได้บอก กับรัฐบาลว่าต่อไปขอให้แก้กฎระเบียบเรื่องนี้ที่ผมเรียนท่านประธานไปแล้วว่าในเรื่องของ การจัดซื้อจัดจ้างเป็นต้น
จากที่ผมได้อธิบายทั้งหมดดังกล่าวนี้ การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล เราจะต้องทำทั้ง ๒ มิติครับ มิติแรกผมขออนุญาตย้ำก็คือการตอบโจทย์ของพี่น้องประชาชน มิติที่ ๒ ก็คือความโปร่งใสของกระบวนการใช้เงินกู้เหล่านี้ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้เห็น แล้วก็ได้ชื่นใจกับเงินกู้นี้ว่าได้ทำถูกอย่างถูกต้อง และเขาไม่อยากเห็นการทำผิดอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำผิดอย่างไม่ถูกต้อง ไม่อยากเห็นเลยครับ และสิ่งนี้เป็นปัญหาสำคัญ ของประเทศที่เราจะต้องแก้ไข
ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือ ในการประเมินผลครับ ไม่ใช่ติดตามและตรวจสอบเท่านั้น แต่เราจะต้องประเมินผลด้วย การประเมินผลมีคำถามอยู่ ๓ คำถามครับท่านประธาน คำถามที่ ๑ ก็คือเป้าหมาย และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงนั้นตรงกันหรือไม่ เราทำได้ครบตามเป้าหมายไหม ถ้าต่ำกว่า เป้าหมาย หรือเกินเป้าหมาย หรือพอดีกับเป้าหมาย เหตุผลคืออะไร สิ่งเหล่านี้เราควรจะต้อง มีคำตอบ และหลังจากเรามีคำตอบแล้วก็ต้องอธิบายได้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น เพราะถ้าเรา ตอบไม่ได้ว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ทำถูกจะทำให้เกิดใหม่อีกครั้งหนึ่งก็ทำไม่ได้ ทำผิดจะแก้ไข ให้ถูกต้องเราก็ทำไม่ได้ครับท่านประธาน เมื่อเราตอบได้ว่าเหตุผลคืออะไร เราก็สามารถจะให้ คำแนะนำกับรัฐบาลได้ว่า ต่อไปท่านนายกรัฐมนตรีครับการใช้งบประมาณของประเทศ ควรจะต้องทำแบบนี้ นี่คือภารกิจของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะต้องทำครับท่านประธาน
ผมขออนุญาตสรุปประเด็นที่สำคัญ เพื่อจะกราบเรียนยืนยันกับท่านประธาน ว่าการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหวังว่าจะช่วยติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การใช้เงินกู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ที่ทำถูกอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ทำผิด อย่างถูกต้อง หรือทำผิดอย่างไม่ถูกต้อง ตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก และเราอยากจะขอ เชิญชวนพี่น้องประชาชนสนับสนุนสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะยกระดับการตรวจสอบและถ่วงดุล ของรัฐสภาให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งเป็นอุดมคติและอุดมการณ์ที่สำคัญ ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ผมสังกัดอยู่ เพื่อที่จะให้สภาแห่งนี้ได้ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการใช้เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทนี้อย่างมีประสิทธิผลตามกรอบแนวทางที่ผมได้ กราบเรียนไปแล้ว เพื่อที่จะหวังว่าการใช้เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทนี้จะสร้างรอยยิ้มให้กับ พี่น้องประชาชน จะสร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนได้จริง และหวังว่ารอยยิ้ม และความสุขของพี่น้องประชาชนนี้จะนำไปสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจและสังคมให้มี ความสมดุลและเป็นธรรมมากขึ้น ถ้าเราทำได้เช่นนี้ เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ไม่มากเลย และหนี้สินที่จะตามมานั้นเป็นหนี้สินที่พวกเราทุกคนยินดีที่จะร่วมกันรับผิดชอบแล้วก็ชดใช้ให้ แต่ในทางกลับกันถ้าไม่เกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น ไม่ใช่เราไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่เราทิ้งหนี้จำนวน มหาศาลไว้ข้างหลัง และตรงนี้จะเป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนทุกคนจะต้องร่วมกันรับผิดชอบ และในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตทำหน้าที่ที่จะตรวจสอบถ่วงดุล เพราะผมเชื่อว่าระบบรัฐสภาต้องมีการตรวจสอบและถ่วงดุลที่เข้มแข็ง และตรงนี้เป็นจุดยืน ทางการเมืองที่สำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ