อับดุลอายี จี้ตรวจสอบเงินกู้ 3 ฉบับ ชี้โรงเรียนเอกชนไม่ได้รับส่วนแบ่งเท่าเทียม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓

อับดุลอายี สาแม็ง อภิปรายสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อติดตามตรวจสอบการใช้เงินกู้ 3 ฉบับ และมาตรการฟื้นฟูจากวิกฤตโควิด-19 โดยชี้ให้เห็นความไม่เป็นธรรมในการเยียวยาที่โรงเรียนเอกชนไม่ได้รับส่วนแบ่งเท่าเทียมกับโรงเรียนรัฐบาล แม้จะมีจำนวนนักเรียนมากกว่า จึงเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบโครงสร้างการบริหารจัดการภายในกระทรวงศึกษาธิการเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรม

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต ๓ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายเพื่อสนับสนุนในเรื่องของ การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อมาติดตามและตรวจสอบการใช้เงินกู้ ๓ ฉบับ และมาตรการการแก้ไขภายใต้วิกฤติของโรคระบาดไวรัสโครานา ๒๐๑๙ หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เราพูดถึงอยู่ ซึ่งเราทราบดีอยู่แล้วเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาเราก็มีการผ่าน การพิจารณาจากสภาในเรื่องของเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ฉบับที่ ๑ แล้วก็ในเรื่องของการฟื้นฟู อีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นฉบับที่ ๒ แล้วก็มีอีกฉบับหนึ่งคือฉบับที่ ๓ ในเรื่องที่รัฐบาล จะต้องดูแลเรื่องของเงินอีก ๑ ฉบับ ทั้งนี้ หลังจากที่มีการดำเนินการในส่วนตรงนี้ โดยเฉพาะ ในเรื่องของการเยียวยาเราก็ได้พูดถึงอยู่มามากแล้วว่า การเยียวยาของรัฐบาลที่มีการพิจารณา ในเรื่องของเกษตรกรบ้าง ในเรื่องของคนที่มีผลกระทบโดยตรงบ้าง ที่ขาดงานขาดอะไรต่าง ๆ ก็มีการเยียวยาอยู่ว่าหลาย ๆ ส่วนก็ไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่ได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง อย่างที่หลาย ๆ ท่านพูดถึงอยู่ แล้วก็มีบางหน่วยงานที่ไม่ได้รับการเยียวยา อย่างเช่น ผมทราบข่าวการพิจารณาของกระทรวงศึกษาธิการไปเยียวยาโรงเรียนที่อยู่ในภายใต้ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ได้รับการเยียวยา ๔๐๐,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ โรง แต่เนื่องจากว่าในกระทรวงศึกษาธิการก็มีประเภทของโรงเรียนหลาย ๆ อย่าง ประเภทโรงเรียนสามัญที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลโดยตรง เป็นโรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอิสลาม เป็นโรงเรียนเอกชนทั่ว ๆ ไป เหล่านี้ไม่ได้รับการเยียวยาเลย ทั้ง ๆ ที่ โรงเรียนเหล่านี้เป็นโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเช่นกัน เรามาดูในเรื่องของ การบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการว่า ทำไมไม่มีการพิจารณาถึงโรงเรียนเอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนของกระทรวงศึกษาธิการว่า ไม่ได้รับการสนับสนุนด้วยเหตุผลอะไร ทั้ง ๆ ที่ว่าข้อมูลของเด็กนักเรียน ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งผมมีข้อมูลอยู่แล้วว่าโรงเรียนเอกชน มีเด็กนักเรียนอยู่ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คน ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย แล้วก็มีครูผู้สอนทั้งหมดอยู่ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน ส่วนโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การกำกับของ สพฐ. มีนักเรียนทั้งหมดตั้งแต่อนุบาลจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑๕๐,๐๐๐ คน แต่มีครู มากกว่าโรงเรียนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของโรงเรียนเอกชน ๑๘,๐๐๐ คน ถ้าเทียบ สัดส่วนเหล่านี้แล้วมีเด็กนักเรียนที่อยู่ภายใต้ของโรงเรียนเอกชนก็ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีเด็กนักเรียนที่อยู่ภายใต้โรงเรียนของรัฐบาล ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเมื่อมีการพิจารณา เรื่องผลกระทบของโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้ว โรงเรียนเอกชนไม่ได้รับเลย แต่โรงเรียน ภายใต้รัฐบาลก็ได้รับการช่วยเหลือ ๔๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ โรง เหล่านี้ก็อยากจะฝากถึงท่านกรรมาธิการว่า สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้แค่ตามว่าเขาใช้งบประมาณ เพื่อดำเนินการอะไร ผิด ถูกอย่างไรในเรื่องของกฎเกณฑ์ของการใช้งบประมาณอย่างเดียว แต่อยากจะฝากไปถึงคณะกรรมาธิการที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งในวันนี้ไปดูว่า ที่เขาใช้ งบประมาณในการพิจารณาในเรื่องของประเภทบุคคลชนิดเดียวกัน อย่างที่ผมพูดถึงโรงเรียน เอกชนกับโรงเรียนภายใต้ สพฐ. นั้น ก็น่าจะเป็นโรงเรียนที่มีเด็กนักเรียน แล้วก็สอนให้เป็น บุคคลที่มีองค์ความรู้ของระดับประเทศเหมือนกัน แต่ได้รับการพิจารณาในการเยียวยา การฟื้นฟูไม่เท่ากัน ในส่วนของโรงเรียนเอกชนนั้นเพื่อไม่ให้เกิดความลักลั่น ทางสำนักงาน การศึกษาเอกชนก็บอกว่าไม่เป็นอะไร โรงเรียนเอกชนเหล่านี้ยังมีเงินกองทุนอยู่ ก็แนะนำให้ไป กู้เงินของโรงเรียนเอกชนโดยต้องมีดอกเบี้ย แนะนำให้ไปกู้เงินของกองทุนของโรงเรียนเอกชน เขาบอกว่ามีเงินเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่ตรงนั้น ซึ่งลักษณะอย่างนี้ไม่น่าจะใช่วิธีการบริหาร ที่มีความเป็นธรรมต่อโรงเรียนเอกชนเลย ที่เป็นปัญหาอย่างนี้ผมก็มาดูว่าทำไม กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงเดียวที่แปลก ลักษณะอย่างนี้ก็มาดูในข้อเท็จจริงว่า โครงสร้างของการบริหารในกระทรวงศึกษาธิการมี ซี ๑๑ อยู่ประมาณ ๔ หน่วยงาน แต่ว่า การจัดการในเรื่องของการเยียวยาผมเข้าใจว่าผ่านการดูแลโดยปลัดกระทรวงของแต่ละ กระทรวง กระทรวงศึกษาธิการก็เช่นกัน แต่มีคนระดับเดียวกัน อย่างเลขาธิการ สช. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ล้วนแต่เป็น ซี ๑๑ เท่ากับปลัดกระทรวง ผมเข้าใจว่าสิ่งที่มันเป็นระดับเดียวกันลักษณะ อย่างนี้ การสั่งการ การแนะนำ การใช้งาน บริหารจัดการไม่ได้ เพราะใครใช้ใครไม่ได้ เลยมีความลักลั่นว่าโรงเรียนที่อยู่ภายใต้ของ สช. ไม่ได้รับการดูแล ไม่ได้รับการเยียวยา ลักษณะอย่างนี้ผมก็แค่ยกตัวอย่างโรงเรียนที่ไม่ได้รับนั้น ก็อยากจะฝากถึงคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ได้รับการแต่งตั้งนั้นให้ไปดูแลการดำเนินการที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วย มีอีกเรื่องหนึ่งโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบอย่างเช่นโรงเรียนจริยธรรมประจำมัสยิด เขาไม่มีเงิน อุดหนุน ไม่มีเงินช่วยเหลือเลย วันที่ ๑ กรกฎาคมที่จะถึงนี้โรงเรียนทั้งหลายก็จะเปิดแล้ว แล้วก็มีการกำหนดในเรื่องของวิธีการปฏิบัติของโรงเรียนที่จะเปิดในวันที่ ๑ จะต้องมีการจัด โซเชียล ดิสแทนซิง (Social distancing) อะไรต่าง ๆ ที่เราทราบข่าวอยู่ แล้วก็แปลกต่อมา อีกว่ามี ๘ รายการที่มีการได้รับการสนับสนุนโดยโรงเรียนรัฐบาลเป็นผู้ได้รับ อย่างเช่นว่า หน้ากากอนามัยเด็กนักเรียนจะได้รับคนละ ๔ ชิ้น เฟซชิลด์ (Face shield) คนละ ๒ ชิ้น ที่วัดอุณหภูมิ แอลกอฮอล์ แล้วก็ที่พ่นยาฆ่าเชื้อตามขนาดของโรงเรียน น้ำยาฆ่าเชื้อ หน้ากากอนามัย ถุงมือสำหรับผู้ที่มีหน้าที่ในการคัดกรอง เหล่านี้ ๘ อย่างได้รับการสนับสนุน แต่โรงเรียนเอกชนก็ไม่ได้รับอีก และสิ่งเหล่านี้ก็ยังถูกกำหนดอีกว่าในวันที่ ๑ กรกฎาคม โรงเรียนจริยธรรมประจำมัสยิดที่อยู่ในเขตพื้นที่ชุมชนที่เป็นมุสลิมว่า เขาจะต้องปฏิบัติ จะต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นตัวประกอบ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาลเลย เขาดำเนินการโดยชุมชน อาจจะได้รับอย่างเดียวก็คือเงินค่าตอบแทนของผู้สอน ๓-๔ คน คนละ ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือนเท่านั้นเอง แล้วก็จะหาสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร เมื่อสักครู่ผมก็ได้รับ การร้องขอจากโรงเรียนเอกชนในเขตพื้นที่ผมจังหวัดยะลา อย่าว่าแต่โรงเรียนเอกชน สอนศาสนาอย่างเดียว ผมมีโรงเรียนเอกชนซึ่งสอนภาษาจีนสอนอะไรก็ยังมีอยู่ ผมก็ถามว่า ได้รับการอุดหนุน ได้รับการสอบถาม ได้รับการถามถึงไหม เขาบอกไม่มีเลย ช่วยบอกทีว่า ก็อยากจะได้รับความช่วยเหลือ การเยียวยาจากรัฐบาล เพราะเขามีผลกระทบเหมือนกัน ณ วันนี้เขาพยายามที่จะร่วมมือในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) เขาก็ใช้เงินหลาย ๆ แสนบาทที่จะปรับปรุงโรงเรียนให้สอดคล้องกับวิธีการ ที่ได้ถูกกำหนด

สรุป ผมก็สนับสนุนให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ติดตามเรื่อง การใช้เงินกู้ ๓ ฉบับเหล่านี้ แล้วก็อยากจะให้แค่ตามหลังอย่างเดียวไม่พอ ต้องเดินไปด้วยกัน ว่าเขาทำอะไรที่ถูกต้องแล้วก็ให้มีความทั่วถึงและได้รับความเป็นธรรมทุกฝ่ายหรือเปล่า ขอขอบคุณครับ