องอาจ สนับสนุนตั้ง กมธ. สอบจ่ายเงินกู้ 1.9 ล้านล้าน หลังท้วงติงไร้แผน-ขาดโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓

องอาจ วงษ์ประยูร สนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท โดยวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ไร้แผนชัดเจน ขาดความโปร่งใส และเพิกเฉยต่อปัญหาของประชาชนหลายกลุ่ม ทั้งเกษตรกร คนรุ่นใหม่ ผู้ใช้แรงงาน เอสเอ็มอี และผู้นำท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายล็อกดาวน์และภัยแล้ง จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบเข้มงวดและเร่งเยียวยาอย่างเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เม็ดเงิน ๑.๙ ล้านล้านบาท ผมเห็นด้วยและสนับสนุนให้สภาของเราแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขึ้นมาดูแลเงินกู้จำนวนมหาศาลก้อนนี้ เพื่อนำไปใช้แก้ไขวิกฤติของชาติให้ได้โดย เงินกู้ก้อนนี้ผมถือว่าเป็นเงินก้อนสุดท้ายของชาติ เพราะเป็นเงินกู้ไม่ใช่เป็นเงินต้น แต่อย่างใด ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดความสำเร็จหรือล้มเหลวมีแค่เพียง ๒ ปัจจัยหลักเท่านั้น สำหรับการใช้เงินกู้ก้อนมหาศาลก้อนนี้ ๑. วิธีการใช้เงิน ๒. ผู้ที่ใช้เงินหรือผู้ที่ถือเงิน ผู้ที่นำเงินไปใช้ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาผมเชื่อว่าทุก ๆ ท่านทราบกันดีว่าในส่วน ประเด็นที่ ๑ วิธีการใช้เงินทราบกันดีว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งเพราะอะไร ไร้ซึ่งรายละเอียด แผนงาน โครงการต่าง ๆ ก็ไม่เป็นระบบ ไม่เป็นระเบียบ ไร้ซึ่งทิศทาง เร่งรีบ รวบรัด วิธีการใช้เงินน่าเป็นห่วง นอกจากนั้นมาประเด็นที่ ๒ นอกเหนือจากวิธีการใช้เงินที่น่า เป็นห่วง น่าเป็นห่วงยิ่งกว่านั้นก็คือคนที่นำเงินไปใช้ก็มีคนคนเดียว คือท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนคนเดียวกับที่ปฏิวัติรัฐประหารเข้ามาสู่อำนาจจนเป็นนายกรัฐมนตรี ในปัจจุบัน ในช่วงนั้นความเชื่อถือของต่างชาติ การลงทุนต่าง ๆ เศรษฐกิจก็ย่ำแย่ มาโดยตลอด ท่านนายกรัฐมนตรีคนนี้ท่านเป็นเจ้าของวาทะที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือ ผมบริหารเศรษฐกิจ ไม่เก่งแต่จริงใจ ตรงนี้อันตรายนะครับ บริหารไม่เก่งแต่จริงใจ คำว่าจริงใจก็คือขยัน ขยันทำทุกสิ่งทุกอย่างโดยที่ไม่รู้ พอไม่รู้แล้วขยันเขาพูดกันว่าไม่รู้แล้วขี้เกียจยังดีกว่า เพราะอะไรครับ ไม่รู้แล้วขยันแล้วก็จะทำไปเรื่อย ๆ แก้ปัญหาเก่าไม่ได้ก็เป็นการสะสมปัญหา ขึ้นไปเรื่อย ๆ ปัญหาเก่าแก้ไม่ได้ ปัญหาใหม่ก็กำลังจะตามมาติด ๆ เรากำลังให้ นายกรัฐมนตรีท่านนี้เป็นคนที่ก่อปัญหา ไม่รู้ปัญหา ลอยตัวเหนือปัญหา แต่เราให้ คนคนนี้คนเดียวที่มาแก้ปัญหาโดยมีเงินก้อนใหญ่ก้อนนี้เป็นเดิมพันในการดูแล พี่น้องประชาชนโดยที่ไม่มีการตรวจสอบ แม้กระทั่งสภาซึ่งน่าจะได้เข้าไปตรวจสอบ การใช้เงินซึ่งเป็นงบประมาณเป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชน อีกวาทกรรมหนึ่งที่ ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ท่านพูดเสมอ ผมจะเป็นผู้นำที่ไม่ยอมทิ้งใครแม้แต่คนเดียว ไว้ข้างหลัง ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ท่านจะทราบหรือไม่ทราบผมไม่รู้นะครับ ที่ผ่านมา ท่านทิ้งคนไทยไว้ข้างหลังเป็นจำนวนมากมายมหาศาล หลายกลุ่มเดือดร้อนซึ่งต้องการ การเยียวยาโดยด่วน ท่านประธานครับ กลุ่มแรกที่ท่านนายกรัฐมนตรีทิ้งพี่น้องประชาชน คนไทยไว้ข้างหลังคือกลุ่มพี่น้องเกษตรกรจากทั่วประเทศ ๓-๔ ตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า กลุ่มพี่น้องเกษตรกรนั้นเดือดร้อนมาโดยตลอด ช่วงวิกฤติภัยแล้งน้ำเหลือน้อย ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์สั่งการไปที่กรมชลประทานในการจัดสรรน้ำไปยังกลุ่มต่าง ๆ พี่น้องเกษตรกรเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ได้ใช้น้ำ เกษตรกรต้องช่วยเหลือตัวเอง รวมตัวกัน รวมกลุ่มกัน หาน้ำ หาน้ำมัน หาเครื่องสูบน้ำ เขาไม่ยอมให้ข้าวในนาเขาตาย เดือดร้อนกันสาหัส ต่อมา ในช่วงภัยแล้งฝนทิ้งช่วง พี่น้องผู้แทนราษฎร ท่าน ส.ส. ของเราโดยเฉพาะพี่น้อง ผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยลงพื้นที่ไปดูแลพี่น้องเกษตรกร ทางท่านผู้แทนราษฎร หลายท่านขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ ท่านก็ไม่ประกาศ เกษตรกร จึงไม่ได้รับเงินค่าชดเชย ล่าสุดที่มีการประกาศเขตภัยพิบัติของภาคกลางบางจังหวัด จังหวัดสระบุรีของผมแล้งมานานมาเกือบ ๒-๓ ปี จังหวัดสระบุรีไม่ได้รับการประกาศ เป็นเขตภัยพิบัติ พี่น้องเกษตรกรก็ไม่ได้รับเงินเยียวยาชดเชยแต่อย่างใด ท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ท่านทิ้งชาวนาชาวไร่ในจังหวัดสระบุรีของผมไว้ข้างหลังเรียบร้อยแล้วครับ เช่นกัน ในช่วงที่น้ำขาด น้ำน้อย ท่านนายกรัฐมนตรีให้ชาวนาไปปลูกพืชน้ำน้อย เอาพืชไร่พืชสวนครัว ไปปลูกในที่นา ซึ่งเป็นการปฏิบัติด้วยความยากลำบากเพราะว่าชาวนาทำตามนโยบายนี้ ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างเท่าตัว ผลผลิตตกต่ำ และสุดท้ายผลผลิตไม่มีคุณภาพ ขาดตลาด รองรับ ชาวนาชาวไร่ลำบากเดือดร้อนนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ทิ้งพี่น้องเกษตรกรไว้ ข้างหลังเป็นที่เรียบร้อย ล่าสุดสำหรับโครงการเงินกู้เพื่อฟื้นฟูเยียวยาวิกฤติโควิด (COVID) ผมลงไปในพื้นที่ไปตรวจสอบดูด้วยความห่วงใย ก็ได้ไปร่วมประชุมกับเกษตรอำเภอ เจอพี่น้องเกษตรกร เขาดีใจที่จะได้ใช้เงินกู้ตัวนี้ ชาวนาชาวไร่หวังว่าจะได้เงินกู้ตัวนี้เอาไปซื้อ อุปกรณ์ทางการเกษตรต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการลดต้นทุน แต่ด้วยระบบราชการของ ท่านนายกรัฐมนตรียุ่งยาก ซ้ำซ้อน พิธีการมาก ต้องเร่งหาโครงการให้เสร็จภายในเร็ววันนี้ สุดท้ายเกษตรกรถอดใจ เขาทำกันไม่ได้แล้วก็ทำไม่ทัน เกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกร แปลงใหญ่ขอถอนตัวยกเลิกโครงการไปในหลาย ๆ โครงการแล้ว ซึ่งถือว่าประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือพี่น้องในภาคเกษตรกร คิดว่าถ้าไม่มีการตรวจสอบไปช่วยดูแล โครงการต่อไปทางการเกษตรก็คงจะไม่เป็นไปตามที่พี่น้องเกษตรกรมุ่งหวังและต้องการ อย่างแท้จริงครับ

อีกกลุ่มหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ทิ้งเขาไว้ข้างหลัง ก็คือกลุ่มคนรุ่นใหม่ จบการศึกษาและพร้อมที่จะทำงาน กลุ่มรากหญ้า กลุ่มผู้ใช้แรงงาน พ่อค้า แม่ค้า เอสเอ็มอี (SMEs) ตลาดรายย่อย ตลาดนัด ตลาดโต้รุ่ง ตั้งแต่ท่านกดปุ่มประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศ ประกาศเคอร์ฟิว (Curfew) กลุ่มต่าง ๆ ดังกล่าวถูกท่านทิ้งไป ข้างหลังเรียบร้อยแล้ว เดือดร้อนกัน เขาตกงาน ไม่มีรายรับ มีแต่รายจ่าย เกิดปัญหา ครอบครัวขึ้นทุกหย่อมหญ้า ท่านประธานที่เคารพครับ ตู้ปันสุขเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความเอื้ออาทรของคนไทยด้วยกันเอง เขาดูแลพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในยามยาก ในขณะเดียวกันตู้ปันสุขเป็นสัญลักษณ์ของการทิ้งพี่น้องประชาชนไว้ข้างหลังของ ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ทุกกลุ่มดังกล่าวต้องการการช่วยเหลือฟื้นฟู เยียวยาโดยด่วน ด้วยเวลาที่มีจำกัดยังมีอีกหลายกลุ่มที่ทางท่านนายกรัฐมนตรีทิ้งไว้ข้างหลัง เช่น กลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี่ ในช่วงวิกฤติ ในช่วงภัยแล้ง เขาช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เป็นอย่างดี เขาเสียสละทั้งแรงกายแรงใจแล้วก็ลงขันด้วยนะครับในการช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน แต่เมื่อเขาขอหรือเรียกร้องบางสิ่งบางอย่างที่เขาเดือดร้อนก็ไม่ได้รับการเหลียวแล จากท่านนายกรัฐมนตรี จากภาครัฐ ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขามีลูก มีภรรยา แล้วก็ ครอบครัวที่ต้องดูแล เขาประสบปัญหาวิกฤติภัยแล้ง ประสบปัญหาวิกฤติโควิด (COVID) เช่นกัน ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มนี้ด้วย อย่าทอดทิ้งเขาไว้ข้างหลัง กลุ่มล่าสุดอันนี้เป็นข่าว ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับดูแล งบประมาณตรงนี้เช่นกัน คือกลุ่มที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะทิ้งไว้ข้างหลัง กลุ่มล่าสุด กลุ่มสุดท้ายที่เห็นก็คือกลุ่มรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ กลุ่มรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง กลุ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพลังงาน ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วย กลุ่มนี้ ท่านทิ้งได้เลยเพราะว่าไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนม้ากลางศึก