กรวีร์ ปริศนานันทกุล หารือเกี่ยวกับการใช้จ่ายงบประมาณจากเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท โดยตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงในการขาดความโปร่งใส ความไม่ชัดเจนของโครงการ และการเบิกจ่ายที่ไม่เต็มเพดาน พร้อมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อตรวจสอบการใช้เงินกู้ให้เกิดประสิทธิภาพและเป็นธรรม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลระบบสาธารณสุข เยียวยาเศรษฐกิจ และการอุดรูรั่วของรัฐ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงแนวทางการพิจารณาโครงการอย่างเป็นระบบเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมเป็นหนึ่ง ในผู้ที่เสนอญัตติ ดังนั้น จะขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะเป็นผู้ที่เสนอญัตติในการอภิปราย เหตุผลสนับสนุนความจำเป็นที่พวกเรานั้นตั้งใจที่จะเสนอญัตติ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรนั้น ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการติดตาม ตรวจสอบการใช้งบประมาณจากเงินกู้ ตามที่ได้ ยื่นกับท่านประธานไว้
ผมขออนุญาตเริ่มจากการอ่านเรื่องของญัตติด่วนที่พวกเราซึ่งประกอบ ไปด้วย ผม นายกรวีร์ ท่าน ส.ส. ภราดร ปริศนานันทกุล ท่าน ส.ส. สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ แล้วก็เพื่อนสมาชิก ส.ส. จากพรรคภูมิใจไทยอีกหลายท่าน ได้ลงชื่อแล้วก็ยื่นญัตติ เป็นญัตติด่วน เพื่อขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม ตรวจสอบ การใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไข ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ติดตาม ตรวจสอบการใช้เงินจากการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจาก การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙
เหตุผล ตามที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ในวงเงิน ๑ ล้านล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามกรอบการใช้จ่ายเงินที่อยู่ในบัญชีแนบท้าย ของพระราชกำหนดนั้นมีเพียงกรอบกว้าง ๆ ไม่ได้มีรายละเอียดของโครงการในการอนุมัติ โครงการ ดังนั้น หากว่าระยะเวลาในการกลั่นกรอง ในการพิจารณาอนุมัติมีค่อนข้างน้อย จะทำให้การใช้จ่ายนั้นไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ไม่ตรงไปตามเป้าหมาย ไม่โปร่งใส และอาจจะมีการรั่วไหล ซึ่งจะนำไปสู่ความเสียหาย ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเสียหายให้กับ พี่น้องประชาชนมากขึ้นไปอีก
พวกผมจึงตั้งใจที่จะยื่นญัตติด่วน เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้นั้นร่วมกัน พิจารณา แล้วก็ตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะไปติดตาม ตรวจสอบ แล้วก็ไปดูว่า เงินกู้ที่ผ่านสภาไปเป็นที่เรียบร้อยเมื่อ ๒ สัปดาห์ก่อนในวงเงินถึง ๑ ล้านล้านบาทนั้น ทางรัฐบาล ทางหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะมีแนวทาง มีวิธีการในการใช้จ่ายเงินอย่างไร ผมต้องบอกแบบนี้นะครับว่าในช่วง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ได้พิจารณาและอนุมัติผ่านสภาเป็นที่เรียบร้อย ผมก็ได้ติดตามแล้วก็ฟังตั้งแต่วันที่มีการประชุมอภิปรายจากเพื่อนสมาชิก ทั้งฝ่ายค้าน แล้วก็ฝ่ายรัฐบาล ถึงปัญหาแล้วก็เสียงสะท้อนที่มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเปรียบเสมือนกับเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ที่ได้นำเอาข้อคิดเห็น นำเอาปัญหา นำเอา เสียงสะท้อนของพี่น้องประชาชนจากทั่วประเทศนั้นมาสะท้อนผ่านเวทีสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานจำได้ไหมว่าเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายกันหลายวันนั้นเขาเป็นห่วงเรื่องอะไร เขาเป็นห่วงเรื่องว่าถ้าหากว่าเราจะต้องกู้ในวงเงินถึง ๑ ล้านล้านบาทแล้ว เงินงบประมาณ ที่จะเอาไปใช้ เอกสารประกอบในการแนบท้าย พ.ร.ก. ที่เราพิจารณาผ่านกันไปนั้น แทบจะ ไม่ได้มีรายละเอียดโครงการมาให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเลย เขาเป็นห่วงกันว่า เงินที่กู้ไปแล้วการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลนั้นจะเป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อที่จะนำไปใช้ ในการแก้ไขปัญหาโรคระบาดโควิด (COVID) และเอาไปช่วยเหลือเยียวยาถึงมือพี่น้อง ประชาชนตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ หลังจากที่ได้มีการลงมติ เสร็จเรียบร้อย ผมเองก็ได้ติดตามและพยายามที่จะฟังข่าวหาข้อมูลจากทางรัฐบาลว่าเงินกู้ ที่กู้ไปนั้น ที่ท่านกำหนดกรอบเอาไว้ ๓ ด้าน กรอบที่ ๑ ก็คือเรื่องของการแก้ไขปัญหา ทางด้านสาธารณสุข กรอบที่ ๒ เพื่อที่จะไปเยียวยาช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบ กรอบที่ ๓ ก็คือเรื่องของเงินฟื้นฟูอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ละกรอบแต่ละด้านนั้น รัฐบาลมีแนวนโยบาย หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องมีแผน มีโครงการที่จะเอาไปใช้จ่ายเงิน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้อย่างไร
อันแรก เงินเพื่อที่จะเอาไปใช้สำหรับการแก้ไขปัญหาทางด้านสาธารณสุข ของประเทศในวงเงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ในวันที่เสนอนั้นผมเป็นอีก ๑ คนที่ได้ลุกขึ้น อภิปรายแล้วบอกว่าเงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะเอาไปให้เพื่อจะแก้ไขปัญหาทางด้าน สาธารณสุขนั้นจะเพียงพอหรือไม่ และพอดูในรายละเอียดของโครงการ ผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่ได้ ประกาศออกมาอย่างชัดเจนว่าจะผลักดันและเพิ่มเงินค่าป่วยการเป็นค่าตอบแทนให้กับ พี่น้องชาว อสม. ที่เราต้องยอมรับว่าในช่วงวิกฤติที่ผ่านมานั้น พี่น้องชาว อสม. ๑ ล้านกว่าคนทั่วประเทศ ถือได้ว่าเป็นกลไกที่สำคัญที่จะเป็นผู้ที่ผลักดัน เป็นผู้ที่ต่อสู้ และเป็นผู้ที่ออกไปรบกับศัตรูที่เรามองไม่เห็น เป็นการเพิ่มเงินค่าป่วยการจาก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๑,๕๐๐ บาท ให้กับพี่น้องชาว อสม. นอกจากนั้นยังจะเอาไปใช้สำหรับ รพ.สต. ทั่วทั้งประเทศ รวมไปถึงโรงพยาบาลต่าง ๆ เพื่อที่จะเอาไปซื้อเครื่องไม้เครื่องมือ อุปกรณ์ ไปเติมอาวุธยุทโธปกรณ์ให้กับคุณหมอที่อยู่ตามต่างจังหวัด อยู่ในชนบท และอยู่ในโรงพยาบาล เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะไม่พบกับปัญหาเรื่องของความขาดแคลนเมื่อเจอกับวิกฤติทางด้าน สาธารณสุขของประเทศต่อไปในอนาคต และนอกจากนั้นยังเอาไปใช้จ่ายในเรื่องของ การดูแลรักษาสุขภาพของผู้ป่วยกลุ่มที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการใช้จ่ายเงิน ผ่านกรม ผ่านกองทุน สปสช. ต่าง ๆ นั่นคือเงินก้อนแรกใน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท
ก้อนที่ ๒ ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็ไปติดตามว่าเงิน ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท จะเอาไปทำอะไร ก็พบว่าในเงิน ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาทนั้นจะเอาไปใช้สำหรับช่วยเหลือ เยียวยา ซึ่งแน่นอนเอาไปผ่านโครงการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งพี่น้องประชาชนได้ทั้งหมด ๑๕ ล้านคน เอาไปผ่านโครงการเยียวยาพี่น้องเกษตรกรอีก ๑๐ ล้านคน เอาไปช่วยเหลือ ผู้เปราะบางอีกประมาณ ๗-๘ ล้านคน ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ผมกดคำนวณดูแล้วใช้เงินประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ได้ติดตามเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าที่เราจะนำเอาเงินไป ช่วยเหลือเยียวยาวัดผ่านทางพระสงฆ์ต่าง ๆ ก็ยังไม่แน่ใจว่าสามารถที่จะมาใช้เงินในส่วน ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาทตรงนี้ได้หรือไม่ คำถามแล้วก็ความเป็นห่วงที่ตามมาก็คือว่าหลังจากที่ เราอนุมัติกรอบวงเงินไปเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้คำนวณดูจากโครงการ ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ใช้เงินไม่ถึงหรอกครับ คำถามที่พี่น้องประชาชนถาม และสิ่งที่ผม อยากจะไปติดตามก็คือว่าแล้วส่วนที่เหลือที่ยังไม่เกินเพดานอีก ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาลจะเอาอย่างไร กระทรวงการคลังจะเอาอย่างไรครับ ท่านจะกู้มาเพื่อให้เต็มวงเงินแล้วไปคิดนโยบายต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเพิ่ม หรือเราจะหยุดอยู่แต่เท่านี้ หรือเงินที่ยังไม่ถึงเพดาน ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาทท่านจะเอาไป ใช้ประโยชน์ในโครงการอื่น ๆ แบบไหน อย่างไรบ้าง นี่คือคำถามที่รัฐบาลจะต้องตอบ และนี่คือสิ่งที่มีความจำเป็นครับที่จะต้องมีกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะไปติดตามการใช้เงิน ของรัฐบาลให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ให้ได้มากที่สุด
และกรอบวงเงินที่ ๓ อันนี้คือสิ่งที่ผมห่วงมากที่สุด เพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปราย กันไป คือเงินฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ เงินฟื้นฟู ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่บอกว่า ต้องเป็นห่วงมากที่สุด เพราะในวันที่เราพิจารณาอนุมัติผ่านกันไปนั้นเราแทบจะไม่เห็น โครงการใด ๆ เลยแม้แต่โครงการเดียว แต่หลังจากที่อนุมัติผ่านไปแล้วเราก็ได้ติดตาม แล้วก็ทราบครับว่าได้มีการให้หน่วยงานต่าง ๆ จากทุกจังหวัด อบต. ก็ดี หน่วยงาน จากราชการทั้ง ๗๐ กว่าจังหวัดในประเทศไทยนั้นได้ส่งโครงการต่าง ๆ เข้ามา ก็ทราบครับว่า มีการส่งโครงการเข้ามามากถึง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่เรามีกรอบวงเงินที่จะใช้เพียงแค่ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเท่านั้น ตรงนี้ละครับคือสิ่งที่ต้องเป็นคำถามและถามไปยังรัฐบาลว่า เราจะพิจารณาใช้เงินผ่านโครงการต่าง ๆ ตามลำดับความสำคัญ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับพี่น้องประชาชนได้อย่างไร และเงินตรงนี้ก็ต้องบอกนะครับ เพื่อนสมาชิกเราก็พูดคุยกัน ท่าน ส.ส. สิริพงศ์ท่านก็เป็นห่วงแล้วก็ถามว่า พ.ร.บ. โอนเงินงบประมาณ ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท ที่เพิ่งผ่านสภาไป เราต้องไม่ลืมนะครับว่ามีโครงการหลายโครงการเป็นโครงการที่ต้องใช้เงิน ในการพัฒนา แต่เรากลับไปดึงโครงการต่าง ๆ เหล่านั้นมาเพื่อที่จะแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) โครงการเหล่านี้อาจจะเป็นโรงเรียนที่นักเรียนเขากำลังจะเปิดเทอมแล้วยังไม่มีงบ ไปสร้างอาคารเรียน อาจจะเป็นถนนหนทางต่าง ๆ ที่จะนำเอาความเจริญ เอาไปแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน แต่เงินถูกดึงกลับมาเพื่อที่จะมาช่วยโควิด (COVID) ครับ เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะเอาไปฟื้นฟูเศรษฐกิจตรงนี้พอที่จะเอาไปเติม พอที่จะ เอาไปใช้สำหรับโครงการที่จำเป็นที่ถูกงบดึงกลับมาได้หรือไม่
นอกจากนั้นผมได้ไปติดตามดูว่าการใช้เงินของรัฐบาลนี้เราจะใช้เงินอย่างไร มีขั้นตอนในการใช้เงินอย่างไร ก็พบว่าท่านจะมีคณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการ กลั่นกรองการใช้เงินกู้ ประกอบไปด้วย ๖ ท่าน และบวกผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี จะตั้งอีก ๕ ท่าน ๖ ท่านนี้มีใครครับ ๑. เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ เป็นประธาน ๒. ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ๓. ปลัดกระทรวงการคลัง ๔. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ๕. ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ๖. ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๕ ท่าน อย่างที่ผม ได้กราบเรียนไป เป็นเรื่องแปลกไหมครับที่เรากำลังจะใช้จ่ายเงินเพื่อที่จะไปแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) แต่ไม่มีในส่วนของสาธารณสุขอยู่เลยแม้แต่คนเดียว เป็นเรื่องแปลกไหมครับ ที่เรากำลังจะไปช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องประชาชนจากหลากหลายอาชีพทั่วทั้งประเทศนั้น แต่ไม่มีตัวแทนของพี่น้องประชาชนเข้าไปอยู่เป็นปากเป็นเสียงให้กับพวกเขาเลย แม้แต่คนเดียว มันเป็นแบบนี้อย่างไรครับ การบริหารงานที่พวกเรายึดโยงกับระบบราชการ และเอาราชการนั้นเป็นศูนย์กลางในการบริหารจัดการ ปัญหาต่าง ๆ ที่ตามมาหลังจากที่ ท่านประกาศแนวความคิดต่าง ๆ มาจึงมีปัญหาที่บางครั้งไม่ไปตอบโจทย์ความต้องการ ของพี่น้องประชาชน บางครั้งไปทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ บางครั้งไปทำให้พี่น้องประชาชน เขาได้รับผลกระทบและเดือดร้อนตามมา เพราะเราไม่ได้ให้พี่น้องประชาชนและคนที่ สมควรจะต้องเกี่ยวข้องไปอยู่ในคณะกรรมการตรงนี้อย่างไรครับ กรรมาธิการวิสามัญ ที่กำลังจะตั้งขึ้นที่พวกผมเสนอนั้นก็เพื่อที่จะไปแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อให้แน่ใจว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ที่พวกเรากู้กันมานั้นจะเอาไปใช้เพื่อตอบโจทย์ ตรงกับความต้องการ ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อนุมัติไปอย่างไรครับ
นอกจากนั้น เมื่อวานนี้ผมได้ติดตามข่าวสาร เมื่อเช้านี้ก็ได้ติดตามข่าวสารครับ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ประเทศไทยของพวกเรานั้นถ้าจะบอกว่าเรากำลังจะก้าวข้ามวิกฤติ ทางสาธารณสุขก็คงไม่ผิดนัก ตอนนี้เราไม่มีผู้ป่วยในประเทศติดต่อกันเป็นระยะเวลา ๑๗ วัน ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมาก ผมได้ติดตาม และตามทฤษฎีของโรคระบาดเขาก็บอกว่า จะต้องใช้หลัก ๒ เท่าของระยะเวลาฟักตัว ของโควิด (COVID) ๒ เท่าก็คือ ๒๘ วันครับ นั่นหมายความว่าถ้าภายใน ๒๘ วันนี้ภายในประเทศของพวกเราไม่มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศ เพิ่มขึ้นนั่นก็หมายความว่าเรามีโอกาสที่ดี เรามีทิศทางที่ดีที่จะก้าวข้ามพ้นวิกฤติทางด้าน สาธารณสุขไปแล้ว นี่คือสัญญาณที่ดี ซึ่งต้องชื่นชม แล้วก็ต้องขอบพระคุณว่าทางสาธารณสุข นั้นต่อสู้ แล้วก็ทำภารกิจนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เรากำลังจะ ก้าวข้ามผ่านวิกฤติหนึ่งเพื่อก้าวเข้าไปสู่อีกวิกฤติหนึ่งครับ วิกฤติที่ผมกำลังจะว่านั้นก็คือวิกฤติ ทางด้านเศรษฐกิจ ที่พี่น้องประชาชนจำนวนมากไม่ว่าจะสาขาอาชีพใดก็แล้วแต่ ทั่วทั้งประเทศนั้นได้รับผลกระทบ ดังนั้น การใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะไปฟื้นฟู ไปเยียวยาสภาพเศรษฐกิจนั้นจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือเหตุผล และความจำเป็นว่าทำไมเราถึงจะต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปติดตาม เมื่อวานนี้ผมอยู่ จนสภาเลิกก็ได้ฟังเหตุผลของเพื่อนสมาชิก ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม จากพรรคก้าวไกล ท่านก็บอกว่าประเทศของเราจะต้องประกอบไปด้วยเรือ ๔ ลำ เรือลำแรกคือเรือรัฐบาล ลำที่ ๒ คือเรือราชการ ลำที่ ๓ คือเรือของรัฐสภา และลำที่ ๔ คือเรือของพี่น้องประชาชน ผมเห็นด้วยและจริงว่าเรากำลังอยู่ในรัฐนาวาที่กำลังจะพาเรือลำนี้ออกไปในมหาสมุทรใหญ่ สิ่งที่สำคัญมากไปกว่าเราจะมีเรือกี่ลำ จะมีผู้นำที่เข้มแข็งอย่างไร จะมีหน่วยงานราชการ ที่ช่วยกันพายเรือไปได้เร็วแค่ไหนแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือเรือต้องไม่มีรูรั่ว เพราะหากว่าเรือนั้น มีรูรั่ว ต่อให้ท่านพายเรือเก่งแค่ไหน ต่อให้มีผู้นำเก่งแค่ไหน เรือลำนี้ก็พายไปไหนไม่ได้หรอก ถ้าหากว่ารั่ว สุดท้ายก็ต้องไปจมลงกลางทะเล เหตุผลที่พวกผมเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อที่จะให้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นั้นไปอุดรูรั่วของเรือเหล่านี้อย่างไรครับ เพื่อที่จะได้ เป็นหูเป็นตา เพื่อที่จะได้ไปดูว่าเงินทั้งหลายทั้งมวลนั้นไม่รั่วไหล รูรั่วของเรือเกิดจากอะไร เกิดจาก ๑. ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจากโครงการต่าง ๆ แต่ผมต้องขออนุญาตยกคำของ ท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย ท่านก็บอกเอาไว้ครับว่าสิ่งที่น่ากลัวไปกว่า การทุจริตคอร์รัปชันคืออะไรรู้ไหมครับ คือการใช้เงินที่ไม่ตรงไปตามวัตถุประสงค์และการ ใช้เงินที่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เพราะนั่นคือการสูญเสียแบบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมว่า จริงมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะต้องไปติดตามและไปดูว่ารูรั่ว ของเรือนั้นอยู่ตรงไหน และทำอย่างไรที่เราจะไปอุดรูรั่วของเรือนั้นเพื่อให้เรือไปถึงชายฝั่ง ตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้ เพราะผมเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากจะเห็น และผมก็ไม่อยากจะเห็นว่า เรือรัฐนาวาที่บรรทุกเงินไปถึง ๑ ล้านล้านบาทออกไปเผชิญกับมรสุมแล้วดันไปล่มไปจม อยู่กลางทะเลพร้อมกับเงิน ๑ ล้านล้านบาท ผมไม่อยากเห็นครับ
และประการสุดท้ายครับ ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้จะต้องเข้าไปทำ นั่นก็คือ กรรมาธิการจะต้องเป็นคนส่งเสียงเพื่อให้รัฐบาล เพื่อให้หน่วยงานราชการนั้นไม่ลืม ไม่ลืมอะไรครับ เราต้องไม่ลืมว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากทางด้านสาธารณสุขนั้นมาจาก พี่น้องชาว อสม. มาจากหน่วยงานสาธารณสุข และที่สำคัญที่สุดคือมาจากความร่วมมือ ของพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศ เราต้องไม่ลืมว่ามาจากการที่ธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ เขายินดีที่จะให้ความร่วมมือกับมาตรการของรัฐด้วยการปิดกิจการ โรงแรม ท่องเที่ยว สโมสร กีฬาฟุตบอล ผลกระทบต่าง ๆ เป็นวงกว้างที่เขาจะต้องปิดกิจการลง เพราะต้องการ ที่จะปฏิบัติตามนโยบาย ตามมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล เราต้องไม่ลืมว่าพนักงาน ลูกจ้าง ไม่ว่าจะอยู่ในประกันสังคมหรือนอกประกันสังคมที่เขาถูกลดเงินเดือน ถูกลดวันทำงาน ถูกลดโอที (OT) ถูกลดรายได้เพื่อให้ความร่วมมือและทำให้พวกเรานั้นก้าวข้ามผ่านวิกฤติ โควิด (COVID) ครั้งนี้มาได้ ที่สำคัญเราต้องไม่ลืม และคณะกรรมาธิการชุดนี้จะเป็นผู้ที่ไป ส่งเสียงให้ดังให้ถึงรัฐบาล ให้ถึงหน่วยงานที่ใช้จ่ายเงินว่าวัตถุประสงค์ของเงินก้อนนี้นั้น ไม่ใช่เอาไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง ไม่ใช่เอาไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐ แต่มันจำเป็นที่ต้องเอาไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนให้เต็มที่ ให้ได้มากที่สุด ตามเจตนารมณ์ที่พวกเราอนุมัติแล้วก็ผ่านสภาแห่งนี้ไป
ท้ายที่สุดผมอยากจะเชิญชวนแล้วก็วิงวอนเพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะอยู่ทางฝั่ง ของฝ่ายรัฐบาลหรือจากฝั่งของฝ่ายค้าน หลังจากที่เราอภิปรายกันไปเสร็จสิ้นแล้วท่านต้อง ตัดสินใจครับ ท่านต้องตัดสินใจว่าจะสนับสนุนการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ เพื่อมา ติดตาม มาตรวจสอบ มาดูว่าเงินที่ใช้ไปนั้นตรงกับความต้องการของพี่น้องประชาชนหรือไม่ เพราะพวกเราต่างรู้ดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง มันสำคัญมากเกินกว่าที่จะปล่อยให้อยู่ในมือของรัฐบาล มันสำคัญมากเกินไปกว่าจะปล่อยให้ อยู่ในมือของหน่วยงานราชการแค่ไม่กี่หน่วย มันสำคัญมากกว่าที่จะปล่อยให้อยู่ใน คณะกลั่นกรองใช้จ่ายเงินกู้แค่ไม่กี่คน แต่มันเป็นเรื่องของพวกเราทุกคนทั้งสภาและเป็นเรื่อง ของพวกเราพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ