วิสาร ชี้วิกฤตการเมืองจากอำนาจไม่ชอบธรรม เรียกร้องเปิดพื้นที่พูดคุย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

วิสาร เตชะธีราวัฒน์ หารือถึงวิกฤติเศรษฐกิจและการเมืองที่ลุกลามจากความไม่ชอบธรรมในการเข้าสู่และการใช้อำนาจของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้ยุติการข่มขู่ประชาชนและเปิดพื้นที่พูดคุยเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง ขณะเดียวกันได้สะท้อนความตื่นรู้ทางสังคมและการเมืองจากกิจกรรมการชุมนุมของเยาวชน พร้อมตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความสามารถของผู้นำรัฐบาลในการบริหารประเทศในภาวะวิกฤติ

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต้องขออนุญาตท่านประธานว่า วันนี้ผมจะอภิปรายเรื่องญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะ ปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องวิกฤติทางเศรษฐกิจและวิกฤติทางการเมือง โดยไม่มีการลงมติ ท่านประธานครับ ขณะที่รัฐบาลมีปัญหาที่จะต้องเร่งรัดฟื้นฟูเศรษฐกิจแต่ก็เกิดปัญหา สถานการณ์การเมืองขึ้นมาแทรกซ้อนอันเป็นผลจากความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลในการ เข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจของรัฐบาล และที่สำคัญก็คือขาดหลักนิติธรรม จึงเกิดการชุมนุม ของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดข่มขู่คุกคาม ต่อประชาชน และรัฐบาลกลับฉวยโอกาสใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือขู่คุกคามและจับกุมแกน นำผู้ชุมนุม ทำให้การขัดแย้งทางการเมืองที่มีอยู่ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน ได้สไลด์ (Slide) ซึ่งขออนุญาตไว้แล้วนะครับ ประมาณ ๕-๖ แผ่นนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ที่ผ่านมาครับท่านประธาน การชุมนุมของเยาวชน หนุ่มสาว นักเรียน นิสิต นักศึกษาทั้งหมดนะครับ ถือว่าเป็นการ หาทางออกเพื่อวิกฤติของประเทศชาติในปี ๒๕๖๓ อยากเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดนี้ เรามี ๘ เจนเนอเรชัน (Generation) ครับ ของพวกเราเองถ้าว่าไปแล้ว ท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรี ผม หลาย ๆ ท่าน ในที่นี้ก็คงจะอยู่ในยุคเบบี้บูม (Baby Boom) ก็คือ หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ การชุมนุมของเยาวชน นิสิต นักศึกษา ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดนะครับ ที่เราผ่านมาตลอดจนถึงเดือนสิงหาคม และที่สำคัญ ก็คือการชุมนุมของนักเรียนมัธยมที่หน้ากระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ ๑๙สิงหาคม และวันที่ ๕ กันยายน มีนักเรียนเข้าร่วมชุมนุมประมาณ ๕๐ แห่งทั่วประเทศ ปรากฏการณ์ ครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงว่าจะเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากว่าเยาวชน หนุ่มสาวเหล่านี้นะครับ เป็นนักเรียนซึ่งได้ศึกษา ได้ตื่นรู้ และเปลี่ยนแปลงวิธีคิด กระบวนการ ตลอดจนถึงมองโลก มองสังคมต่างจากยุคอื่น ๆ โดยเฉพาะยุคพวกเรานะครับ ที่เรียกว่าเบบี้บูม (Baby Boom) อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหมายคุณค่า ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์แม้พวกเขา จะเป็นแค่นักเรียน นิสิต นักศึกษา แต่พวกเขาก็เป็นมนุษย์นะครับ ซึ่งมีคุณค่า มีศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ไม่แตกต่างจากครู ผู้อำนวยการ หรือรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งตัว นายกรัฐมนตรี นั่นคือมนุษย์ คนในโลกนี้มีคุณค่าและมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่เสมอกัน ไม่ว่าเขาจะอายุอานาม วัย เพศ ขนาดไหนก็เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าไม่มีความแตกต่างกันในความเป็นมนุษย์ ที่สำคัญก็คือมีความเป็นภราดรภาพ ผมเรียนท่านประธานว่าพวกเราหลายท่านในที่นี้นะครับ เราคงนึกถึงเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์การเมืองเราไม่รู้ลืมนะครับ นั่นก็คือการสังหารหมู่ วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ และวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งประวัติศาสตร์นั้นเป็นเรื่องที่ พวกเรายากที่จะอธิบายให้ลูกหลานเราได้รับรู้หรือมีความภาคภูมิใจของความเป็นคนชาติไทย ผมเรียนท่านประธานว่าการอภิปรายของผมในวันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้อยู่ที่นี่ได้รับฟังนะครับ ผมไม่ได้มุ่งหมายที่จะตั้งข้อกล่าวหา อะไรท่าน และไม่มีจุดประสงค์ที่จะเสนอแนะในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดินให้ท่าน แต่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นเป็นเรื่องที่ผู้นำของรัฐบาลโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ เพราะผมถือว่าท่านเป็นบุคคลที่มีลักษณะพิเศษครับ นั่นหมายถึงว่าวิญญูชนของท่านนั้นไม่ถึงที่พวกเราหวังไว้ ท่านเข้าใจความเป็นคุณค่า ของความเป็นมนุษย์น้อยกว่าคนอื่นนะครับ ผมเรียนตรง ๆ ว่าท่านไม่ได้มองความเสมอภาค ความเท่าเทียมกัน ผมอิจฉานะครับ มีหลายประเทศที่มีผู้นำประเทศซึ่งเขามีความทันสมัย มีความเข้าอกเข้าใจความเป็นมนุษย์ การอภิปรายของผมวันนี้นะครับจะขออนุญาตชี้แจงให้ ท่านประธานและท่านสมาชิกได้รับทราบว่าผมต้องการที่จะเปรียบเทียบว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นเป็นบุคคลซึ่งต้องถือว่าท่านตกรุ่น ที่สำคัญก็คือความเป็นมนุษย์ที่พวกเรา ได้รับจากการบริหารงานของท่านนะครับ มันกลายเป็นว่าประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของเรา ไม่เคยมีนะครับที่เยาวชนหนุ่มสาวซึ่งใส่กางเกงขาสั้นออกมาเรียกร้องชุมนุมต่อต้าน การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ผมเรียนท่านประธานว่าครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรก ของโลกนะครับ สื่อมวลชนจากจีน พรรคพวกผมจากประเทศจีนเขาให้ความสนใจในเรื่องนี้ ติดตามข่าวสารมาโดยตลอดครับ ที่สำคัญก็คือการแสดงออกของเด็กเหล่านี้เป็นการแสดง อย่างบริสุทธิ์และมั่นใจได้ว่าไม่มีใครอยู่เบื้องหลังแน่นอน ท่านประธานครับ การชูสามนิ้ว การขึ้นมาร้องเพลงชาติ เป็นที่เข้าใจร่วมกันนะครับว่าเขาต้องการที่จะเรียกร้องเสรีภาพ เรียกร้องความเสมอภาคและภราดรภาพ ยิ่งกว่านั้นนะครับ เขายังได้เปล่งประกาศ อย่างพร้อมเพรียงกันนะครับในขณะที่ร้องเพลงชาติ เขาบอกว่าเผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ แต่ต่อมาก็ยังเปลี่ยนนะครับบอกว่าศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์ จงเจริญ ปรากฏอยู่ทั่วไปนะครับ นั่นหมายถึงอะไรครับ หมายถึงว่าตลอดระยะเวลา ๖ ปีที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรีและเป็นผู้นำรัฐบาล ไม่ประสบผลสำเร็จครับ มีแต่ความล้มเหลว สูญเสีย ล้าหลังทั้งด้านเศรษฐกิจสังคมและการเมืองครับ พวกนี้ รู้ได้อย่างไรครับ ผมว่าชัดเจนก็คือลูกหลานเยาวชนเราเขาเป็นผู้บริสุทธิ์และเขาเองก็ไม่ไว้วางใจ ไม่มีความเชื่อมั่นในการบริหารราชการแผ่นดินของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อันเป็นการ สะท้อนอย่างตรงไปตรงมานะครับว่าธาตุแท้ของ พลเอก ประยุทธ์ นั้นยังขาดความสามารถ ในการบริหารราชการแผ่นดิน และเขาไม่ไว้วางใจ ไม่เหมาะสมที่จะอยู่ในตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีและเป็นผู้นำรัฐบาล ท่านประธานครับ จากการชุมนุมเรียกร้องของลูกหลาน เด็ก ๆ นักศึกษาเป็นการแสดงออกซึ่งเขาเองได้มองแล้วว่ารัฐบาลโดยการนำของ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นเป็นรัฐราชการที่มีอำนาจนิยมรวมศูนย์อยู่ที่ตัว พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เองครับ ท่านนั่งอยู่บนพีระมิดหอคอยที่สูงที่สุดและท่านก็มั่นใจ เอาตัวเองเป็นศูนย์รวมของประเทศไทย รัฐราชการโดยอำนาจนิยมของศูนย์ไม่สอดคล้องกับ การปกครองในระบอบประชาธิปไตยยุคใหม่ ผมว่าเด็ก ๆ รับไม่ได้ครับเพราะว่าเด็กรุ่นนี้ เขาถือว่าเป็นเจนวาย (Gen Y) เจนซี (Gen Z) ซึ่งหมายถึงว่าเขาจะเข้าถึงสังคมดิจิทัล (Digital) ข่าวสารข้อมูลยุคสังคมทั้งหมด เขาจะต้องเรียกร้องถึงความเสมอภาค ภราดรภาพ และยุคสมัยสังคมทุกวันนี้มันไม่มีความเสมอกันเหมือนความเป็นมนุษย์ที่เรามีอยู่ ผมเรียน ท่านประธานว่าเยาวชนรุ่นใหม่พวกนี้เขามีความสัมพันธ์ มีความต้องการ และที่สำคัญก็คือ เขาดำรงชีวิตโดยมีความต้องการที่จะให้มีการเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน และที่สำคัญ ผมต้องเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ถ้าเราเทียบกันแล้ว ยุคเทคโนโลยีข่าวสารข้อมูลของเรา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เราจะมีตัวเลขจากเฟซบุ๊ก (Facebook) รายได้ถึง ๑.๗ ล้านล้านบาทครับ ที่สำคัญก็คือทั้งหมดนี้เราจะมีแอปพลิเคชัน (Application) ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอเมซอน (Amazon) ติ๊กต็อก (TikTok) อินสตาแกรม (Instagram) และวีแชต (WeChat) ตลอดจนถึงแบรนด์ (Brand) ต่าง ๆ เหล่านี้โดยเฉพาะกูเกิล (Google) เอง มีรายได้ถึง ๕ ล้านล้านบาท แบรนด์ (Brand) ของไป่ตู้ (Baidu) มีมูลค่าถึง ๔ ล้านล้านบาท นั่นหมายความว่าการรับรู้ข่าวสารข้อมูล วัฒนธรรมต่าง ๆ รัฐราชการรวมศูนย์ไม่อาจจะติดตามได้ทันท่วงทีอย่างแน่นอนครับ ผมเรียนท่านประธานว่าทุกวันนี้สังคมในอนาคตในโลกปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ พวกเราเอง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ผมคิดว่าตามไม่ทันแน่ครับ เพราะว่าพวกเขาเหล่านั้น คนรุ่นใหม่เขาจะต้องมีอนาคตและอยู่กับโลกเราไปอีกถึง ๔๐-๕๐ ปี ที่สำคัญก็คือถ้าเกิด ท่านนายกรัฐมนตรีจะเป็นระบบรัฐราชการอำนาจนิยมรวมศูนย์ ประเทศไทยเราคงไปไม่ถึงไหน แน่นอน เรียนท่านประธานว่าการชุมนุมเรียกร้องของนักศึกษาครั้งนี้เป็นการเรียกร้องสำคัญ อย่างยิ่ง อยากเรียกร้องให้ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรี และผู้นำรัฐบาล ท่านอย่าได้เพิกเฉยต่อการชุมนุมของพวกเขาเหล่านั้นนะครับ ที่สำคัญก็คือ การเรียกร้องเขาเหล่านั้นเป็นการเรียกร้องที่ง่าย ๆ เรียกร้องที่ต้องการให้รัฐบาล ให้ความสนใจเขา ที่สำคัญก็คืออนาคตของเขาเหล่านั้นอยู่ในมือของท่าน ผมดีใจนะครับ ที่เห็นท่านนายกรัฐมนตรีได้กรุณาลุกขึ้นมาตอบว่าท่านมีความจริงใจ ท่านมีความตั้งใจ ที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ แต่ในฐานะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดเชียงรายและ เป็นผู้แทนของคนทุกหมู่เหล่า เยาวชนพวกนี้เขาต้องการเรียกร้องเพื่อความเป็นธรรม อนาคตและความเสมอภาค ความเป็นมนุษย์ และที่สำคัญก็คือเขามองไม่เห็นนะครับ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเองจะนำเขาไปในทางไหนได้ ท่านประธานครับ ส่วนตัวผมเอง เราเห็นว่านักเรียน นักศึกษารุ่นลูกหลานเราเหล่านี้บางท่านอายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี บางท่าน ก็ยัง ๒๐ ปีต้น ๆ นักเรียนเหล่านี้เขามีการมองรัฐบาลรวมถึงบทบาทของรัฐบาลทั้งหมด แตกต่างจากรุ่นพวกเรา หลายครั้งที่เราได้เห็นว่าเขาได้อ่านหนังสือ ได้ดาวน์โหลด (Download) หนังสือจากในเว็บไซต์ (Website) ต่าง ๆ นะครับ ลูกหลานเหล่านี้เขามองว่า รัฐจะต้องตอบสนองประชาชนโดยถ้วนหน้า ไม่ใช่เป็นรัฐราชการ ไม่ใช่เป็นรัฐของชนชั้นนำ พวกลูกหลานเหล่านี้เขาเข้าใจและตระหนักถึงเสรีภาพความเสมอภาคและความเป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำการจัดเก็บภาษีและงบประมาณเป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ผมเป็นห่วงจริง ๆ ส่วนตัวผมเองผมคิดว่าวิกฤติครั้งนี้อย่างไรก็ต้องเกิดขึ้นแน่นอน แต่การจะเกิดขึ้นผมคิดว่ารัฐบาลเองก็มีแผลเยอะ รัฐบาลเองก็มีความลำบากใจในการที่จะถอย แต่ที่สำคัญก็คือเด็ก ๆ นักศึกษารุ่นใหม่เหล่านี้เขาก็เดินไปไกล ไกลจนสุดเพดานแล้ว ผมเชื่อว่า มีทางเดียวที่อยากจะขอท่านนายกรัฐมนตรีเถอะครับ ให้ท่านลาออกเถอะครับ วิธีการอย่างนี้ เหมือนท่านอาจารย์วันนอร์ท่านได้บอกไว้ว่าถ้าเหตุการณ์มันจะรุนแรงขึ้นวันที่ ๑๙ อย่างที่ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้ว่าเราจะมีการเรียกร้อง เราจะมีการเดินไปที่ทำเนียบรัฐบาล หากมีเหตุการณ์ยุทธการสะพานมัฆวานรังสรรค์ขึ้นอย่างที่พวกเราได้ข่าวมา ผมว่าเหตุการณ์ ตรงนั้นมันจะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและเป็นห่วงว่าพี่น้องประชาชนเรา ลูกหลานจะต้องไปล้ม ตายเสียชีวิตที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นมา ก็หวังอย่างเดียวว่าอาจารย์วันนอร์ได้บอกขอว่า ท่านจะเลือกเป็นรัฐบุรุษ หรือท่านจะเลือกเป็นทรราช ก็แล้วแต่ท่านนะครับ ผมขออนุญาต ท่านประธานว่าจะไม่ใช้เวลามากไปกว่านี้ แต่ว่าขอเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่าดีที่สุดก็คือ อยากให้ท่านลาออก เพราะว่าทุกวันนี้ท่านล้มเหลว ท่านขาดความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งตัวผมเองถ้าลูกหลานเด็ก ๆ มาชี้หน้าแล้วมาขอให้ท่านลาออก ไม่มีความเลื่อมใส ในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศแล้วผมคงไม่อยู่ต่อหรอกครับ ท่านเคยพูดไว้หลายครั้งว่าหากมีใคร มาบอกให้ท่านลาออกเมื่อปี ๒๕๕๗ ท่านก็จะลาออก แต่ถึงสุดท้ายขึ้นมาเมื่อเดือนที่แล้วเอง ท่านก็บอกว่าอย่างไรท่านก็จะไม่ลาออก ซึ่งตรงนี้มันเป็นการกลับไปกลับมาที่ทำให้ลูกหลาน สมาชิกหลาย ๆ คนของประเทศไทยเราไม่ไว้วางใจท่านครับ ขออนุญาตฝากท่านประธานไว้ แค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ