จิรายุ วิจารณ์รัฐบาลไร้ประสิทธิภาพ ห่วงหนี้เพิ่ม-เศรษฐกิจไม่ยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

จิรายุ ห่วงทรัพย์ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลชุดปัจจุบันอย่างเข้มข้น โดยระบุถึงความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารประเทศ ขาดหลักนิติธรรม และล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และเสรีภาพของประชาชน พร้อมตั้งคำถามต่อความยั่งยืนของนโยบายการกู้เงินและการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ชัดเจน รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและการเปลี่ยนแปลงบุคลากรที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น โดยย้ำถึงความศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันทหารและเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและการเงินอย่างมีวิสัยทัศน์

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ฝ่ายค้าน ติดตามการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นครับ ท่านประธานครับ ฟังรัฐมนตรีหลายคนชี้แจง เดี๋ยวผมจะไล่เรียงเลยครับว่าจริง ๆ แล้วน่าจะเป็นการแถลง ผลงานประจำกระทรวงที่กระทรวงของท่านจะงามกว่า เพราะวันนี้เป็นโอกาสที่พรรคฝ่ายค้าน ได้เสนอแนวทางในการแก้ไขปัญหาและเอาความจริงที่ท่านได้ชี้แจงกันมาหลายชั่วโมง มาบอกให้กับสังคมไทยได้เตรียมตัวครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีหลักนิติธรรม ซึ่งหลายท่านก็อภิปรายกันไปเยอะแล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็ฟังกันจนจะเอียนแล้วว่าอย่างนั้นเถอะ แล้วผมก็เชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้ ไร้ความสามารถ ไร้ฝีมือ ไร้ประสิทธิภาพ ส่อจะทำให้ประเทศล่มจม ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ท่านประธานครับคำแถลงนโยบายตอนท่านนายกรัฐมนตรีขึ้นมาเป็น ผมจำได้ว่าปีที่แล้วที่ ทีโอที (TOT) แล้วท่านอ่าน มีถ้อยคำบางคำที่ท่านบอก ยกตัวอย่างเช่นจะดูแลประชาชน อย่างทั่วถึง แก้ไขปัญหาปากท้องและการสร้างรายได้ให้กับประชาชนเพียงพอต่อการ ดำรงชีวิต ท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแจกยังเหลื่อมล้ำ ตำน้ำพริกยังละลายมหาสมุทร อะไรรู้ไหมครับท่านประธานครับ การแจกเพื่อนสมาชิกอภิปรายกันไปเยอะแล้ว แต่ผมอยากจะบอกท่านประธานอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่าคนไทยทุกช่วงวัยจะมีความพร้อม ด้านหลักคิดคุณธรรม และจริยธรรม และมีศักยภาพที่จะดำเนินชีวิตในศตวรรษที่ ๒๑ เราจะสร้างเยาวชนคนไทยให้เติบโตแบบมีคุณภาพ เด็ก และเยาวชน นักศึกษาแสดง ความคิดเห็นก็ยังจับ ท่านต้องบอกไปยังตำรวจนะครับ อะไรนิดอะไรหน่อย อย่าใช้คำว่า น้ำผึ้งหยดเดียวที่มันจะเกิดขึ้นในประเทศไทยครับ

ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่ารัฐบาลนี้มุ่งเน้น การพัฒนาประเทศให้ทันการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประเทศไทยมีภูมิคุ้มกันและมีความ แข็งแกร่งเพียงพอที่จะเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนจากปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่าง มีประสิทธิภาพ นี่พูดปีที่แล้วโควิด (COVID) ไม่มีนะครับ แต่ปรากฏว่าที่ผ่านมาก็ท่าน ฝืนอำนาจแบบนี้แหละครับ เขาเรียกว่าฝืนธรรมชาติด้วยการที่จะตอบสนองอำนาจของ ตนเอง เพลงเราก็ฟังกันมา เพื่อนสมาชิกก็อภิปรายกันไปหลากหลาย มันจึงเกิดการสืบทอด อำนาจ แล้วก็การใช้เงินงบประมาณอันเป็นของพี่น้องประชาชนอย่างสุรุ่ยสุร่ายครับ แน่นอนครับจัดเก็บภาษีต่ำกว่าทุกปี แต่ตั้งงบประมาณขาดดุลทุกปีเช่นเดียวกัน ผมอภิปราย อยู่เสมอครับว่าถ้าท่านนายกรัฐมนตรีเก่งจริงด้านเศรษฐกิจ ท่านบริหารตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ นี้ ท่านมีเงินตุน สำรอง เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย เหมือนเป็นโควิด (COVID) ร่างกายมันถูกฝึกมาอย่างแข้งแรงมันไม่มีปัญหาแบบนี้ ท่านประธานครับ แต่ท่านกู้อย่างเดียวครับ ใช้เงินงบประมาณของแผ่นดินอย่างสุรุ่ยสุร่าย จนได้ฉายาว่าเป็นนักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ฉายาไม่เคยได้มาแบบโชคช่วยนะครับ ฝีมือล้วน ๆ ท่านประธานครับ ในขณะเดียวกันสังคมท่านตั้งใจฟังให้ดีนะครับ ท่านกู้เงินมา จนกระทั่งจีดีพี (GDP) หรือว่าหนี้สาธารณะที่เกี่ยวข้องกับจีดีพี (GDP) เอาหละประชาชน บอกฟังแล้วไม่เข้าใจ พูดง่าย ๆ คือประเทศไทยเราจะกู้ได้ประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อต้นปีนี้ ไป ๔๘ เปอร์เซ็นต์แล้ว แล้วถ้าเศรษฐกิจแบบนี้แน่นอนครับปีหน้าท่านมีปัญหาแน่ แล้วดูได้เลยครับว่าองค์การปกครองท้องถิ่นก็เริ่มจะมีปัญหา เอาเงินที่ไปเก็บสะสม ต้องไปจ่ายเงินเดือน นี่อย่างไรครับที่รัฐมนตรีแต่ละท่านพูดมาจะสนับสนุนท่องเที่ยว จะอย่างนั้นจะอย่างนี้ ฝันลม ๆ แล้ง ๆ หรือเปล่าครับ พอท่านเห็นคนไปเที่ยวเต็มชายหาดบางแสน วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ วันจันทร์ โธ่ท่านนายกรัฐมนตรี บางแสนนี่ไปกลับบางคนเขา หิ้วของไปกินเฉย ๆ เขาไปใช้บริการหาดฟรี ไปเอาตัวเลขมาคิดบอกโอ้โฮเดี๋ยวต้อง เพิ่มวันหยุด ๔ วัน เดี๋ยวผมจะบอกต่อท่านประธานครับ นอกจากนี้พอท่านนายกรัฐมนตรี กู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท มาแก้ปัญหา สุดท้ายก็ใช้นโยบายใหม่ครับ นโยบายใหม่ปีที่แล้วท่าน ใช้นโยบายอะไร ท่านประธานจำได้ไหมครับ นโยบายเก่าเรากู้มาแจก นโยบายใหม่ปีนี้ คุณพระช่วย นโยบายใหม่เราแจกแล้วค่อยกู้ครับ ปีที่แล้วกู้แล้วแจก ปีนี้แจกแล้วเดี๋ยวกู้ นี่ครับรัฐบาลชุดนี้เขาทำนะครับ แล้วเราจะคาดหวังได้อย่างไรล่ะครับหลังโควิด (COVID) ท่านประธานที่เคารพครับ เงินที่จะเหลือกู้ก็อีก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวปีหน้า จะกู้ไหวหรือครับ คำถามก็คือว่าผมอยากจะถามสังคม เป็นคำถามที่พี่น้องประชาชนฝากมาว่า ท่านคิดว่าหลังสถานการณ์โควิด (COVID) รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือรัฐบาล แบบลุง ๆ จะใช้ข้อใดในการแก้ไขครับ ๑. ใช้ปัญญา ๒. ขอขยายเพดานกู้เพิ่ม ช่วยกันตอบ ที่บ้านก็แล้วกันนะครับ ไม่ต้องตอบดังมาถึงสภาครับ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาที่ ท่านคิดจะแจกเงินนี่มันไม่ยากหรอก แจกก็ไม่มีความคลาสสิก (Classic) เลย นี่ถ้าท่านเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมจะได้ว่าท่านตรงตัว แต่เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังตั้งแต่สมัยท่านสมคิด มาถึงท่านปรีดิยาธร เทวกุล มาถึงท่านอุตตม มาท่านปรีดี ดาวฉาย อ้าวไปเสียแล้ว ยังไม่ได้เจอกันเลย เดี๋ยวจะถามต่อ ท่านสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เมื่อสักครู่ท่านอยู่เป็นแล้ว เริ่มอยู่เป็น พูดอวยนายกรัฐมนตรี อ้างโน่นอ้างนี่ดีหมด แต่ไม่บอกจุดบกพร่องหรือจุดเสียเลยว่า นโยบายที่รัฐบาลทำนั้นพวกเรากำลังจะเข้าเผาจริงและลอยอังคารแบบไหน อย่างไรครับ

ท่านประธานครับ ดูต่อมานะครับ ท่านบอกว่าหวังจะกระตุ้นการบริหาร ภายในประเทศหรือการท่องเที่ยว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อสักครู่ ก็พยายามจะอธิบาย มีสามีฝรั่ง มีโน่นนี่นั่น จะต้องให้เขาเที่ยว โธ่เขาอยู่กันมาตั้ง ๔-๕ เดือน ถ้าเขาเที่ยวเขาไม่ต้องมารอท่านบอกหรอก เขาเที่ยวไปแล้ว แล้วโรงแรมท่านไปถามเถอะครับ ความจริงเขาอัป (Up) ราคากัน ชาวบ้านเขาก็รู้ พอท่านไปช่วย จาก ๓,๐๐๐ บาท ก็ตั้งไป ๕,๐๐๐ บาท ท่านรัฐมนตรีท่านเข้าบุ๊กกิงดอทคอม (Booking.com) บ้าง ท่านประธานที่เคารพครับ พอหวังจะแจกเงินกระตุ้นภายในประเทศ คิดออกแล้วต้องรอบคอบ เมื่อสักครู่นี้ท่าน นายกรัฐมนตรีพูดเมื่อตอนหัวค่ำ ท่านอธิบายบอกว่าการแจกเงินต้องคิดอย่างรอบคอบ พอคิดรอบคอบเรียบร้อยแล้วก็ต้องแจกอีก ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ คือตั้งแต่เราอยู่กับรัฐบาลชุดนี้มาเราไม่เห็นได้ยินแนวทางอะไรที่เป็นรูปธรรม แล้วพอจะ มองเห็นอนาคตเลย นอกจากคืนนี้ผมจะกลับบ้านไปผมพยายามจะบังคับฝันให้วันพรุ่งนี้ฝันดี มันเป็นไปได้หรือครับ ท่านจะเอาเงินไปแจกเขาล่าสุดที่เมื่อสักครู่นี้ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่า ยังไม่แจกหรอก ผมต้องให้เขาไปคิดมาวิธีการมันยังไม่ดีอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี รอบ ๆ ตัวท่านเบาที่ไหนล่ะ เวลาเขาใส่พานให้ท่านนั้นท่านต้องระวังนะ ท่านพูดถูกแล้ว เมื่อเย็นนี้บอกว่าอย่าเพิ่งอนุมัติ ข้างในมันมีไส้ครับ มันเป็นขนมสอดไส้ ท่านใช้เงินแบบ สุรุ่ยสุร่าย ผมไม่ได้พูดเอง จิรายุ ห่วงทรัพย์ ไม่ได้พูดเอง ปี ๒๕๖๑ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังของท่าน หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล ขออภัยที่เอ่ยนาม แต่ไม่เสียหาย เพราะปรากฏตามสาธารณะ ท่านก็พูดถึงเรื่องของวินัยการคลังของท่านนายกรัฐมนตรี เช่น การซื้อเรือดำน้ำ ใน ครม. ก็เคยทักท้วงตอนสมัยท่านเป็น คสช. ปรากฏว่าก็มีคนไปแก้ไข โน่นนี่นั่น สุดท้ายก็ผ่านรูดปี๊ด รูดปื๊ด ก็เป็นประเด็นจนถึงวันนี้ ผมอยากจะบอกท่านอย่างนี้ว่า ที่ท่านพูดถึงเรื่องอีอีซี (EEC) ฝันไปเถอะครับ วันนี้แค่คนจะเข้ามาลงทุนเขายังเข้ามาไม่ได้เลย ท่านได้จัดโปรแกรมอะไรพวกนี้ไหมล่ะ มาอยู่ ๑๔ วัน ให้พักโรงแรมอย่างดี ถ้าเป็นนักลงทุน เกรดเอ (Grade A) ลงทุนพันล้าน หมื่นล้าน ต้องอยู่แบบนี้ มีไหมล่ะครับ ไม่มี แล้วท่านจะไป เอานักลงทุนที่ไหน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมพูดต่อหน้าท่าน คนที่จังหวัดชลบุรีที่เขาอยู่ ในเขตอีอีซี (EEC) ของท่านร้องกรรมาธิการคณะของผมที่เป็นประธานมาบ่อยครั้งก็เพราะ เรื่องการแก้ไขกฎหมายในรัฐบาลของท่านไม่เคยแก้ไขเรื่องของกองทัพเรือ ไม่ได้เกี่ยวกับ เรือดำน้ำนะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีไปถามเลยนะครับ อำเภอสัตหีบอยู่ในเขตอีอีซี (EEC) ของท่านต้องไปขอใช้ไฟฟ้ากับสวัสดิการทหารเรือ เดี๋ยวดับเดี๋ยวตก เดี๋ยวดับเดี๋ยวตก ท่าน นายกรัฐมนตรีทราบไหมครับ แล้วท่านประกาศเป็นเขตอีอีซี (EEC) ใครจะไปใช้ครับ แค่ระบบกฎหมายที่ท่านมีอำนาจมาตรา ๔๔ ท่านยังไม่สามารถแก้ไข หรือท่านกลัวจะไป ทุบหม้อข้าวใคร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะบอกท่านต่อไปว่าความไม่ได้เรื่อง ของรัฐบาล หัวหน้าเศรษฐกิจท่านปรีดีไม่อยู่ ไปไวเหลือเกิน มาเร็วเคลม (Claim) เร็วยิ่งกว่า ประกันภัยชั้นหนึ่งอีก มีคนบอกว่าการที่คุณสมคิดลาออก การที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังหลายคนลาออก ทำให้โครงการอีอีซี (EEC) เดินก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ครับ เพราะเขาไม่เจรจากัน ทุกวันนี้อะไรก็แล้วแต่ทุกคนก็แบะ แบะ แบะ โยนให้นายกรัฐมนตรีหมด ประเด็นต่อมา ผมอยากจะให้ท่านปรีดี ดาวฉาย จริง ๆ เอ่ยนามท่านได้เพราะท่านเคยร่วม คณะรัฐมนตรี อยากจะให้ท่านมาบอกหน่อยเถอะว่าท่านลาออกไปเพราะป่วยเป็นอะไร เป็นเพราะว่าป๊อดหรือเปล่า ภาษาวัยรุ่นเขาบอกว่าขวัญอ่อนผสมปอดแหก เขาเรียกป๊อดครับ แล้วถ้าเกิดท่านลาออกไปกลับไปนั่งเป็นประธานแบงก์กสิกรไทย ผมถอนหมดแบงก์เลยนะ มีอยู่ ๗๕๐ บาท เพราะอะไรรู้ไหมครับ ผมคาดหวังว่าท่านอุตส่าห์ไปดึงมาแล้วจะแก้ไข ปัญหาได้ แต่สุดท้ายปลายทางก็อย่างที่เห็นนี่แหละสังคมไทย เห็นไหมครับคนดีอยู่ไม่ได้ ท่านเคยคิดไหมว่าเครื่องยนต์สำคัญ คิดสิจิรายุไม่คิดได้อย่างไรก็ออกมาพูดแล้วการบริโภค ภายในประเทศ การท่องเที่ยวภายในประเทศฉันจึงหยุด ๔ วัน ฉันจึงจัดแคมเปน (Campaign) แจกสตางค์ แจก แจก แจก แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ฝ่ายค้านไม่ใช่ตำหนิ ติเตียนอย่างเดียว ผมจะบอกท่านว่าท่านมีเรื่องสาระสำคัญคือ ๑๔ วันเป็นตัวตั้ง คนก็สวดชยันโต แผนแก้เศรษฐกิจไม่ชัด ส่อนำพาประเทศพัง เพราะอะไรรู้ไหมครับ ๑๔ วันเป็นตัวตั้ง นักลงทุนมาไม่ได้ ทำไมล่ะครับ กระทรวงอุตสาหกรรมทำสิครับ ถ้าเป็นนักลงทุนมาเราให้อยู่ โรงแรมอย่างดีที่เป็นควอรันทีน (Quarantine) ไฮโซ (High so) อยู่ ๑๔ วันแล้วท่านสามารถ ไปลงทุนได้ ไม่เคยได้ยินรัฐบาลนี้นอกจากแจกสตางค์ และอะไรต่อมาครับ รายได้ของ ประเทศที่มาจากการท่องเที่ยวคือการถ่ายทำภาพยนตร์ ไปถ่ายที่บ้านท่านประธานบ่อยนะ ท่านรู้ไหมว่าปีหนึ่ง ๆ ประเทศไทยมีเงินเป็นแสนล้านบาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาครับ เรียกจิรายุเดี๋ยวผมจะไปเล่าวิธีให้ฟัง ท่านก็ให้กองถ่ายที่เขา อยากจะมาถ่ายเกาะแก่งต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยว ให้เขามาก่อน ๑๔ วัน ให้มาเตรียม กองถ่าย ให้มานอนอยู่บนเกาะ ๑๔ วัน ถึง ๑๔ วันไม่เป็นแล้วก็ให้ถ่ายทำ เงินไหลเข้ามา คิดเป็นหรือเปล่า ทุกอาชีพที่เป็นคนต่างชาติ มีสถิติ ๑๔ วันเท่านั้นที่เขาจะต้องมา ท่านลองไปแบ่งสิครับ นี่ถ้าเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทยทำไปแล้ว ท่านไปแบ่งสิครับว่ากระทรวง ทบวง กรม อุตสาหกรรม คมนาคม ใครมาลงทุนให้มาอยู่ ๑๔ วัน ทีทหารอียิปต์ท่านปล่อยเดินระยองได้ทั่ว ทีทหารอเมริกันท่านปล่อยไปอยู่กลางกรุงเทพฯ ได้ นอนโรงแรมไฮโซ (High so) ได้แต่ นักท่องเที่ยวที่เขามีเงิน ขนเงินกันมาเยอะแยะ รัฐบาลคิดไม่เป็นท่านนายกรัฐมนตรี อะไร ก็ปล่อยท่านนายกรัฐมนตรีโดนอยู่คนเดียว ตัวนวลเลย เมื่อสักครู่ท่านสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ท่านบอกว่าให้แบงก์ช่วยไป ลดดอกเบี้ย ผมจะบอกท่านอย่างนี้นะครับว่าท่านพูดน่ะโลกสวย อย่ามาโลกสวยครับ ธนาคารพาณิชย์ที่แบงก์ชาติบอกให้ไปลดดอกเบี้ยจากบัญชี ๑๒ ล้านบัญชีของลูกค้าท่าน ผมถามจริง ๆ เถอะครับ ธนาคารพาณิชย์มันก็ชื่อพาณิชย์อยู่แล้ว มีธนาคารที่ไหนชื่อมูลนิธิ ธนาคารพาณิชย์บ้างครับ มันเป็นไปไม่ได้ ท่านจะไปคาดหวังได้อย่างไรในเมื่อรัฐบาล ยังสะเปะสะปะ ไม่มีนโยบายอะไรออกมาชัดเจนเกี่ยวกับการเงินหรือธนาคารเลย ธนาคารพาณิชย์เขาใจดี ลองไปถามสิครับ บัตรเครดิตท่านก็เป็นกันอยู่หลายคน ขาดวันหนึ่ง มันโทรทวงแล้ว ขาด ๒ วันมันคิดดอกแล้ว อย่าไปฝัน เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีครับ ที่รอบตัวท่าน คณะรัฐมนตรีที่คิดมาให้ท่าน ถ้าผมให้คะแนนนะครับ โอเค (OK) ครับตกลง ตกลงคือลดลง ลดลง ตกลง ตกลง ตกลง ท่านประธานที่เคารพครับ การกู้เงินนอกงบประมาณ นี่คือปัญหาใหญ่ ปีนี้ท่านตั้งงบประมาณ ๓.๓ ขาดดุลงบประมาณหลายแสนล้านบาทอยู่ แล้วปีหน้าท่านตั้งแบบนี้ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้เจ๊งอย่างเดียวครับ เพราะฉะนั้นท่านจะไป หวังให้ธนาคารมาแก้ไขปัญหาแบบนี้ ฝันไปเถอะครับ แล้วผมบอกเลยครับธนาคารจะรุมทึ้ง ลูกค้าที่กำลังจะเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ลูกค้ารายไหนดีครับ ยึดที่ดิน ยึดอาคาร ยึดเครื่องจักรกล ถ้าผมเป็นนายแบงก์ ผมทำธุรกิจผมก็ต้องทำแบบนั้น ฝั่งรัฐบาลก็ได้ครับพี่ ดีครับท่าน พูดไปอย่างนั้นแหละ เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่มีปัญหา ยิ่งรัฐมนตรีไม่อยู่แล้วด้วย คุยกับ นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีอาจจะไม่รู้เรื่องหรืออาจจะรู้ ผมก็ไม่ทราบได้ วิกฤตการณ์แบบนี้ จะเกิดวิกฤตการณ์รายย่อย สมัยก่อนปี ๒๕๔๐ รัฐบาลทักษิณมาแก้ไขปัญหาท่านจะเห็นเลย นะครับว่าโครงการต่าง ๆ แก้ไขปัญหาทีละอย่าง ทีละอย่าง ผมจะบอกอย่างนี้ครับว่า ถ้าทำเศรษฐกิจดีด้วยวิธีการวางแผนอย่างเป็นระบบก็ดีครับ ยินดีด้วย แต่ท่านหัวหน้า ทีมเศรษฐกิจครับ ท่านช่วยโชว์ฝีมือหน่อยครับ ถ้าคราวหน้าอภิปรายงบประมาณไม่ไว้วางใจ ผมจะตัดแฮชแท็ก (Hashtag) นักกู้แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยานี้ทิ้ง เพราะผมพยายามอยู่กับ ท่านนายกรัฐมนตรีมาปีหนึ่ง ตอนที่ท่านเป็นรัฐบาลประชาธิปไตยที่เลือกตั้งกันมา ผมยัง ไม่เห็นนะท่านประธานครับ ชิม ช้อป ใช้ ใช้ได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คนทั้งประเทศชดใช้ชัวร์ ประเด็นต่อมา ท่านอาจารย์หม่อมถนัดศรีที่ผมเคารพและรักท่าน เป็นกูรู (Guru) เรื่อง อาหาร ผมบอกเลยครับท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเป็นถนัดกู้และถนัดแจก ผมฟังมานี่นะครับ มันไม่มีอะไรจริง ๆ ท่านบอกจะเอานักท่องเที่ยวเข้ามากลัวโรค โรคนี่ แยกกันนะครับ มันเหมือนกับรถชนกันบนถนนบ่อย ๆ แล้วเราไปห้ามคนขับรถ อย่างนี้ผม ก็ทำได้ ปิดเลย ปิดรั้ว ปิดโน่นปิดนี่หมด แต่ไม่ได้เตรียมการภายในประเทศเลย อันนี้เป็น ปัญหา ประเด็นต่อมา การที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูดเมื่อหัวค่ำนี้บอกว่ายังไม่พิจารณาโครงการ อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะท่านกำลังไปแจกเงินให้กับคนไปเที่ยว เขาเที่ยวเสร็จกลับมาบริษัท เจ๊งเมื่อไรบรรลัยเมื่อนั้น

สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ทหารในอดีต ท่านเชื่อไหมครับ เด็ก ๆ วันเด็กใครก็อยากไปดูเรื่องของทหาร แต่วันนี้ทหารในอดีตเป็นที่รักของประชาชนคนไทยครับ ท่านอย่าได้ผลักให้ทหารมาเป็นในลักษณะที่ประชาชนจะรู้สึกไม่ดีหรือเกลียดทหาร อีกเลยครับ ผมฝากเรียนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ การแก้ไขปัญหาประเทศเป็นสิ่งสำคัญ ท่านรอช้าไม่ได้โดยเฉพาะเรื่องของการแก้ไขปัญหาทางด้านการเงิน การธนาคาร ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ