จิรวัฒน์ ชี้วิกฤตการเมือง-รัฐธรรมนูญ ขออภิปรายด้วยเหตุผล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

จิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ ชี้ปัญหาวิกฤตการเมืองและรัฐธรรมนูญ วิพากษ์วิจารณ์ความไม่เป็นอิสระของวุฒิสภาและการใช้กลไกเพื่อประโยชน์ทางการเมือง พร้อมเรียกร้องให้มีการอภิปรายด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริงในเวทีสภา เพื่อคืนความโปร่งใสในการตรวจสอบรัฐบาลและฟื้นฟูศรัทธาในระบอบประชาธิปไตย

นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เขตตลิ่งชัน เขตทวีวัฒนา เขตหนองแขม แขวงหนองค้างพลู ผมก็จะยึดกฎระเบียบนะครับว่าเป็นบทบัญญัติรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๒ ในการอภิปราย เพื่อซักถาม แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ายังมีเรื่องราวและวิกฤติ นอกจากความเป็นภาวะผู้นำ ที่ประชาชนเองก็อยากจะทราบผ่านสภา รวมถึงวิกฤติรัฐธรรมนูญเอง ซึ่งวันนี้ผมก็อยากที่จะ ชี้แจงผ่านสภาแห่งนี้ ผมเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ผมฟัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีมองเหมือนกับว่าสมาชิกหรือพี่น้องประชาชน จะมีอคติกับท่าน จริง ๆ ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ แต่สิ่งที่เวลาเราต้องพูดหรืออภิปรายกัน มันต้องมาจากเหตุผล มันต้องมาจากสิ่งที่เกิดขึ้น พยานหลักฐาน พยานวัตถุ ข้อเท็จจริงใด ที่ปรากฏว่าทำให้ระบบการเมืองไม่สามารถที่จะตรวจสอบรัฐบาลนี้ได้ ก็ต้องเอามาพูดกันครับ

ประการต่อมา ที่ผมได้ฟังติดตามการอภิปรายมาตั้งแต่ช่วงเช้า ท่านนายกรัฐมนตรีได้พูดบอกว่าท่านรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน อันนี้ พูดง่ายครับ แต่ทำอีกเรื่องหนึ่งครับ แต่จะพิสูจน์ได้ก็ตรงที่ว่าการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา ที่เกิดขึ้นอันนี้ก็พิสูจน์ได้ครับว่าเขาไม่พอใจในการทำงานของรัฐบาล ถ้าซักถามก็เดี๋ยวผมจะ ซักถามครับ ท่านตอบต่อมาในช่วงเช้าบอกว่าทหารก็ต้องปล่อยให้เขามีความภูมิใจในเรื่อง ของเขาบ้าง ก็ใช่ครับ ผมก็ไม่ได้ไปจงเกลียดจงชังอะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่ผ่านมา การจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ การจัดเตรียมกำลังที่ใช้ในการรัฐประหารที่ผ่านมาก็มีให้เห็นปรากฏ สภากลาโหมวันนี้ผม ถามว่าเป็นรัฐบาลชุดหน้า ผมถามว่าใครเข้าไปมีอำนาจในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการ ทหารบกได้ไหม ก็ไม่มีครับ สภากลาโหมถูกแก้มาในสมัยที่มีการรัฐประหาร ปี ๒๕๕๐ หรือ กอ.รมน. วันนี้แม่ทัพภาคก็ไปนั่งคุมอยู่หัวโต๊ะ คุมอธิบดีอัยการภาค คุมผู้ว่าราชการจังหวัด และมีการออกกฎหมายในช่วงที่ผ่านมาคือพระราชบัญญัติเปรียบเทียบหลักเกณฑ์ตำแหน่ง ที่จะให้พลตำรวจตรี พลตำรวจโท พลตำรวจเอก เข้าไปเทียบตำแหน่งอธิบดีในหน่วยงาน ราชการเพื่อไปสู่เส้นทางของการเป็นกรรมการในองค์กรอิสระ ท่านเห็นสิ่งที่ผมพูดไหมครับ สิ่งเหล่านี้แหละทำให้ระบบการเมืองพวกผมตรวจสอบรัฐบาลไม่ได้ครับ ดังนั้นท่านบอก เป็นคนดี ท่านเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองก็เรื่องของท่าน แต่ประชาชนเขาไม่เอาด้วย เป็นคนดีแล้วอย่างไรครับ ถ้าระบบการเมือง ประชาชน สมาชิกสภาไม่สามารถตรวจสอบ ผ่านระบบที่มีอยู่ได้ แล้วผมถามว่าจะมีไว้ทำไมครับ ระบบจะมีไว้ทำไม เดี๋ยวผมจะอภิปราย ต่อไปว่าระบบการเมืองที่พังทลายจนไม่สามารถตรวจสอบได้นั้นเป็นอย่างไร การชุมนุมของ นิสิต นักศึกษา ส่วนหนึ่งก็เกิดมาจากวิกฤตการณ์ของผู้นำที่มีลักษณะความเป็นอำนาจนิยม อยู่ในหัวใจ ไม่ฟังประชาชนหรอกครับ มีท่าทีขมึงขมังคิดว่าตัวเองแน่ ใหญ่ครับ เอาเถอะครับ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี ต่อไปท่านลงจากนายกรัฐมนตรีท่านก็เป็นประชาชนคนธรรมดา ลูกท่านก็ยังต้องโตอยู่ในอนาคต สิ่งที่สำคัญที่สุดวันนี้นอกจากเรื่องปัญหาเศรษฐกิจที่มีคนอื่น พูดมาแต่ผมจะพูดเรื่องการเมือง ระบบการเมืองที่พังทลายก็คือปล่อยให้พรรคการเมือง ระดับ ๒ สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้แทนที่จะเป็นพรรคการเมืองระดับ ๑ ซึ่งมันเป็นประเพณี ในทางการเมืองที่เราปฏิบัติยึดกันมา ปล่อยให้รัฐบาลผสมที่ไม่มีเสถียรภาพ ผมก็เห็นใจ เพราะรัฐบาลเหนื่อย ไม่มีเสียงในสภา แต่ก็มีการใช้กลไกต่าง ๆ ที่อาจจะส่อไปในทางทุจริต สิ่งที่ระบบการเมืองไม่สามารถตรวจสอบได้และพังทลายคืออะไรครับ ผมเรียกมันว่าทฤษฎี สมคบคิด เหมือนที่ท่านตั้งวิชา มหาคุณ มา กระบวนการสอบสวนสมคบคิด นี่แหละครับ รัฐบาลสมคบคิด เดี๋ยวผมจะร่ายให้ท่านดูครับ ตั้งแต่สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง โดย คสช. ผมไม่ได้ติดใจในเรื่องความสามารถพวกท่าน ท่านก็รับราชการกันมา กว่าจะ เติบโตมาเป็นอธิบดีกันได้ กว่าจะเติบโตมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดกันได้ เอาละครับ แต่สุดท้ายผมไม่ได้ติดใจความสามารถ ผมติดใจที่มา ที่มามันไม่ชอบธรรม ก็มันจะไปชอบธรรม ได้อย่างไรเพราะมันมาจากการแต่งตั้งโดย คสช. ทางอ้อม หมดงบประมาณแผ่นดินไปกว่า ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท สุดท้ายเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน มีการเลือกนายกรัฐมนตรี ก็ไม่เห็นมีใคร งดออกเสียง ไม่เห็นมีใครโหวตไม่เห็นด้วย แล้วทำขัดรัฐธรรมนูญ ส.ว. ด้วยความเคารพนะครับ ทำขัดรัฐธรรมนูญตัวเอง เพราะหลัก ส.ว. พี่น้องฟังนะครับ คือเขาต้องมีความเป็นอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมืองใด แต่อภิปรายกันเสร็จสรรพ ท่านนายกรัฐมนตรี ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้แล้วก็โหวตเลือก พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๆ ที่เขาอยู่ใน บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง ขัดรัฐธรรมนูญไหมครับ ขัดครับ เอาแหละผมไปตรวจสอบ อะไรท่านไม่ได้หรอก ท่านใหญ่เกินกว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอย่างผมจะไปยับยั้งอำนาจ ของท่านได้ ประเด็นต่อมาก็คือการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี อันนี้แหละคือความขัดแย้ง ทำไมพวกเราไม่ช่วยกันล่ะครับ อย่าปล่อยให้ประชาชนบอกว่าสภาแก้ไขไม่ได้ อย่าปล่อยให้ ประชาชนบอกว่าต่อไปนี้ผมไม่พึ่งระบบการเมืองแล้ว ผมจะพึ่งระบบม็อบ (Mob) ไม่ได้ครับ เราต้องนำระบบการเมืองสร้างความศรัทธาให้กับประชาชน ผมถามว่าวันนี้ถ้า ส.ว. ยอม ตัดอำนาจในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจะเสียหายอะไรครับ โดยหลักทั่วไปในการบัญญัติให้อำนาจของ ส.ว. ต้องดูหลักพื้นฐานในความเชื่อมโยงในฐาน อำนาจว่ามีความเชื่อมโยงกับประชาชนหรือไม่ ถ้าท่านมาจากการแต่งตั้ง ไม่มีความเชื่อมโยง กับประชาชนแต่กลับไปมีอำนาจพิเศษ แต่งตั้ง ถอดถอน เห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระ เลือกนายกรัฐมนตรี แก้ไขรัฐธรรมนูญ ติดตามการปฏิรูปประเทศ ท่านเห็นไหมว่าสุดท้าย การเมืองมันถึงทางตัน สุดท้ายประชาชนเรียกร้องบอกสภาผู้แทนราษฎรแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมก็แก้ไม่ได้ครับ ก็จะแก้แต่แก้ไม่ได้เพราะต้องอาศัยเสียงสมาชิกวุฒิสภา ท่านเห็นแก่ บ้านเมืองหน่อยเถอะครับ ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้ติดใจอะไรความรู้ความสามารถของท่าน แต่ติดเรื่องเดียวที่มา องค์กรวุฒิสภาจะมีก็มีไปครับ แต่ต้องดูเรื่องของระบบกระบวนการที่มา ของการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาด้วย ดังนั้นประกอบกับอำนาจในการปฏิรูปประเทศ ผมก็ ไม่ไว้วางใจให้มีอำนาจในการปฏิรูปประเทศ ผมก็ไม่รู้ว่าท่านมาจากไหน มาปฏิรูปประเทศ เอากฎหมายพระราชบัญญัติเข้ามาประชุมร่วมกับรัฐสภา บางเรื่องเป็นเรื่องของสมาชิก แล้วท่านก็รอกลั่นกรองในวาระต่อไป ก็ได้ครับ ประเด็นที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้นในอนาคต คือองค์กรอิสระ องค์กรอิสระผ่านความเห็นชอบของสมาชิกสภานิติบัญญัติ และ ศาลรัฐธรรมนูญล่าสุดที่มีการแต่งตั้งก็ผ่านความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภาชุดนี้แหละครับ นี่จะเป็นความขัดแย้งในอนาคตถ้าไม่มีการล้างไพ่องค์กรอิสระทั้งหมดครับ เพราะมันมีที่มา ไม่ชอบ ผมบอกแล้วผมไม่ได้ติดใจว่าท่านเก่งทั้งหมดหรอกครับ เก่งกันทั้งหมด ผมไม่ได้ติดใจ แต่ติดใจที่มา ท่านเห็นใจกับประเทศชาติเถอะครับ สุดท้ายผมเรียนตามตรงว่ารัฐธรรมนูญ ต้องแก้ ท่านจะบอกรัฐธรรมนูญดีอย่างไรก็แล้วแต่ ผ่านอย่างไรก็แล้วแต่ แต่เป็นรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านประชามติที่ประชาชนไม่รู้รัฐธรรมนูญครับ เพราะไม่ได้ฟังข้อมูลอย่างครบถ้วนทุกมิติ แล้วเป็นรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติที่มีประชาชนถูกจับมากที่สุด ๒๐๐ กว่าคน รัฐธรรมนูญชอบไหมครับ ทุกวันนี้ยังดำเนินคดีกันอยู่เลย ศาลยกฟ้องแล้ว แล้วต่อไป สภาผู้แทนราษฎรต้องยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงลงประชามติในปี ๒๕๕๙ ท้ายที่สุดผมบอกได้เลยว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นภายในปลายเดือนกันยายนนี้ ไม่ใช่ผลงานรัฐบาล แต่เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนต้องเสียหยาดเหงื่อออกมาชุมนุม เสียสตางค์ เสียเวลาออกมาเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทำในสิ่งที่ตัวเองควรต้องทำแต่ไม่ได้ทำ ผมกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ และหวังว่านายกรัฐมนตรีจะต้องหาทางออกให้กับ ประเทศและเสียสละเหมือนกับที่ท่านเป็นทหารละครับ ขอบคุณครับ