วราวุธ แจงแผนดูแลไฟป่า-ฝุ่นพีเอ็ม 2.5-บริหารน้ำอย่างยั่งยืน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

วราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงมาตรการดูแลไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นระบบในทุกช่วงเวลา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหามลพิษฝุ่นละอองพีเอ็ม 2.5 ด้วยมาตรการระยะสั้น กลาง และยาว โดยเน้นการบังคับใช้นโยบายยูโร 5 และ 6 การควบคุมการเผาในพื้นที่เกษตร และการจัดการแบบซิงเกิลคอมมานด์ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดดูแลโดยตรง รวมถึงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำตามแผนแม่บท 20 ปี และการพัฒนาพื้นที่ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนอย่างยั่งยืน โดยยืนยันความสะอาดของห้องน้ำและพร้อมรับการบริหารพื้นที่จากจังหวัดหรือเอกชนหากมีการถ่ายโอนมา

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบข้อกังวลของ ท่านสมาชิก ๒ ท่าน ท่านแรกท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จากพรรคก้าวไกล ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเป็นห่วงเรื่องว่าช่วง ๕ ปีที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้วางรากฐานเกี่ยวกับการบริหารจัดการ เรื่องภัยความมั่นคง เช่น ไฟป่า พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้วก็เรื่องน้ำท่วม ขออนุญาตเรียนว่า เบื้องต้นเรื่องการแก้ปัญหาไฟป่าและหมอกควันนั้นทางรัฐบาลโดยกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองเราได้มีมาตรการอยู่หลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น มาตรการเตรียมการก่อนที่จะมีไฟป่า มาตรการระหว่างที่มีไฟป่าเกิดขึ้น รวมถึงมาตรการ ในระยะยาวที่จะป้องกันการที่จะเกิดไฟป่าขึ้นในอนาคต ในส่วนแรกก็คือระยะก่อนที่จะเกิด ไฟป่านั้นก็คือช่วงที่เรากำลังอยู่ในขณะนี้ประมาณเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนั้น เราจะเป็น ช่วงที่มีการทำการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน มีการป้องกันไฟป่า โดยการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น จิสต์ด้า (GISTDA) การนำเอาเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง รวมทั้งมีการบริหารจัดการ เชื้อเพลิงหรือที่เราเรียกว่าชิงเผาก่อนเพื่อที่จะได้ลดปริมาณเชื้อเพลิงที่จะมีขึ้นในฤดูกาล ที่มีการเกิดเผาเกิดขึ้น พอต่อมาในช่วงระยะที่มีไฟป่าเกิดขึ้นจริง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นช่วงประมาณ เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม ทางรัฐบาลเองก็ได้จัดเตรียมกำลังพนักงาน ดับไฟป่าโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรามีทั้งกรมป่าไม้และกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เราเตรียมกำลังพนักงานอยู่ทั้งหมดจาก ๑๔๓ สถานีมีทั้งหมด ๖,๒๐๐ กว่านาย นอกจากนั้นถ้าหากพื้นที่ใดที่เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำก็จะมีการโยกย้าย อย่างเช่นโยกย้าย กำลังจากภาคใต้ขึ้นมาที่ภาคเหนือ เพราะว่าตอนช่วงต้นปีภาคใต้เราจะยังไม่มีไฟป่าก็จะโยก กำลังพลเหล่านั้นขึ้นมาที่ภาคเหนือเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาไฟป่าแล้วก็ ควันพิษ เรายังมีการจัดตั้งกองอำนวยการควบคุมไฟป่า ทุก ๆ จังหวัดนั้นกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราจะจัดตั้งหน่วยหน้าในแต่ละจังหวัด โดยการมอบให้ ท่านรองปลัดกระทรวง ท่านหัวหน้าผู้ตรวจไปประจำอยู่อย่างเช่น ๙ จังหวัด ภาคเหนือ เพื่อที่จะไปบัญชาการเป็นส่วนหน้าของการแก้ไขปัญหาไฟป่า นอกจากนั้นเรายังประสานงาน กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแก้ไขแล้วก็บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น จะสังเกตได้ว่า เมื่อตอนต้นปีที่ผ่านมาจะมีการฟ้องร้องแล้วก็ดำเนินคดีกับผู้ที่จุดไฟป่ามากที่สุด เป็นประวัติการณ์ในประเทศไทย และในระยะยาวที่เราจะสร้างความยั่งยืนในการป้องกันไฟป่า ก็คือการสร้างเครือข่ายแก้ไขปัญหาและหมอกควัน จำนวนทั้งหมด ๑,๕๐๐ กว่าเครือข่าย แล้วก็ให้การสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นเครื่องเป่าลม ให้ความรู้ มีการฝึกฝนพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ เรายังมีการจัดการเสวนาระดับจังหวัด ระดับหมู่บ้าน เพื่อสร้างความรู้แล้วก็ ความเข้าใจว่าหมอกควันและไฟป่านั้นมันมีความอันตรายเช่นใด มีการประสานงานกับ เครือข่ายต่าง ๆ ทั้งภาคประชาชนแล้วก็ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และที่สำคัญทุก ๆ ครั้ง พอจบฤดูไฟป่าหรือฤดูไหม้แล้วเราจะมีการทำถอดบทเรียนหรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เอเออาร์ (AAR) อาฟเตอร์ แอกชัน รีวิว (After Action Review) ว่าแต่ละปี ๆ นั้น เงื่อนไขในการที่ เกิดไฟป่าในแต่ละปีเปลี่ยนไปอย่างไร และเราจะแก้ไขอย่างไร ที่สำคัญต้องขออนุญาต เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับว่าภารกิจในการที่จะดูแลควบคุมไฟป่า ส่วนหนึ่งนั้นได้มีการถ่ายโอนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๒,๖๒๙ แห่ง เริ่มมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ซึ่งมาจนถึงปัจจุบันนั้นถ่ายโอนไปเสร็จแล้ว ๒,๕๔๒ แห่ง ยังเหลืออีก ๘๗ แห่งที่ยังไม่ได้ถ่ายโอน นอกจากนั้นเรายังมีการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ป่าภายใต้โครงการพัฒนาป่าไม้สร้างงาน สร้างรายได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและให้ประชาชนนั้นได้เข้าใจถึงการที่ดูแลปกป้องป่า ไม่เผาป่าแล้ว เศรษฐกิจของตนเองจะได้รับประโยชน์อย่างไร

ประเด็นต่อมาเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ทางรัฐบาลเองได้ให้ความสำคัญ โดยเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ปีที่แล้วได้มีการบรรจุ ให้เป็นวาระแห่งชาติ เรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละอองเกิดขึ้น มีมาตรการทั้งหมด ๓ มาตรการ มาตรการแรกจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเชิงพื้นที่ ในแต่ละจังหวัด แบ่งกลไกการจัดระดับความอันตรายระดับของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น เป็น ๔ ระดับด้วยกัน ส่วนมาตรการที่ ๒ จะเป็นการป้องกัน แล้วก็ลดการเกิดมลพิษที่ต้นทาง และมาตรการสุดท้ายจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการมลพิษ เช่น การบังคับ ใช้มาตรฐานการระบายมลพิษจากรถใหม่ อย่างเช่น ยูโร ๕ (Euro 5) และยูโร ๖ (Euro 6) เป็นต้น การบังคับใช้มาตรฐานน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณกำมะถันต่ำกว่า ๑๐ พีพีเอ็ม (PPM) หรือภายในปี ๒๕๖๕ ได้กำหนดว่าจะไม่ให้มีการเผาไร่อ้อยเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มทั้ง พื้นที่สีเขียว แล้วก็สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมาตรการเหล่านี้เป็นแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาว ที่รัฐบาลนั้นมีแนวทางที่จะใช้ในการลดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) การประชุมเมื่อวันที่ ๒๓ มกราคมที่ผ่านมา ได้เห็นชอบกับการยกระดับมาตรการป้องกัน และแก้ไขในช่วงวิกฤติ จะมีการบังคับใช้กฎหมายระบบซิงเกิลคอมมานด์ (Single command) โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดเป็นผู้ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ในการบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในจังหวัดของตนเอง

ต่อมาคือการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้นเราก็ปฏิบัติภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๒๐ ปี เรามีแผนแม่บททางด้านที่ ๑ จะเกี่ยวกับการจัดการน้ำอุปโภคบริโภค ด้านที่ ๒ จะเกี่ยวกับ การจัดการสร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต แล้วก็ในส่วนของด้านที่ ๖ จะเป็นการ บริหารจัดการ ซึ่งในส่วนของกรมทรัพยากรน้ำ ภายใต้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้น เราจะดูแลพื้นที่นอกเหนือจากเขตชลประทาน ดังนั้นเวลาเกิดน้ำท่วม หรือน้ำแล้งขึ้น สิ่งที่เรากรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลจะทำก็คือการเตรียม ภาชนะต่าง ๆ หรือจัดหาแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นบนดินหรือใต้ดินในการที่จะเตรียมการ แก้ปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชน ดังนั้นสิ่งที่ท่านสมาชิกเป็นห่วงว่ารัฐบาลยังขาดการวางรากฐานบริหารจัดการในเรื่องภัย ความมั่นคงทั้ง ๓ ด้านนั้น ก็ขอให้ความมั่นใจได้นะครับว่ารัฐบาลนั้นได้มีแนวทางอย่างชัดเจน ผ่านทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต่อมาท่านที่ ๒ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ จากพรรคเพื่อชาติ ท่านได้ให้ความเป็นห่วงว่าที่ถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอนนั้นยังขาดการดูแล ยังขาดการสนับสนุนจากรัฐบาลในการที่จะสร้างสิ่งอำนวย ความสะดวก ก็ขออนุญาตท่านประธานใช้ภาพสไลด์ (Slide) ขึ้นบนจอสักเล็กน้อยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ที่ผ่านมาในบริเวณถ้ำหลวงนั้นเราได้มีการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง ศูนย์นักท่องเที่ยว เรามีการจัดทำนิทรรศการเกี่ยวกับการกู้ภัยช่วงที่เกิดเรื่องหมูป่าเกิดขึ้น เรามีการจัดทำป้ายสื่อความหมายเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้มีการทำ ห้องน้ำ ที่ท่านเป็นห่วงท่านบอกด้วยว่าห้องน้ำนั้นไม่สะอาดเวลาฝนตก ก็ให้คำยืนยันได้ ว่าห้องน้ำในส่วนของถ้ำหลวงและขุนน้ำนางนอนนั้น ผมไปดูมาด้วยตัวเองแทบจะนั่งบนพื้น ได้เลย แล้วตอนที่ไปดูนั้นเรียนตรง ๆ ว่าไม่ใช่ผักชีนะครับ เพราะว่าผมแอบให้คนไปดูมาก่อน แล้วก็มีความสะอาดจริง ๆ หรือแม้แต่ในส่วนของบริเวณขุนน้ำนางนอนเราก็ทำทั้งป้าย สื่อความหมาย จัดทำเส้นทางธรรมชาติหลาย ๆ อย่าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไป ตอนต้นว่ามีชาวบ้านได้ช่วยกันเทปูนเพื่อทำลานจอดรถ ทำร้านค้าระหว่างถ้ำหลวงนั้น พื้นที่ดังกล่าวต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าไม่ได้อยู่ในการดูแล ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นพื้นที่ของเอกชน เป็นพื้นที่ของจังหวัดบ้าง ดังนั้นถ้าหากว่าอยากจะให้มีมาตรฐานหรือว่าทำออกมาแล้วให้สวยงามเหมือนดั่งภาพที่ผม ได้แสดงให้เห็นเมื่อสักครู่ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองก็ยินดีที่จะ รับพื้นที่เอกชนดังกล่าวมาอยู่ในความดูแลของกระทรวงเช่นกัน แล้วเราสัญญาว่า จะทำออกมาให้สวยงามไม่แพ้กัน แต่วันนี้ยังไม่สามารถทำได้ เพราะว่าอยู่นอกเหนือ การบริหารจัดการของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบขอบพระคุณครับ