สุชาติ ชมกลิ่น ชี้แจงความคืบหน้าการเยียวยาผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ยืนยันว่ามาตรการดังกล่าวครอบคลุมผู้ถูกกักตัว ผู้ที่นายจ้างหยุดงาน และผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดกิจการของรัฐ โดยมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ 62 เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 79/1 พร้อมรายงานสถานะกองทุนประกันสังคมที่ยังมั่นคง และเปิดตัวเลขผู้ว่างงานกว่า 863,000 คน ที่เกิดจากการเลิกจ้าง ลาออก และสิ้นสุดสัญญาจ้าง
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะคณะรัฐมนตรี ซึ่งญัตติในวันนี้อาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ ซึ่งมีสาระสำคัญอยู่ ๒ ประเด็น ประเด็นที่ ๑ คือ สภาผู้แทนราษฎรถามปัญหาข้อเท็จจริงจากรัฐบาลนะครับ ประเด็นที่ ๒ คือ สภาผู้แทนราษฎรเสนอแนวทางแก้ไขให้รัฐบาล กราบเรียนท่านประธานสภา ด้วยความเคารพนะครับว่าผมเองนั้นถึงจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานคนใหม่ เพิ่งเข้ามาใช้เวลาไม่ถึง ๑ เดือน อาจจะพูดอภิปรายไม่ได้เก่งเหมือนเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ คน เพราะวันที่ผมเป็นผู้แทนนั่งอยู่ข้างล่างผมก็ไม่เคยได้อภิปราย เพราะผมคิดว่าการพูดจากัน การคุยกัน ถ้าเราพูดกันด้วยตามหลักความเป็นจริงเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้สำนวนโวหารมากนะครับ ทางกระทรวงแรงงานนั้นผมเองก็ได้รับนโยบายทำตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งท่านกำกับดูแลกระทรวงแรงงานของผม ผมขอตอบประเด็นของเพื่อนสมาชิก ๔-๕ ท่าน แต่ก็รู้จักทุกท่าน ก็ขออนุญาตตอบประเด็นของเพื่อนสมาชิกที่ถามตั้งแต่เช้าว่ากรณี ของผู้ประกันตนที่ไม่สามารถลงทะเบียนรับเงินเยียวยา ๕,๐๐๐ บาท จาก พ.ร.ก. กู้เงินได้นั้น และเขาก็ไม่สามารถได้รับเงินจากกองทุนประกันสังคมกรณีว่างงาน เนื่องจากเหตุสุดวิสัย ที่เราจ่าย ๖๒ เปอร์เซ็นต์ เพราะอ้างว่าจ่ายเฉพาะลูกจ้างของสถานประกอบกิจการที่รัฐบาล ปิดเท่านั้น ผมขอชี้แจงอย่างนี้นะครับ คำนิยามของคำว่าเหตุสุดวิสัยนั้น ครอบคลุมถึงกรณี ลูกจ้างของสถานประกอบกิจการที่รัฐบาลสั่งปิดในโควิด (COVID) และรวมถึงกรณีเพิ่มเติม ในมาตรา ๗๙/๑ เพิ่มเติมมาคือผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย มีความเสี่ยง จากการติดเชื้อไวรัสโควิด (COVID) ซึ่งต้องมีการกักตัวเป็นเวลา ๑๔ วัน มีนายจ้างรับรอง หรือนายจ้างไม่ให้มาทำงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยดังกล่าว กลุ่มเหล่านี้ทางประกันสังคม ก็ได้เยียวยา ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนนั้นไม่ได้ไปทำงาน แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน เหมือนคนอื่น ๆ นะครับ แล้วเพิ่มเติมอีกประเด็นหนึ่งคือมาตรา ๗๙/๑ นั้น เพิ่มเติมมาคือผู้ประกันตนที่ไม่สามารถทำงานได้และไม่ได้รับค่าจ้างในระหว่างนั้น ไม่ว่า นายจ้างจะหยุดประกอบกิจการเองหรือหยุดประกอบกิจการตามคำสั่งของทางราชการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) มีสิทธิได้รับ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ของค่าแรงรายวัน แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน อันนี้ของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อตอนเช้าที่ถามมานะครับ
ท่านต่อไปที่ถามมาว่าการจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบ ไม่ครบ ๖ เดือนที่นับ ๑๕ เดือนถอยไปที่มีการล่าช้า ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่ากระทรวงแรงงานนั้น เราได้ตระหนักและให้ความเป็นห่วงบุคคล เหล่านี้เป็นที่ตั้งอยู่แล้ว ตอนที่เรามีโครงการของกระทรวงการคลังที่ชื่อโครงการเราไม่ทิ้งกัน ซึ่งมีผู้ประกันตนลงทะเบียนรับเงินเยียวยาจากโครงการดังกล่าวไปประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าราย ส่วนที่ตกค้างซึ่งมาที่กระทรวงแรงงาน เราก็ส่งรายชื่อต่าง ๆ กลับไปที่กระทรวงแรงงาน เพื่อให้ช่วยเหลือกลุ่มบุคคลเหล่านี้ ซึ่งเขาส่งสมทบมาไม่ถึง ๖ เดือน ภายใน ๑๕ เดือนที่เขา ทำงาน มีประมาณ ๕๙,๗๗๖ ราย จำนวนเงิน ๘๖๙ ล้านบาทเศษ ตอนนี้เราได้จ่ายไปแล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าราย เราคาดว่าจะทำการจ่ายได้หมดภายในเร็ว ๆ นี้ พอดีติดปัญหาในเรื่องของ เอกสารที่เราต้องนำส่งทางกระทรวงการคลัง ส่วนในเรื่องของเพื่อนสมาชิกซึ่งได้เป็นห่วง ในเรื่องที่ผมได้มีนโยบายให้กับทางประกันสังคมได้ลดเงินสมทบลูกจ้างกับนายจ้าง จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้มีการช่วยเหลือช่วงที่ ๑ ไปแล้วว่านายจ้างจ่าย ๔ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้างจ่าย ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่นิยามของประกันสังคมคือการเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขของนายจ้างและลูกจ้าง ดังนั้นระยะเวลาที่หมดมา ๓ เดือน ทางบอร์ด (Board) ประกันสังคมซึ่งเป็นบอร์ด (Board) ๓ ฝ่าย มีประธานบอร์ด (Board) เป็นปลัดกระทรวง ฝ่ายลูกจ้าง ฝ่ายนายจ้าง ก็ได้หารือกัน ว่าเราอาจจะต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการให้รักษาการจ้างงาน แล้วเราต้องช่วยเหลือ ผู้ประกันตนซึ่งต้องนำส่งเงินสมทบที่หมดระยะเวลาไปแล้ว เราก็ได้ต่อขยายไปเวลาไปอีก ๓ เดือน เป็นนายจ้างจ่าย ๒ เปอร์เซ็นต์ ลูกจ้างจ่าย ๒ เปอร์เซ็นต์จาก ๕ เปอร์เซ็นต์ สิ่งนี้ ทำให้นายจ้างและลูกจ้างมีเงินกลับมาในระบบการใช้เงินในการนำมาใช้จ่ายในระบบฐานราก ของเศรษฐกิจ ๓ เดือนเป็นเงิน ๒๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้ง ๒ รอบ รอบที่แล้วครั้งแรก ด้วยประมาณ ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเงินเหล่านี้ถ้าเราไม่ทำนโยบายตัวนี้ช่วยเหลือ ผู้ประกันตนหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการ เงินส่วนนี้ก็จะอยู่ในกองทุนประกันสังคม ผมเข้าใจว่า ด้วยความที่เพื่อนสมาชิกที่เคารพเป็นห่วงเงินกองทุนประกันสังคม ผมต้องกราบขอบพระคุณ ด้วยความเคารพ ผมจะนำเรียนว่าการพิจารณาในนโยบายต่าง ๆ ของประกันสังคมเป็นเรื่อง ของไตรภาคี ๓ ฝ่ายที่เขาพิจารณากัน แล้วผมก็จะเรียนเมื่อสักครู่นี้ผมได้ให้ข้อมูล เช็ก (Check) จากระบบประกันสังคมว่า ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน สถานะของเงินกองทุน ประกันสังคมมีอยู่เท่าไร ๑. ในกองทุน ๔ กรณี คือ เจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุอันตราย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย มีอยู่ ๗๒,๖๘๙ ล้านบาท ๒. กองทุน ๒ กรณี กองทุน ชราภาพ กองทุนสงเคราะห์บุตร มีจำนวน ๑,๘๖๗,๐๔๔ ล้านบาท ๓. กรณีการว่างงาน กองทุนนี้จะเหลือเงินอยู่ ๑๖๑,๑๐๑ ล้านบาท ผมเรียนว่าสถานะการเงินของประกันสังคมนั้น ยังมั่นคงและแข็งแรงนะครับ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความเป็นห่วง ในระยะเวลาที่ผมเข้ามาทำงาน เกือบ ๆ ๑ เดือนในกระทรวงแรงงานนั้น ผมเองก็ได้รับนโยบาย ได้รับการกำชับในเรื่องการ ว่างงานของกระทรวงแรงงานซึ่งมีผลกระทบมาจากโควิด (COVID) ผมกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ สิ่งที่ผมเข้ามาทีแรกผมก็ ต้องการตัวเลขอย่างที่เพื่อนสมาชิกให้คำแนะนำว่าตัวเลขมีจากนอกระบบด้วย แต่ผมเอง ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าตัวเลขนอกระบบนั้นผมพยายามจะทำความเข้าใจกับผู้ที่ทำงาน นอกระบบว่าขอเข้ามาสู่ในระบบ มาตรา ๔๐ เพื่อที่ผมจะได้รู้ว่าท่านตกงาน ท่านทำอาชีพ อะไร ซึ่งกองทุนประกันสังคมจะได้หาทางช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาให้ท่านได้ เพราะฉะนั้น ผมก็ต้องคิดถึงตัวเลขว่างงานจากระบบ ซึ่งผมมีตัวเลขผู้ประกันตน มาตรา ๓๓ อยู่ประมาณ ๑๑ ล้านกว่าคน หรือ ๑๒ ล้านคน มาตรา ๓๙ อยู่ประมาณสักล้านกว่าคน มาตรา ๔๐ อีก ๓ ล้านกว่าคน รวมแล้ว ๑๖ ล้านกว่าคน ผมจะให้ดูสไลด์ (Slide) นะครับ ข้อที่ ๑ คือการ ว่างงานจากกรณีลาออก ซึ่งกองทุนประกันสังคมนั้นได้ช่วยเหลือผู้ที่ใช้สิทธิ เราจ่ายให้ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน ข้อมูลถึงวันที่ ๓๐ สิงหาคม จำนวน ๕๗๑,๘๗๐ คน ข้อที่ ๒ คือการว่างงานจากกรณีสิ้นสุดสัญญาจ้าง คือกลุ่มคนเหล่านี้เขามีสัญญาการจ้างงาน ระยะสั้น พอหมดสัญญาจ้างเขาก็ต้องหมดไป แต่เขาก็ใช้สิทธิกรณีว่างงาน ๔๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๙๐ วัน อีก ๓๐,๕๙๖ คน ข้อที่ ๓ คือการว่างงานจากกรณีการเลิกจ้าง อันนี้คือ ผลกระทบ ผมก็ยอมรับนะครับว่าถ้าเกิดกรณีเลิกจ้างอาจจะเกิดจากบริษัทประสบปัญหาต่าง ๆ ตรงนี้เราจ่ายเงินกรณีว่างงานให้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าจ้าง ไม่เกิน ๒๐๐ วัน อีก ๒๖๐,๕๔๒ คน ตัวเลขว่างงาน ณ วันนี้ จาก ๗๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ท่านเคยบอก ผมก็อัปเดต (Update) ตัวเลขมาล่าสุด ๘๖๓,๐๐๘ คน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผู้ประกันตน ผมเรียนอย่างนี้ครับ การทำงานมีการออกแล้วก็มีการเข้า อันนี้เป็นสถิติจากประกันสังคม กิจการที่ออกไป ๑๐,๐๐๐ กว่ากิจการ กิจการที่จดเข้ามาใหม่ ๑๒,๐๐๐ กว่ากิจการ แปลว่าเศรษฐกิจต่าง ๆ เขาก็ไม่ได้หยุดหมดไปเลยนะครับ เขาก็กลับมามีกิจการใหม่ ๆ เปิดขึ้นมา มีผู้ประกันตน เข้ามาในระบบประกันสังคมอีก ๒๑๒,๐๐๐ ราย อันนี้ก็คือเรามีขาออก เราก็มีขาเข้าเข้ามา ตัวเลขที่ทุกท่านเป็นห่วง ผมเองก็เป็นห่วงวันที่ผมมารับตำแหน่ง ที่หลาย ๆ ท่านพูด ๗-๙ ล้านราย ผมเรียนด้วยความเคารพว่าผมไม่เคยที่จะปฏิเสธข้อมูลของเพื่อนสมาชิก หรือข้อมูลของทางสื่อมวลชนหรือข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีให้ผมนะครับ แต่ผมก็ต้องรู้ ตัวเลขว่าสิ่งที่ผมกลัวเหมือนกันคือการว่างงานจากมาตรา ๗๙/๑ คือเราจ่ายเยียวยา ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ช่วงที่เกิดโควิด (COVID) ที่ปิดโดยรัฐบาลสั่งปิด หรือกิจการเขาขอปิดตัว อย่างเช่น ห้างสรรพสินค้า ร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ โรงหนัง มีจำนวนที่มาใช้สิทธิเยียวยา ๖๒ เปอร์เซ็นต์นั้น ๙๓๖,๐๘๒ ราย ตัวเลขตัวนี้คือตัวที่ผมกลัวที่สุดว่าถ้าเขาไม่กลับไปสู่ใน ระบบการจ้างงานนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องนำมาเป็นส่วนของยอดคนตกงาน แต่ ณ ปัจจุบัน วันนี้ผมเองได้เข้าไปดูตัวเลขมา กลับเข้าทำงานปกติแล้ว ๙๒.๘ เปอร์เซ็นต์ กลับเข้ามาสู่ ระบบการจ้างงานแล้ว ๘๖๘,๔๑๔ ราย แต่มีส่วนที่เขากลับไปช่วงที่เกิดโควิด (COVID) เขากลับไปบ้านที่ต่างจังหวัด เขาอาจจะไปทำเกษตร ไปทำสวน หรืออยู่กับคุณพ่อคุณแม่ มีลาออกไป ๔๘,๓๙๓ ราย กลุ่มนี้ก็คือไม่ได้ทำงานแล้วครับคือออกไป แล้วก็มีกลุ่มหนึ่งที่เรารออยู่ที่จะกลับมาประมาณ ๑๙,๒๗๕ ราย สรุปคือข้อควรระวังที่ผมระวังที่สุดคือมาตราที่เราจ่าย ๖๒ เปอร์เซ็นต์ ๙๓๖,๐๘๒ ราย ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกที่เคารพนะครับ ผ่านไปยัง พี่น้องทางบ้านนะครับว่าตัวเลขตรงก้อนนี้ได้กลับเข้าสู่ระบบไป ๙๒.๘ เปอร์เซ็นต์แล้ว ตัวเลขอีกตัวหนึ่งที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานนั้นจะมีมาตรา ๗๕ เกิดจากการ ปิดกิจการชั่วคราว เช่น เครื่องบินที่จะต้องไปรับวัตถุดิบจากต่างประเทศ จากยุโรปมาผลิต วันที่เกิดโควิด (COVID) ทั่วโลกนั้นไม่มีน่านฟ้าไหนเปิดเครื่องบินบินได้ เขาก็มาแจ้งความ จำนงว่าเขาขอใช้มาตรา ๗๕ วันที่พีก (Peak) ที่สุดนะครับ ช่วงเดือนเมษายน วันที่ ๑ ซึ่งเยอะที่สุด ๔๗๖,๘๕๖ คน ข้อมูลวันนี้วันที่ ๓๑ สิงหาคม ที่ผมไปนำข้อมูลมากลับเข้าสู่ การจ้างงานปกติแล้ว ๓๐๕,๖๑๕ ราย เหลือมาตรา ๗๕ ตัวนี้ที่นายจ้างกำลังชะลอไว้ อยู่ประมาณ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าราย ก็จะรวมเป็นประมาณ ๑๙๐,๕๑๖ ราย ผมเอาตัวเลข ๒ ก้อนนี้ ๑๙๐,๐๐๐ บวกกับอีก ๘๐๐,๐๐๐ ถ้าพูดแบบไม่นับตัวเลขเข้านะครับ ผมตีกลม ๆ คือ ๑ ล้านตำแหน่ง ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป ผมก็ต้องมานั่งคิดว่าผมเข้ามาแล้วนี่ผมจะทำ อย่างไรถึงจะตีโจทย์ให้แตก ถ้าผมให้จัดหางานจังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี จัดหางานมา มันก็ไม่เพียงพอ เพราะว่าต่างคนต่างทำ ผมก็ตั้งศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติขึ้นมา เพื่อรวมดาต้า (Data) ข้อมูลทั้งหมดมาที่เซ็นเตอร์ (Center) แล้วผมเองนั้นก็ได้ คอนเฟอร์เรนซ์ (Conference) ไปที่จัดหางานทุกจังหวัด ให้ทำหน้าที่เหมือนเซลล์ออกจาก ออฟฟิศไปพบผู้ประกอบการ ไปนำตัวเลขผู้ประกอบการที่ต้องการจ้างงานวันนี้เศรษฐกิจ เริ่มฟื้นบางประเภท ต้องใช้คำว่าบางประเภท ให้ออกจากออฟฟิศตัวเอง ให้ออกจากที่ทำงาน ไปหางาน เอาตัวเลขเข้ามาที่ศูนย์อำนวยการแรงงานแห่งชาติ เพื่อที่จะจัดงานจ็อบ เอกซ์โป ไทยแลนด์ (Job Expo Thailand) นะครับ สิ่งที่ผมกราบเรียนเพื่อนสมาชิกที่เคารพนะครับ ผมเองนั้นไม่ได้คิดอะไรเป็นอย่างอื่น ผมเข้ามาผมก็พยายามแก้ปัญหาให้ถูกจุดนะครับ ผมดู ตัวเลขว่างงาน ๗๐๐,๐๐๐ คน ๘๐๐,๐๐๐ คน ผมไม่นับตัวเลขเข้า ผมรวมตัวเลขเฝ้าระวัง อีก ๑๙๐,๐๐๐ ผมตีว่า ๑ ล้าน กลม ๆ ผมก็ขอจัดงานจ็อบ เอกซ์โป (Job Expo) ขึ้นมา เพื่อรวมทุกภาคส่วนทั้งประเทศไทยจัดที่ส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร วันที่ ๒๖ ๒๗ ๒๘ ช่วงของปลายเดือน เหตุผลที่ผมจัด ๑ ล้านตำแหน่ง ผมเองก็ต้องไปหางาน เดินหางาน ของานกับกลุ่มเอกชนต่าง ๆ เหมือนกันนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจัดงาน ๑ ล้านตำแหน่ง ออกไป ในเป็นสิ่งที่เราสร้างความเชื่อมั่นว่าทุกท่านพี่น้องประชาชนผู้ตกงาน ผู้ว่างงาน เข้ามาที่บูท (Booth) หรือเข้ามาที่งานนี้ได้ เราจะมีบริษัทต่าง ๆ ที่ต้องการงาน ต้องการ คนทำงาน เขาจะเปิดรออยู่นะครับ ขอเปิดสไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ