ประยุทธ์ แจงความคืบหน้าอีอีซี-วัคซีน-โครงสร้างพื้นฐาน ยันเดินหน้าตามกฎหมาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงหลายประเด็นสำคัญต่อสภา ทั้งด้านเศรษฐกิจ การแจกเงินเยียวยา การจัดการคดีความ และข้อกล่าวหาผลประโยชน์เกี่ยวกับโรงไฟฟ้า โดยย้ำจุดยืนทางศาสนาและการดำเนินการภายใต้ข้อจำกัดของสัญญารัฐบาลชุดก่อน พร้อมเน้นความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ความร่วมมือของทุกฝ่าย และมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปรับโครงสร้างหนี้ และส่งเสริมการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะเดียวกันได้รายงานความคืบหน้าโครงการอีอีซี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านราง ถนน น้ำ อากาศ การนำเทคโนโลยี 5G มาใช้ และการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ผ่านการพัฒนาร่วมกับหน่วยงานสาธารณสุข การถ่ายทอดเทคโนโลยีกับต่างประเทศ และการวิจัยร่วม โดยมีงบประมาณรองรับกว่า 45,000 ล้านบาท พร้อมยืนยันความโปร่งใสของกระบวนการยุติธรรมที่ไม่แทรกแซง เนื่องจากองค์กรที่เกี่ยวข้องมีความเป็นอิสระ และแสดงความพร้อมในการสนับสนุนการแก้ปัญหาเพื่อความสงบสุขของประเทศ

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เมื่อสักครู่มีการพูดถึงในเรื่องของการพิมพ์แบงก์ ในเรื่องของคิวอี (QE) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เดี๋ยวคงจะมีคำชี้แจง หลาย ๆ อย่างมันดำเนินการไม่ได้มากขนาดนั้น เรื่องการแจกเงิน ๓๐,๐๖๖ ล้านคน ตัวเลขก็เหมือนเดิม ลองคูณออกมาแล้วกัน จะหาเงินจากที่ไหน ๑.๙๘ ล้านล้านบาท คูณตัวเลขเอาดู อย่าลืมเลข ๐ หลายตัวอยู่ข้างหลังนะครับ เรื่องงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการที่บอกว่าลดลง มันก็ลดลงแน่นอน เพราะว่า มีกระทรวงใหม่ขึ้นมาคือกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เขาแยกกระทรวงออกมาแล้ว งบประมาณกระทรวงศึกษาธิการก็ต้องดึงมาอยู่ตรงนี้ การกำกับดูแลมหาวิทยาลัย เรื่องคดีบอสอะไรต่าง ๆ ท่านก็พูดมาเองว่ามันเกิดตั้งแต่ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็ปี ๒๕๕๕ อะไรนี่ ซึ่งจริง ๆ แล้วก่อนหน้านั้นผมก็ไม่ได้เป็นรัฐบาล เพราะฉะนั้นขณะนี้กำลังแก้ไขตรงนี้อยู่ ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่จะต้องไปแก้ในเรื่องของ กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด ทั้งตำรวจ อัยการ และศาล ซึ่งทำไปด้วยกันนะครับ ไม่ใช่ว่า ใครจะมีอำนาจเหนือกว่าใคร แต่ทำอย่างไรจะให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล แล้วกฎหมายต่าง ๆ ยังต้องแก้ไขอย่างไร ตามข้อเสนอแนะของท่านวิชา ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่นะครับ เรื่องโรงไฟฟ้าที่กล่าวเมื่อสักครู่ว่าผมได้รับผลประโยชน์อะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าผมไม่ได้อะไรนะ เพราะว่าโรงไฟฟ้าที่ว่านี้เป็นข้อตกลงของรัฐบาลก่อนหน้าผมเข้ามา แล้วไปตกลงไว้ ๕,๐๐๐ เมกะวัตต์ ไปทบทวนดูด้วยแล้วกันมาจากสมัยไหน ของใคร แล้วผมเข้ามา ผมนั่งทบทวนปรากฏว่า พิจารณาจากข้อกฎหมายต่าง ๆ แล้วเสียเปรียบทุกอย่างเพราะท่านไปเซ็นสัญญากันเอาไว้ ให้เขาก่อสร้าง ให้อะไรต่าง ๆ แล้วแต่ รัฐบาลมีความพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะแก้ปัญหา มันก็แก้ไม่ได้เพราะมันพันด้วยสัญญาที่ทำกันไว้ก่อนหน้าผมเข้ามานะครับ เรื่องศาสนา ผมยืนยันอีกครั้ง ผมเป็นคนไทยพุทธ ผมก็เป็นคนไทยพุทธมาตั้งแต่เกิดไม่เคยเปลี่ยนศาสนา สักทีเลย แล้วครอบครัวผมก็ไทยพุทธ แล้วผมก็พุทธศาสนา แต่ท่านอย่าแยกแยะมากนักเลย ความขัดแย้งมันก็สูงขึ้นอยู่แล้ว ในขณะนี้มันก็มี ๕ ศาสนาในประเทศไทย แล้วท่านก็บอกว่า ทุกคนคือคนไทยนับถือศาสนาใด ๆ ก็ได้ ก็ต้องไปพิจารณาดูว่ามันขาดเหลือกันอย่างไร เดี๋ยวค่อยว่าอีกที ผมก็จะไปดูให้มีคนรับผิดชอบในเรื่องนี้อยู่แล้ว ก็รับข้อสังเกตไปนะครับ ถ้ามันขาดเหลืออะไร อย่างไร

เรื่องต่อไปผมอยากกราบเรียนในเรื่องของที่เป็นประโยชน์แล้วต้องการ สร้างการรับรู้กับบรรดาประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านด้วย ผมก็จะขอเริ่มต้นด้วยการทบทวน ความสำเร็จของเราในช่วงที่ผ่านมา ที่ฟังมาทั้งหมดเหมือนกับล้มเหลวไปทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมก็จะพูดถึงความสำเร็จบ้างที่หลายคนอาจจะลืมไป หลายคนอาจจะนึกไม่ถึง หลายคนอาจจะไม่สนใจ เอาอย่างนั้นดีกว่าง่าย ๆ ทั้งนี้ก็สำเร็จด้วยความร่วมมือของ ประชาชนคนไทยทุกภาคส่วน ไม่ใช่ผมคนเดียวที่ทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคไวรัสโคโรนา (Corona) อยู่ภายใต้การควบคุม ยืนยันใช้คำว่าอยู่ภายใต้การควบคุม กิจกรรมต่าง ๆ ภายในประเทศที่ได้มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) อะไรต่าง ๆ ก็ได้เริ่ม ผ่อนคลายเป็นระยะที่ ๕ แล้ว มาตรการที่เข้มงวดก็ลดลงมากเมื่อเทียบกับหลาย ๆ ประเทศ ในโลก ประเทศไทยนั้นใช้เวลาในการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้อยู่ใน ระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ภายใน ๒ เดือน ก่อนหน้านั้นก็มีข่าวการแพร่ระบาด ในต่างประเทศ ท่านก็คงทราบดี เราก็ทราบดี เรามีการเตรียมการต่าง ๆ รองรับตรงนี้ไว้ ในช่วงเดือนมีนาคม เดือนเมษายน เราก็เอาทุกอย่างที่เตรียมไว้พร้อมแล้วออกมาดำเนินการ ขับเคลื่อนต่อเนื่องเป็นเวลาอีก ๑๐๑ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๒ กรกฎาคม ซึ่งก็ปรากฏว่าไม่ปรากฏผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเลย โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อรายใหม่ส่วนใหญ่ ก็เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ แล้วก็อยู่ในสเตต ควอรันทีน (State quarantine) บ้าง โลคัล ควอรันทีน (Local quarantine) บ้าง ซึ่งปัจจุบันตัวเลขสะสมก็คือ ๓,๐๐๐ กว่าคน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีการรักษา มีการคัดแยก คัดกรอง รักษา จนกระทั่งวันนี้เหลือผู้ติดเชื้อ รักษาตัวอยู่ในสถานพยาบาลประมาณ ๑๐๐ คน แล้วรองรับได้แน่นอน ก็อย่างที่ท่านบอกแล้ว เรามีมาตรการความพร้อมทั้งแพทย์ พยาบาล เครื่องไม้เครื่องมือ สถานที่ครบถ้วน รัฐบาล ก็เติมสนับสนุนงบประมาณลงไปแล้ว อย่างไรก็ตามจากการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ในประเทศวันที่ ๓ ที่ผ่านมานั้น ผมว่ามันน่าจะเป็นบทเรียนที่ช่วยกระตุ้นให้เราทุกคน ตระหนักอยู่เสมอ แล้วก็การ์ด (Guard) ไม่ตก ที่เราทำมาถึงวันนี้เพราะการ์ด (Guard) เรา ไม่ตก ท่ามกลางการแพร่ระบาดอย่างหนักหน่วงทั่วโลก มากกว่าที่จะไปช่วยกันสร้างความ ตื่นตระหนก เอาเรื่องนี้มาพันเรื่องโน้น เรื่องโน้นมาพันเรื่องนี้ เพราะเราเคยได้ทำสำเร็จ มาแล้วในการแก้ไขความกังวลจากเหตุการณ์ที่จังหวัดระยอง เรียกคืนความเชื่อมั่นมาอีกครั้ง ภายในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการสอบสวน ติดตามโรคอย่างละเอียดเอาจริงเอาจัง เพราะฉะนั้นถ้ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้มันก็ต้องพยายามแก้ไขปัญหาให้ได้ ปัญหาเขามีไว้ให้แก้ มันไม่มีวิธีการใดวิธีการหนึ่งที่มันจะทำได้ทันทีแล้วก็ถูกต้องที่สุด เพราะสถานการณ์มันขึ้นอยู่กับ คนหลายคน พื้นที่กว้างขวางในประเทศไทย ความเข้มแข็งด้านสาธารณสุขของประเทศ ท่านก็ทราบดีอยู่แล้วว่าเรานั้นอยู่ในระดับต้น ๆ แม้ว่ารัฐบาลนั้นจะให้ความสำคัญกับการ ควบคุมโรค แต่ก็ตระหนักถึงผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจด้วย เช่น การปิดน่านฟ้าสนามบิน ปิดสถานประกอบกิจการจำนวนมาก เราก็ได้ออกมาตรการในเชิงการลดผลกระทบเหล่านี้ ในระยะแรก เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจาก โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ใช่ประเทศไทยล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศเดียว สนามบินทุกประเทศหลายประเทศวันนี้ก็ยังไม่เปิดทำการ ไม่เปิดการบินอยู่ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเปิดอย่างไรก็ตามถ้าเขาไม่บินมามันก็จบเหมือนกันนั่นละ คราวนี้ประเด็นสำคัญ ก็คือการที่ท่านบอกว่าให้เอาคนเข้ามา ผมพยายามทำตรงนี้อยู่แล้วในการที่ศึกษาว่าต่อไป จะทำอย่างไร ผมไม่ได้หมายความว่าทำตอนนี้ เพราะว่าคนในพื้นที่ก็ยังขัดแย้งอยู่ ยังไม่ต้องการ ไม่ชอบ ขณะเดียวกันเศรษฐกิจมันก็แย่ ก็ต้องหารือกันต่อไป ศึกษา ในรายละเอียดกันอีกครั้งหนึ่งว่าจะร่วมมือกันได้อย่างไร ในสิ่งที่รัฐบาลทำไปแล้วท่านจะเห็นได้ว่าเราก็พยายามใช้งบประมาณที่เรามีอยู่ ๑ ล้านล้านบาท ที่กู้มา ผมก็เรียนไปขั้นต้นแล้ว เราได้เยียวยาชดเชยรายได้ประชาชนประมาณ ๓๑.๔ ล้านคน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ๑๕.๓ ล้านคน เกษตรกร ๗.๕ ล้านคน แรงงานในระบบประกันสังคม อีก ๙๓๖,๐๐๐ คน กลุ่มเปราะบาง เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ คนพิการ ๖.๖๕ ล้านคน ประชาชนที่มีบัตรสวัสดิการของรัฐอีก ๑,๐๒๕,๐๐๐ คน ในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายให้กับ ประชาชน แรงงาน สถานประกอบการ ลดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบริการโทรศัพท์มือถือ ลดค่าซื้อ ก๊าซหุงต้ม ลดภาระภาษี เลื่อนระยะเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้ นิติบุคคล ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราร้อยละ ๙๐ การส่งคือหยุด การลดและเลื่อน ระยะเวลาการส่งเงินสมทบประกันสังคมทั้งในส่วนของนายจ้างและลูกจ้าง การยกเว้น เลื่อนระยะเวลา ลดค่าธรรมเนียมทางธุรกรรมต่าง ๆ แน่นอนครับรายได้ลดลงแน่นอน เราก็ต้องเป็นปัญหาอีกทีว่าเราจะมีเงินเหลือเท่าไร หลังจากที่มีมาตรการลดช่วยเหลือ ประชาชนอย่างนี้ ผมคิดว่าประชาชนก็รออยู่ในเรื่องนี้ แล้วผมก็ไม่สามารถที่จะไปเก็บภาษีได้ ถ้าเขาไม่มีเงินจะจ่าย แต่ว่ามีการผ่อนชำระ ยืดระยะหนี้ เคลียร์ (Clear) หนี้ เดี๋ยวท่านรอง นายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจก็คงจะมาชี้แจงอีกครั้งหนึ่ง การลดภาระหนี้เดิมที่ท่านว่า มีของประชาชนและผู้ประกอบการ เช่นการพักชำระหนี้เงินต้น ลดดอกเบี้ย การปรับ โครงสร้างหนี้ การขยายเวลาชำระหนี้ รวมถึงการหาเงินกู้ฉุกเฉินและเงินกู้ใหม่ในอัตรา ดอกเบี้ยต่ำ อันนี้กำลังพิจารณากันอยู่ว่าจะทำอย่างไรคนที่เข้าไม่ถึง คนที่ไม่มีบัญชีธุรกรรม จะทำอย่างไร กำลังหามาตรการตรงนี้อยู่นะครับ ก็ต้องกราบเรียนว่ามันมีความรับผิดชอบสูง ในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าคิดจะทำอะไรง่าย ๆ แล้วทำไปเลยมันก็มีปัญหาทุกที ผมก็ไม่อยากให้ทุกคนต้องเดือดร้อนในเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องของ พ.ร.บ. การใช้จ่าย งบประมาณ ท่านต้องคำนึงถึงตรงนี้ด้วย เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ก็ได้กล่าวไปแล้ว เรามีแผนงานในการสนับสนุนการจ้างงานกว่า ๑๐๐,๐๐๐ อัตราเป็นระยะแรก รวมทั้งมอบช่วยเหลือเด็กเยาวชนที่ยากจนด้อยโอกาสกว่า ๘๐๐,๐๐๐ คนผ่านกองทุน เสมอภาคทางการศึกษา เพื่อไม่ให้เยาวชนกลุ่มเสี่ยงเหล่านี้หลุดจากระบบการศึกษาไปเป็น ภาระสังคม เรามีหลายมาตรการ ไม่ว่าจะใช้งบประมาณประจำปีของหน่วยงาน ของกระทรวง งบเงินกู้อะไรก็แล้วแต่ มันไม่ใช่มุ่งกันเฉพาะเงินกู้อย่างเดียว รัฐบาลก็ใช้เงิน ตรงอื่นไปอีกมากพอสมควร งบประมาณปี ๒๕๖๓ ด้วยนะครับ แล้วมีส่งต่อไปในปี ๒๕๖๔ สำหรับในเรื่องของผ่อนคลายมาตรการปิดเมือง จำกัดการเดินทาง อันนี้มีความจำเป็นอย่างที่ กราบเรียนไปแล้ว แล้วก็การใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไปกระทบกับคนอื่น ๆ เพียงแต่ว่าป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาด แต่ก็ไม่ได้ไปบังคับใช้อะไรจนมีปัญหาไปเสียทั้งหมด ก็ดูแลกันไปนะครับ มีเรื่องก็แก้ไขปัญหากันให้ไป หลาย ๆ อย่างก็แก้ปัญหาทางกฎหมาย ให้ไปทุกเรื่อง เพราะฉะนั้นปัญหาสถานประกอบการ ปัจจุบันนั้นสถานประกอบการ ทุกประเภทก็สามารถเปิดกิจกรรมได้ แต่ก็คงต้องระมัดระวังอีกเหมือนกัน เพราะเร็ว ๆ นี้ ก็มีปัญหาขึ้นมาอีกเกิดในสถานประกอบการกลางคืนในทำนองนี้ แต่เราก็ยังควบคุมได้อยู่ ติดตามคนเป็นจำนวนหลายร้อยคน เข้ามาตรวจสอบก็ไม่พบขณะนี้ ดัชนีความเชื่อมั่น ทางธุรกิจได้ปรับตัวดีต่อเนื่อง ๓ เดือน อันนี้เป็นดัชนีซึ่งหลาย ๆ คนก็บอกว่าถ้าไปถามคน ก็อย่างที่บอกแล้วคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม คนที่อยู่นอกระบบ คนที่อาชีพอิสระ เรามี หลากหลายกว่าต่างประเทศเขาเยอะ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็กรุณาไปดูในรายละเอียด อีกครั้งหนึ่งนะครับ ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจปรับตัวดีขึ้น ๓ เดือนต่อเนื่อง เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม สถานการณ์การท่องเที่ยวภายในประเทศพบว่ามีอัตรา การเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยทั่วประเทศปรับตัวดีขึ้น ดัชนีว่างงานในระบบประกันสังคมลดลง ราคาสินค้าการเกษตรปรับตัวดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว เนื้อหมู เราขับเคลื่อนทั้งหมดนะครับ ไม่ใช่อันใดอันหนึ่ง สถานการณ์ในปัจจุบัน ณ วันที่ ๘ กันยายน มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก ๒๗.๔๘ ล้านคน เสียชีวิตไปแล้ว ๘๙๖,๘๔๔ คน แล้วอาจจะยังคงมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สำนักต่าง ๆ คาดการณ์ เศรษฐกิจโลกในปี ๒๕๖๓ คาดว่าจีดีพี (GDP) ทุกประเทศมันก็เป็นตัวเลขกลาง ตัวเลขของ องค์กรระหว่างประเทศ ก็ฟังไว้แล้วกัน จะบอกไม่มีประโยชน์เลยมันก็ไม่ได้ จะลดลง ร้อยละ ๔.๙-๖.๐ เศรษฐกิจไทยในปี ๒๕๖๓ อาจจะลดลงถึงร้อยละ ๗.๕ ก็ใกล้เคียงกับที่ ประเมินไว้นะครับ เพราะว่ารายได้ของเราส่วนใหญ่มาจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และการส่งออกที่เป็นรายได้สำคัญของประเทศหายไปอย่างเฉียบพลัน วันนี้รัฐบาลก็พยายามปรับเตรียมการตรงนี้ว่าจะทำอย่างไรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น นวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ ผลิตผลสินค้าเอสเอ็มอี (SMEs) ต่าง ๆ รัฐบาลมีมาตรการเยอะแยะในการที่จะใช้ งบประมาณภาครัฐสนับสนุนสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ของไทย ๒๐๐-๓๐๐ ผลิตภัณฑ์ รวมความไปถึงการอนุมัติให้สามารถจัดซื้อจัดจ้างได้ในส่วนของสินค้าที่มาจากวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์อะไรก็แล้วแต่ ทั้งนี้เพื่อจะแบ่งเบาในเรื่องของรายได้ให้กับประชาชนโดยตรง ไม่ผ่านพ่อค้าคนกลางด้วยอะไรด้วย แต่อย่างไรก็ตามไอเอ็มเอฟ (IMF) นั้นก็คาดว่าเศรษฐกิจ จะหดตัวมากถึงร้อยละ ๘ ถึงร้อยละ ๑๐ และร้อยละ ๑๐.๒ อันนี้คือในภาพรวมของทางด้าน ต่างประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักรและยูโรโซน คาดว่าจะหดตัวถึง ร้อยละ ๘.๐ ร้อยละ ๑๐.๐ หรือร้อยละ ๑๐.๒ ตามลำดับ เราก็ไม่รู้มันจะยุติได้เมื่อไร ผมก็มี ศบค. ขึ้นมาก่อน เรื่องควบคุมการแพร่ระบาด การคัดกรอง การติดเชื้อ มี พ.ร.ก. ฉุกเฉินมา เพื่อจะใช้ในเรื่องของการบูรณาการกฎหมายทุกกฎหมาย เพราะกฎหมายของสาธารณสุขนั้น ไม่เพียงพอ เพราะมันเป็นกฎหมายที่จะใช้คนของสาธารณสุขได้อย่างเดียว วันนี้ใช้ทั้ง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ทั้งเรื่องการข้ามแดน การห้ามเข้าห้ามออกเหล่านี้ กฎหมาย สธ. มันทำไม่ได้ แล้วผมไม่ได้ไปมุ่งหวังในการจะทำร้ายใคร เด็ก ๆ อะไรต่าง ๆ อย่างที่ท่าน กล่าวอ้างอะไรทั้งสิ้น ในส่วนของความเหมาะสมในการขยายระยะเวลามาตรการช่วยเหลือ อะไรต่าง ๆ กำลังพิจารณาอยู่ วันนี้ก็ได้พิจารณาในเรื่องของนายจ้างกับลูกจ้างสามารถ ส่งเงินสมทบในอัตราร้อยละ ๒ อันนี้เป็นการหารือของ ๓ ฝ่าย ของรัฐ ผู้ประกอบการ แล้วก็ ลูกจ้างด้วย เพราะฉะนั้นการจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องแรงงานมันต้องผ่านคณะกรรมการ ๓ ฝ่าย ไม่ใช่รัฐบาลพูดกับคนนี้คนเดียว มันไม่ใช่ เราทำงานกัน ๓ ฝ่าย มันต้องยอมรับกัน การจ้างงานวันนี้เราก็บอกไปแล้วว่าจะเตรียมการที่จะจัดเอกซ์โป (Expo) เราจะรวบรวม แรงงานจากภาครัฐและเอกชนมารองรับการว่างงาน นักศึกษาที่จบใหม่ ผู้ว่างงาน จำนวน ไม่น้อยกว่า ๑ ล้านอัตรา ต้องทำบิ๊ก ดาตา (Big data) ทำแพลตฟอร์ม (Platform) ให้มันสะดวก ให้มันถูกต้อง ให้มันตรงกับที่ท่านสมาชิกกล่าวเมื่อสักครู่ เรื่องโควิด (COVID) มันเข้ามาเร็ว เราบางทีก็ยังไม่พร้อม วันนี้พยายามจะเร่งรัดให้มันพร้อมให้มากที่สุด เพราะฉะนั้น ขออย่าเพิ่งติติงทั้งหมดเลย หลายเรื่องก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ทำมาสมัยรัฐบาลนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้ เราได้ออกมาตรการหลายอย่าง อย่างเช่นรักษาการจ้างลูกจ้างพนักงาน รัฐบาลจะจ่าย ค่าจ้างร่วมกับบริษัทเอกชน อันนี้มีการหารือแล้ว แล้วก็จะจ้างงานนิสิต นักศึกษาที่หลายคน ก็ประสบความเดือดร้อนไปด้วย ทั้งในระดับปริญญาตรี ปวส. ปวช. อีก ๒๖๐,๐๐๐ คน ระยะเวลาในการจ้างงาน ๑ ปี อันนี้ก็กราบเรียนฝากไปถึงน้อง ๆ หลาน ๆ ด้วย

เรื่องเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ผ่านมาได้ออกมาตรการตรงนี้ไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปลดล็อกให้เข้าถึงสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) ของ ธปท. แล้วก็ให้ บสย. เข้ามาค้ำประกัน เงินกู้ การค้ำประกันก็ใช้เงินรัฐบาลอยู่ดี ถ้าสมมุติว่ามันเกิดเอ็นพีแอล (NPL) หนี้สูญ อะไรพวกนี้รัฐบาลก็ต้องเข้าไปดูตรงนี้ แต่วันนี้เดี๋ยวท่านรองนายกรัฐมนตรีคงชี้แจง เรามีโครงการช่วยในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ในกรณีมีเจ้าหนี้หลายรายหรืออะไร ก็แล้วแต่ วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) อันนี้ก็เดี๋ยวคงจะชี้แจงเพิ่มเติม

ในเรื่องโครงการชิมช้อปใช้ วันนี้ผมก็เน้นที่บอกว่าจะกี่หมื่น กี่พัน ๓,๐๐๐ บาท อะไรผมยังไม่ได้อนุมัติอะไรทั้งสิ้น เป็นการหารือกันไว้เฉย ๆ แล้วผมก็ยังไม่เห็นชอบตรงนี้ด้วย ก็จะต้องหารือกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรเพื่อจะอุดหนุนสินค้าผู้ประกอบการรายย่อยทั่วไป เป็นหลัก เช่น หาบเร่ แผงลอย รถเข็น ตลาดสด เหล่านี้เป็นต้น รัฐบาลจะช่วยค่าใช้จ่าย ๕๐ เปอร์เซ็นต์เพื่อใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม กำลังจะออกมาเร็ว ๆ นี้ กำลัง หาข้อยุติให้ได้

เรื่องการท่องเที่ยวไทย วันนี้ก็จะเห็นว่าถึงแม้ว่าจะมีคนท่องเที่ยวน้อย เพราะปริมาณนักท่องเที่ยวในประเทศไทยปริมาณไม่เกินสัก ๒-๓ ล้านคน เพราะฉะนั้นช่วงนี้ ก็ถือว่าดีขึ้นแล้วละ ดีขึ้นบ้าง แต่มันไม่เพียงพอหรอกครับกับคน ๔๐ ล้านคนที่มาจาก ต่างประเทศ ในเมื่อเขามาไม่ได้แล้วจะทำอย่างไร มันก็ต้องรักษาสภาพนี้ให้ได้ไว้ก่อนใช่ไหมครับ ให้สามารถจ้างพนักงานไว้ได้อะไรไว้ได้ อันนี้ก็ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย

เรื่องต่อไปก็คือว่าในเรื่องของการเปิดรับนักท่องเที่ยวอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็ยัง เป็นการพิจารณาอยู่ เราต้องประคองปัญหาทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอยู่ตลอดเวลา โดยต้อง อาศัยความร่วมมือของประชาชนด้วย ทุกคนนะครับที่เป็นคนไทย

ในเรื่องของการลงทุนเพื่อจะไปหาเงินที่มาใช้ในอนาคต ท่านก็ติติงกัน เรื่องอีอีซี (EEC) วันนี้ก็หลายอย่างก็เกิดขึ้นมาแล้ว สัญญาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ๓ โครงการ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม มาบตาพุดระยะที่ ๓ โครงการสนามบินอู่ตะเภา และระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ทั้ง ๓ โครงการนั้นคาดว่ารัฐจะมีรายได้สุทธิหลังหักเงินลงทุนของภาครัฐประมาณ ๑๙๕,๐๐๐ ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ผมก็ได้ให้นโยบายในเรื่อง ของการจ้างงานไปแล้ว ให้ความสำคัญกับการจ้างงานที่เป็นคนในพื้นที่ให้มากที่สุด ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ไม่ลืมเรื่องการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม การแก้ปัญหาในเรื่องขยะ น้ำเสียในพื้นที่ การพัฒนาเมืองให้น่าอยู่ การพัฒนาระบบสาธารณสุขไม่ให้เกิดความแออัด และมีระบบการศึกษาอาชีวะที่เชื่อมโยงกับงานอีอีซี (EEC) เด็กได้รับทุนการศึกษาพร้อม เบี้ยเลี้ยงและสวัสดิการเมื่อจบแล้วก็มีงานทำทันทีนะครับ รัฐบาลก็มุ่งเน้นแผนงานต่าง ๆ อีกหลายเรื่อง ทั้งเกษตรอัจฉริยะ เกษตรแม่นยำ เกษตรแปลงใหญ่ เกษตรมูลค่าสูง อุตสาหกรรมอาหาร เศรษฐกิจชีวภาพ การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ รัฐบาลให้ความสำคัญ ต่อเรื่องนี้ ผมถือว่าพี่น้องประชาชน เกษตรกร ถือเป็นรายได้หลัก เป็นกระดูกสันหลัง ของประเทศทำอย่างไรเขาจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น หลายอย่างเราก็ได้ปรับไปบ้างแล้ว แต่จะให้พอใจทีเดียวคงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง

เรื่องของการสร้างโอกาสโครงสร้างพื้นฐานทางราง ทางถนน น้ำ และอากาศ วันนี้เราเร่งรัดรถไฟฟ้า ๑๒ สายทาง แต่ก่อนก็มีอยู่สายทางเดียว วันนี้เราขยายไปทั้งหมด ๒๖๖ กิโลเมตร และให้มีรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น ๔๒๕ กิโลเมตร จากเดิมก่อนปี ๒๕๕๗ อย่าลืมว่ารถไฟฟ้าเรามีแค่ ๘๖ กิโลเมตร เร่งรัดโครงการรถไฟทางคู่อีก ๑๖ โครงการ ๓,๑๕๗ กิโลเมตร จากเดิมมีอยู่เพียง ๓๕๙ กิโลเมตร เร่งรัดพัฒนามอเตอร์เวย์ (Motorway) ๓ สายทาง ระยะทางอีก ๓๒๔ กิโลเมตร จากเดิมนั้นมีเพียง ๒ สายทาง ระยะทาง ๑๔๖ กิโลเมตรเป็นต้น นอกนั้นก็ได้มีการพิจารณาในเรื่องของการพยุงราคายางพารา ในอนาคต ได้มีการมาทำแบริเออร์ (Barrier) อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ทุกอย่างก็แวรี (Vary) ขึ้นตามกลไกของตลาดไปด้วย แต่ก็มีแนวโน้มจะดีขึ้นนะครับ

ในเรื่องของเศรษฐกิจเทคโนโลยี ๕ จี (5G) อีกเหมือนกัน เราก็เร่งการพัฒนา ๕ จี (5G) ในภาคส่วนต่าง ๆ ก็เน้นในเรื่องของระยะที่ ๑ เป็นเรื่องของภาคการศึกษา ภาคการอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคขนส่ง การท่องเที่ยว ภาคการเงิน การค้าส่ง ค้าปลีก ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากการมีเทคโนโลยี ๕ จี (5G) เช่นการทำธุรกิจ ออนไลน์ (Online) ผ่านโครงข่าย ๕ จี (5G) ที่มีความรวดเร็วปลอดภัยและมีเสถียรภาพสูง เข้าถึงบริการให้คำแนะนำด้านสุขภาพ วินิจฉัยโรคผ่านวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ (Video Conference) บนมือถือได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วก็ขณะนี้กำลังดำเนินการนำร่องกับ โรงพยาบาลศิริราช โรงเรียนเกษตรอัจฉริยะ ๕ จี (5G) วันนี้ก็ได้ดำเนินการนำร่องอะไรต่าง ๆ หลายอย่างก็ต้องนำร่องเพราะว่ามันใช้งบประมาณสูง คราวนี้ถ้าทำแล้วมันก็เป็นเหมือน แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) หรือเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ที่จะทำต่อไป ทุกอย่างมันต้อง มีการเริ่มต้นเสมอเพื่อจะได้เดินหน้าต่อไปตามงบประมาณที่เรามีอยู่อย่างจำกัด วันนี้ เรื่องเกษตรเราก็ไปนำร่องอยู่ที่มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง

ในส่วนวัคซีน เพื่อให้ทุกคนไม่ห่วงกังวลมากนัก อย่างไรก็ห่วงนะครับ ผมคิดว่า วันนี้เราหาแนวทางอยู่หลายแนวทางด้วยกัน แนวทางแรกคือดำเนินการเองโดยรัฐบาล โดยหน่วยงานด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลต่าง ๆ เหล่านี้ ก็มีเม็ดเงินต่าง ๆ ในการวิจัยและ พัฒนาในสิ่งที่เป็นความก้าวหน้าว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป อันที่ ๒ เราก็ร่วมมือกับ ต่างประเทศด้วย ปรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อผลิตจากผู้ผลิตในต่างประเทศที่มี ความพร้อม อีกอันหนึ่งก็คือร่วมในเรื่องของการวิจัยและพัฒนากับเขา มี ๓ ช่องทางนะครับ เราก็คาดว่าสิ่งที่ต้องการก็ประมาณ ๒๐ ล้านโดส (Dose) ในระยะแรก เราได้เตรียมเงินไว้ หมดแล้วละ เงินตรงนี้ก็อยู่ในส่วนของงบประมาณที่กันไว้ของกระทรวงสาธารณสุขในก้อนแรก ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) โดยเฉพาะ เงินยังมีอยู่ อย่าคิดว่ามันหมดไปแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวังนะครับ แล้วก็เตรียมในเรื่องของการ รองรับอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นงบกลางอะไรก็แล้วแต่

อีกเรื่องหนึ่งก็คือผมอยากจะกราบเรียนว่า ถึงแม้เราจะติติงอย่างไรก็ตาม ประเทศไทยนะครับ แต่คนข้างนอกเขาคิดกับเราอย่างไร เรื่องการแก้ปัญหาแพร่ระบาดของ ประเทศไทย จีซีไอ (GCI) จัดให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ฟื้นตัวจากโควิด (COVID) ดีที่สุด อันดับ ๑ ของโลก ยูเอส นิวส์ เวิลด์ รีพอร์ต (U.S. News World Report) จัดประเทศไทย มีความเหมาะสมที่สุดในการเริ่มต้นธุรกิจ เราแก้ปัญหาเรื่องกฎหมาย เรื่องการอำนวยความสะดวก ไปเยอะแยะ ๓๐ กว่ารายการ ซึ่งแต่ก่อนยังไม่ได้รับการดูแลตรงนี้เลย มหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) จัดให้ประเทศไทยสามารถจัดการระบาดโควิด (COVID) เป็นอันดับที่ ๑ ของเอเชีย และอันดับที่ ๖ ของโลก องค์การอนามัยโลกเลือกประเทศไทย ถ่ายทำสารคดีการจัดการโควิด (COVID) สหประชาชาติชื่นชมประเทศไทยเป็นตัวอย่างของ ความแข็งแกร่งและความสามัคคีของประชาชน ศูนย์ควบคุมโรคสหรัฐอเมริกาจัดให้ประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๗ ประเทศที่เสี่ยงโควิด (COVID) ต่ำ สำนักงานบลูมเบิร์กจัดให้ประเทศไทยอยู่อันดับ ๔ ในการจัดการปัญหาโควิด (COVID) ของ กลุ่มประเทศเศรษฐกิจกำลังพัฒนา บริษัทการท่องเที่ยวของประเทศเยอรมนีประกาศให้ ประเทศไทยมีการท่องเที่ยวปลอดภัยที่สุดในโลกในช่วงโควิด (COVID) สหภาพยุโรป ให้ประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๑๕ ประเทศปลอดภัยที่เดินทางเข้าสหภาพยุโรปได้ สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น (CNN) ชมเชยประเทศไทยเป็น ๑ ใน ๑๔ ประเทศ ที่ผู้นำประเทศและเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขบริหารจัดการโควิด (COVID) ได้ดีมาก อันนี้เป็นสิ่งที่ข้างนอกเขามองเรา ข้างใน จะมองผมอย่างไร ผมก็ฟังท่านอยู่แล้ว ผมก็ปรับทุกอย่างให้มันดีขึ้นก็แล้วกัน ในส่วนของ ความคืบหน้าการวิจัยวัคซีนพูดไปแล้วนะครับ อันนี้ก็กราบเรียนชั้นต้น ในเรื่องของ ต่างประเทศที่เอาเข้ามา ไม่เข้ามา รอเข้ามา ไม่เคยทอดทิ้งนะครับ ผมให้กระทรวงการ ต่างประเทศเข้าไปดูแล สถานทูต สถานกงสุลเข้าไปดูแลจัดอาหารการกินไปให้ แล้วเขาก็ รอเวลาที่จะเข้ามา ซึ่งเราก็มีการทยอยเข้ามาในประเทศไทย มีการตรวจสอบคัดกรอง มีสเตต ควอรันทีน (State Quarantine) อะไรต่าง ๆ ตามกติกา เพราะคนไทยยังไม่ยอมตรงนี้ ใครจะเข้ามาก็ตามต้อง ๑๔ วันนะครับ ท่านต้องไปถามคนไทยดูว่าเขาคิดเห็นเป็นอย่างไร สุขภาพ รัฐบาลก็อยู่ตรงกลาง เพราะฉะนั้นก็ต้องช่วยกันตรงนี้ดีกว่านะครับ

ต่อไปก็มีอีกเล็กน้อยนะครับ เมื่อสักครู่ผมพูดไปแล้วเรื่องคดีอะไรต่าง ๆ ก็คิดว่าคงครบแล้วละครับ ผมเองก็พยายามจะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด แล้วผมก็ไม่ใช่คนใจร้าย อยู่แล้วในทุก ๆ เรื่อง เห็นจากที่ผ่านมาผมก็ใจดีเยอะหลายเรื่อง แต่ผมยึดถือกฎหมาย กระบวนการยุติธรรมเป็นหลัก ไม่ได้เลือกปฏิบัติ เพราะผมไม่ได้เป็นคนไปทำเอง เป็นเรื่อง ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตำรวจ อัยการ ศาล ซึ่งทั้ง ๒ หน่วย เรื่ององค์กรอิสระก็เป็น องค์กรอิสระ ซึ่งผมไปก้าวล่วงไม่ได้ ก็เข้าใจตรงนี้ด้วย ผมจะไปสั่งเขา สั่งโน่น สั่งนี่ วันนี้ ท่านก็บอกว่า ส.ว. ก็มีปัญหาโน่น นี่ แล้วผมสั่งหรือเปล่าล่ะครับ ถ้ามันมาอย่างนี้แสดงว่าผม ก็ไม่ได้ไปสั่งอะไรเขา เข้าใจไหม อันนี้ก็ขอให้แก้ปัญหากันไปก็แล้วกัน ผมก็สนับสนุน การแก้ปัญหาทุกอย่างเพื่อให้ประเทศชาติไปสู่ความสงบสุขเรียบร้อยก็แล้วกันนะครับ ก็ขอให้ ทุกคนโชคดีครับ สวัสดีครับ