นภาพร เพ็ชร์จินดา อภิปรายวิกฤตการเมืองและเศรษฐกิจ โดยตั้งคำถามถึงท่าทีของนายกรัฐมนตรีต่อการชุมนุมของนักศึกษา วิพากษ์ความไม่จริงใจในแนวคิดรวมไทยสร้างชาติ และเรียกร้องให้เปิดทางแก้รัฐธรรมนูญตามเสียงประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการเปลี่ยนรัฐมนตรีคลังบ่อยครั้งและอิทธิพลของกลุ่มทุนพลังงานใหญ่ที่อาจครอบงำนโยบายรัฐ ผลักดันผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มผ่านการแต่งตั้งข้าราชการและเรียกร้องตรวจสอบเครือข่าย "เอนเนอร์จี คอนเนกชัน" ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการคลังและทำให้ประชาชนแบกภาระค่าไฟฟ้าสูง ขณะที่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการขยายสัมปทานรถไฟฟ้า 30 ปี ซึ่งเอื้อนายทุนและรัฐบาล ก่อนเรียกร้องให้พลเอก ประยุทธ์ ลาออกและยุบสภายุติวิกฤตการบริหารราชการแผ่นดิน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดิฉันจะขออภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงและเสนอแนะปัญหา เรื่องวิกฤตเศรษฐกิจ วิกฤตการเมืองต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หมวดแรกเป็นวิกฤติ เรื่องการเมือง จากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันม็อบ (Mob) ของนักศึกษาที่ออกมา ใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ กระบวนการของนักศึกษาขณะนี้ถือว่าสำเร็จแล้วที่ช่วย จุดชนวนความคิดให้สังคมหันมามองถึงความไม่ยุติธรรมในสังคมที่ยังไม่ได้เป็นประชาธิปไตย อย่างแท้จริง ที่มีความคิดแต่ไม่กล้าที่จะมาแสดงออก ม็อบ (Mob) ที่ไม่มีการใช้เงิน ม็อบ (Mob) ที่ไม่ได้มีรถถังเป็นแบ็กอัป (Backup) แต่เป็นเหตุผลความถูกต้อง ถ้าท่าน นายกรัฐมนตรีจะจริงใจช่วยฟังข้อเรียกร้องของนักศึกษา เพราะว่าข้อเรียกร้องของพวกเขา แสนที่จะธรรมดาและเรียบง่ายมากสำหรับสังคมที่เรียกตัวเองว่าประชาธิปไตย ถ้าพูดถึงเรื่อง การรวมไทยสร้างชาติในคอนเซปต์ (Concept) ของ พลเอก ประยุทธ์ ดิฉันคิดว่ามัน จะไม่เกิดขึ้นจริง เพราะว่าท่านยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองได้ ท่านยังเล่น ตีบทสองหน้าอยู่กับผู้ที่เห็นต่าง กำจัดผู้ที่เห็นต่างแสดงออก ไม่เปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วม บอกว่านักศึกษาสามารถชุมนุมได้อย่างสงบ แต่พอสิ้นคำพูดตำรวจก็ไปข่มขู่ไปคุกคาม พวกเขา ตั้งข้อหามาตรา ๑๑๖ ถ้านายกรัฐมนตรีไม่สั่งตำรวจเขาจะกล้าไหม ดังนั้นแนวคิดรวมไทยสร้างชาติของท่านไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ เพราะตัวท่านเองยังมีวิถี ที่จะใช้การเป็นรัฐบาลของ คสช. อยู่ จนตอนนี้ท่านก็ยังไม่ทำอะไร จนกระทั่งม็อบ (Mob) วันที่ ๑๙ นี้เขาจะเดินจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ ๒๐ แล้วนี่ ท่านคิดที่จะทำอย่างไรคะ จะทำอย่างไรกับม็อบ (Mob) นักศึกษาเหล่านี้ และการที่ ๖๐ ส.ว. วงแตกเมื่อวานนี้เพราะว่าเขากลัวหรือเพราะว่าเขาถูกท่านสั่งไม่ให้มีการประชุม ยกเลิก ภารกิจที่เขาจะประชุมนั้นไป ตราบใดที่ท่านยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ ส.ว. ก็จะไม่กล้าที่จะ ให้แก้รัฐธรรมนูญ ดังนั้นท่านคนเดียวเท่านั้นที่จะเป็นคนที่จะเปลี่ยนแปลง จะทำให้เกิด การแก้รัฐธรรมนูญนี้ได้ ท่านจะทำความดีสักครั้งได้ไหมก่อนที่จะถูกไล่ออก ด้วยการยอมให้ แก้รัฐธรรมนูญตามเสียงเรียกร้องของสังคม
ต่อไปเป็นหมวดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ต้องการที่จะสื่อสารให้ท่านนายกรัฐมนตรี รับทราบว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในต่างประเทศนี้ถือว่าเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง รองจากหัวหน้ารัฐบาล แต่ ครม. ชุดนี้เปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมาแล้ว ถึง ๒ คนในช่วง ๑ ปีเศษที่ผ่านมา แปลว่าอะไรคะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คนล่าสุดนี้มีความสามารถ เคยบริหารธนาคารกสิกรไทยมาก่อน เป็นทั้งนายกสมาคม ธนาคารไทย ได้รับการยอมรับจากนักการเงินทั้งหลายในประเทศนี้ ทีแรกประชาชนเห็นชื่อ ก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่หลังจากที่รัฐมนตรีคนนี้เข้ารับตำแหน่งได้เพียง ๒๐ วัน ๕ ชั่วโมง ๓๑ นาที แล้วเขาก็ลาออก มันเกิดอะไรขึ้นคะ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมคะ ดิฉันจะชี้เป้าให้ท่านทราบนะคะ ๑. เรื่องการบริหารงานบุคคลในกระทรวงมีความล้มเหลว เกิดขึ้นในระบบราชการไทย กระทรวงการคลัง ท่านนายกรัฐมนตรีทราบไหมคะว่าเกิดมาจาก แรงบีบทางธุรกิจการเมือง โดยที่นายทุนหลายคนก็รู้ว่าใคร ท่านนายกรัฐมนตรีจะรู้ไหมคะ นายทุนพวกนี้คือใคร คนที่หนุนพรรครัฐบาลอย่างไรคะ เพราะว่ามีความใกล้ชิดกับ นายกรัฐมนตรีที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย คนที่มีความใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวกับกลุ่มนี้ กลุ่มนี้มีการร่วมมือกัน กลุ่มนี้เรียกว่าอะไรรู้ไหมคะ นายทุนด้านพลังงาน เบอร์บิ๊ก (Big) ใหญ่เบิ้ม กลุ่มนี้เขาเรียกว่าเอนเนอร์จี คอนเนกชัน ( Energy connection) ท่านนายกรัฐมนตรีจำไว้ในใจนะคะแล้วก็ไปสืบหาดู กลุ่มนี้ทำอะไร พยายามผลักดัน ข้าราชการระดับสูงในกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ แล้วก็บางบอร์ด (Board) ของรัฐวิสาหกิจด้วย ที่คนของตนเองเข้าไปดำรงตำแหน่งที่สำคัญ เช่นในกระทรวงการคลัง โดยมีการร่วมมือจาก ใครบางคนในทำเนียบรัฐบาล คนใกล้ตัวท่านนี้เพราะอะไรคะ คำตอบก็คืออันนี้ไม่ได้กล่าวหา ท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ แต่ขอสมมุติให้ฟังว่าหากคนของกลุ่มเอนเนอร์จี คอนเนกชัน (Energy connection) ได้เข้ารับตำแหน่ง เขาก็จะทำเรื่องเสนอลดหย่อนภาษี เว้นภาษี โรงไฟฟ้าไม่ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ เมกกะวัตต์ นายทุนจะประหยัดเงินไปได้หลายหมื่นล้านบาทต่อปี แล้วทุนพวกนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป มันก็จะกลับมาสนับสนุน มาคืนให้กับพรรคไหนล่ะคะ ท่านนายกรัฐมนตรีลองคิดดู แล้วการเลือกตั้งครั้งหน้าเขาจะทุ่มทุนสนับสนุนพรรคของใครกัน ทุ่มอีกมหาศาล ไม่แค่ช่วยซื้อโต๊ะจีนแค่นั้นนะคะ เรื่องซื้อโต๊ะจีนจิ๊บ ๆ แบบนั้นไม่นับ การทุ่มทุนสนับสนุนนี้มันมาอีกมาก สรุปคือเป็นอย่างไร สรุปคือประเทศไทยจะถังแตกต่อไป ประชาชนก็จะใช้ไฟฟ้าแพง ๆ ต่อไป แล้วอย่างไร นักการเมืองฝ่ายรัฐบาล นายทุนก็สบาย ต่อไปอย่างไรคะ
เรื่องที่ ๒ เรื่องการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าไปอีก ๓๐ ปี นายทุนอีกนั่นแหละ ร่วมกับคนในรัฐบาลนี้พยายามนำเรื่องมาให้อดีตรัฐมนตรีเห็นชอบ ท่านคะ สัมปทานรถไฟฟ้า จะสิ้นสุดในปี ๒๕๗๒ คืออีกตั้ง ๑๐ ปี ท่านจะรีบขยายต่อสัมปทานกันไปถึงไหน ไม่กะจะให้ผู้ให้บริการรายใหม่ ๆ ได้มีโอกาสเข้ามาแข่งขันบ้างเลยหรือ ต่อไปอีกตั้ง ๓๐ ปีนะคะ รวมยาว ๆ เลย ๔๐ ปี ท่านนายกรัฐมนตรีจะอยู่ถึงเมื่อนั้นหรือเปล่าคะ ตอนนี้อายุ ๖๐ กว่าปี รวมอีก ๔๐ ปี ๑๐๐ กว่าปี ท่านจะอยู่ถึงเวลานั้นไหม ลูกหลานเราจะเสียค่าบริการแพง ๆ บริการไม่ดี ถึงเวลานั้นจะทำอย่างไร คนไทยและคนรุ่นใหม่เขารับเรื่องนี้กันไม่ได้นะคะ ฝีมือการบริหารบ้านเมืองเรื่องเศรษฐกิจแย่แล้วยังจะมาวางอนาคตให้คนรุ่นใหม่อีกตั้ง ๔๐ ปี ท่านไม่อายหรือคะ ผลประโยชน์จากนายทุนมันมากมายมหาศาลหรืออย่างไร ทำไมถึงต้องเร่งรีบกันขนาดนี้ พอได้คนดีมีสำนึกเข้ามาทำงานแล้วเขาก็ทนไม่ได้กับเรื่องเหล่านี้จึงลาออกไป เราเสียดายคนดี ๆ ที่ไม่มีโอกาสได้ช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง เรื่องราวเหล่านี้หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ หัวหน้ารัฐบาล รู้บ้างไหมว่าเกิดอะไรขึ้น วันข้างหน้าบ้านเมืองจะเสียหายแค่ไหนกับการเคลื่อนไหวกันแบบนี้ บ้านเมืองจะหลุดพ้นจากการทุจริตไปได้อย่างไร นักการเมืองทุจริตยังไม่พออีกหรือ ยังจะมา ลากข้าราชการประจำให้ลงไปเล่นกันด้วยอีก ประชาชนจะไว้วางใจท่านประยุทธ์ และ ครม. ได้อย่างไร สรุปจุดแข็งของรัฐบาลคือการออกกฎหมายเพื่อปกป้องพรรคพวกของตัวเอง เอาไว้จึงทำให้อยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่ได้เพราะความดีหรือผลงานอะไรเลย แต่อยู่ได้ด้วย องค์กรอิสระแล้วก็กฎหมาย จุดอ่อนของพรรครัฐบาลท่านคือการบริหารงานที่ล้มเหลว คอร์รัปชันมีแต่ระบบพวกพ้อง นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญการบริหารการเมืองมากกว่า บริหารบ้านเมืองและเศรษฐกิจ นักลงทุนก็ไม่กล้าลงทุนแต่ไม่กล้าโวยวาย ทำให้อยู่ในภาวะ อัมพาตทางเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจเป็นอัมพาต ชาติเป็นอัมพฤกษ์ ตราบใดที่ พลเอก ประยุทธ์ ยังเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ จริง ๆ ดิฉันก็เห็นใจนายกรัฐมนตรีเพราะมีคนต่อว่าท่านเยอะแล้ว แต่ดิฉันจะเสียใจมากถ้าดิฉันจะไม่ได้พูดว่าประยุทธ์ออกไป ประยุทธ์ออกไป ท่านรีบออกไป เถอะค่ะ รีบแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาแล้วออกไปโดยไว เพราะถ้าเรื่องที่ดิฉันพูดวันนี้ มันไม่ใช่เรื่องจริงท่านก็จะได้รับเลือกกลับเข้ามาอีก ท่านจะกลัวอะไร หากการอภิปรายวันนี้ มันจะมีการลงมติ ดิฉันก็จะกดไม่ไว้วางใจท่านเช่นเดิมค่ะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน