ศรัณย์ วิจารณ์เศรษฐกิจท่องเที่ยว ชี้วิกฤตก่อนโควิด-19 ไร้แผนรับมือ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

ศรัณย์ ทิมสุวรรณ หารือเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเน้นปัญหาในภาคการท่องเที่ยวที่รุนแรงแม้เริ่มมาก่อนช่วงโควิด-19 และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ขาดแผนรองรับผลกระทบอย่างเป็นระบบ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขผ่านข้อมูลเชิงลึกเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ตั้งแต่เช้า เราได้มีการอภิปรายกันมาโดยตลอดเกี่ยวกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังถดถอยหรือว่า มีวิกฤติอยู่ในปัจจุบันนี้ แล้วก็ตั้งแต่เช้าทุกคนก็พูดถึงเครื่องจักรเศรษฐกิจของประเทศเรา มาโดยตลอด มีส่งออก มีเกษตร มีการท่องเที่ยว ครั้งนี้ผมอยากจะขอโฟกัสที่การท่องเที่ยวครับ เพราะว่าตั้งแต่ที่ผมทำงานในสภามานี่เป็นกลุ่มที่ผมมีโอกาสได้พูดคุยแล้วก็ได้ฟังเสียงของ ประชาชนมากที่สุด ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)

ประเทศเรากว่า ๑๗-๒๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) แทบทุกปีอยู่ที่การท่องเที่ยว นอกจากนั้นการท่องเที่ยวยังเป็นตลาดแรงงานที่ยิ่งใหญ่ ของประเทศไทยมาโดยตลอด มีแรงงานกว่า ๑๐ ล้านคน ทำงานอยู่เกี่ยวข้องกับ การท่องเที่ยว สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่หลายคนบอกว่ามันเป็นวิกฤติที่เกิดจากภาวะโควิด (COVID) แต่ผมอยากจะชี้ให้เห็นอย่างว่าตั้งแต่ก่อนโควิด (COVID) จะมา โควิด (COVID) เริ่มมีข่าวปลายปีที่แล้ว ที่ประเทศจีนเริ่มค้นพบ เริ่มมีการคอนเฟิร์ม (Confirm) ว่าเป็นเชื้อโควิด (COVID) เดือนธันวาคม เพราะฉะนั้นผมอยากให้ดูนิดหนึ่งครับว่าจริง ๆ แล้วธุรกิจท่องเที่ยว มันเริ่มซบเซา มันเริ่มถดถอย เริ่มชะลอตัวมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ตอนที่เรามีปัญหา เศรษฐกิจ เพียงแต่ว่าพอมีการเกิดโรคระบาดโควิด (COVID) มากขึ้น แล้วก็มันกลายเป็น วิกฤติ ทุกคนผลักภาระจากเศรษฐกิจที่ล้มเหลวก่อนหน้านี้ไปโทษโควิด (COVID) จนหมด ผมอยากสื่ออย่างนี้ว่าจริง ๆ ตั้งแต่ที่เรามีการเลือกตั้งมา ตั้งแต่ที่เรามีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ มีผู้นำรัฐบาลชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เราไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้จริง ๆ จัง ๆ เลย จริง ๆ ต้องย้อนไปตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ด้วยซ้ำ แต่ว่าก่อนหน้านี้มันไม่มีใครที่จะมาถามถึงตรงนี้ว่า เราแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร นับตั้งแต่ปีที่แล้วที่เริ่มมีการถดถอยทางเศรษฐกิจ สิ่งที่รัฐบาล ทำคือการหาข้อที่จะมาบอกว่ามันเกิดจากอะไร เมื่อก่อนก่อนที่จะมีโควิด-๑๙ (COVID-19) เราบอกว่ามันเกิดการชะลอตัว อันนี้ก็ยอมรับครับว่ามันเกิดการชะลอตัวในเศรษฐกิจโลกจริง ๆ แต่ปัญหาครับท่านประธาน ท่านเป็นรัฐบาล ท่านไม่ใช่สำนักข่าว เราไม่ต้องการข่าวจากท่าน ว่าตอนนี้โลกกำลังประสบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เราต้องการทางออก เราต้องการจะรู้ว่า ท่านจะทำอะไรเพื่อแก้ปัญหานี้ ซึ่งก็ไม่เคยได้รับคำตอบ หลังจากนั้นพอเริ่มต้นปีใหม่มา ปี ๒๐๒๐ ปุ๊บเราก็ได้เจอกับโควิด-๑๙ (COVID-19) เรารู้เรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่ ปลายปี ๒๕๖๒ ใช่ไหมครับ อย่างที่ท่านสมาชิกก่อนหน้าเรียนไปตามไทม์ไลน์ (Timeline) กว่าเราจะเริ่มมีแอ็กชัน (Action) จริง ๆ ก็ปาเข้าไปเดือน ๓ เดือน ๔ แล้ว เพราะฉะนั้น มันไม่มีทางทันเลยที่เราจะรับมือ แล้วก็ที่เราจะป้องกันความเสียหายที่เกิดจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปด้วยครับ อันนี้เป็นข้อมูลอ้างอิง การท่องเที่ยวจากปีที่แล้ว ปีที่แล้วมูลค่าต่อจีดีพี (GDP) หรือว่าเปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี (GDP) เกือบ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ การท่องเที่ยวต่อจีดีพี (GDP) ของประเทศนะครับ แล้วก็มีคนทำงาน ในธุรกิจเกือบ ๑๐ ล้านคน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือว่ารายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดภาวะโควิด-๑๙ (COVID-19) และท่านทำการปิดสนามบิน ปิดน่านฟ้า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ตรงนี้หายไป แล้วท่านทำอะไรต่อครับ ผมไม่ได้ว่าท่านทำผิดนะครับ โอเค (OK) ตอนนั้นเรามีเรื่องโรคระบาดเราต้องการการรับมือ แต่ว่าคำถามของผมคือการที่ท่านทำไปผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อมาท่านมีแผนจะรับกับมันอย่างไร ท่านจะแก้ไขอย่างไร ท่านปิดน่านฟ้าเพื่อไม่ให้เชื้อโรคเข้า โอเค (OK) แต่ว่าธุรกิจต่าง ๆ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของท่าน ท่านพร้อมที่จะรับผิดชอบเขามากน้อย ขนาดไหน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปด้วยครับ อันนี้เราพูดกันมาตั้งแต่ต้นปี เรามีการเตือนกัน มาโดยตลอดนะครับว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) จะกระทบการท่องเที่ยวมากน้อยขนาดไหน ตอนแรกเราคาดการณ์ว่าในข่าวคาดการณ์ว่าลบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมต้อง บอกเลยครับตอนนี้ มาถึง ณ เวลานี้กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำที่มันกระทบ กับการท่องเที่ยว เมื่อก่อนเรามีนักท่องเที่ยว ๔๐ ล้านคน ท่านปิดน่านฟ้าแน่นอนว่าเข้ามาไม่ ถึงหลักล้านแน่นอน คิดว่าจำนวนนั้นหายไปจะเกิดอะไรขึ้น ท่านอาจจะบอกว่ารณรงค์ให้ เที่ยวกันในประเทศ อย่างที่ผมเรียนไป ๗๐ เปอร์เซ็นต์ รายได้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของ การท่องเที่ยวมาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ท่านไม่สามารถเอาจำนวน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของนักท่องเที่ยวในประเทศไท มาทำให้ชดเชยกับกลุ่มนั้นได้ ท่านต้องมีทางแก้ ทางอื่น แล้วก็ไม่เพียงเท่านั้น ต้องบอกว่าคำแนะนำหรือว่าวิธีการรับมือมีหลายคน มีผู้เชี่ยวชาญ แม้แต่พรรคเพื่อไทยเองก็เคยเสนอว่าควรจะทำอย่างไร มีไทม์ไลน์ (Timeline) อย่างไรในการรับมือปัญหาโรคระบาดโควิด (COVID) เพื่อที่จะทำให้กระทบกับการท่องเที่ยว หรือว่ากระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมน้อยที่สุด แต่มันก็เหมือนกับว่าเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่มีอะไรกั้น เหมือนท่านได้ยินแต่ท่านไม่ได้ฟัง ท่านไม่เก็บเอาสิ่งเหล่านั้นไปทำ ท่านไม่ปรับ จากสิ่งเหล่านั้น เพราะฉะนั้นมันก็ทำให้เราเดินมาถึงวิกฤติตรงนี้ ขอภาพต่อไปด้วยครับ อันนี้ ในสไลด์ (Slide) ท่านจะเห็นว่า ๓ จังหวัดที่ทำรายได้ท่องเที่ยวสูงสุด กรุงเทพฯ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดชลบุรี ๖๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้การท่องเที่ยวของประเทศไทย มันแสดงให้เห็นถึง อะไรครับ มันแสดงให้เห็นถึงว่าถึงแม้ประเทศเราจะมีตลาดการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งและ ทำรายได้ได้มาก แต่ว่ามันก็เป็นการกระจุกตัวอยู่ในบางจังหวัด บางพื้นที่ สิ่งที่เราต้องทำ เมื่ออาทิตย์ก่อนเรามีการอภิปรายกันว่าเราจะพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างไร ผมบอกเลยว่า การท่องเที่ยวของประเทศไทยเราต้องทำให้รัฐบาลมองให้เห็นก่อนว่าเราต้องการส่งเสริม ด้านไหน เพราะนโยบายที่รัฐบาลเคยทำเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ท่านมองเพียง อย่างเดียวว่าทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวเพิ่ม นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นก็กระจุกอยู่ตามจุดต่าง ๆ ท่านต้องกระจายจุดท่องเที่ยว ต้องกระจายความเจริญออกไปทั่วประเทศ นั่นคือจะแก้ได้ แต่นั่นเป็นระดับโครงสร้างซึ่งไม่แน่ใจว่าท่านเคยคิดหรือเคยสังเกตตรงนี้หรือเปล่า รูปก็คือ เป็นรูปที่ผมได้มีโอกาสลงไปที่จังหวัดภูเก็ตที่เกาะพีพี มีโอกาสลงไปเดินพบกับชาวบ้าน ต้องบอกนะครับว่าช่วงนั้นเป็นช่วงที่ท่านให้วันหยุดชดเชยพอดีจากช่วงสงกรานต์ที่เราไม่ได้ ทำกิจกรรม ท่านก็ยกวันหยุดมาแล้วขอชดเชยวันนั้นวันนี้แทน ท่านประกาศวันหยุดชดเชยมา นี่คือสภาพที่ผมไปเจอครับ วันหยุดชดเชยหยุดยาว ๔ วัน เกาะพีพีนี่บอกเลยว่าแมวเยอะกว่าคน วันนั้นที่ผมไปผมเจอแมวเยอะกว่าเจอคน นักท่องเที่ยวแทบไม่มี นี่คือสิ่งที่มันสะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหาแบบอยู่ ๆ คิดออกท่านก็ทำเลย ท่านมีวันหยุดชดเชยอยู่ในมือท่านคิดว่า ถ้าวันหยุดยาว ๆ คนก็คงไปเที่ยว แล้วท่านก็วางลงไป วางลงไป อยากจะให้หยุดวันนี้ท่าน ก็บอก ใครจะไปเที่ยวทันครับ ผมถามจริง ๆ มันไม่ใช่ว่าอยู่ ๆ เราอยากจะไปแล้วเราก็ไป เที่ยวได้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปด้วยครับ ผมขอไปถึงนโยบายเลยก็แล้วกัน นี่คือสิ่งที่เราได้รับ จากรัฐบาล นี่คือสิ่งที่เราได้รับจากผู้นำรัฐบาลและผู้นำทีมเศรษฐกิจที่ชื่อท่านประยุทธ์ สวัสดี นะครับท่านเข้ามานั่งฟังพอดี ก็คือซอฟต์โลน (Soft Loan) ซอฟต์โลน (Soft Loan) นี่ทุกท่าน พูดมาตั้งแต่เช้าว่าเป็นโครงการที่เอาเงินมาให้ธนาคารเพื่อให้ธนาคารปล่อยต่อ ปัญหาครับ ท่าน ธนาคารไม่ปล่อยครับ คนไปขอมีไม่กี่เปอร์เซ็นต์ที่ได้ บางคนไปขอธนาคารไม่ให้ บางคน ไปขอธนาคารให้ แต่ถึงเวลาที่ต้องเอาเงิน ธนาคารไม่มีเงิน อนุมัติไปแล้วว่าผ่านโครงการแต่ ไม่มีเงินให้ นี่มันเกิดจากอะไรครับ แล้วซอฟต์โลน (Soft Loan) ผมซึ่งทำงานอยู่ใน กรรมาธิการได้รับฟังทุกครั้งที่มีคนมาชี้แจง เขาไม่เคยขอซอฟต์โลน (Soft Loan) ได้เลยครับ แล้วเราจะช่วยธุรกิจท่องเที่ยวอย่างไร ตอนนี้ธุรกิจท่องเที่ยวกำลังจะตาย ท่านบอกว่าหลัง โควิด (COVID) ธุรกิจจะฟื้น หลังโควิด (COVID) ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเราตายหมดแล้ว ไม่ต้อง รอถึงว่าหลังโควิด (COVID) แล้ว อีกอันหนึ่งครับคือโครงการเราเที่ยวด้วยกัน อันนี้หลายท่าน ก็พูดออกมาแล้วว่าต้องการที่จะให้มีผู้ใช้ ๕ ล้านสิทธิ ผู้มาใช้จริงไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ มันแสดงถึงอะไรครับ มันแสดงถึงว่านโยบายต่าง ๆ เหล่านี้ท่านคิดออกมาโดยที่ท่าน ไม่ได้คำนึงถึงเลยว่าใช้ได้จริงไหม หรือว่ามันจะประสบความสำเร็จไหม แต่ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่ว่า ไม่มีใครแนะนำสิ่งที่ถูกนะครับ ผมเชื่อว่าท่านต้องมีทีมเศรษฐกิจ อย่างน้อยในทีมท่านต้อง มีนักวิชาการ ต้องมีนักธุรกิจ หรืออย่างน้อยเจ้าสัวบางคนที่ท่านไปขอคำปรึกษาเขาก็ น่าจะต้องบอกท่านเหมือนกัน แต่ผมว่าปัญหาอยู่ที่ผู้นำ ปัญหาอยู่ที่ผู้นำรัฐบาล ผู้นำของ ทีมเศรษฐกิจไม่มีวิสัยทัศน์มากพอที่จะเลือกโครงการหรือว่านโยบายที่ถูกต้องเพื่อตอบสนอง ความต้องการของประชาชนของประเทศ เพราะฉะนั้นผมมองว่าความผิดของท่านไม่ใช่ว่า ท่านเป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ความผิดของท่านคือท่านเป็นคนที่ไม่มีความสามารถแต่ท่าน ก็ยังรักษาอำนาจไว้ แล้วมันก็ทำให้เกิดวิกฤติจนถึงวันนี้ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือท่านไม่ได้เก่ง แต่ท่านอวดเก่ง เพราะฉะนั้นผมขอแนะนำให้ท่านออกไปครับ ง่ายที่สุดลาออก ฝากท่านประธาน บอกด้วยนะครับ ขอบคุณครับ