เรวัต จี้รัฐบาลชี้แจงงบเหมืองอัครา วิจารณ์วิกฤตโควิด-เศรษฐกิจล้มเหลว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

เรวัต วิศรุตเวช หารือกรณีเหมืองทองอัครา โดยชี้แจงการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา ๔๔ ที่ระงับกิจการเหมือง และวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณแผ่นดินในการสู้คดี รวมถึงเสนอให้สภาฯ วินิจฉัยใหม่ในวาระที่สองเนื่องจากไม่สามารถตัดงบประมาณได้ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดเผยรายละเอียดค่าใช้จ่ายและเตรียมตอบคำถามเรื่องการชดใช้ค่าเสียหายหากแพ้คดี เรวัต วิศรุตเวช วิจารณ์การตัดสินใจผิดพลาดของนายกรัฐมนตรีและผู้อำนวยการ ศบค. ในสถานการณ์โควิด โดยชี้ให้เห็นปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่ตามมาจากการบริหารจัดการที่ไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงการปิดประเทศล่าช้า การปิดเมือง และการปล่อยให้เกิดการระบาดระลอกใหม่จากเรือนจำและการละเมิดมาตรการกักกันทหารอียิปต์ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนออกมาประท้วงอย่างกว้างขวาง

นายเรวัต วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงปัญหาวิกฤติมีมากมาย แต่ว่าผมจำเป็นต้องเลือกปัญหาที่เป็นประเด็นสำคัญซึ่งมีอยู่ ๓ เรื่องครับ คือ ๑. หนี้สาธารณะ ๒. เหมืองทองอัครา ๓. วิกฤติโควิด (COVID) ที่กระทบต่อ เศรษฐกิจของประเทศครับ ท่านประธานครับ ประเด็นของหนี้สาธารณะ ผมจำเป็นต้องพูด เรื่องนี้เพื่อให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนได้ทราบว่าวันนี้ประเทศมีหนี้สาธารณะ ที่เป็นปัญหาอย่างไรบ้าง มันมากมายขนาดไหน แล้วเดี๋ยวผมจะถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีต้องตอบครับ หนี้สาธารณะเกิดจากอะไรครับ หนี้สาธารณะเกิดจากการที่ รัฐบาลใช้จ่ายมากกว่ารายได้ที่หามา ก็ทำให้ต้องกู้เงินมาใช้ หนี้ที่รัฐสะสมมาทุก ๆ ปีนั้น มันกลายมาเป็นหนี้สาธารณะ ซึ่งก็จะเป็นหนี้ของประชาชนด้วย และการใช้หนี้ก็จะอยู่ในรูป ของภาษี คำถามครับ คำถามว่าเราควรจะมีหนี้สักเท่าไร เราก็จะไปคำนวณดูว่าประเทศ มีรายได้เท่าไร โดยทั่ว ๆ ไปเราก็จะมีปริมาณหนี้ที่เหมาะสม อย่างเช่นประเทศไทย หนี้สาธารณะก็จะอยู่ที่ไม่ควรเกิน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ซึ่งตัวเลข ๖๐ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นสแตนดาร์ด (Standard) เบนช์มาร์ก (Benchmark) ที่ใช้กันโดยทั่ว ๆ ไปทั่วโลกครับ ความจริงนะครับท่านประธานครับ หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นก็ไม่เป็นอะไรถ้าเรามีรัฐบาล ที่มีความสามารถหาเงินได้เก่ง เราก็ชำระหนี้ได้ครับ แต่โชคร้ายครับ โชคร้ายที่คนไทย มีรัฐบาลที่ ท่านประธานฟังไว้นะครับ คือหาเงินก็ไม่ได้ ใช้เงินก็ไม่เป็น เพราะอะไร เพราะเอาเงินไปซื้อสิ่งที่ประชาชนเขาไม่ต้องการ แล้วในที่สุดก็ได้ของมาที่ไม่ได้ใช้ครับ ซื้อมาแล้วไม่ได้ใช้ เช่นอะไรครับ เช่น จีที ๒๐๐ (GT 200) ตรวจระเบิดไม่ได้ เรือเหาะที่เหาะ ไม่ได้ รถถัง เรือดำน้ำ ไม่รู้จะเอาไปรบกับใครครับ ท่านประธานครับ ประชาชนเขาถามว่า ทำไมไม่เอาเงินไปซื้อรถเมล์ รถไฟดี ๆ ให้ประชาชนเขานั่ง ได้รับความสะดวกสบายบ้าง หรือไม่ก็เอาไปใช้ในสวัสดิการการรักษา ในเรื่องการศึกษาและสวัสดิการอื่น ๆ ซึ่งประชาชน เขาขาด เขาต้องการ ท่านประธานครับ ผมขอย้ำอีกครั้งครับว่าการมีหนี้ไม่ใช่เรื่องแย่ หากนำมาใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์ครับ และถ้ามีหนี้ในระดับที่ใช้คืนได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ๖-๗ ปีที่ท่านนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศมา ท่านนายกรัฐมนตรีได้แต่กู้ครับ กู้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ และยังจะกู้ต่อไป ผมยืนยันได้เลยว่า อย่างไรก็ตามหนี้สาธารณะจะเกินเพดาน ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ซึ่งจะทำให้รัฐ เสียความน่าเชื่อถือครับ ผมขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ บังเอิญท่านไม่อยู่ ท่านน่าจะได้ฟังแล้วก็เตรียมจดคำถามที่ผมจะถามต่อไปนี้ ท่านต้องจดนะครับ แล้วก็ตอบด้วยครับ คำถามของผมคือ ฟังให้ดีครับ ท่านต้องตอบครับ คำถามที่ ๑ สถานะหนี้สาธารณะ ของรัฐบาลตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ ปัจจุบัน ณ วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๓ มีเท่าไรครับ จดนะครับ ๒. สถานะและประมาณการเศรษฐกิจตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ตามมาตรา ๑๓ ปัจจุบัน ณ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๓ มีเท่าไรครับ ๓. ประมาณการรายได้ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ตามมาตรา ๑๓ ปัจจุบัน ณ สิ้นเดือนกันยายน ๒๕๖๓ มีเท่าไรครับ ทีมข้างหลังช่วยเตรียมจดคำถามแล้วก็เตรียมตอบ ด้วยครับ ๔. ภาระผูกพันทางการเงินการคลังของรัฐบาล ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ตามาตรา ๑๓ ปัจจุบัน ณ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๓ มีเท่าไรครับ ๕. หนี้สาธารณะที่เกิด จาก พ.ร.ก. กู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท ปัจจุบันมียอดกู้เงินทั้งสิ้นเท่าไร และใช้ไปที่ไหน ใช้อย่างไรครับ ข้อที่ ๖ สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (GDP) ฟังนะครับ สัดส่วนหนี้สาธารณะ ต่อจีดีพี (GDP) ปัจจุบันมียอดเกินร้อยละ ๖๐ ไปแล้วเท่าไร นี่คือคำถามสำหรับหนี้สาธารณะ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน กรณีเหมืองทองอัครา พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ใช้คำสั่งหัวหน้า คสช. มาตรา ๔๔ ฉบับที่ ๗๒/๒๕๕๙ เมื่อไรครับ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๙ ให้เหมืองทองอัครายุติประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๐ เกิดอะไรขึ้นครับ รัฐบาลถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเรื่อง ม. ๔๔ เรื่อง ม. ๔๔ มันเป็นเวรกรรม จริง ๆ ครับท่านประธาน มันจะตามหลอกหลอนท่านนายกรัฐมนตรีไปอีกนานเลยครับ ในกรณีนี้ประเด็นก็คือว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นภาษีของประชาชนไปดำเนินการระงับข้อพิพาท กับบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดทเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเหมืองทองอัครา ในปี ๒๕๖๒ ใช้งบเท่าไรครับ ๖๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ใช้งบเท่าไรครับ ๒๑๗ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๔ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน กระทรวง อุตสาหกรรมได้ตั้งงบขอมา ๑๑๑ ล้านบาท ผมในฐานะกรรมาธิการงบประมาณก็เลยขอตัด ๑๑๑ ล้านบาททั้งหมด ปรากฏว่าแพ้โหวต แพ้โหวตด้วยคะแนน ๒๑ ต่อ ๓๘ ทำให้ผม ไม่สามารถตัด ๑๑๑ ล้านบาทได้ เพราะเขาเสนอมาให้ตัดแค่ ๑๒ ล้านบาท ผมจึงสงวนความเห็น เพื่อจะไปแปรญัตติเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้วินิจฉัยอีกครั้งหนึ่งในวาระที่สอง ในวันที่ ๑๖ ๑๗ ๑๘ ที่จะถึงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลที่ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้งบประมาณที่เป็นเงินภาษีประชาชนนั้นเพราะผมเคารพกฎหมาย ในเมื่อมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ๑๑/๒๕๖๒ วินิจฉัยว่าหัวหน้า คสช. ไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่น ของรัฐ แล้วรัฐจะไปรับภาระในเรื่องนี้ได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ครับ ผมขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี จดคำถามครับแล้วเตรียมตอบดังต่อไปนี้

ในเรื่องของเหมือนทองอัครา ข้อที่ ๑ รัฐบาลใช้เงินสู้คดีไปแล้วเท่าไร แยกประเภทเป็นในประเทศและต่างประเทศ ขอรายละเอียดผู้รับจ้างด้วยครับ

ข้อที่ ๒ จดนะครับ รัฐบาลจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณีกี่หมื่นล้านบาท ถ้าแพ้คดี ซึ่งมีแนวโน้มและมีความเป็นไปได้สูงที่จะแพ้

ต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพ ประเด็นสุดท้ายครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้อำนวยการ ศบค. ได้ตัดสินใจผิดพลาดและบกพร่อง อย่างร้ายแรงในสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด (COVID) จนทำให้เกิดปัญหาวิกฤติทาง เศรษฐกิจอย่างรุนแรง ท่านประธานครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าท่านตัดสินใจผิดพลาดอย่างไร โดยจะให้มุมมองที่แตกต่างออกไปจากที่หลาย ๆ คนได้เคยพูดกันเรื่องนี้ ผมไม่พูดเรื่องโควิด (COVID) คงไม่ได้ เพราะว่าคงมีคำถามว่าทำไมผมไม่พูดในเมื่อผมพูดเรื่องนี้มาตลอดตั้งแต่ มีเคส (Case) แรกขึ้นในประเทศไทยนะครับ ผมจะทำอย่างนี้ครับ เพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ ชัดเจนก็คือผมจะไล่ไทม์ไลน์ (Timeline) มาตั้งแต่เคส (Case) แรกครับ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ ผู้ป่วยชาวจีน ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจีนป่วยในประเทศไทย ท่านฟังให้ดีนะครับ วันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๖๓ แล้วก็มีชาวจีนป่วยมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ แท็กซี่คนไทยไปติดนักท่องเที่ยวชาวจีน นั่นแปลว่าอะไรครับ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓ มีคนไทยคนแรกติดเชื้อในประเทศไทยโดยที่ไม่ได้ไปรับเชื้อจากต่างประเทศครับ ท่านต้องระวังแล้ว ผมได้เตือนในสภาไปหลายครั้งมากว่าขอให้ระวัง นี่คือสัญญาณไม่ดีที่จะ มีการระบาดในประเทศไทย แต่เกิดอะไรขึ้นครับท่านดูต่อมา ท่านยังไม่ได้ทำอะไรเลย ท่านยังไม่ได้กระตือรือร้น ท่านยังไม่ได้อะเลิร์ต (Alert) อะไรทั้งสิ้น จนกระทั่งมาเกิดซูเปอร์ สเปรดเดอร์ (Super spreader) ที่สนามมวยลุมพินี เมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งมันกำลัง เป็นช่วงที่มีโควิด (COVID) ระบาด ท่านปล่อยให้เปิดสนามมวยลุมพินีได้อย่างไร ต่อมา ท่านลองดูนะครับ วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓ มีผู้ป่วยทั้งหมดเท่าไรแล้วครับ ๕๙๙ ราย ตาย ๑ ราย ท่านทำอะไรครับ ตกใจครับ ลนลานปิดห้างสรรพสินค้า ปิดร้านค้า ปิดกิจการต่าง ๆ เกิดอะไรขึ้นครับ คนตกงานทันทีหลาย ๑๐๐,๐๐๐ คน แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ เขาก็ต้องไป เข้าแถวขอบริจาคอาหารกิน ที่เป็นข่าวครึกโครมนั่นละครับ เห็นไหมครับ ท่านเห็นผลของมันไหม ว่ามันต่อเนื่องอย่างไร ผมอยากให้ท่านติดตามดูให้เห็นชัด ๆ ว่าจริง ๆ แล้วมันมีการตัดสินใจ ที่ดีกว่านี้ครับ ต่อมาท่านมาประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ทั่วประเทศเมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ในเวลานั้นมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึง ๑,๐๔๕ คน ตาย ๔ คน มันคือเพียง ๔ วัน หลังจากที่ปิด กทม. คือเพิ่มจาก ๕๙๙ คน เป็น ๑,๐๔๕ คน ท่านประธานที่เคารพครับ จากวันนั้นมาก็ยังมีการนำเข้าเชื้อโควิด (COVID) จากต่างชาติทุกวัน ท่านมาตัดสินใจ ปิดประเทศ ห้ามสายการบินพาณิชย์ ห้ามชาวต่างชาติเข้า จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๓ มันสายไปแล้วครับ ท่านนำเข้าเชื้ออย่างต่อเนื่องเป็นเวลาถึง ๒ เดือนเต็ม ซึ่งท่าน รู้ไหมครับว่าวันนั้นมีคนไข้ทั้งหมดรวมทั้งสิ้น ๒,๐๖๗ คน ตาย ๒๐ คน ท่านประธานครับ ท่านลองมาพิจารณาดูนะครับว่าถ้าท่านมีการตัดสินใจที่ถูกต้องท่านควรสกัดการนำเข้าของ โรคและควบคุมการระบาดภายในประเทศเอาไว้ ถ้าท่านทำอย่างนั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านก็ไม่ต้องใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ปิดเมืองทั่วประเทศในวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ เศรษฐกิจ ก็จะไม่พังเช่นทุกวันนี้ เพราะอะไร เพราะถ้าท่านปิดประเทศแต่เนิ่น ๆ ท่านก็ไม่ต้องปิดเมือง ขอย้ำอีกครั้งครับ ถ้าท่านปิดประเทศไม่นำเชื้อเข้ามาแต่เนิ่น ๆ ท่านก็ไม่ต้องปิดเมือง เศรษฐกิจมันยังเดินได้ก็ไม่พังครับ เพราะอะไรครับ เพราะเชื้อทั้งหมดนั้นตั้งแต่รายแรกจนถึง วันนี้มันนำเข้าจากต่างประเทศทั้งสิ้นเลยครับ จนกระทั่งเกิดอะไรขึ้นครับ พอครบ ๑๐๐ วัน มีคนไทยติดเชื้อในประเทศขึ้นมาแล้วที่เป็นดีเจ (DJ) ร้านอาหารอย่างไรครับ อย่างนี้ใครกัน ที่ต้องรับผิดชอบในการหลุดรอดของเคส (Case) ที่ทำให้ดีเจ (DJ) ต้องติดโรค มันก็ สันนิษฐานว่ามันก็อาจจะหลุดเข้ามาในทางใดทางหนึ่งหรือจากคนที่ลักลอบเข้าประเทศ ใช่ไหมครับ แล้วอะไรรู้ไหมครับ เกิดประเด็นอีกครับ ในวันที่ ๗ กันยายน ไมค์ระยองออกจากเรือนจำ มาให้สัมภาษณ์ครับ ให้สัมภาษณ์ว่าอย่างไรครับ ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่มีอะไรเสียหายนะครับ ก็คือให้สัมภาษณ์ว่าเข้าไปในเรือนจำแล้วไปพบกับคุณณัฐวุฒิ อ้าวกรมราชทัณฑ์เขายืนยันว่า เขาเข้มงวดมากโดยมีการแยกขังสำหรับผู้ต้องหาหรือนักโทษที่มาใหม่ ๑๔ วันในเรือนจำ ทุกแห่งทั่วประเทศ แล้วไปพบกับคุณณัฐวุฒิได้อย่างไรครับ เห็นไหมครับ เห็นไหมว่า มาตรการมันไม่แน่นอน แล้วมีความหละหลวม แล้วมีความเหลวแหลกอยู่ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ท่านคุยนักคุยหนาว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินเอาอยู่ แล้วมันหลุดมาได้อย่างไรครับ ถ้ามีการระบาดระลอก ๒ ท่านต้องรับผิดชอบนะครับ คนไทยทุกคนต้องอดทนหยุดเชื้อ เพื่อชาติ การ์ด (Guard) ไม่ตก ท่านก็ปล่อยให้ทหารอียิปต์เล็ดรอดออกไปจากควอรันทีน (Quarantine) ไปเดินเล่นที่จังหวัดระยอง จึงเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เกิดม็อบ (Mob) ออกมาประท้วงท่านทั่วประเทศ เพราะประชาชนเขาหมดความไว้วางใจในตัวท่านที่เป็น ผู้นำรัฐบาล และร้ายไปกว่านั้นก็คือท่านอ้างว่าใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเพื่อสกัดโควิด (COVID) แล้วท่านเอา พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปคุกคาม จับกุมขมขังนักศึกษา ประชาชนทำไมครับ ขออนุญาต นิดเดียวครับ ขอต่อเนื่องเพื่อให้จบประเด็นนะครับ นอกจากนั้นยังมีอีก ๑ ประเด็น ที่ประชาชนสงสัยคือ เพราะอะไรท่านถึงได้ต่อ พ.ร.ก. ฉุกเฉินเรื่อย ๆ ก็เพราะว่า ฟังนะครับ ท่านประธานครับ โปรดฟัง เพราะว่าภายใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินนั้นการจัดซื้อจัดจ้างไม่ต้อง ดำเนินการตามกระบวนการปกติ เนื่องจากมีคำสั่งแก้ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างเวชภัณฑ์ ที่ออกโดยกรมบัญชีกลาง เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๓ ซึ่งอาจเป็นเปิดช่องให้มี การทุจริตคอร์รัปชันโดยง่าย ท่านประธานครับ ผมขอเรียนถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าในการบริหารสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผิดพลาด มีการสูญเสีย ทางเศรษฐกิจอย่างมโหฬาร ใช้เงินเป็นจำนวนมาก ท่านจะแก้ปัญหานี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจ กับประชาชนได้อย่างไรครับ สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมมั่นใจว่าท่านนายกรัฐมนตรี ไม่มีความรู้ความสามารถที่จะแก้ปัญหาทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหา การเมืองที่รุมเร้าสะสมอยู่ทุกวันนี้ได้เลย เพราะฉะนั้นผมมีข้อเสนอมีทางเลือกสำหรับ ท่านนายกรัฐมนตรีเพียงเรื่องเดียวครับ ขอให้ท่านลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ