ศักดินัย นุ่มหนู แถลงถึงความทุกข์เดือดร้อนของชาวประมงและเกษตรกรฐานรากที่สูญเสียอนาคตจากนโยบายรัฐ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาอย่างจริงจังและคืนความหวังให้กับประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ เราฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงปัญหาข้อบกพร่องในด้านเศรษฐกิจที่เป็นเศรษฐกิจ ระดับใหญ่ ทีนี้ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งที่มาจาก ในพื้นที่ของเขตเลือกตั้งในจังหวัดตราด แล้วก็อยู่กับพี่น้องประชาชน อยู่กับพี่น้อง ที่ทำเศรษฐกิจฐานรากที่จะบอกกับท่านประธานผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าสิ่งที่ท่านบริหารประเทศก่อให้เกิดวิกฤติต่อเศรษฐกิจ ในระดับมหภาคแล้ว ในส่วนของพี่น้องประชาชนที่เป็นเศรษฐกิจฐานรากนั้นวันนี้เขาสิ้นหวัง เขาหมดอนาคต เขาหมดกำลังใจในการที่จะอยู่ต่อ ในการที่เขาจะเดินต่ออย่างไร ผมอยาก ที่จะพูดถึงพี่น้องประชาชนใน ๒ กลุ่มใหญ่ ๆ กลุ่มแรกก็คือพี่น้องชาวประมงครับ พี่น้องชาวประมงที่เราพูดถึงกันหลายครั้งเป็นตัวสะท้อนได้ดีว่าสิ่งที่รัฐบาลที่นำโดย ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในการบริหารประเทศ ถ้าจะบอกว่าท่านทำสิ่งเหล่านี้ เป็นผลสำเร็จ ทำสิ่งเหล่านี้แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวประมงได้เป็นผลสำเร็จ เพราะได้รับ การปลดใบเหลืองและได้ใบเขียวมาแล้ว นั่นคือความสำเร็จ ถ้ามองแบบนี้โดยที่ไม่ได้มองเอา ชีวิตของพี่น้องชาวประมงเป็นตัวตั้ง ท่านก็จะมองต่อเรื่องนี้ผิดไป เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เป็นปัญหาสะท้อนในวันนี้ของชีวิตของคน ซึ่งผมอยากที่จะใช้เวลาสั้น ๆ นี้เพื่อจะบอกให้ ท่านประธานถึงท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านจะได้รู้ว่าชีวิตของคนเหล่านี้ เขาทุกข์ยากลำบากมาหลายปีก่อนที่จะมีการทำรัฐประหาร ก่อนที่จะมีการออก พ.ร.ก. พ.ศ. ๒๕๕๘ พี่น้องชาวประมงอยู่กันทำมาหากินอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่องคาพยพของ การขับเคลื่อนทางธุรกิจ เศรษฐกิจของพี่น้องชาวประมง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจ ที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าเรือลำหนึ่งเวลาออกทะเลนั้นจะต้องประกอบไปด้วยคนอีกมากมาย ที่มีธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารก็ดี อุตสาหกรรมน้ำแข็ง การซ่อมบำรุง อุตสาหกรรมเรื่องเชือก เรื่องพลาสติกต่าง ๆ เยอะแยะ ต่าง ๆ เหล่านี้ แต่วันนี้พวกเขา ท่านรู้แล้วว่าพวกเขามีปัญหาจริง ๆ ปลายปีที่แล้วพี่น้องชาวประมงมาประท้วงกัน ที่หน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยื่นข้อเรียกร้อง นั่นก็เป็นตัวสะท้อนให้ได้ดีว่าหากเขา ไม่ได้เดือดร้อนเขาไม่มาหรอก แล้วท่านจะบอกว่านี่คือความสำเร็จของการแก้ไขปัญหา ของชาวประมง ท่านแก้ปัญหาสำเร็จในการที่จะเอาใจกับสหภาพยุโรปหรืออียู (EU) แต่ท่านพี่น้องที่เป็นคนไทยจริง ๆ ที่เป็นชาวประมงจริง ๆ วันนี้ต้องบอกว่าเขาไม่เห็น อนาคตเลย ผมได้คุยกับพี่น้องชาวประมงในหลาย ๆ คนในหลาย ๆ จังหวัด จากชีวิตที่บอก ว่าจะส่งลูกไปเรียนให้จบปริญญาตรี บอกลูกครับวันนี้ต้องบอกใหม่แล้วว่าจบ ม. ๖ ก็พอ จบ ม. ๓ ก็พอพ่อไม่มีแรงส่งแล้ว อยากเห็นลูกที่มีอนาคต เรือที่ถูกล็อกและไม่สามารถ ที่จะออกทำการประมงได้ครับท่านประธาน มันเป็นความขมขื่น เพราะเรือมันไม่ใช่ แค่พาหนะหรือเครื่องมือทำมาหากินเท่านั้นแต่เรือมันคือชีวิตของชาวประมง มันจอดอยู่ที่ท่า ถูกล็อกไว้ไม่สามารถทำการประมงได้เพราะว่าบทลงโทษที่รุนแรงและไม่มีเรื่องของการที่จะ ผ่อนปรนในระยะของการเปลี่ยนผ่าน คนที่ออกมาเห็นเรือของตัวเองในแต่ละวัน ค่อย ๆ ที่จะ บุบสลาย ค่อย ๆ ที่จะจมลงสู่ท้องทะเล พังไปต่อหน้าต่อตา เสียน้ำตาไม่รู้ว่าครั้งแล้วครั้งเล่า เท่าไร เรียกร้องขอความเป็นธรรม ขอความเมตตา เขาอยากจะส่งลูกเขาเรียน เพราะฉะนั้น ชาวประมงที่มีเรือ ๑ ลำ ออกทะเล บางทีการจะออกทะเลแต่ละครั้งต้องใช้ทุนจำนวนมาก เอาเรือไปจำนำจำนองเอาไว้ การที่เสียเรือก็จะทำให้เสียที่ดินไปด้วย แล้วอนาคตจะเหลือ อะไร เขาไม่เหลืออะไรครับ เขามองเรือของเขาเองที่มันจมท่ามกลางน้ำตาที่ไหลริน ท่ามกลางอนาคตของลูกเต้าของตัวเองที่มองไม่เห็น เพราะฉะนั้นถ้าจะบอกว่านี่คือ ความสำเร็จของการแก้ไขปัญหาประมง มันบอกไม่ได้ครับท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีนะครับวันนี้ท่านต้องจริงจังต่อการแก้ไขปัญหาของ พี่น้องชาวประมง เอาอนาคตของเขากลับมาครับ ท่านทำลายอนาคตของเขาไปแล้ว หากจะ มองว่ารัฐบาลเป็นเหมือนพ่อที่ดูแลลูกที่จะต้องให้ความรัก ให้ความเมตตา อุ้มชูแล้วให้เขา เติบใหญ่ แต่วันนี้ท่านเป็นพ่อแบบไหนกัน พ่อที่เห็นลูกไม่มีอนาคต เพราะฉะนั้นท่านต้องเป็น พ่อที่ดีกว่านี้ ก็อยากที่จะเห็นการแก้ไข ท่านต้องมีโอกาส ท่านมีโอกาสในระยะเวลานี้ที่ท่าน จะต้องได้ไถ่บาป ปรับปรุง เพื่อที่จะแก้ให้กับชีวิตของพี่น้องชาวประมง นอกจากนี้ในชีวิตของ พี่น้องภาคเกษตรอีกหลายท่านที่ระทมขมขื่น พี่น้องชาวสวนยางพาราวันนี้อาจจะขยับดี ขึ้นมาหน่อย แต่ก่อนหน้านี้ ๓-๔ ปี คนจัดยาง กรีดยางแบ่งครึ่ง เงินมันไม่พอเลี้ยงลูกเต้า ผม ไปเจอรายหนึ่งมาเห็นแล้วก็สะเทือนใจ ผมถามว่าป้าวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง บอกว่าทุกวันนี้ ป้ากินไม่อิ่มเลยหนูเอ๊ย ทำไมล่ะครับป้า ป้าบอกว่าถ้าป้ากินอิ่มลูกป้าจะอด โอ้นี่มันอะไรกัน มันต้องปันอาหาร ต้องปันกันกิน มันรันทดขนาดนี้ เพราะฉะนั้นภาคเกษตรเรา ณ เวลานี้ ต้องบอกกับท่านประธานอย่างนี้ ผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ว่าสินค้าเกษตรหลายตัว เวลานี้เราอยู่ในภาวะที่วิกฤติจริง ๆ ยางพาราดีขึ้นผมก็หวังว่าคงไม่ใช่เป็นเพราะช่วงนี้ที่มัน ออกไปกรีดกันไม่ค่อยได้ แต่หลายตัวไม่ว่าจะเป็นอ้อยก็ดี ปาล์มก็ดีราคาก็ยังไม่ได้ดีขึ้น นี่คือ กลุ่มเศรษฐกิจฐานรากที่มีขนาดใหญ่ แต่ว่าชีวิตไม่สามารถที่จะมีหลักประกันได้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นอย่างไร หลายคนที่นอนกันในค่ำคืนนี้ นอนหลับวันนี้หลายคนบอกกับผมว่าไม่อยาก ตื่นขึ้นมาเลยวันพรุ่งนี้ เพราะคนที่จะตื่นมาในวันพรุ่งนี้ได้จะต้องมีเห็นอนาคตอันเรืองรอง และจะก้าวต่อไปอย่างแข็งแรง มีกำลังใจอยากจะตื่นขึ้นมาสู้ชีวิต แต่ชีวิตนั้นไม่มีอะไร จะสู้เลยครับท่านประธาน ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีฟังเสียงเล็ก ๆ จากผมที่เป็น ส.ส. พรรคก้าวไกลที่เพิ่งเป็น ส.ส. มาสมัยแรก ผมไม่มีอะไรที่จะต้องมาขุ่นเคืองกับท่าน ผมอยาก สะท้อนปัญหา อยากจะสะท้อนความรู้สึกของคนที่อยู่ในภาคชนบทจริง ๆ ที่เขายากจน แล้วเขาลำบากมาก ผมอยากให้ท่านเห็นใจเขา หากท่านทำไม่ได้จริง ๆ ท่านต้องพิจารณา เรื่องนี้ เพราะวันนี้มีคนล้มละลาย มีคนฆ่าตัวตายแล้วจริง ๆ แล้วเป็นจำนวนมากด้วย พี่น้อง ภาคเกษตรจะไปต่ออย่างไร ภาคตะวันออก ทุเรียนปลูกมากขึ้น ผลไม้ในปีหน้าจะมีมากขึ้น เรื่อย ๆ อีก ๒-๓ ปี จะมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ เตรียมการไว้อย่างไร การโค่นยาง เพราะยางราคาถูก ๔-๕ ปีที่ผ่านมาราคายางถูกมาก คนหันไปปลูกทุเรียนกัน แล้วรัฐบาลมีแผนรองรับอย่างไรในอนาคตข้างหน้า ไม่ใช่ก็ชดเชย ชดเชย ชดเชย จนศักยภาพภาคเกษตรของเราอ่อนแอลงเรื่อย ๆ เราไม่มีอะไรเลยครับ มันสำปะหลังที่เป็น โรคใบด่างถึงเวลาก็ชดเชยกันไป ท่านจะทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ใช้เงินภาษีเข้าไปอุดหนุน แล้วศักยภาพความสามารถของท่านอยู่ตรงไหน ท่านไม่สามารถที่จะดูฐานรากที่เป็น ตัวรากฐานทางเศรษฐกิจอันแข็งแกร่งจริง ๆ ให้เขาฟื้นขึ้นมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมถือว่าวันนี้ มันได้พิสูจน์ศักยภาพของท่านแล้ว ๗ ปีมาแล้วที่ท่านได้อยู่ในอำนาจตรงนี้ มันได้พิสูจน์คน มามากพอว่าท่านไม่มีศักยภาพพอในการที่จะบริหารเศรษฐกิจ บริหารประเทศนี้ได้ เพราะหากท่านทำได้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าทุกคนก็จะมีความสุข แต่นี่มันไม่ใช่ ท่านอย่าหลอกตัวเอง อย่ามัวแต่มองแต่ว่าเราแก้ปัญหานี้ได้ ไม่มีอะไรทุกอย่าง ดีขึ้น เสียงเรียกร้องข้างนอกมันเป็นตัวบ่งบอก มันมีรูปธรรม มีตัวชี้วัดค่อนข้างที่จะชัดเจน เรื่องการแบน (Ban) สารพาราควอต (Paraquat) นี่ก็เป็นเรื่องใหญ่ที่พี่น้องภาคเกษตร รอความหวัง รอสิ่งที่ท่านจะคิด ผมหวังว่าท่านจะพิจารณาทบทวนเรื่องนี้ ผมไม่ได้หมายถึงว่า การสนับสนุนให้เกิดการใช้สารเคมี แต่วันนี้ยังไม่มีสารทดแทนในภาคเกษตร ท่านที่จะ มาแบน (Ban) กันแบบไม่มีมาตรการรองรับ หากมีมาตรการรองรับท่านทำได้เลย ผมคิดว่า สารเคมีมันไม่ควรมีในประเทศของเรา เราควรจะเป็นประเทศที่ปลอดภัย แต่หากว่า ท่านยังไม่มีอะไรที่จะรองรับเลยก็ดำเนินการมาตรการที่เหมาะสม ไม่ใช่เกษตรกรทุกวันนี้ ไม่ว่าพี่น้องชาวประมงทุกวันนี้ท่านมองเขาอย่างเป็นอาชญากร ทุกอย่างล้วนแต่มีโทษปรับ มีบทลงโทษที่รุนแรง เขาคือคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ คนที่เคยสร้างเศรษฐกิจของประเทศนี้ มาให้พวกเราได้ลืมตาอ้าปากได้มีที่ยืนอยู่ทุกวันนี้ นี่คือคนที่เราควรที่จะต้องให้การอุ้มชูดูแล ผมก็หวังว่าในฐานะที่ท่านเป็นทหาร ผมไม่เคยได้รังเกียจทหารนะครับ ผมสนับสนุนและ นับถือทหารอาชีพ แต่ไม่เคารพนับถือทหารที่มาจากการทำการปฏิวัติรัฐประหารครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ