ประยุทธ์ แจงใช้จ่ายงบกลาง-เงินกู้ 1 ล้านล้าน ย้ำโปร่งใสตรวจสอบได้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๘ · ๙ กันยายน ๒๕๖๓

ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงการปรึกษาหารือกับภาคเอกชนว่าดำเนินภายใต้กรอบกติกาเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยไม่มีการครอบงำหรือร้องขอผลประโยชน์ พร้อมย้ำความโปร่งใสในการใช้จ่ายงบกลางปี 2563 และเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ซึ่งต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ มีแผนงานชัดเจน และต้องได้รับความเห็นชอบจาก ครม. หากเกินวงเงินที่กำหนด อีกทั้งได้แสดงภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่หดตัว พร้อมยืนยันความพยายามในการรักษาการจ้างงานและฟื้นฟูเศรษฐกิจ รวมถึงตอบรับความเห็นจากอดีตรองนายกรัฐมนตรีด้วยความขอบคุณ โดยยังไม่รับข้อเสนอร่วมงานในขณะนี้

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตามที่มีคำอภิปรายมาเมื่อสักครู่นี้ก็มีอยู่หลายอย่างด้วยกันที่จำเป็นต้องชี้แจงเพื่อไม่ให้เกิด ความเข้าใจผิดกันต่อไปนะครับ ก่อนอื่นในฐานะเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนเดียวกัน แล้วก็ได้มี โอกาสได้หารือกันในสภาวันนี้ก็ได้รู้ถึงวิธีคิดที่แตกต่างกัน อะไรที่ดี ๆ ผมก็รับฟังไปเพื่อจะ นำสู่การปฏิบัติ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ารัฐบาลผมถึงแม้ว่าผมจะไม่เก่งเศรษฐศาสตร์ แบบท่านแต่ผมมีที่ปรึกษา มีคณะทำงานผมปริญญาหางว่าวทั้งหมดครับ เพราะฉะนั้นทุกคน ก็มาหารือร่วมกัน

ประเด็นแรกในเรื่องของการที่ว่าเอาเศรษฐีมาห้อมล้อมผม เขาไม่ได้บังคับ อะไรผมสักเรื่องเพราะผมไม่ได้ให้เขาบังคับ พอผมบอกว่าเขาจะช่วยประเทศชาติได้อย่างไร จะดูแลลูกจ้างพนักงานเขาอย่างไร แล้วมีอะไรที่เขาจะสามารถช่วยประชาชนในพื้นที่ได้บ้าง ผมไม่เคยไปร้องขออะไรจากเขา แล้วเขาก็ร้องขออะไรจากผมไม่ได้อยู่แล้วเพราะทุกอย่าง เป็นไปตามกติกานะครับ

เรื่องต่อไปเรื่องงบกลางนะครับ ท่านพูดมาแล้วมันทำให้ทุกคนงง ๆ ฉะนั้น เรื่องงบกลางท่านพูดไม่หมดนะครับ เรื่องแรกคือรายจ่ายรายการงบกลาง ปี ๒๕๖๓ ที่ท่าน บอกว่าเป็นเงินอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑. เป็นค่าใช้จ่าย เกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินส่วนหนึ่งจำนวนน้อยมาก ๒. ค่าใช้จ่ายชดใช้เงินทดรอง ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ๓. ค่าใช้จ่ายโครงการอันเนื่องมาจาก พระราชดำริ ๔. ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ ๕. เงินชดเชยค่างานก่อสร้าง ๖. เงินช่วยเหลือข้าราชการลูกจ้างและพนักงานของรัฐ ๗. เงินเบี้ยหวัดบำเหน็จบำนาญ ๘. เงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับวุฒิข้าราชการ ๙. เงินสมทบของลูกจ้างประจำ ๑๐. เงินสำรองเงินสมทบและเงินชดเชยของข้าราชการ อันนี้คือวงเงินจำนวนมาก ๆ อยู่ตรงนี้ ในส่วนของรายการที่ ๑๑ คือเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณี ฉุกเฉินที่จำเป็น ที่ท่านบอกว่าอยู่ที่ผมหมดเลย มันมีวงเงินแค่ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ใน ๙๖,๐๐๐ ล้านบาทนี้ทุกอย่างต้องเข้ารับการตรวจสอบ ต้องเข้าใน ครม. จำนวนวงเงิน เกิน ๑๐๐ ล้านบาทขึ้นไปต้องเข้า ครม. หมดนะครับ แต่ทั้งหมดไม่ว่าจะน้อยกว่า ๑๐๐ ล้านบาท หรือมากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ต้องมีแผนงานโครงการในรายละเอียดถึงจะอนุมัติได้ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ใครขอมาผมก็ให้ ๆ ไม่ใช่เงินของผมนี่ครับ ถ้าเป็นสมัยท่าน ท่านให้ได้ก็รอสมัยท่าน ก็แล้วกันนะครับ ผมให้ไม่ได้ ก็ต้องเข้าใจตรงนี้

เรื่องต่อไป เรื่องที่ท่านบอกว่าทำไมเราไม่ใช้วงเงินให้มันเหมาะสม ไม่กล้า หรือใช้ไม่จริงใจ ท่านทราบอยู่แล้วว่าวงเงินที่เรากู้มาทั้งหมด ท่านอย่าเอาตัวเลขมาปนกัน ท่านกู้มาทั้งหมด ๑ ล้านล้านบาท นี่ก้อน ๑ ล้านล้านบาท นี่คือกู้จริง ๆ วงเงินที่กำหนด ตาม พ.ร.ก. ให้กู้เท่านี้ ๙ ล้านบาท อีก ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาจากไหนครับ เงินในประเทศ เงินของสมาคมธนาคารต่าง ๆ ที่เขาร่วมมือกันเพื่อจะเอา ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาบริหาร ตรงนี้ ปลดล็อกให้เขาเท่านั้นเอง ไม่ได้กู้เงินมาอีกเพิ่มเลย สรุปว่าตัวเลขกู้เงินคือ ๑ ล้านล้านบาท คราวนี้ ๑ ล้านล้านบาทใช้อะไรไปบ้าง เตรียมในกรอบที่วางไว้นะครับ อันที่ ๑ คือ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทใช้ในด้านสาธารณสุข ในเรื่องการแก้ปัญหาโควิด (COVID) หรืออะไรที่เตรียมการในเรื่องการระบาดในรอบที่ ๒ ในเรื่องงบวิจัยและพัฒนาที่จำเป็นต้อง ร่วมมือกับต่างประเทศเมื่อวัคซีนมันสามารถที่จะผลิตออกมาได้ เราร่วมมือหลายมิติด้วยกัน เราต้องการวัคซีนถึงประมาณสัก ๒๐ ล้านโดส (Dose) ระยะแรก เราก็ต้องใช้เงินตรงนี้ละครับ ตอนนี้ก็ยังเก็บไว้ ส่วนหนึ่งก็ดูแล อสม. ดูแลอะไรต่าง ๆ ไปบางส่วนตามความจำเป็น เพราะฉะนั้นอันนี้กราบเรียนให้ทราบว่านี่คือก้อนแรก ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทยังอยู่ ใช้จำนวนไม่มาก น้อยมากนะครับ ใช้ยังไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ถึงกี่พันล้านบาทเลย ไปตรวจสอบได้ ตัวเลขผมจำไม่ได้ ตัวเลขกลม ๆ อันที่ ๒ คือวงเงินอีก ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้ละครับ ที่ท่านพูดว่าเอาไปเยียวยา ที่ใช้เงิน ๕,๐๐๐ ล้านบาท คุณคูณตัวเลขดูสิว่า ๕,๐๐๐ บาท คูณ ๓ เดือน ตัวเลขกลม ๆ ๓๐ กว่าล้านบาท คูณตัวเลขออกมาว่าใช้เงินไปเท่าไร เมื่อสักครู่ คุณบอกว่าใช้เงิน ท่านสมาชิกครับ ขออนุญาตไม่ไปตรงตัวนะครับ ท่านสมาชิกก็แล้วกัน ผมไม่ค่อยถนัดเท่าไรตรงนี้ คือท่านบอกว่าจ่ายเงินคนละ ๕,๐๐๐ บาท ทำไมไม่จ่าย ๑๒ เดือน คนจำนวนประมาณ ๓๐ กว่าล้านคน ผมถามคูณตัวเลข คุณตกตัวเลขหรือไม่ คุณคูณตัวเลขดูสิครับ จะต้องใช้เงินทั้งหมดขนาดนั้น ๑,๙๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ดูตัวเลขนะครับ บิดเบือนหรือเปล่า กรุณาคูณตัวเลขดูด้วย ๕,๐๐๐ บาท ๑๒ เดือน คูณ ๓๓ ล้านบาทที่ว่า เมื่อสักครู่นี้ วันนี้ผมใช้เงินจำนวนนี้ ใช้ไป ๓ เดือนแล้ว ผมใช้อยู่ในกรอบของวงเงิน ๕๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ยังเหลืออีกจำนวนหนึ่งที่ต้องให้กับคนที่ยังไม่ได้ อันนี้มันต้องทยอย ออกมาบ้าง ส่วนที่ยังติดปัญหาที่ท่านว่า บัญชีไม่พร้อมอะไรไม่พร้อม ก็กำลังตามให้เก็บให้อยู่ นี่คือข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ งบประมาณในการฟื้นฟูมีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จำนวนนี้ทำไมถึงยังอยู่ ในวงเงินจำนวนจำกัด เพราะว่ามันจะมีอีกหลายอย่างที่ต้องแก้ไขในเรื่องของการเข้าถึง เงินทุน ผู้ประกอบการรายน้อย ผู้ประกอบการที่ไม่ได้ทำธุรกรรมธนาคาร มันกำลัง มีมาตรการอยู่ เดี๋ยวฝ่ายเศรษฐกิจคงชี้แจงให้ท่านทราบ ได้เข้าใจนะครับ ถ้าเราบอกว่ามีเงินอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ใช้หมดเลย แล้วผมถามว่าเรามั่นใจได้อย่างไรว่า สถานการณ์ต่อไปมันจะสงบเรียบร้อย ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก นั่นแหละครับเป็นสิ่งที่ผมคิด อย่างรอบคอบ ในเรื่องของศักยภาพของประเทศไทย ผมเป็นคนพูดมาตลอด เป็นคนทำมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นพืชเกษตร ๖ ชนิด ไม่ว่าจะเป็นพันธุ์ข้าว วันนี้ผมให้รื้อพันธุ์ข้าวขึ้นมาทำใหม่ สมัยก่อนพันธุ์ข้าวก็สู้เขาไม่ได้ วันนี้มีข้าวพันธุ์นุ่มออกมาแล้ว มีข้าวลดน้ำตาลออกมาแล้ว มีหลายข้าว แต่เราต้องแข่งขันกับตลาดระดับล่างคือของเวียดนาม ซึ่งเขาดัมป์ (Dump) ราคาลงได้มากที่สุด แต่ถ้าอีกส่วนหนึ่งบางพวกก็บอกต้องให้ราคาข้าวสูงขึ้น สูงขึ้น สูงขึ้น ประกันราคาข้าวสูงขึ้น ๆ แล้วไปขายใครครับ ท่านต้องแก้ปัญหาทั้งระบบทั้งต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ทั้งตลาดทั้งต้นทางลดค่าใช้จ่ายในการเพาะปลูก ซึ่งวันนี้รัฐบาลกำลังหาวิธีการ ว่าจะจัดหาเครื่องไม้เครื่องมือให้กับชาวไร่ ชาวนาอย่างไร เครื่องจักรทางการเกษตรอย่างไร ซึ่งคงไม่มีใครเคยคิด แต่จะทำอย่างไรให้มันได้ประโยชน์สูงสุดไม่เสียหาย นี่รัฐบาล ต้องรอบคอบจะใช้เงินแต่ละบาทแต่ละสตางค์รอบคอบอย่างนี้

เรื่องเศรษฐกิจ วันนี้ถ้าท่านจะเอาตัวเลขมา ตัวเลขของผมก็มี รายละเอียด การขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย จีนขยายตัวร้อยละ ๓.๒ จากร้อยละ ๑๐ กว่า ร้อยละ ๘ กว่า ร้อยละ ๙ กว่า ร้อยละ ๑๐.๒ ลดลงมาจากก่อนหน้า ลบ ๖.๘ เวียดนามขยายตัวเหลือร้อยละ ๐.๓๖ ที่ท่านว่าดี เศรษฐกิจสหราชอาณาจักรหดตัว ที่ติดลบ ร้อยละ ๒๑.๗ อังกฤษนะครับ มาเลเซียหดตัวที่ร้อยละ ๑๗.๑ ลดลง เศรษฐกิจสิงคโปร์ หดตัวที่ร้อยละ ๑๓.๒ อินโดนีเซียลดลงหดตัวที่ร้อยละ ๕.๓ ยูโรโซนลดลงถึงติดลบ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกาหดตัวลงร้อยละ ๙.๕ ในช่วงเดียวของปีก่อน เพราะฉะนั้น ตัวเลขพวกนี้เป็นตัวเลขที่เอามาประเมินได้ เพราะฉะนั้นถ้าพูดไม่ตรงกันตัวเลขมัน ก็ไม่สอดคล้องกัน อันนี้ผมก็ต้องฟังจากการประเมินของหน่วยงานจำนวนมากที่ทำมาตาม หน้าที่ของเขา ญี่ปุ่นไตรมาสที่ ๒ ปี ๒๕๖๓ หดตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่ร้อยละ ๙.๙ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ปีที่แล้วด้วย ซึ่งหดตัวเพียงแค่ลบ ๑.๘ นี่คือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ที่มันเผชิญหน้ากันทั้งโลก ประชาคมโลก ประชาคมอาเซียน (ASEAN) รอบบ้านเราทั้งหมด มันมีผลกระทบทั้งหมด แล้วผมถามว่าผมบริหารล้มเหลว ผมก็ประคับประคองให้มันฟื้นฟูได้ ให้มีการจ้างงาน ให้มีการไม่เลิกจ้างพนักงานอะไรเยอะแยะไปหมดก็ใช้เงินไปตามลำดับ ท่านต้องฟังทางนี้บ้าง ถ้าท่านฟังทางโน้นทางเดียวก็จะเป็นอย่างที่ว่าดูน่าเชื่อถือเหมือนกัน ก็ฝากไว้ด้วยแล้วกัน

ก็ขอบคุณท่านเสนอแนะในนามของอดีตรองนายกรัฐมนตรีมีความรู้ดีท่านก็ คุยกับผมมาหลายรอบแล้ว ท่านก็เคยพูดกับผมว่าท่านพร้อมที่จะเข้ามาช่วยผมในการ เป็นรองนายกรัฐมนตรี โอเค (OK) ครับ ผมคงไม่รับนะครับ ผมมีครบแล้วมีเต็มแล้วเอาไว้ คราวหน้าแล้วกัน ขอบคุณนะครับ สวัสดีครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ