มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ นำเสนอข้อมูลประกอบการอภิปรายผ่านสไลด์เพื่อชี้ให้เห็นถึงความเดือดร้อนที่ประชาชนเผชิญจริง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการบริหารงบประมาณปี 2563 โดยเฉพาะการใช้งบกลางจนหมดก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 จนต้องกู้เงินเพิ่ม ขณะเดียวกันวิพากษ์วิจารณ์นโยบายเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อชาวใต้ในภาคเกษตรและประมง ทั้งจากต้นทุนที่สูงขึ้น การเปิดเสรีอาเซียนที่ทำให้การลงทุนไหลไปประเทศเพื่อนบ้าน และโครงสร้างเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์แก่ทุนใหญ่ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน
ท่านพูดอย่างนี้ ผมตัดเวลา ทดบาดเจ็บนะครับ ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับ ผมจะบอกว่าข้อมูลที่จะพูดบ่ายวันนี้มันเป็น ความจริงที่คนไทยต้องเผชิญ แล้วก็ได้พบกับสิ่งเหล่านี้ ผมขอสไลด์ (Slide) แผ่นแรกเลยครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผมอยากจะบอกว่าวันนี้ เราคุยกัน ๒ เรื่อง อภิปรายไม่ไว้วางใจโดยไม่ลงมติ แต่เรากำลังพูดเรื่องเศรษฐกิจที่ล้มเหลว แล้วจึงมาเกี่ยวกับการเมืองการปกครองในประเทศ ฉะนั้นกฎหมาย ๔ ฉบับ อันนี้ผมพูด เพื่อสำหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้ติดตามการเมือง เรียกว่าดูทีเดียวรู้เรื่องหมด ท่านดูเราจะ คุยกันถึงกฎหมาย ๔ ฉบับ งบประมาณปี ๒๕๖๓ เงินกู้โควิด (COVID) การโยกงบ และงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ กฎหมาย ๔ ฉบับนี้เป็นเรื่องสำคัญ เรามาว่าเรื่องงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ก่อนนะครับ ทำไมต้องพูดเรื่องงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ เพราะวันนี้เป็นวันที่ ๙ เดือน ๙ เหลือเวลาอีก ๒๑ วัน งบนี้จริง ๆ ถ้าสมมุติฐานก็คือใช้ครบหมดแล้ว สิ่งที่ผมอยาก ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้จดจำก็คือ เราตั้งงบไว้ ๓.๒ ล้านล้านบาท เรากะจะจัดเก็บ เงินรายได้ ๒.๗ ล้านล้านบาท แล้วก็เป็นงบขาดดุล ๔.๖ แสนล้านบาท แต่ ๒.๗ ล้านล้านบาท เก็บไม่ได้หรอกครับ ผมได้เตือนรัฐบาลแล้วว่าท่านตั้งรับโดยที่ไม่ได้เตรียมตัว เพราะฉะนั้น ทำไมผมถึงบอกว่า ๒.๗ ล้านล้านบาท เก็บไม่ได้ตามเป้า มีการแถลงโดยกระทรวงการคลัง ๙ เดือนที่ผ่านมาปรากฏว่าเก็บงบประมาณเก็บรายได้พลาดเป้าไป ๑.๑๔ ล้านล้านบาท ท่านว่า ๒.๗ ล้านล้านบาท แล้วเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือน ๓ เดือนกระมังครับ ท่านไปถึงไหมครับ อันนี้ผมว่าคงยาก ถ้าดูจากอย่างนี้บอกได้คำเดียวคนไทยมืดมน มันไม่มีทางออก หายใจ ไม่ออกจริง ๆ ครับ ผมขอเน้นเรื่องงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ หน่อยนะครับ มันมีบางจุดที่ต้อง พูดถึง ท่านสังเกตอันดับ ๑ ถึงอันดับ ๕ กระทรวงศึกษาธิการไปเกี่ยวข้องกับครูบาอาจารย์ ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ลูกจ้างอีก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่สำคัญไปเกี่ยวกับเด็ก ๆ ประมาณบวกลบ ๑๐ ล้านคน เด็กนักเรียนครับ ปกติตลอด ๑๐ กว่าปีกระทรวงศึกษาธิการ เป็นแชมป์ของงบประมาณ แต่พอมา พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านเอางบกลาง ขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่ง อันนี้ผมเรียนก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะเฉลยว่าทำไมถึงต้องพูดถึง งบกลางท่านดูสิงบกลางได้ ๕๑๘,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการได้ ๓๖๘,๐๐๐ ล้านบาท งบกลางมันมีหัวข้อในการใช้เงินอยู่ประมาณ ๑๐-๑๒ ข้อ ข้อที่ ๑๑ ถ้าผมไม่ผิดจะเป็น งบสำรองจ่ายเพื่อฉุกเฉินหรือจำเป็น ท่านตั้งเอาไว้ ๙๖,๖๐๐ ล้านบาท ไปดูแผ่นต่อไปครับ คนไทยคงจำเหตุการณ์ได้ดี ผมย้ำนะครับถ้าใครไม่ได้ตามการเมืองมาฟังวันนี้ชั่วโมงเดียว รู้เรื่องหมด ตอนนั้นโควิด (COVID) แพร่จากจีน ประเทศไทยทะยานขึ้นสู่อันดับ ๒ ของโลก ผมเน้น ประเทศไทยผู้ติดโควิด (COVID) ทะยานขึ้นสู่อันดับ ๒ ของโลก แล้วตอนนั้น เรากำลังตื่นเต้นกับนักท่องเที่ยว ๔๐ ล้านคนที่จะเข้าประเทศไทย ท่านว่าเกิดอะไรขึ้น ในที่สุดรัฐบาลตอนนั้นมันไม่ใช่รัฐบาลอย่างเดียวนะ คนไทยทั้งประเทศต้องเผชิญกับความ หวาดกลัวอย่างสุดขีดในชีวิตที่ไม่เคยเจอมา ๔ ข้อนี้ ตัดสินใจปิด กทม. ๒๒ มีนาคม ออก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๒๖ มีนาคม เคอร์ฟิว (Curfew) ๒ เมษายน และปิดประเทศ ปิดทุกด่าน ทุกสนามบินวันที่ ๓ เมษายน ท่านสังเกตวันที่ ๓ เมษายน เราตัดสินใจปิดประเทศ นั่นแปลว่าอะไร แผ่นต่อไปเลยครับ นี่ครับ คุ้นเหลือเกินพระเอกของเรามาแล้ว ประชาชน ออกไปร้องกันใหญ่เลยว่าเจ๊ง ตกงาน บริษัทปิด มีคนตกงานอยู่ ๑๐ ล้านคน ไม่มีเงินจะอยู่ ได้อย่างไร ไปขอเงิน ตอนนั้นก็มีมาตรการแบบเฉพาะหน้าออกมาบอกแจก ๕,๐๐๐ บาท ก็แล้วกัน มันก็มีปัญหาเรื่องการลงทะเบียน เรื่องการแจกเงิน แจกอย่างไร วิธีอย่างไร แอป (App) แบบไหน ปรากฏนายกรัฐมนตรีออกมาเลยครับ จ่าย ๕,๐๐๐ บาท มีเงิน แค่เดือนเดียว นอกนั้นต้องรอกู้เงินไม่พอแจก ผมย้ำก่อนนะครับ ทุกข้อความที่ออกมาต้อง ขอบคุณทุกสื่อที่เขาตีพิมพ์ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ ไม่ว่าจะเป็นสำนักข่าว ไปดูแผ่นต่อไปครับ ผมเน้นชัด ๆ ๑๕ เมษายน ๒๕๖๓ นายกรัฐมนตรีบอกว่างบกลางหมดแล้ว ที่ท่านต้องใช้ ฉุกเฉินที่ท่านต้องใช้จำเป็นเร่งด่วนมันหมดแล้ว ท่านอย่าลืมนะเมื่อสักครู่ผมยกงบกลางขึ้นมา เป็นอันดับ ๑ มากกว่ากระทรวงศึกษาธิการ ผมพูดอย่างนี้ท่านอย่าหาว่าผมไปเกี่ยวอะไรกับ ม็อบ (Mob) เด็กอะไร ผมไม่เกี่ยวนะครับ ผมไม่เคยอยู่ม็อบ (Mob) สีใด แต่ผมต้องพูดความจริง ท่านดูต่อไปครับ ในเมื่อนายกรัฐมนตรีบอกไม่มีเงิน เงินหมดแล้ว คำตอบจึงมาอยู่ในห้องนี้ บอกว่าก็ผมต้องกู้เงิน โควิด-๑๙ (COVID-19) ตอนแรกผมก็ดูว่าเอ๊ะ เขาคิดแคมเปน (Champaign) โจทย์มันมาจากอะไร ทำไมต้องขอกู้ ๑.๙ ล้านล้านบาท ซึ่งมันมากมายมหาศาล เหลือเกิน จริง ๆ ท่านกู้ทีหนึ่ง ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ แต่ปรากฏว่าคงมีคนนึกสนุกก็โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เลยกู้ ๑.๙ ล้านล้านบาท ผมบอกเลย ถ้าผมคุมเศรษฐกิจแล้วคุมประเทศนี้ผมไม่กู้เท่านี้ แต่คราวนี้ผมจะให้ท่านดูสีเขียว ท่านไป บอกให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีคนอภิปรายไปเมื่อเช้าแล้วว่า ใช้เงินอย่างไร ผมไม่พูดแล้วอันนี้จบ แต่ไปดูตรงสีฟ้าสิครับ กู้เงิน ๑ ล้านล้านบาท สั้น ๆ ไม่ว่าท่านจะบรรยายอย่างไรก็ตาม กู้มาเพื่อเยียวยาประชาชนซึ่งอดอยากแล้วก็หิวโหยและ ไม่มีเงิน ๑ ล้านล้านบาทท่านไปจัดอย่างไร ไปดูแผ่นต่อไปครับ ออกมาแถลงข่าวอย่างนี้ อาชีพอิสระ พูดเสียสวยหรูเลย ความจริงก็คือคนไม่มีเงินจะกินข้าว คนตกงาน บริษัท ที่มันเจ๊งแล้วไม่มีอะไรทำ ปรากฏว่า ๑๖ ล้านคน เกษตรกร ๑๐ ล้านครัวเรือน ท่านจ่าย ผ่าน ๑ คน ก็ ๑๐ ล้านคน ผู้เปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส ๑๓ ล้านคน ตัวเลขสุดท้ายตรงสีเหลือง บอกว่า ๓๙ ล้านคน ผมย้ำนะครับ กระทรวงการคลังบอกว่าได้เงินไปแล้ว ๓๙ ล้านคน ๔.๒ แสนล้านบาท ก็ยังมีอีกว่าจากเดือนเดียวทีนี้บอกแจก ๓ เดือน ผมก็ถามอีกว่าแล้วแจก ๓ เดือน แล้วพอ ๓ เดือนกับอีก ๑ วันเขาไม่กินข้าวแล้วหรือ แล้วท่านหยุดได้อย่างไร แล้วท่านจัดสรรเงินอย่างไร ผมจะไปจับถ้าเป็นภาษาวัยรุ่นตอนนี้ผมไม่รู้นะตรงข้างบนเข้าใจ หรือเปล่า เขาเรียกโป๊ะแตก ท่านดูต่อไปครับ ท่านบอกว่า พ.ร.ก. เยียวยาโควิด (COVID) เป็นเรื่องเร่งด่วน ผมให้เขาใส่สีแดงเลยครับ ผมบอกเร่งด่วนเพราะมัน ๑ ล้านล้านบาท คนไม่มีจะกิน ในเมื่อมันเร่งด่วนก็ต้องใช้ ปรากฏไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไป กระทรวงการคลังออกมาให้ข่าว เพิ่งกู้ไป ๓.๑ แสนล้านบาท ที่เหลือจะกู้ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ โอ้โฮถ้าคิดอย่างนี้ในแง่ การเงินการคลัง ผมย้ำนะครับ ๑. ไม่มีเงินเหลืออยู่แล้วแม้แต่บาทเดียวครับ หรือ ๒. ด้วย ระบบราชการหรือไปติดขัดอะไร ทำไมไม่กู้ต่อครับ แล้วเดือนที่ ๔ เดือนที่ ๕ เดือนที่ ๖ เขาจะอยู่ได้อย่างไรครับ แล้วไปกู้งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ กว่าจะได้ใช้อีกครับ ช่วงนี้อดข้าวไปก่อน หรือครับ ช่วงนี้ไม่ต้องกินข้าวหรือครับ ผมขอทวงเงินคืน ผมถามสั้น ๆ ๓.๑ แสนล้านบาท ถ้าปัดเศษออก ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ท่านขอไป ๑ ล้านล้านบาท อีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปอยู่ที่ไหนเอามาเทลงมาช่วยครับ ผมขอประกาศดัง ๆ ให้ได้ยิน พี่น้องประชาชนฟังนะครับ เจอท่านประยุทธ์ที่ไหนเอาดอกไม้ไปให้แล้วเขาบอกว่าขอเงินครับ อีก ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอามาครับ ท่านไปดูแผ่นต่อไปครับ ผมคิดไม่เหมือนกับท่านครับ ถ้าผมคิดใหม่ วิสัยทัศน์ใหม่ คือคิดไม่เหมือนท่านแน่นอนครับ ประชาชนเขาอดอยากหิวโหยเขาจะตายนะครับ ท่านดูนะครับ เงินกู้โควิด-๑๙ (COVID-19) ๑.๙ ล้านล้านบาท วงเงินอื่นอีก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดี๋ยวมัน ไปมีเรื่องโยกงบ ผมโยงเรื่องมาให้ท่าน คนที่ไม่เข้าใจเศรษฐศาสตร์เลยจะรู้เรื่อง เทไปให้คนที่ เดือดร้อนทั้งหมด ท่านไปดูตรงนี้เรามีเงิน ๒ ล้านล้านบาทแล้วนะครับ เศษด้วยครับ ไปดูแผ่นต่อไป ผมให้คนละ ๕,๐๐๐ บาท เหมือนที่ท่านให้ แต่ ๕,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน และให้ต่อเนื่องไม่หยุดแม้แต่เดือนเดียว ๑๒ เดือน คนจะได้เงิน ๓๓ ล้านคน บวกความจริง มันเกินกว่า ๓๓ ล้านคนบวก นี่ครับวิสัยทัศน์ท่านกับผมจึงไม่เหมือนกัน เพื่อประชาชนคนไทย ที่ลำบากอย่างแท้จริงครับ ท่านรักประชาชนหรือเปล่าครับ ท่านเคยไม่มีข้าวกินไหมครับ ๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนต่อคน มันยังมีวิธีคิดต่อไปอีกนะครับว่าถ้าเกิดสมมุติเขาเกิดไปได้งานล่ะ ธุรกิจเขาฟื้นล่ะ อันนั้นท่านค่อยมาตัดออกครับ คราวนี้ไปดูแผ่นต่อไป ผมย้ำนะครับว่า แผ่นเมื่อสักครู่เป็นแผ่นวิสัยทัศน์ว่าถ้าผมเป็นท่านผมจะทำอย่างนี้ แต่ในเมื่อท่านบอกท่านจะ ทำอย่างท่าน แล้วแต่ท่านครับ เรื่องนี้นะครับ ผมว่าถ้าพี่น้องไม่อธิบายด้วยภาษาง่าย ๆ เขาไม่เข้าใจหรอกครับ ท่านดูนะครับ ทำไมผมต้องเน้นว่าพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ๘๘,๔๕๓ ล้านบาท ผมบอกว่า ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ๑๔-๑๕ ปี หรือ ๒๐ ปีด้วยซ้ำ ท่านไปดูงบประมาณ กระทรวงศึกษาธิการที่เพื่อเด็ก ๆ เป็น ๑๐ ล้านคน ได้งบประมาณ สูงสุดอันดับ ๑ ของประเทศ แต่พอมารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ท่านสับเอางบกลางขึ้นมาเลย งบกลางปกติเขาจะได้กันอยู่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอโทษนะครับ ผมไม่อยากพูดอย่างนี้ ท่านล่อเข้าไป ๕๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ยังไม่พอนะครับ พอฉุกเฉินมา ท่านบอกเงินหมดแล้ว ท่านจึงไปใช้พระราชบัญญัติโอนงบไปอีก ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท ได้ไป ๖๐๗,๐๐๐ ล้านบาท ๖๐๗,๐๐๐ ล้านบาทเอาไปใช้อะไรครับ ผมเน้นข้อฉุกเฉินและจำเป็น เพื่อปากท้องคนไทยเท่านั้น ท่านตอบ ผมบอกเลยนะท่านไม่มีเหตุผลที่จะตอบหรอก ไปดูสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ทีนี้มาดูกันนะครับ โยกงบหรือโอนงบมันมีข้อสังเกตอะไร พ่อแม่พี่น้องทั้งประเทศดูดี ๆ นะครับ ท่านใช้เวลาพิจารณาโยกงบ ๘.๘ หมื่นล้านบาท พูดง่าย ๆ ถ้าหลวม ๆ ปัดเศษ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เกิน ๓ วัน นั่งประชุมกัน กินกาแฟ ไปบ้าง กินขนมไปบ้าง พูดบ้าง เข้าใจ ฟังไม่ฟัง วิ่งออกไปไหน เงินตั้ง ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้เวลาเพียง ๓ วัน แต่ข้อ ๒ น่ากลัวกว่านั้นอีก คณะกรรมาธิการพอมาถึงท่านก็ทำเหมือน งานปกติ นี่คือภาวะวิกฤติของชาติ ผมจำได้เลยผมนั่งแถวนี้แต่ละคนก็ยกมือเสนอเอาตาม โควตา ผมบอกเลยนะ กรรมาธิการบางคนทำธุรกิจสีเทาและบางคนมีคดีอาญาติดตัว แล้วเอามานั่งพิจารณาอย่างนี้ ผมถามจริง ๆ เถอะงบนี้ผมขอเรียกมันว่างบสีเทา มันไม่โปร่งใสกระมัง แต่ข้อ ๓ สิครับ แล้วตรวจสอบก็ไม่ได้ เพราะอะไร งบกลาง เดี๋ยวท่านไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไปท่านจะรู้เลย ท่านจะเกิดความแจ่มแจ้งแดงแจ๋ว่าอ๋อ มิน่างบกลางอย่างนี้ในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ถึงทะลุขึ้นมา ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบกลางตรวจสอบอีกไม่ได้ ท่านดูแผ่นต่อไปครับ นี่อย่างไรครับ เมื่อผ่านสภาไปแล้ว ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่สามารถจะกลับมาผ่าน สภาผู้แทนราษฎรได้อีกครับ อำนาจสั่งจ่าย ผมขอทำมืออย่างนี้ ถ้าเด็ก ๆ ที่ชอบเล่น เอามือนี้ไปทำ นี่ครับอยู่ในกำมือนี่ครับ กำมือของนายกรัฐมนตรีอยากจะบอกว่าเหมือนผู้เดียว จริง ๆ มันมีกฎระเบียบ จ่าย ๑๐๐ ล้านขึ้น ๑๐๐ ล้านลง อันนี้ผมจะไม่ไปยุ่งในกฎระเบียบ เดี๋ยวคนงงทั้งประเทศ มันอยู่ในกำมือของนายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่มันยากต่อการ ตรวจสอบและมีโอกาสคอร์รัปชันสูง นี่คืออิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ของงบกลางมันเป็นยิ่งกว่า อภินิหารกฎหมายที่เคยมีมาอีกครับ ไปดูแผ่นต่อไปครับ ไปดูงบปี ๒๕๖๔ ท่านสังเกตไหม วันนี้ผมพยายามพูดเร็ว ผมหยุดหายใจเป็นห้วง ๆ เพราะผมพยายามจะให้ได้เนื้อหาเยอะที่สุด ผมเห็น พลเอก ประยุทธ์ตั้งใจฟัง นั่งจดยิก ๆ จดให้ทันนะครับแล้วลุกขึ้นมาตอบ เดี๋ยวผมจะ ดูท่านตอบอย่างไร งบประมาณประจำปี ๒๕๖๔ ผมพูดได้คำเดียว ขอโทษนะครับ ถ้าผิดหวัง มันก็ว่าเยอะนะครับ ผมขออนุญาตใช้คำพื้น โคตรผิดหวังเลยครับ ผิดหวังหน่วยงาน ทีมเศรษฐกิจ ใครนะเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ บังเอิญชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครับ ท่านว่าท่านทำอะไรลงไปครับ ปี ๒๕๖๓ ท่านตั้งรับไม่ทันเรื่องภาวะวิกฤติโควิด (COVID) พอให้อภัยได้ อโหสิกรรมกันได้ แต่ปี ๒๕๖๔ รู้ทั้งปีอยู่แล้วว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านทำอะไรครับ งบประมาณรายได้ ท่านยังคิดเหมือนเดิมเลยครับ ขาดดุลก็เหมือนเดิม งบประมาณใช้จ่าย ก็ยังใช้จ่ายเหมือนเดิม ก็ไม่มีจะกินอยู่แล้ว เก็บรายได้ก็เก็บไม่ได้ ภาษีก็เก็บไม่ได้ ท่านยัง ไม่รู้จักว่างบประมาณในภาวะวิกฤติเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ขอพูดอีกทีภาษาไทย อันนี้ยืนยัน โคตรผิดหวัง ไปดูต่อครับ ที่มันน่ากลัวยิ่งกว่านั้นท่านดูงบปี ๒๕๖๔ งบกลาง ล่อไป ๖๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านว่ามันสูงกว่าหรือเปล่า เดี๋ยวไปดูนะครับ เข้าไป ๑๘.๖ เปอร์เซ็นต์ งบกระทรวงศึกษาธิการ ๑๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ๕ อันนี้ในสมัยรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จึงโดดเด่นขึ้นมาด้วยงบกลาง กระทรวงศึกษาธิการถูกถีบลงไปอยู่ มันถีบนี่ มันเห็นความรู้สึกว่ามันโดนถีบโดนกดลงไปอยู่อันดับ ๒ ท่านไปดูต่อไปครับ นี่อย่างไรครับ งบกลาง ปี ๒๕๖๓ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วไปบวกเป็น ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทีนี้ไม่หนำใจเอาขึ้นมาเลยครับ ๖๑๔,๐๐๐ ล้านบาท บวกเข้าไปอีก ๙๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท พูดง่าย ๆ คือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กระทรวงศึกษาธิการ ตัดไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม กระทรวงกลาโหม ตัดไป ๙,๘๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ๙,๘๐๐ กับ ๙๕,๐๐๐ ๑๐ เท่าตัวโดยประมาณ อันนี้บอกเลย เป็นตารางเปรียบเทียบ สำนักงบประมาณ สำนักปลัดบัญชี กระทรวงการคลัง ท่านไม่ต้องไป ตรวจสอบหรอก เอาอันนี้ไปอ้างอิงได้เลยครับ เสียเวลาทำงาน ต่อไปครับ ตรงนี้ดูดี ๆ ต้องอธิบายไม่อย่างนั้นไม่เข้าใจ งบกลาง ปี ๒๕๖๓ เมื่อท่านใช้พระราชบัญญัติ โอนงบประมาณแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๓ มาบวก ท่านจึงได้เงินไป ๖๐๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่พองบกลาง ปี ๒๕๖๔ ยังไม่ทันเริ่มต้นเลย ครั้งแรกท่านได้ไป ๖๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ผมให้เขาขึ้นตัวแดง ผมบอกตรงนี้ต้องขึ้นตัวแดง แล้วจะโอนงบมาอีกไหม แค่ท่านโอนมาอีก ๘๘,๐๐๐ เท่าเดิม ท่านจะมีเงินในกระเป๋าโดยอำนาจและกำมือของนายกรัฐมนตรี ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เยอะที่สุด นายกรัฐมนตรีสั่งอะไรก็ได้ ไปดูต่อครับ ตรงนี้ทำไมต้อง ให้เขาขีดเน้นมา เขาบอกว่างบกลาง อันนี้ผมฟ้องประชาชนให้รอจับตาดู วันนี้ท่านยังไม่ได้ ทำอะไรผิดนะครับ แต่ผมจะบอกว่าหนังสือเขาวิเคราะห์ไว้ว่างบกลางที่กระทรวงการคลังหรืออะไรทำออกมา แล้วแถลงข่าวบอกว่าเอาไปเตรียมจ่ายเพื่อบรรเทาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) สูงถึง ๑.๔ แสนล้านบาท ผมเตือนท่านก่อนนะครับ เงินของประชาชน ภาษีก็ ของประชาชน คืนเขาไปเถอะครับ อย่าเอาไปใช้ผิดประเภท ผมเตือนนะครับ แล้ววันหลัง ถ้าเรามีโอกาสสภานี้ยังอยู่เดี๋ยวผมจะมาจับผิดท่านให้คนดูครับ ไปดูแผ่นต่อไปครับ งบปี ๒๕๖๔ ทำไมผมต้องพูดซ้ำอีกทีหนึ่ง ๓.๓ ๒.๖๗ ๖.๒๓ แสนล้านบาท ทำไมต้องพูดซ้ำครับ มันมีประเด็น ไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไปครับ ท่านดูนะครับ อันนี้คือการคาดการณ์ จีดีพี (GDP) คือรายได้มวลรวมประชาชาติ รายได้มวลรวมประชาชาติเขาดูทุกองค์กรที่สำคัญ ของประเทศว่าประเทศไทยทั้งประเทศ คน ๖๐ กว่าล้านคน เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ ซึ่งเหลืออีก ๓ อาทิตย์จะหมดลง ท่านจำได้ไหมครับ อภิปรายครั้งก่อนมีหน่วยงาน ราชการออกมาบอกว่ามันคงติดลบ ผมต้องเรียนอย่างนี้ ๓ ตัวเลข ผมชู ๓ นิ้วนี้อย่ามานึกว่า ผมมาทำอะไรม็อบ (Mob) ล้อท่าน ๑. ทีมเศรษฐกิจทีมที่แล้วที่เขาออกไปเขาบอกว่า ตอนนั้นยังไม่รู้เรื่องโควิด (COVID) เขาบอก บวก ๓ บวก ๔ จีดีพี (GDP) แต่ปรากฏว่าต่อมาอีก พอเริ่มมีโควิด (COVID) ระบาดเขาบอกคงประมาณ ลบ ๕ ลบ ๕.๓ ท่านไปดูตัวเลขได้ ท่านไปดูเทป (Tape) การอภิปรายผมก็ได้ ผมบอกว่าน่าจะไปอยู่ถึง ๑๐ กระมังครับ ปรากฏว่า เดือนมิถุนายน ธนาคารแห่งประเทศไทยบอกมา ลบ ๘.๑ เดือนกรกฎาคม กระทรวงการคลัง บอก ลบ ๘.๕ เดือนสิงหาคม สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติออกมาบอก ลบ ๗.๕ ถ้า ๓ คนบอกว่า ลบ ๘ ลบ ๘.๕ ลบ ๐.๗ ความหมายมันก็ต้องลบสิครับ อันนี้คือ การคาดการณ์ แต่ท่านมาดูของจริงสิว่าเกิดอะไรขึ้น ไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไป เมื่อสักครู่ คือการเดา นั่นคือการทำนาย ดูองค์ประกอบ โหรหมอดูบอกว่า แต่คราวนี้ปรากฏว่า ไตรมาสที่ ๒ จีดีพี (GDP) ดิ่งเกินคาดติดลบ ๑๒.๒ ผมย้ำนะครับ อันนี้คือของจริง แล้วตีพิมพ์ ออกมาแล้วด้วย เพราะฉะนั้นไตรมาสที่ ๓ ไตรมาสที่ ๔ เดี๋ยวได้เห็นอะไรตื่นเต้นแน่นอน คนไทยบอกเลยนะครับ หายใจลึก ๆ ครับ ประหยัด อดออม เอาชีวิตให้รอดกับเรือเศรษฐกิจ ที่กำลังจะอับปางลงเร็ว ๆ นี้ ไปดูแผ่นต่อไปครับ สไลด์ (Slide) นี้ต่อไปนะครับ ถ้าคนจิตใจ ไม่เข้มแข็งอย่าดูเลยครับ เพราะมันเป็นข่าวร้ายของประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คาดการณ์รายได้ของปี ๒๕๖๔ ผมย้ำนะครับ ปี ๒๕๖๔ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม อีกไม่กี่วัน จะเลวร้ายที่สุด วูบลงเหลือเพียง ๖.๗๕ แสนล้านบาท ท่านว่า ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ความหมายคืออะไร พี่น้องประชาชนอาจจะไม่เข้าใจ รายได้อันดับ ๑ ของประเทศไทย เราคาดหวังถ้ามีนักท่องเที่ยว ๔๐ ล้านคนขึ้น เราจะมีรายได้สุทธิ ๒ ล้านล้านบาทบวก แต่มันเหลือ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่เขายังหวังอยู่นะครับ ซึ่งถ้าโควิด (COVID) มันเลวร้ายล่ะ ไม่มีทางครับ ท่านได้ตามข่าวล่าสุดมาหรือยัง อันนี้ผมกลัวจริง ๆ กลัววิสัยทัศน์และกลัวใจท่านนายกรัฐมนตรีจะแก้ปัญหาอย่างไร ข่าวล่าสุด ผมดูทีวีแทบช็อก (Shock) ประเทศอินเดียติดโควิด (COVID) วันเดียวถ้าจำไม่ผิดทะลุ ๙๐,๐๐๐ คน ท่านว่า น่ากลัวไหมครับ แต่ประเทศอินเดียติดโควิด (COVID) แล้วคืออะไร เพราะลามมาที่ประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะที่ประเทศพม่า ผมเข้าใจว่ารัฐบาลโดยเฉพาะทหาร ตม. กำลังป้องกัน หนังสือพิมพ์ ขอโทษนะครับ เอ่ยเลยก็ได้ ไทยรัฐบอกข้าศึกประชิดทุกด้านของประเทศไทยแล้ว ๑๐ ด่าน ๑๐ จังหวัดที่เชื่อมเรา ถ้าโควิด (COVID) หลุดเข้ามาท่านว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ทั้งหมดที่เจ๊งอยู่ เป็น ๑๐ ล้านกว่าคน ขอโทษนะครับที่จะพูดภาษาง่าย ๆ ถือว่าเป็นศพที่สังเวยวิสัยทัศน์ ที่ผิดพลาด ผมเตือนก่อนนะครับ เรื่องนี้น่ากลัวแบบที่สุด แล้วท่านอย่าหวังมันจะมาอย่างนั้น มันอาจจะไม่ได้ยิ่งกว่านี้อีก ไปดูแผ่นต่อไปครับ ส่งออก เดือนมิถุนายนออกมาเลย ติดลบ ๒๓ เปอร์เซ็นต์ และร่วงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ ๓ ส่งออกอีกลมหายใจหนึ่ง เมื่อสักครู่ บอกรายได้อันดับ ๑ มาจากการท่องเที่ยว รายได้อีกอันมาจากการส่งออก นี่ไปหมดแล้วนะครับ ไปดูอีกแผ่นนะครับ ส่งออกข้าวไทยต่ำสุดในรอบ ๒๐ ปี ผมบอกแล้ว ครับใจไม่แข็งอย่าดู เปลี่ยนไปดูละครช่วงนี้ครับ เพราะอะไรครับ ก็มันเป็นอย่างนี้ครับ ท่านบริหารอย่างไรครับ ทีมเศรษฐกิจคิดอะไรอยู่ครับ ส่งออกข้าวไทยเป็นที่ ๑ ตลอดครับ นี่ต่ำที่สุดในรอบ ๒๐ ปี ไปดูแผ่นต่อไปครับ มันน่ากลัวกว่านั้นท่านรู้ไหมเบื้องหลังของ เบื้องหลังที่มันซ้อนกันอยู่อะไรครับ สมาคมผู้ส่งออกข้าวเครียดเพราะอะไรครับ ติดลบ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ต่ำสุดในรอบ ๒๐ ปีจริงครับ แต่ท่านดูสีแดงที่ขีดเอาไว้ครับ ประเทศจีน มหามิตรของเราที่ท่านไปซื้อเรือดำน้ำเขามา กำลังจะเขี่ยไทยหลุดออกจาก ๓ คน ผู้ส่งออกข้าวของโลก เรากำลังจะสูญเสียตกอันดับ ๑ ใน ๓ ซึ่งเราครองที่ ๑ มาเกือบตลอดกาล ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้นครับ แล้วเราจะอยู่กันได้หรือครับ หันไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิด แต่ความน่ากลัวไปอยู่ตรงสีเขียวครับ วอนรัฐเร่งพัฒนาสายพันธุ์ข้าว ท่านดูประโยคนี้ดี ๆ นะครับ เขาบอกว่าวอนให้รัฐ รัฐบาลนี่แหละครับ เร่งรัดพัฒนาสายพันธุ์ข้าว ท่านไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไปครับ เสียแชมป์ ๒ ปีซ้อน ท่านรู้ไหมสีแดงคืออะไรครับ หลังจากประเทศเวียดนาม คว้าแชมป์ (Champ) ข้าวที่ดีที่สุดในโลกไปครองครับ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยห่วงว่าถ้าไทย ไม่เร่งปรับปรุงคุณภาพข้าวในอีก ๕ ปีข้างหน้า คาดว่าข้าวหอมมะลิไทยอาจจะเหลือแค่ ตำนานครับ ข้าวที่ดีที่สุดในโลกคือข้าวหอมมะลิ ความภูมิใจของคนไทยคือข้าวหอมมะลิครับ การส่งออกข้าวอันดับ ๑ ของโลกคือประเทศไทย ไปหมดเลยครับ ท่านจะโทษอะไรหรือครับ โทษโควิด (COVID) หรือครับ เดี๋ยวท่านดูสไลด์ (Slide) ต่อไปท่านจะเข้าใจต่อครับ ตรงนี้ ผมย้ำนะครับ มันมีรัฐมนตรีบางคนแอบมาแหย่ผมเล่นบอกว่า ท่านมิ่งขวัญท่านพูดทีเดียวนะ รัฐมนตรีดาหน้ามาโต้ท่านประมาณ ๕ คน ๗ คน ผมว่าเที่ยวนี้ให้นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจคนเดียวก็พอ คนอื่นไม่ต้องลุกขึ้นมา แล้วผมจะบอกว่า ๕ ปีข้างหน้าถ้าเกิดเราเสียไปหมดล่ะแล้วเราจะเหลือหรือ ข้าวหอมมะลิ จะเหลือแค่ตำนาน อันนี้สมาคมผู้ส่งออกเขาคุยกันอย่างนั้น ท่านไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไปครับ สิ่งที่ผมต้องเตือนท่าน นี่พูดจริง ๆ ครับ เราเกิดเป็นคนไทย เลือดเนื้อชาติเชื้อไทย แต่ท่านลืมนึกถึงศักยภาพของความเป็นคนไทยและประเทศไทย ผมขอยกตัวอย่าง กรณีศึกษาซึ่งสอนอยู่ในปริญญาโทเขาพูดและเรียนกันทั้งโลกว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ประเทศ ออสเตรเลียครับ ดิ้นรนจะไปทำรถยนต์แข่งกับประเทศอื่น ๆ รถยนต์กำลังบูม (Boom) ทั้งโลกครับ ทำแข่งสหรัฐอเมริกา แข่งกับยุโรป แข่งประเทศเยอรมัน แข่งกับประเทศอิตาลี แข่งกับประเทศอังกฤษ แข่งกับประเทศญี่ปุ่น รถยนต์โฮลเดน (Holden) เจ๊งคามือประเทศครับ หลังจากนั้นประเทศออสเตรเลียกลับมาถามตัวเองว่าศักยภาพออสเตรเลียอยู่ตรงไหน ท่านรู้ไหมครับว่าเขาได้คำตอบว่าอะไรครับ เนื้อวัว เนื้อแกะ ลูกกีวี ปลูกผลไม้ นั่นคือ ศักยภาพของเขาครับ แล้วประเทศไทยครับ กำหนดนโยบายไว้สวยหรูเลย ไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ลอกฝรั่งมาแท้ ๆ แล้วทำอะไรได้ครับ ศักยภาพประเทศไทยอยู่ที่ไหน ถ้าท่านไม่หันกลับมาสำเหนียกในความเป็นไทย ผมยืนยันว่าไม่เหลือ แล้วอีกไม่นาน อีก ๑-๒ ปี ท่านได้เห็นประเทศนี้สิ้นสภาพ ท่านไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นต่อไปครับ ผมหยุดนิ่ง ๆ ทำไมครับ ชาวนาที่ปลูกข้าว ยอดส่งออก พันธุ์ข้าวที่ดีที่สุดของโลก มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน การปลูกอ้อย การปลูกข้าวโพด สิ่งเหล่านี้ต่างหากคือชีวิตจริง คือศักยภาพของความเป็นไทย ท่านอยู่กับมันตั้งแต่เกิดแต่ท่านไม่เคยเห็นความสำคัญ มันเท่าที่ควร ผมถามนิดหนึ่งครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ล่ะ กระทรวงพาณิชย์ล่ะ ทุกหน่วยงานกระทรวง ทบวง กรม ท่านดูอะไรของท่านอยู่ เราแพ้เขาหมดหรือ นี่คือรายได้หลัก ของคนทั้งประเทศ ท่านไปดูแผ่นต่อไป ทุเรียนล่ะ มังคุดล่ะ ลำไยล่ะ ทำไมผมพูดถึง ๓ ผลไม้นี้แยกออกมา ทุเรียนคือราชาผลไม้โลกที่เขายกย่อง มังคุดคือราชินีผลไม้โลก ที่เขายกย่อง ลำไยคนเอเชียโดยเฉพาะคนจีนเชื่อกันว่าเป็นยาโป๊ กินแล้วแข็งแรง ผมถามท่านนะ ย้อนไปดูสไลด์ (Slide) แผ่นเมื่อกี้แล้วก็กลับมาดูตรงนี้ผมจะอ่านให้ฟังครับ ข้าว มัน ยาง ปาล์ม อ้อย ข้าวโพด แล้วไปดูแผ่นต่อไปว่าทุเรียน มังคุด ลำไย ท่านว่าสินค้าหลักและ เส้นเลือดของคนไทย ผมกำลังจะบอกว่าพี่น้องทั้งประเทศครับ คนไทยทุกคน จะคนไทยแท้ ไทยเชื้อสายจีน เชื้อสายฝรั่ง เชื้ออะไรก็ไม่รู้ แต่ท่านเกิดบนแผ่นดินนี้ผมถือว่าท่านคือคนไทย เพราะที่นี่คือแผ่นดินเกิดของท่านครับ อันนี้ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ คนเรียกท่านนายกรัฐมนตรี ชื่อเล่นว่าลุงตู่ ท่านรู้ไหม ถ้าตั้งชื่อเล่นท่านภาคภาษาจีนท่านต้องชื่อนี้ครับ ท่านว่าผมพูดอะไร อยู่ครับ อยู่เฉย ๆ ปล่อยให้ต่างด้าวเข้ามาตั้งล้ง ล้งเพิ่งจะเกิดมาไม่กี่ปีนี้เองครับ ท่านว่าล้ง มาทำอะไร ครอบธุรกิจลำไยครับ ครอบธุรกิจทุเรียน ครอบข้าว ครอบทุกอย่างโดยความ ร่วมมือของไส้ศึกคือพ่อค้าที่นั่งอยู่ในประเทศไทยนี่แหละครับดึงเข้ามาครอบครับ เราเป็น ขี้ข้าเขาหรือครับ เราไม่เคยเป็นขี้ข้าใครมาตลอด เราเป็นเอกราช อยู่ ๆ ปรากฏคำ ๆ นี้ แล้วปรากฏในสมัยของรัฐบาลที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมพูดตรง ๆ นะครับ ผมไม่มีศักยภาพอะไรไปสู้ท่านได้หรอกครับ แต่ผมจะพูดในฐานะผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง ของประเทศไทย และพูดในฐานะความเป็นคนไทย คำ ๆ นี้ได้เข้ามาทำลายเศรษฐกิจ ย่ำยีศักดิ์ศรีและความเป็นคนไทยอย่างรุนแรง ถ้าท่านไม่ไล่มัน วันที่ท่านไม่อยู่แล้วผมขึ้นมา แทนท่านวันไหนมันต้องออกไปจากแผ่นดินนี้ครับ แช่สไลด์ (Slide) ไว้ดูนานหน่อยครับ จะได้ทิ่มหูทิ่มตา คนไทยทั้งประเทศจะได้เห็นว่าล้งเพิ่งมาเกิดครับ และมาเกิดในสมัยท่าน เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านยอมได้อย่างไรครับ
ต่อไปครับ เจ๊งอีกครับ ท่านรู้ไหมครับคนปักษ์ใต้ฝากผมมาพูดว่าอะไร แล้วคนอยู่ชายฝั่งทะเลฝากผมมาบอกว่าอะไรครับ เกิดมาในชีวิตท้องพ่อท้องแม่เขามาอยู่ ๕ ชั่วโคตร ขอโทษจริง ๆ เป็นภาษาไทยพื้น ๆ เขาเจ๊งหมดเพราะอะไร เพราะคนปักษ์ใต้ มีชีวิตอยู่ได้ด้วย ๓ อย่างครับ ๑. ปลูกยาง ๒. ปาล์มน้ำมัน และ ๓. การประมง ๓ อย่าง เจ๊งหมดเลย โดยเฉพาะประมงครับ ท่านรู้ไหมครับประมงคืออะไร ประมงชายฝั่งครับ จับกุ้งตัวเล็ก ๆ เอามาทำเคย เคยก็คือกะปิครับ อยู่ ๆ ใครไม่รู้ไปออกกฎระเบียบอะไรก็ไม่รู้ ว่าทำไมไปจับกุ้งเล็ก มันจะโตกว่า ประมงชายฝั่งเจ๊งครับ ต่อมาไม่รู้ไปเกรงใจอะไร ขอโทษนะครับ พวกฝรั่งตาน้ำข้าวครับ เรื่องนี้ต้องพูดเหมือนกัน ท่านไปเอากฎของฝรั่งบังคับ คนไทยจนเจ๊งหมดครับ วันนี้ประมงเขาจะมาเป็นหมื่น ๆ คนครับ ผมไม่ได้ปลุกม็อบ (Mob) นะ หนังสือพิมพ์ก็ลงครับ เขาจะมาพบท่านแน่นอน เพราะกิจการการทำมาหากิน การประมง ของเขา นี่ประมงนอกชายฝั่งครับกับประมงชายฝั่งครับ เขาเจ๊งหมดแล้ววันนี้ แจกเรือฟรี ขายเรือต่อ เจ๊ง เจ๊ง เจ๊ง ต่อให้ท่านขนเงินมาอีกกี่สิบล้านบาทเขาก็ไม่รอดครับ แล้วจะมีอะไร เหลือครับ ในเมื่อศักยภาพความเป็นไทยท่านไม่ได้ดูเลย ตรงนี้ผมย้ำนะครับ หมดแล้วครับ มันไม่เหลืออะไรแล้วครับ ไปดูแผ่นต่อไปครับ เรื่องนี้ท่านเพิ่งเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีมาข้อมูลนี้มาจากกระทรวงแรงงาน และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หนังสือที่ตีพิมพ์เรื่องนี้ออกมาคือกรุงเทพธุรกิจ ทำไม ผมต้องเอ่ยครับ เดี๋ยวท่านจะบอกว่าไม่จริง พูดเอาเอง ท่านดูดี ๆ นะครับ ปี พ.ศ. ที่ท่าน เข้ามายึดอำนาจการปกครองคือปี ๒๕๕๗ ครับ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ จนถึง ปี ๒๕๖๒ ปีที่แล้ว ค่าแรงงานรายวัน ๓๐๐ บาท ขึ้นมาได้ ๓๒๕ บาท ผมย้ำถึงเดือนธันวาคม ปีที่แล้วปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ยังไม่ต้องพูดถึงนะครับ เขาปิดบัญชีเรียบร้อยที่ท่านอยู่เป็นรัฐบาล ปี ๒๕๖๒ เรามีเลือกตั้งถูกไหมครับ ๕ ปีกว่า ท่านว่าค่าแรงขึ้นมา ๘.๓๓ เปอร์เซ็นต์ อันนั้น เป็นค่าจ้างแรงงานของกรุงเทพฯ ต่างจังหวัดต่ำกว่านี้อีก พอมาเงินเดือนจบปริญญาตรี บอกเริ่มต้น ๑๔,๐๐๐ บาท ขึ้นมา ๗.๑๔ เปอร์เซ็นต์ ผมถามท่านจริง ๆ พอมาถึงตรงนี้ ๗.๑๔ เปอร์เซ็นต์ ๑๔,๐๐๐-๑๕,๐๐๐ บาท ท่านลองแอบไปถามสิครับเด็ก ๆ ที่จบปริญญาตรี ขอโทษนะครับ ผมเข้าใจความรู้สึกว่าทำไมเขาต้องออกมากันเต็มไปหมดเลย เพราะเงินเดือน บรรจุจริง ๆ มันไม่ใช่ครับ มันในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงเด็ก ๆ นะครับ ผมหมายถึงเงินเดือน จะได้อยู่ ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท แล้วเขาอยู่กันได้หรือครับ ในขณะที่ค่าแรงอยู่ ๘ จุด เงินเดือนอยู่ ๗ จุด แต่ปรากฏว่าเขาเอาค่าข้าวกะเพรารวมก๋วยเตี๋ยวด้วย ผมย้ำว่าเมื่อก่อน ๒๕-๓๐ บาท ตอนนี้มา ๔๐-๕๐ บาท แต่ในความเป็นจริงอันนี้ผมไม่ได้พูดเกินเลยนะครับ ถ้าผมเอ่ยชื่อร้านรับรองดังระเบิดเปิดเปิงเลย เมื่อวานผมให้เขาสั่งข้าวกะเพราหมูแล้วก็ ใส่ไข่ดาวมา ๑ ฟอง ผมถามเขาว่าจานละเท่าไร ผมแทบตกเก้าอี้ท่านเชื่อไหม ๑๕๐ บาท ความจริงอยากเอ่ยชื่อใจจะขาดนะ แต่มันไม่เหมาะสม ๑๕๐ บาท ท่านจำได้ไหมผมบอกว่า ค่าแรงแล้วตอนนี้มันมีทางออกไหมครับ เราขึ้นก็ไม่ได้ ลงก็ไม่ได้ แต่สิ่งที่รัฐบาลบริหาร ผิดพลาดในเชิงเศรษฐกิจแล้วมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตคนไทยคือบล็อกสุดท้าย เพราะท่านปล่อยให้นายทุนมานั่งครอบงำแล้วขึ้นค่าวัตถุดิบ อาหารจึงขึ้นไปแบบถล่มทลาย มันไม่ได้ขึ้นแค่ ๖๖ มันขึ้น ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วเขาจะอยู่ได้หรือครับ แต่คราวนี้ถามบอก ถ้าอย่างนั้นก็แก้ปัญหาสิ ขึ้นค่าแรงรายวันเข้าไป ท่านไปดูสไลด์ (Slide) อีกแผ่นหนึ่ง นี่คือ ตัวคำตอบว่ามันขึ้นค่าแรงตามที่ท่านคิดไม่ได้เพราะอันนี้ละครับ วันนี้วันที่ ๑ มกราคม ผมไม่ได้หมายถึงวันนี้นะ วันนี้วันบนตารางจอ ๑ มกราคม ๒๕๕๙ เปิดเสรีอาเซียน (ASEAN) เด็ก ๆ ก็มานั่ง ครั้งที่แล้วผมจำได้ผมทำมืออย่างนี้ กลายเป็นมีออกมาสารพัด ๑๐ ประเทศ อาเซียน (ASEAN) ท่านว่าตรงนี้คืออะไร ในเชิงยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของการบริหาร จัดการประเทศและเศรษฐกิจ อาเซียน (ASEAN) เป็นหนึ่งเดียวครับ ๖๕๐ ล้านคน กลายเป็น หนึ่งเดียว ขอโทษนะครับ ท่านว่าเกิดอะไรขึ้น จากที่เขาไม่เคยเหลียวไปมองประเทศกัมพูชา หรือเขมร ประเทศเวียดนาม ประเทศลาว ประเทศพม่า ตอนนี้เป็นหนึ่งเดียวแล้ว การลงทุน ก็ไหลออก ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีมีเวลาไปสำรวจรองเท้าแบรนด์ (Brand) ดังเกือบทั้งหมด ย้ายไปอยู่ประเทศเวียดนามหมดแล้ว กางเกงยีนส์ไปหมดแล้วครับ เสื้อผ้าไปหมดแล้ว แม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือก็ไปอยู่ที่โน่น ผมไม่ได้โฆษณานะ ซัมซุง (Samsung) ผลิต ในประเทศเวียดนาม ทำไมครับ ก็ค่าแรงเขาถูกกว่า ฮานอยกับโฮจิมินห์ซิตี้ ๑๐๐ กว่าบาท แค่นั้นเอง แล้วเรา ๓๐๐ กว่าบาท ผมจึงบอกว่ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ลดค่าแรงก็ไม่ได้ ขึ้นค่าแรงก็ไม่ได้ แต่มีวิธีเดียวท่านต้องเอาคนที่มานั่งประชุมรอบโต๊ะท่าน ขอโทษที่ต้องพูดคำนี้ เจ้าสัวทั้งหลายที่คุมเรื่องอาหาร เรื่องความเป็นอยู่ นายทุนครอบงำ ประเทศนี้จึงเกิดเรื่องราว ที่เกิดคำว่าหายนะ เขาจึงรวยขึ้นมาแบบถล่มทลาย ผมอภิปรายไปครั้งที่แล้ว แล้วผมจะ ไม่พูดซ้ำนะครับ ไปเปิดดูเอาเอง แต่ผมจะบอกว่าเพราะเปิดเสรีอาเซียน (ASEAN) แล้วมาเกี่ยวอะไร ทำไมต้องมาพูดวันนี้ ก็เพราะว่าเปิดเสรีอาเซียน (ASEAN) ทุกคนจึงเท่ากันหมด พอเท่ากันหมดทีนี้ศักยภาพความได้เปรียบของประเทศไทยไม่มีเหลือแล้วครับ แล้วด้วยความ ไม่รู้จักศักยภาพของตัวเอง ตัวเองยังไม่ยืนส่องกระจกรู้จักตัวเอง ท่านรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ไปอย่างที่ทุกวันนี้ แล้วบอกให้เลยนะมันจะเจ๊งยิ่งกว่านี้อีกครับ แต่สิ่งที่จะตามมาคืออะไร ท่านแก้ไม่ได้ เรื่องนี้พูดแล้วไม่ต้องโกรธกัน ต้องคุยกันตรง ๆ ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว ที่เกิดจากการปฏิวัติแล้วเอานายทุนมานั่งล้อมตัวท่านหมด ผมไม่ต้องไปเอ่ยชื่อเขาหรอกครับ คนทั้งประเทศรู้กันอยู่เต็มอกไม่มีใครกล้าพูดกับท่านตรง ๆ ครับ ผมต้องบอกท่าน ถ้าท่านยังทำอย่างนี้อยู่ เจ๊งครับ ไปดูแผ่นต่อไป นี่คือตัวอย่าง หลายคนดูไม่ออก ผมเขียน ลูกศรให้ท่านดู สีฟ้าคือโครงการชิม ช้อป ใช้ คิดกันดีเหลือเกิน ต้องไปสมัครแอป (App) ชื่อเป๋าตัง ฟังดูเท่ห์ ผมถามจริง ๆ คนจนเขาเข้าถึงไหมครับ แอป (App) เป๋าตัง แถมยัง คนคิดแคมเปน (Campaign) ภูมิใจนักภูมิใจหนาใน ๒ นาที แอป (App) เต็ม พอมาข้างล่าง ต้องไปอ่าน ไม่ใช่บาร์โค้ด (Barcode) เท่านั้น คิวอาร์โค้ด (QR code) แล้วท่านว่าใครมี คิวอาร์โค้ด (QR code) และบาร์โค้ด (Barcode) อ่านอย่างนี้ ตัวเลขออกมาคนละเรื่อง ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าให้เขาหลอก ทีมเศรษฐกิจท่านอาจจะหลอกท่าน ที่บอกแม่ค้า ขายก๋วยเตี๋ยว ขายส้มตำอะไร ๗๐,๐๐๐-๘๐,๐๐๐ ราย ไม่มีหรอกครับ ฝรั่งเขาเรียก พิกเจอร์ เทลล์ สตอรี (Picture tell story) ภาพมันจะบอกเล่าเรื่องราวเอง ท่านดูภาพเดียว ผมว่าคนฉลาดอย่างท่านเข้าใจแน่นอนครับ แต่ท่านไปดูข้อ ๔ เงินมันไหลเข้าไป ชิม ช้อป ใช้ ไปสมัครแอป (App) เป๋าตัง มาบาร์โค้ด (Barcode) คิวอาร์โค้ด (QR code) ไปเข้ากระเป๋า นายทุน จริงหรือ ขอโทษนะครับ ภาษีอากรราษฎรทั้งหมด ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่ผมขนลุกไปหมด ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท กำลังจะเทเข้ากระเป๋า นายทุน เขาถึงได้รวยกันพุงปลิ้น ท่านไปดูแผ่นต่อไปว่าจริงหรือไม่จริง ก็มันเท่ห์ เขาต้องไป อ่านบาร์โค้ด (Barcode) ก็ไปหยิบ หยิบ หยิบของแล้วเอามาใส่รถเข็น สำนักข่าวนี้จึงรายงาน ข่าวออกมาเลย ผลสุดท้ายระบบล่ม ทุกคนทิ้งรถเข็นหมด เต็มไปหมดอย่างนี้ครับ หลังจาก แคมเปน (Campaign) ชิม ช้อป ใช้ เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนสมัคร อันนั้นก่อนที่โควิด (COVID) จะมา ๑,๐๐๐ บาท ผู้คนต่างพากันไปใช้สิทธิจนโควตาต่อเต็มวัน สรุปคือเจ๊งครับ แล้วย้ำนะ ข้าศึกที่ชื่อว่าโควิด (COVID) ยังไม่มาตอนท่านออกชิม ช้อป ใช้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้คือความน่ากลัว แผ่นต่อไปครับ ครั้งที่แล้วแจก ๑,๐๐๐ ไม่หนำใจ ผมเข้าใจนะครับ วันนี้ยังไม่ได้แจก ใครที่ดูผมอภิปรายแล้วเดี๋ยวจะไปเตรียมใช้สิทธิเป๋าตังอะไรของท่าน เตรียมจะแจกอีก ๓,๐๐๐ บาท ๑๕ ล้านสิทธิ แล้วเงินไปอยู่ที่ใคร เงินจะไปอยู่ที่ใคร มันจะพ้นเงื้อมือนายทุนหรือครับ เขาก็จะพูด พูด พูด ผมจะบอกให้นะผมฟังหลักการ กระทรวงการคลังคิดให้ดี ๆ นะครับ บอกจ่ายคนละครึ่ง ห้างก็ลดราคา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นี่ไปลดให้เขา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ได้ ๑๐๐ บาท ซื้อของได้ ๒๐๐ บาท รัฐบาลเอาเงินภาษีมาจ่าย คิดให้รอบคอบ ผมเตือนก่อน ภาษีอากรของราษฎร ภาพต่อไปนี้ ผมจะฉายเตือนความจำก่อนที่ผมจะบอกว่าทางออกประเทศไทยจะไปอย่างไร ดูให้สบาย อย่าคิดอะไรมาก ผมบอกแล้วว่าภาพจะบอกเล่าเรื่องราว ผมมีอยู่ประมาณ ๔-๕ ภาพเท่านั้น สำนักข่าวบีบีซี (BBC) ครับ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๕๗ เขาใช้คำว่ากองทัพไทยสัญญาว่าจะมี การเลือกตั้งเดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๘ นี่คือข่าวบีบีซี (BBC) นะครับ บอกให้เลยนะครับ เนื่องจากผมรู้จักสื่อดีพอ นี่คือสื่ออันดับ ๑ ของประเทศอังกฤษ และอันดับต้นของโลก ไปดู สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ หวังว่าท่านคงไม่ได้ชะเง้อมาดูหน้าผมนะครับ สำนักข่าวรอยเตอร์ส (Reuters) รอยเตอร์ส (Reuters) บอกว่าอย่างไรครับ รอยเตอร์ส (Reuters) บอกว่า เมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ นายกรัฐมนตรีไทยและหัวหน้าคณะรัฐประหารบอกว่าจะมี การเลือกตั้งในปี ๒๕๕๙ ครับ นี่เป็นข่าวระดับโลกนะครับ ไปดูแผ่นต่อไปครับ นี่อย่างไรครับ นายกรัฐมนตรีของไทยบอกว่าผมจะไม่เข้าไปยุ่งไปเกี่ยวอะไรกับตารางเวลาการเลือกตั้งเลย อันนี้ลงซีเอ็นเอ็น (CNN) สำนักข่าวอันดับ ๑ ของประเทศสหรัฐอเมริกาครับ ว่าอย่างไรครับ