สันติ พร้อมพัฒน์ ชี้แจงความร่วมมือระหว่าง กทม. และ รฟม. ในการบริหารรถไฟฟ้าสายสีเขียวเพื่อลดค่าโดยสารและเพิ่มความสะดวกให้ประชาชน พร้อมย้ำถึงความโปร่งใสในกระบวนการพิจารณาสัญญาและผลกระทบจากการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างร้อยละ 90 ที่ทำให้ท้องถิ่นสูญเสียรายได้กว่า 10,000 ล้านบาท จึงเสนอจัดสรรงบประมาณส่วนที่ประหยัดได้จากการพิจารณางบปี 2564 กว่า 32,000 ล้านบาท แบ่งช่วยเหลือท้องถิ่น สนับสนุนผู้สูงอายุ และสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุข พร้อมชี้แจงว่าหนี้ครัวเรือนส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เป็นหนี้ที่เกิดจากความจำเป็นในชีวิตประจำวัน
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมจะขออนุญาตตอบข้อซักถามของท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ในประเด็นของกรณีรถไฟฟ้าสายสีเขียว ลำลูกกา-คูคต แล้วก็บางปู-สมุทรปราการ ก่อนอื่น ต้องขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเดิมทีนั้นบริษัทบีทีเอส (BTS) ได้สัมปทาน รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ช่วงบางนา เข้ามาที่สนามกีฬาก็คือแถวสยาม ต่อจากนั้น รฟม. ได้มีโครงการสร้างส่วนต่อขยายจากบางนา ส่วนแรกจากบางนาไปยัง สมุทรปราการ ก็คือแถวบางปู แล้วก็ทางด้านเหนืออีกเส้นหนึ่งก็คือจากตรงเซ็นทรัลลาดพร้าว ไปถึงคูคตทั้งสองส่วน จากที่ได้ทั้งสองส่วนก็คือทั้งของบีทีเอส (BTS) แล้วก็ของ รฟม. ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จสามารถทดลองได้นั้น ก็เกิดข้อท้วงติงของพี่น้องประชาชนว่าในเมื่อรถไฟ ทั้งหมดก็กลายเป็น ๓ ตอน สร้างความยากลำบากในการสัญจรให้กับพี่น้องประชาชน ก็เลยได้มีแนวคิดของทั้ง รฟม. แล้วก็ของทั้งกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเจ้าของสัมปทานว่า การที่รัฐได้สร้างสาธารณูปโภคแล้วสร้างความลำบากยากเย็นในการใช้งานของ พี่น้องประชาชน จึงได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือกัน นอกเหนือจากความยากลำบากที่ขึ้นจาก คูคตมาถึงตรงแยกลาดพร้าว ตรงเซ็นทรัลลาดพร้าวนั้น จะมาขึ้นส่วนต่อขยายของในส่วนของ บีทีเอส (BTS) นั้นก็ต้องลงแล้วก็มาตีตั๋วขึ้นใหม่ พอไปถึงบางนาก็ต้องลงแล้วมาตีตั๋วขึ้นใหม่ สร้างความยากลำบากให้กับพี่น้องประชาชน แล้วในขณะเดียวกันถ้ามันเป็น ๓ ตอน พี่น้องประชาชนที่จะโดยสารเส้นทางนี้ก็มีความจำเป็นจะต้องเสียค่าแรกเข้า ๓ ครั้ง ซึ่ง ๓ ครั้ง รวมกันแล้วผมจำได้ว่าในสมัยนั้นเกินกว่า ๑๕๐ บาท ซึ่งถือว่าแพงมหาโหด พี่น้องประชาชนก็มีข้อท้วงติง ทางราชการไม่ว่าจะเป็น รฟม. เป็น กทม. ก็ด้วยเห็นความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในการที่รัฐได้ลงทุนแล้วก็เกิดปัญหาอย่างนี้ ความไม่สะดวก และค่าโดยสารก็แพง จึงได้ปรึกษาหารือกันนะครับว่าจะร่วมทุนกันได้อย่างไร จะได้ร่วมทุน กันได้อย่างไรเพื่อให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางตั้งแต่คูคตไปถึงบางนา ตลอดสายให้มันถูกลง แต่ก็เป็นความยินดีนะครับว่าทั้ง ๒ หน่วยงาน ได้คุยกันแล้วตกลงที่จะร่วมทุนเดินรถ แล้วก็ ได้สรุปค่าโดยสารจากเกินกว่า ๑๕๐ บาทตลอดสาย คือเสียค่าแรกเข้าครั้งเดียว ๖๕ บาท ซึ่งถูกกว่าเกือบ ๒ เท่า ก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางชานเมืองสามารถ เข้าเมืองโดยค่าโดยสารถูกลงเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ต้องขึ้น ๆ ลง ๆ ในการต่อรถ อันนี้ส่วนราชการก็สร้างความสะดวกแล้วก็สร้างประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชน เมื่อเป็นดังนั้นทาง กทม. ก็มีเงื่อนไขอีกว่าถ้ามารวมกันแล้ว ถ้าหากว่าทาง รฟม. ซึ่งจ่ายเงินค่าก่อสร้างไปเป็นเงิน ถ้าผมจำไม่ผิดประมาณ ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดังนั้นถ้าหากว่ายังบริหารกัน ๒ ส่วน ๓ ส่วน ก็จะเกิดปัญหาขัดข้องในการบริหารงาน ในการเก็บเงิน ในการจ้างพนักงานอะไรต่าง ๆ มากมาย การบำรุงรักษาเส้นทางอะไรต่าง ๆ ก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูง เพราะฉะนั้นการที่ลดราคาลงมา ๖๕ บาท ก็จะให้มีการบริหารอย่างเป็น เอกเทศ ทาง กทม. เอง เท่าที่ผมจำได้ก็ได้เจรจากับบริษัทบีทีเอส (BTS) ว่าไหน ๆ ก็จะจ้าง ร่วมลงทุนแล้วก็จ้างให้บีทีเอส (BTS) บริหารต่อไป เพื่อลดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายครับ ปรากฏว่าได้ตกลงว่าจะบริหารโดยบีทีเอส (BTS) เป็นบริษัทเดียว ก็ได้มีการร่างสัญญา เกิดขึ้น สัญญานั้นได้ผ่านการตรวจสอบของสำนักงานอัยการเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่ ได้มีการตรวจสอบ มีการประชุมอย่างรอบคอบแล้ว ทางกรุงเทพมหานครได้ร่างสัญญา ส่งให้อัยการสูงสุดได้ตรวจสอบ ในขณะนั้นก็บังเอิญว่าท่านอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ก่อนที่ท่านลาออก ๑ วัน ที่ท่านรู้ว่าท่านจะลาออกด้วยเหตุใดนั้น ผมไม่ทราบ ท่านได้ตอบความเห็นของโครงการนี้ที่กรุงเทพมหานครได้มาขออนุมัติ แล้วก็ ขอถามความเห็นที่กระทรวงการคลัง ท่านอุตตมก็ได้ตอบข้อคิดความเห็นของตนเอง แต่หลังจากที่ท่านตอบแล้ววันรุ่งขึ้นท่านลาออก ท่านก็มีหนังสือบอกว่าเพื่อความถูกต้อง จึงขอถอนความเห็นเพื่อให้รัฐมนตรีใหม่ได้มีอิสระในการที่จะแสดงความเห็น เพื่อจะนำเข้า ครม. เมื่อเป็นดังนั้นเมื่อท่านลาออก ผมก็รักษาการโดยอัตโนมัติ เนื่องจากผมเป็นรัฐมนตรี ช่วยว่าการของกระทรวงการคลังตามกฎหมาย ผมก็ได้มาตรวจสอบว่าข้อคิดความเห็นของ ท่านอุตตม ตามที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงนั้น มีข้อความใดที่เป็นประโยชน์ มีข้อความใด ที่เป็นความเห็นที่เป็นประโยชน์นั้น ผมก็มาตรวจสอบแล้ว ข้อคิดความเห็นของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอุตตมนั้นก็เป็นข้อคิดความเห็นที่เป็นประโยชน์ เมื่อผม เห็นแล้วผมก็มาปรับปรุงนิดหน่อยแล้วผมก็แทงข้อคิดความเห็นนั้นส่งไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเข้า ครม. ก็คงต้องเรียนว่าในขณะที่ผมเซ็นไปนั้นก็เป็นช่วงที่ท่านปรีดี ดาวฉาย ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็เป็นช่วงนั้น เพราะฉะนั้น หนังสือผมก็เดินทางไปถึง ครม. ปรากฏว่าในวันที่ ๑๒ ท่านปรีดีได้ไปถวายสัตย์ แสดงว่า ท่านปรีดีนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอย่างเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ในวันที่ ๑๓ มีการประชุม ครม. เรื่องรถไฟฟ้าสายสีเขียวนี้ได้เข้า ครม. ผมเองก็ได้ร่วมประชุมอยู่ด้วย ท่านปรีดีเองเห็นว่าท่านยังไม่ได้ดูเรื่อง ท่านจึงขอทาง ครม. ว่าขอท่านไปดูหน่อย ก็แค่นั้นเอง ก็คงจะเรียนว่าบัดนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียวเส้นนี้ ท่านปรีดีก็ขอเอามาดูแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ ของกระทรวง ไม่ว่า สคร. ไม่ว่า สศค. กำลังตรวจสอบ กำลังดูอีกชั้นหนึ่งเพื่อให้เกิดความ รอบคอบในเรื่องร่างสัญญา ก็เรียนว่าผมได้ตรวจสอบแล้ว ทางสำนักงานอัยการนั้น ได้ตรวจสอบสัญญานี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็คงจะเรียนท่าน ส.ส. เพื่อทราบนะครับ
อีกประเด็นหนึ่งของท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เกี่ยวกับเรื่องท้องถิ่น ที่ได้บอกว่า ทางท้องถิ่นนั้นได้มาขอพบจำนวน ๔๐ กว่าคน ผมก็อยากจะกราบเรียนท่านนะครับ ว่าท้องถิ่นนั้นได้มาร้องเรียนกับผมเช่นเดียวกัน ในเรื่องที่รัฐบาลได้เห็นว่าปัญหาโควิด (COVID) นั้นเป็นปัญหาที่ทำให้ธุรกิจในหลาย ๆ ภาคส่วน ตลอดจนการบริโภคต่าง ๆ นั้น ได้ชะลอลงแล้วก็ไม่ใช่ชะลอเฉพาะประเทศไทย ชะลอไปทั่วโลกนะครับ ดังนั้นเพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนผู้ประกอบการเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือผู้ประกอบการต่าง ๆ นั้นได้ลดค่าใช้จ่ายในด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของที่ดิน เรื่องของอะไรต่าง ๆ รัฐบาลจึงได้ประกาศลดค่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ท้องถิ่น รับผิดชอบไปเก็บลงไป ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงินก้อนนี้ทางนายกสมาคม สันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยได้มาพบผมที่กระทรวง ได้มาขอความอนุเคราะห์ว่า หากเงิน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นรัฐบาลได้กรุณาลดให้กับ ผู้ประกอบการไปแล้วทำให้ท้องถิ่นเสียรายได้ตรงนี้ไปประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ จะทำอย่างไรถ้าหากกระทรวงการคลังพอมีเงินก็ให้ช่วยสนับสนุนด้วยนะครับ ผมเองต้อง กราบเรียนท่าน ส.ส. ชวลิต วิชยสุทธิ์ ว่าความจำเป็นของท้องถิ่นผมก็ขอเรียนว่างบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติซึ่งเป็นกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณได้พิจารณาในการ ตรวจสอบการใช้งบประมาณต่าง ๆ ความจำเป็นต่าง ๆ ได้ตัดงบประมาณประจำปี ๒๕๖๔ ออกมาเป็นเงินประมาณ ๓๒,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นผมในฐานะประธานกรรมาธิการ ผมเห็นว่าทางเทศบาลนั้นมีความเดือดร้อนในเรื่องของภาษีที่ถูกลดลงไป ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินหมื่นกว่าล้านบาท ผมจึงได้เสนอต่อที่ประชุมว่าเงินตัวนี้น่าจะนำไปให้กับทางเทศบาล ได้สามารถเอาไปใช้ในการบำรุงรักษาในการดูแลเทศบาล ประมาณ ๑๐,๐๖๗ ล้านบาท จึงเรียนมาเพื่อทราบ นอกเหนือจากนั้นเงินที่ตัดจากงบประมาณนั้นก็ยังเอาไปให้กับผู้สูงอายุ อีก ๕๘๘ ล้านบาท และยังเอาไปช่วยในด้านสาธารณสุขที่ ครม. ได้อนุมัติให้กระทรวง สาธารณสุข ซึ่งเจ้าหน้าที่ตั้งหลายหมื่นคนที่มาทำงานในเรื่องโควิด (COVID) เพิ่มมาอีก ๔๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นก็จึงนำเงินที่กรรมาธิการได้ตัดไว้นั้นอีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปให้กับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อให้จ้างเจ้าหน้าที่ในการดูแลเรื่องโควิด (COVID) อีก ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท จึงกราบเรียนท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ นะครับ อีกประเด็นหนึ่งของ ท่านชวลิตก็คือเรื่องหนี้ครัวเรือน ซึ่งท่านบอกว่าขณะนี้มีหนี้ครัวเรือนอยู่ถึง ๑๓.๔ ล้านบาท ก็ต้องขอเรียนว่าคำว่าหนี้ครัวเรือนนั้นในอดีตเราก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องของครัวเรือนที่จับจ่าย ใช้สอยแล้วก็ใช้เรื่องของความฟุ่มเฟือย ผมขอกราบเรียนว่าไม่ใช่นะครับ จากการที่ผมอยู่ กระทรวงการคลังมาปีกว่าเกือบ ๒ ปี ผมได้ลงไปดูในเรื่องของหนี้ครัวเรือน หนี้ครัวเรือนนั้น ไม่ใช่ความฟุ่มเฟือยอย่างที่ท่านว่า หนี้ครัวเรือนมีส่วนหนึ่งเท่านั้นเองประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ครัวเรือนที่เป็นหนี้ค่าบริโภคไปซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อันนั้นก็เป็นตัวชี้วัดว่าบ้านเมืองมีการพัฒนา มีเทคโนโลยี เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน ในครัวเรือนก็สนใจที่จะได้รับความสะดวกสบาย แต่ท่านทราบไหมว่าอีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เป็นหนี้ลงทุนของครัวเรือน เป็นหนี้ลงทุนของครัวเรือนเพื่อกู้เอาไปประกอบสัมมาอาชีพ สร้าง ดูแลครอบครัวของตนเอง เช่นพวกอาชีพอิสระก็ดี ที่ในครัวเรือนได้ค้าขายในสารพัด โดยเฉพาะท่านเคยเห็นไหมครับว่าอย่างรถพุ่มพวงอย่างนั้นนะครับ ไปดาวน์ (Down) รถปิกอัป (Pickup) มา แล้วก็นำผัก ผลไม้ต่าง ๆ ห้อย ๆ แล้วก็วิ่งเข้าไปขายตามหมู่บ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นหนี้ครัวเรือนทั้งสิ้น จึงกราบเรียนให้ท่านได้รับทราบนะครับ แต่ก็ต้อง ขอบคุณนะครับ ข้อคิดความเห็นกับข้อเสนอแนะของท่าน กระทรวงการคลังจะนำไปเป็น นโยบายในการดูแล ในข้อเสนอแนะที่ดี ๆ ของท่านนะครับ ขอบคุณครับ