วีระกร คำประกอบ สนับสนุนการปรับปรุงพระราชบัญญัติหอการค้า โดยเน้นการเพิ่มบทบาทหอการค้าในการส่งเสริมการท่องเที่ยว การออกใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และการวางและตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพสินค้า เพื่อรองรับการค้าเสรีและป้องกันสินค้าคุณภาพต่ำหรือผิดกฎหมายเข้าสู่ประเทศ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คําประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้กรุณาเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นการปรับปรุงพระราชบัญญัติหอการค้า ซึ่งมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๙ ซึ่งถือได้ว่าหลายอย่างก็เป็นเรื่องที่ปี ๒๕๐๙ นี่ก็ล้าสมัยมากนะครับ จนถึงวันนี้ปี ๒๕๖๓ การแก้ไขอาจจะมีขึ้นมาครั้งหนึ่งแล้วก็ตาม แต่ว่าหลายเรื่องยังไม่ได้ แก้ไขเลยนะครับ ปี ๒๕๐๙ มาถึงวันนี้ก็ ๕๔ ปีแล้วนะครับ สิ่งหนึ่งตั้งแต่มาตรา ๒๘ ที่มีการแก้ไขนี้ ผมขออนุญาตชื่นชมทางท่านรัฐมนตรีนะครับ คือการเพิ่มอํานาจหน้าที่ ของหอการค้า ส่วนที่สําคัญที่สุดก็คือเรื่องการท่องเที่ยว จะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๐๙ นั้น การท่องเที่ยวประเทศไทยยังเป็นเรื่องที่เล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่ได้นํารายได้ใหญ่โตเข้าประเทศนัก แต่ในปัจจุบันนี้ธุรกิจการท่องเที่ยวหรือว่าเศรษฐกิจทางด้านที่เกิดจากการท่องเที่ยว ได้ทํารายได้ให้กับประเทศไทยประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ที่เข้าประเทศ และประชาชนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง มันเกี่ยวข้องมากมายเหลือเกินนะครับ ไม่ว่าตั้งแต่สนามบิน ลงสนามบินมา จะเป็นรถลาต่าง ๆ รถทัศนาจร ไปจนถึงโรงแรมที่พัก ไปจนถึงไกด์ ไปจนถึงอะไรมากมาย ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจการท่องเที่ยว ผมเชื่อว่าบุคคลไม่ต่ํากว่า ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของประเทศที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องธุรกิจการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้น การที่เพิ่มให้หอการค้ามีหน้าที่ในการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว อีกส่วนหนึ่งนั้นถือเป็น เรื่องที่ดีเยี่ยม เรามีนักท่องเที่ยวปีหนึ่ง ๒๐-๓๐ ล้านคน แล้วครับ ในสมัยปี ๒๕๐๙ ผมก็ยัง อายุ ๑๐ ขวบ นักท่องเที่ยวฝรั่งก็ยังน้อยครับ เห็นฝรั่งเดินมานี่เป็นเรื่องที่แปลกหูแปลกตา เป็นเด็ก ๆ นี่แทบจะต้องเดินดูเขาเลยนะฝรั่งหน้าตาเป็นอย่างไร แหม่มสวย ไม่สวย แต่ระยะหลังฝรั่งเข้ามา ประเทศจีนเข้ามา เรามีนักท่องเที่ยวปีหนึ่งประมาณ ๒๐-๓๐ ล้านคน ใกล้ ๓๐ ล้านคน เข้าไปทุกทีแล้วครับ เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้นําเสนอเรื่องนี้เข้ามา อีกส่วนหนึ่งในเรื่องของการออกใบรับรองแหล่งกําเนิดสินค้า จัดทําและรับรองเอกสารที่ใช้ ในการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งรับรองลายมือชื่อของบุคคลในเอกสาร ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ ก็อยากจะเรียนความจริงหอการค้าก็มีหน้าที่ที่ทําเรื่องนี้อยู่แล้ว ซึ่งก็คงจะใช้อํานาจหน้าที่ ตาม (๕) ซึ่งได้ให้อํานาจกับหอการค้าที่จะปฏิบัติภารกิจอื่น ๆ ตามแต่ที่กฎหมายจะระบุ ให้เป็นหน้าที่ของหอการค้า การออกแหล่งกําเนิดสินค้าหรือ (Country of origin) ความจริง ก็ทํากันมาน่าจะนานมากแล้ว ความจริงหอการค้ามีหน้าที่มานานแล้ว ผมก็ยังสงสัยว่า ทําไมถึงเพิ่งจะมาลงในรายละเอียดเป็นหน้าที่หนึ่งซึ่งแยกเป็นเอกเทศ ไม่ไปรวมไว้ใน (๕) ซึ่งถือได้ว่าการเขียนอย่างนี้ก็จะทําให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สําคัญที่สุดก็คือใน (๔) ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ ที่กําหนดขึ้นมา ผมอยากให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้กรุณาให้ความสําคัญกับ (๔) หรืออนุ ๔ ให้มากนะครับ คือการวางมาตรฐานคุณภาพของสินค้า รวมทั้งตรวจสอบมาตรฐานสินค้า ท่านประธานทราบไหมว่าช้าหรือเร็วประเทศไทยจะต้องเข้าสู่เอฟทีเอ (FTA) ซึ่งเป็น ไฮ สแตนดาร์ด (High standard) อย่างที่เราได้ตั้งกรรมาธิการซีพีทีพีพี (CPTPP) ไปแล้ว นั่นแหละครับ แม้ว่าไม่เป็นที่ประสงค์โดยเฉพาะกับพี่น้องเกษตรกร แต่ในวันหนึ่งข้างหน้า ไม่ช้าก็เร็วอาจจะ ๒๐ ปีข้างหน้าก็ตามมันหลีกหนีไม่พ้น เมื่อสังคมโลกเขายกระดับ สแตนดาร์ด (Standard) หรือยกระดับมาตรฐานของสินค้าขึ้น ในโลกนี้การทําเอฟทีเอ (FTA) จึงต้องไปตามไฮ สแตนดาร์ด (High standard) เอฟทีเอ (FTA) หรือการค้าเสรีที่ยกระดับ มาตรฐานขึ้น การวางมาตรฐานแห่งคุณภาพสินค้าจะเป็นมาตรการที่สําคัญยิ่งในการปกป้อง การค้าของประเทศไทยได้ ผมคิดว่าในประเด็นนี้กระทรวงพาณิชย์คงจะต้องพิจารณา นิดหนึ่งนะครับ ท่านอย่าลืมว่าการออกมาตรฐานสินค้าหมายถึงว่าเราจะออกมาตรฐาน ที่เราจะปกป้องการค้าไม่ให้เขามาดัมป์ (Dump) ตลาด ไม่ให้เขาเอาสินค้าที่เป็นพืชจีเอ็มโอ (GMO) เข้ามา เอาสินค้าเช่นสุกรเอาที่มีสารเร่งเนื้อแดงเข้ามา ซึ่งขัดต่อกฎหมาย ภายในประเทศ การวางมาตรฐานเหล่านี้จะทําให้คู่ค้าระหว่างประเทศเราเขาตระหนักถึงว่า อันนี้เป็นการกระทําไม่ใช่ของรัฐบาล แต่เป็นการกระทําของภาคเอกชนด้วยกัน หรือเป็นของ ภาคประชาชนที่ว่าได้วางกฎ วางระเบียบ และวางมาตรฐานขึ้นมาเพื่อให้เป็นมาตรฐาน ของประเทศไทย การที่จะเอาสินค้าที่ไม่มีคุณภาพหรือว่าผิดกฎหมาย ผิดมาตรฐาน ต่ํากว่ามาตรฐานเข้ามาในประเทศไทยนั้นย่อมทําไม่ได้ถ้าหากหอการค้านี้ได้วางมาตรฐานไว้ รวมทั้งตรวจสอบมาตรฐานสินค้าด้วย ผมอยากให้องค์กรตรงนี้ของหอการค้า อยากให้ กระทรวงพาณิชย์ได้เพิ่มอํานาจหน้าที่ในส่วนนี้ เพราะอย่างที่ผมเรียนแล้ววันหนึ่งข้างหน้า ช้าหรือเร็วเราต้องเข้าสู่เอฟทีเอ (FTA) ที่เป็นไฮ สแตนดาร์ด (High standard) ขึ้น และเมื่อเป็นเอฟทีเอ (FTA) ที่เป็นไฮ สแตนดาร์ด (High standard) ขึ้น ท่านต้องมีเครื่องมือ ป้องกันตัวเอง ปกป้องการค้าหรือปกป้องตัวเองเหมือนกับที่หมอทวีศิลป์บอกต้องตั้งการ์ด (Guard) ให้สูง ถ้าไม่มีการ์ด (Guard) ไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะมาปกป้องตัวเอง ไปไม่เป็นนะครับ ผมจะบอกให้ เพราะว่าการค้าโลกในอนาคตที่จะเป็นไฮ สแตนดาร์ด (High standard) ต่างประเทศเขายกระดับไปหมดแล้ว เขายกมาตรฐานกันหมดแล้ว แต่ของประเทศไทย ยังไม่มีมาตรฐาน ยังไม่สร้างมาตรฐาน หอการค้านี่แหละที่จะเป็นตัวสร้างมาตรฐานส่วนนี้ ขึ้นมา ท่านประธาน ให้ผม ๗ นาทีหรือกว่าไม่ทราบครับ ผมขออนุญาตต่ออีกสักนิดนะครับ พอดีผมเห็นว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่สําคัญในฐานะที่เป็นประธานที่ศึกษาซีพีทีพีพี (CPTPP) สัญญา ที่ไม่ช้าก็เร็วเราต้องเข้า ถึงแม้ว่าวันนี้เราไม่เข้าแต่ไม่ช้าก็เร็วเราต้องเข้า ผมอยากจะเห็นว่าประเทศไทยเราจะมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะปกป้องตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรมเกษตรกรรมหรือจะเป็นปศุสัตว์ก็ตาม อยากให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ ความสําคัญใน (๔) นี้ และเพิ่มอํานาจหน้าที่ให้กับหอการค้าให้มากยิ่งขึ้น อย่าให้เขา เพียงแค่นี้นะครับ ให้เขามีอํานาจที่แทบจะเรียกว่ามีองค์กรในการตรวจสอบ มีองค์กร ในการวางมาตรฐานไม่ใช่ว่าปล่อยให้เขาทํางานกันแบบไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือครับ อยากให้ มีทุนมีรอนเพื่อที่จะสร้างองค์กรตรวจสอบ องค์กรวางมาตรฐานสินค้า ไม่ว่าจะเป็นสินค้า อุตสาหกรรม ท่านก็จะต้องวางมาตรฐาน เพราะฉะนั้นองค์กรในส่วนนี้ของหอการค้าจะต้อง เข้มแข็ง จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ จะต้องมีบุคลากรที่เหมาะสม และที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ อยากฝากท่านไว้เลยนะครับ ทั้งหมดนี้ผมเห็นข้อนี้ที่ท่านรัฐมนตรี จะต้องเอาใจใส่ให้มากเลยครับ ในอนาคตอย่างที่ผมเรียนแล้ว ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้า ไม่ช้าก็เร็วประเทศไทยต้องเข้าแน่ เพราะถ้าไม่เข้าเราจะยืนอยู่คนเดียวในโลกไม่ได้ครับ เราต้องพึ่งพาค้าขายกับประเทศทั่วโลก เพราะฉะนั้นข้อนี้จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้อง วางมาตรการที่จะเตรียมป้องกันตัวเองและต้องสร้าง เหมือนกับเป็นสถาบันหอการค้าเลย มหาวิทยาลัยหอการค้าอาจจะต้องลงมาเล่นเรื่องพวกนี้ เอามหาวิทยาลัยมาตรวจสอบ มาดูเรื่องพวกนี้ สร้างมาตรฐานให้กับมหาวิทยาลัยที่จะเข้าตรวจสอบได้ วางมาตรฐานได้ ทั้งสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าปศุสัตว์แล้วก็สินค้าเกษตรกรรม เราคงจะต้องลงลึก ในรายละเอียดในส่วนนี้นะครับ ใน (๖) การเป็นสถาบันอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาท ทางการค้ารวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททางการค้า ซึ่งในส่วนนี้ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ก็ได้เรียนสภาไปแล้วว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้กระทั่งก่อนจะเข้า อนุญาโตตุลาการซึ่งก็เคยมีมาก่อนนะครับ แต่ในส่วนของศูนย์ไกล่เกลี่ยก่อนที่จะเข้า อนุญาโตตุลาการก็เป็นเรื่องที่สําคัญ ไม่ต้องรกโรงรกศาล ไม่ต้องทําให้เรื่องใหญ่เรื่องโต คุยกันเสียก่อนให้รู้เรื่อง ไกล่เกลี่ยกันเสียก่อนให้รู้เรื่อง ก็ถือได้ว่าอันนี้ก็เป็นการระบุหน้าที่ ของหอการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ก็คงขอเพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ