เกียรติ สิทธีอมร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขหอการค้า โดยชี้ถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับบทบาทที่เปลี่ยนไปของหอการค้าที่ต้องทำงานร่วมกับทั้งภาครัฐและเอกชนมากขึ้น พร้อมย้ำจุดยืนองค์กรไม่แสวงหากำไรและเรียกร้องการสนับสนุนงบประมาณเพื่อเสริมศักยภาพ ทั้งยังยกตัวอย่างความสำเร็จของอนุญาโตตุลาการการค้าไทยและโครงการร่วมกับหอการค้าในด้านต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงเสนอให้ทบทวนมาตรา 28 ที่มีการตีความคลุมเครือเกี่ยวกับข้อห้ามการประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้ข้อความชัดเจนยิ่งขึ้นก่อนพิจารณาต่อไป
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วม อภิปรายในร่าง พ.ร.บ. แก้ไขหอการค้า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับหอการค้า ก็เรียนท่านประธาน นิดหนึ่งนะครับ พอดีในเอกสารที่สมาชิกได้รับมีบทสรุปสําหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในข้อนี้ในหน้าที่ ๒ พอดีสรุปแบบย่อไปนิดหนึ่งกลัวจะเข้าใจผิด ที่นี่เขียนว่าแก้ไขเพิ่มเติม ให้หอการค้าประกอบวิสาหกิจได้ ซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่ แก้ไขเพิ่มเติมตรงนี้แค่ถ้อยคําในช่องที่ห้าม ในมาตรา ๒๙ ซึ่งห้ามทําอะไรบ้าง อันนี้เพื่อประโยชน์ของสมาชิก และท่านประธานเอง เวลาอ่านเอกสารบทสรุปของสภาจะได้ไม่เข้าใจผิดนะครับ ทีนี้ในส่วนของเนื้อหาจริง ๆ วันเกิดคือปี ๒๕๐๙ พอโตขึ้นมาหน่อยแก้ไขปี ๒๕๕๐ และตอนนี้ก็ถึงเวลาก็ยังเป็นผู้ใหญ่อยู่ ยังไม่แก่ ก็ต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่ง ทําไมถึงต้องแก้ไข ให้มันตรงครับ ให้มันตรง กับงานที่ทําจริง ๆ ที่ผ่านมามีหลายเรื่อง ซึ่งเมื่ออายุมากขึ้นมีพัฒนาการไปเรื่อย ๆ ก็พบว่า บทบาทของหอการค้าเองถึงแม้จะมีสถานะที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากําไร แต่ทําภารกิจ เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม เพื่อมวลสมาชิกที่เป็นภาคธุรกิจ เพราะฉะนั้นเมื่อมีหลายเรื่อง ที่ได้มีพัฒนาการที่ต้องเป็นภารกิจหลักหรือเป็นภารกิจเสริมของหอการค้า ก็มีความจําเป็น ที่จะต้องปรับปรุงให้กฎหมายนั้นสอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น หลายเรื่องที่ดําเนินการ โดยหอการค้าก็เป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน บางเรื่องก็เป็นนโยบาย ของภาครัฐ บางเรื่องก็เป็นเรื่องของกระทรวงที่อยู่ในกํากับดูแล ที่มีหน้าที่กํากับดูแล หอการค้าก็มอบหมายให้ทางหอการค้าไทยนั้นมีหน้าที่มีบทบาทในการที่จะเข้าไปพูดคุยดูแล แล้วก็ให้ความรู้กับสมาชิก เพราะฉะนั้นบทบาทเปลี่ยนก็ถึงเวลาที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลง กฎหมายให้มันสอดคล้อง โดยเฉพาะในมาตรา ๒๘ ที่พูดถึงภารกิจที่สําคัญ ๆ เดิมมี ๕ วงเล็บเท่านั้น ก็ปรับปรุงให้มันสอดคล้องกับความจริง ณ วันนี้ก็คือ ๑๑ วงเล็บ ทีนี้ไม่ว่า จะอย่างไรก็แล้วแต่ผมก็ยังยืนยันความเป็นนิติบุคคลที่เป็นองค์กรไม่แสวงหากําไรนั้น ยังเป็นสิ่งที่สําคัญในแง่ของความเป็นหอการค้าไทย ซึ่งก็สอดคล้องกับมาตรฐานของหอการค้าในทุกประเทศนะครับ ทุกประเทศก็เป็นลักษณะนี้ ไม่ได้มีอะไรผิดแปลกแตกต่าง แล้วก็ยืนยันด้วย มาตรา ๓๐ ของ พ.ร.บ. นี้ ถึงแม้ไม่ได้อยู่ ในเอกสารฉบับนี้นะครับ แต่มาตรา ๓๐ ระบุไว้ชัดเจน ไม่ได้เปลี่ยนแปลง คือห้ามมิให้ หอการค้าแบ่งปันผลกําไรหรือรายได้ให้แก่สมาชิกหรือดําเนินการในทางการเมือง เพราะฉะนั้นก็เห็นได้ชัดว่าบทบาทก็คงเป็นองค์กรที่ร่วมมือกับรัฐ หรือร่วมมือกับรัฐบาล ร่วมมือกับกระทรวงในการที่จะช่วยทําให้มวลสมาชิกซึ่งเป็นภาคธุรกิจนั้นสามารถดําเนินการ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการเพิ่มพูนขีดความสามารถในการแข่งขัน และเป็นกระบอกเสียง ให้มวลสมาชิกไปยังรัฐบาลในการออกแบบนโยบายต่าง ๆ นะครับ บทบาทของหอการค้า ท่านประธานคงทราบในกรอบของ กรอ. ซึ่งหอการค้าเป็นส่วนหนึ่งของ กกร. กรรมการ ร่วมภาคเอกชน ๓ สถาบัน มีบทบาทโดยตรง มีกฎหมายรองรับ เพราะฉะนั้นแน่นอนครับ เราต้องทําให้หอการค้าเข้มแข็ง แล้วก็อันนี้ก็ถือว่าเป็นก้าวหนึ่งของการปรับปรุงกฎหมาย นอกเหนือจากนั้นผมคิดว่าภารกิจของหอการค้าเองก็ควรได้รับการสนับสนุนในเรื่อง ของงบประมาณ ในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นกิจกรรมที่สําคัญที่สร้างความสามารถให้กับภาคเอกชน ในการแข่งขันในโลกของโลกาภิวัตน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นภารกิจของหอการค้า ซึ่งอันนี้ผมก็กล่าวเรียนท่านประธาน ด้วยความภาคภูมิใจครับ คืออนุญาโตตุลาการ ผมเคยเป็นผู้หนึ่งที่มีส่วนในการปรับปรุงกติกา ของอนุญาโตตุลาการการค้าไทยให้ได้มาตรฐานเป็นสากล ตอนนี้กฎระเบียบของ การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการการค้าไทยนั้น สอดคล้องกับมาตรฐานของไอซีซี (ICC) หรือหอการค้านานาชาติแห่งกรุงปารีสร้อยเปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ ต่างอย่างไรครับ ต่างกับ อนุญาโตตุลาการอื่น ๆ อย่างไรครับ ต่างตรงที่ว่ามีกรรมการในการกํากับดูแล มิใช่ปล่อยให้ เป็นเรื่องของตัวองค์คณะอนุญาโตตุลาการเป็นผู้พิจารณาอย่างเดียว แต่กรรมการนั้นสามารถ เข้าไปกํากับดูแลการดําเนินการได้ ซึ่งอันนี้เป็นข้อที่เป็นจุดแข็งของกระบวนการ อนุญาโตตุลาการของการค้าไทย แล้วก็นอกจากนั้นก็มีการเพิ่มเติมในเรื่องของการไกล่เกลี่ย อันนี้เปิดช่องให้มีการไกล่เกลี่ยได้ในกรณีที่ความขัดแย้งนั้นสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ก่อนที่จะไปสู่กระบวนการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ อันนั้นก็เป็นอีกข้อหนึ่งซึ่งเป็นข้อดี แล้วก็มีคนใช้บริการของอนุญาโตตุลาการการค้าไทยกันพอสมควร ท่านประธาน คงไม่ทราบว่าคนที่เป็นอนุญาโตตุลาการของอนุญาโตตุลาการการค้าไทยนั้น หลายท่าน ก็ไปเป็นอนุญาโตตุลาการของเวทีระหว่างประเทศด้วยครับ และด้วยบทบาทของหอการค้า และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่มีส่วนร่วมในการก่อตั้งหอการค้านานาชาติแห่งประเทศไทย ทําให้ประเทศไทยเองมีบทบาทในหอการค้านานาชาติที่กรุงปารีส พูดง่าย ๆ หอการค้าโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนับสนุนอย่างยิ่ง แล้วก็แม้กระทั่งอนุญาโตตุลาการการค้าไทยเองก็เชื่อมโยง ไปยังอนุญาโตตุลาการไอซีซี (ICC) ที่กรุงปารีสด้วย เพราะฉะนั้นก็มีจุดแข็งมากมายนะครับ ที่สมควรแก่การที่จะระบุว่าเป็นภารกิจซึ่งมีการปรับปรุงให้ชัดขึ้นว่าการดําเนินการ ด้านอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาททางการค้าและมีศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาท ทางการค้านั้นเป็นภารกิจหลักภารกิจหนึ่งของหอการค้า ซึ่งอันนี้สอดคล้องตรงกับภารกิจ ของหอการค้าที่ได้ดําเนินการมา นอกจากนั้นท่านประธานอาจจะไม่ทราบ หอการค้าเอง มีส่วนร่วม แม้กระทั่งการช่วยวิจัยนโยบาย แม้กระทั่งภาคเกษตร หอการค้าเคยร่วมมือ กับรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย ทําโครงการ ๑ ไร่ ๑ แสน อันนี้เป็นประโยชน์มากเลย และเป็นต้นแบบของภาคการเกษตร โดยใช้ศาสตร์พระราชา เศรษฐกิจพอเพียงไปจับ และมีการดําเนินการร่วมกับภาคเกษตรกรรม และเกษตรกรในหลายพื้นที่ หลาย ๆ จังหวัด บางโครงการในบางพื้นที่พบว่าสามารถทํารายได้ ๑ ไร่ ถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท เลยนะครับ อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมาก แล้วข้อมูลเหล่านั้นก็ส่งต่อมายังรัฐบาลในหลายยุคหลายสมัย ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและสมควรแก่การสนับสนุนนะครับ
ประการสุดท้าย ผมคิดว่าอย่างในมาตรา ๒๘ ที่มีการปรับปรุงแก้ไขเป็น ๑๑ วงเล็บนี่ผมไม่ติดใจนะครับ ก็เห็นว่าสอดคล้อง มาตรา ๒๙ ที่พูดถึงข้อห้ามที่มี การปรับปรุงข้อมูลไปเล็กน้อยนี้ ผมคิดว่าในชั้นกรรมาธิการอาจจะทําให้ชัดเจนมากขึ้น เพราะที่เขียนมานี้มันกํากวมนิดหนึ่งครับ แต่ไปปรับในชั้นกรรมาธิการได้ พูดง่าย ๆ มาตรานี้ เขาบอกว่าห้ามมิให้หอการค้ากระทําการใด ๆ ดังต่อไปนี้ แล้วก็เขียนใน (๑) ปรับ (๑) ไป บอกว่าประกอบวิสาหกิจ คือห้ามประกอบวิสาหกิจ โดยหอการค้านั้นเองหรือเข้าดําเนินการ ในการประกอบวิสาหกิจของสมาชิก หรือเข้ามีส่วนถือหุ้นเป็นหุ้นส่วนหรือร่วมทุน ในการประกอบวิสาหกิจกับบุคคลใด ๆ ตรงนี้ชัดครับ ตรงนี้ไม่ติดใจ แต่พอบอกทั้งนี้ ไม่รวมถึงการถือตราสารหนี้หรือเข้าถือหุ้นในบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีผู้บริจาคหรือมอบให้แก่หอการค้า ถึงตรงนี้ก็ยังไม่ติดใจ ประโยคต่อไปนั่นแหละที่กํากวม นิดหนึ่ง ก็คือพอบอกว่าหรือการดําเนินการเพื่อให้เป็นไปตามหน้าที่ของหอการค้า ตามมาตรา ๒๘ ตรงนี้ถ้าเขียนอย่างนี้อาจถูกตีความได้ ๒ อย่าง อย่างหนึ่งทําตามภารกิจ แต่ไม่ได้มีสถานะเป็นวิสาหกิจ แต่ถ้าไม่เขียนหรือระบุให้ชัดอาจตีความไปได้ว่าเป็นวิสาหกิจ ได้เหมือนกันในการดําเนินการ ตรงนี้ครับแค่ไปทําให้ชัดเท่านั้นเอง ผมคิดว่านอกเหนือจากนั้น ก็สมควรแก่การสนับสนุนนะครับ แล้วก็ควรจะรีบทําให้รวดเร็ว เพราะว่าภารกิจของหอการค้า และในส่วนที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจเองและมหาวิทยาลัยหอการค้าเองเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับ