สุรสิทธิ์ สนับสนุนแก้ พรบ.หอการค้า ยันเพิ่มประสิทธิภาพไม่ได้หวังผลประโยชน์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๓ กันยายน ๒๕๖๓

สุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ หารือการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. 2509 เพื่อส่งเสริมบทบาทหอการค้าในการสนับสนุนการค้า อุตสาหกรรม เกษตรกรรม และการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท เพื่อรองรับกฎหมายใหม่และเสริมความมั่นคงให้ภาคเอกชน

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในส่วน ของการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งมีอยู่ ๓ หลักการ ที่ท่านรัฐมนตรีได้กราบเรียนไปแล้ว มีทั้งหมด ๖ มาตราด้วยกัน ซึ่งในส่วนของการแก้ไขนี้ เป็นการแก้ไขที่ไม่มาก แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสําคัญต่อการพัฒนาในเรื่องของหน้าที่ หอการค้าไทย ผมเรียนเบื้องต้นนะครับ หอการค้าเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าผู้ที่ได้ทําหน้าที่ เป็นสมาชิกอยู่ทุกวันนี้ เราต้องยอมรับว่าเป็นผู้ที่มีความเสียสละ เพราะท่านไม่มีค่าตอบแทน นอกจากนี้ในเรื่องของการทํางานท่านก็ไม่ได้มีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะว่าพระราชบัญญัติ ในมาตรา ๒๙ (๑) ถึง (๙) ได้กําหนดเอาไว้แล้วว่าห้ามดําเนินการอะไรบ้าง เพื่อที่จะไม่ให้ มีประโยชน์ทับซ้อน การดําเนินงานของหอการค้า ผมเรียนว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเราทุกคน เข้าใจในความเสียสละอย่างดี พระราชบัญญัติหอการค้าซึ่งได้ดําเนินการให้หอการค้านั้น เป็นนิติบุคคล ได้เริ่มต้นเมื่อ ๕๔ ปีที่แล้ว ก็คือปี ๒๕๐๙ แต่ก็เรียนว่าในเรื่องของการรวมตัว ของสมาชิกหอการค้านั้น ได้มีการรวมตัวกันไม่น้อยกว่า ๘๕ ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นรูปของ กลุ่มชมรมใดก็ตาม ตรงนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทําให้เราได้มีโอกาสเห็น ทุกจังหวัดเรามีหอการค้า จังหวัด ซึ่งเป็นการรวมตัว แล้วก็ทําหน้าที่ให้มีความสอดคล้องกับหน้าที่ของหอการค้า ในมาตรา ๒๘ เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่าในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละจังหวัดซึ่งมีบริบทการค้า ที่มีความแตกต่างกัน สิ่งสําคัญที่สุดก็คือเรามีองค์กรหนึ่งที่ได้เป็นส่วนช่วยในเรื่องของ การสนับสนุนส่งเสริมการค้า เรื่องของการบริการ รวมทั้งในเรื่องของอุตสาหกรรม เกษตรกรรมทั้งหลายในพื้นที่เป็นอย่างดี โดยการประสานกับสภาหอการและหอการค้าไทย เป็นที่น่าชื่นชมนะครับ ได้มีผลงานอยู่ตลอดเวลา และผมเองอยากเรียนว่านอกเหนือจาก การสนับสนุนสิ่งเหล่านี้แล้ว ในเรื่องของหอการค้าที่จะพยายามที่จะทําให้ระบบ ของการส่งเสริมการค้าอุตสาหกรรมเกษตรกรรมทั้งหลายมีความเป็นมาตรฐานขึ้น ในเรื่องของเอกสารในระดับต่างประเทศ การสนับสนุนในเรื่องของคุณภาพมาตรฐาน แล้วก็ในเรื่องของความเชื่อมโยงระหว่างองค์กรของภาคเอกชนและของภาครัฐเป็นสิ่งที่ทําให้ การดําเนินงานของหอการค้านั้นมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผมเรียนว่าในการพัฒนา การทํางานของหอการค้านั้น ไม่ใช่ทําในเฉพาะภารกิจที่เป็นภาพรวมอย่างเดียว แต่ว่า หอการค้าในระดับจังหวัดเอง หรือสภาหอการค้า หรือหอการค้าไทยเอง ก็ได้มีการคิดค้น ต่อการที่จะทําให้การส่งเสริมสนับสนุนในภารกิจเหล่านี้ได้มีความก้าวหน้าไปอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเกษตรที่มีการปรับ แล้วก็มีการพัฒนามากยิ่งขึ้น ในเรื่องของสินค้า ท้องถิ่นที่หอการค้าเองก็พยายามดูในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสินค้าพื้นบ้าน สินค้าที่จะสนับสนุน ในเรื่องของการขายในระบบออนไลน์ (Online) ซึ่งก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ผมเชื่อว่าในปัจจุบัน มีการดําเนินการมากขึ้น มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นในภาวะของไข้หวัดโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมอยากเรียนว่าการพัฒนาสิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่หอการค้า ได้ดําเนินการอย่างต่อเนื่องเสมอมา ผมเรียนว่านอกเหนือจากในเรื่องของหน้าที่ที่ผมได้ กราบเรียนไปแล้ว ในส่วนที่เป็นการเพิ่มใหม่ในหน้าที่ในมาตรา ๒๘ นี่ ผมคิดว่าเป็นสิ่งสําคัญ ต่อการที่เราดําเนินงานไปแล้วนะครับ เราก็ไม่อยากที่จะเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในระหว่าง สมาชิก ผมเรียนว่าแม้ว่าจะมีการแก้ไขในมาตรา ๒๘ (๖) ที่หอการค้าจะทําหน้าที่ สถาบันอนุญาโตตุลาการ โดยการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาททางการค้า แม้ว่าในวันนี้โดยความเป็นจริงสมาชิกไม่มีการเรียกว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นก็ตาม แต่สิ่งเหล่านี้ ก็จะเป็นการรองรับในเรื่องของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ผมเรียนว่าเดิมที ก่อนการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท มีกฎหมาย มีระเบียบอะไรค่อนข้างเยอะ ที่เกี่ยวข้องกับในเรื่องของอนุญาโตตุลาการ ซึ่งผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่า มีพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ มีอนุญาโตตุลาการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีข้อบังคับอนุญาโตตุลาการของการค้าไทย ของสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีระเบียบเกี่ยวกับในเรื่องของอนุญาโตตุลาการมากมาย ทั้งในระบบประกันภัย แล้วก็ ในระบบของตลาดหลักทรัพย์ที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยก็จะเป็น สิ่งหนึ่งที่สภาหอการค้านั้นจะได้มีการดําเนินการเพื่อให้สอดรับกับพระราชบัญญัติไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทปี ๒๕๖๒ ซึ่งได้มีการจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยเหล่านี้ในการรองรับกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็เป็นช่องทางหนึ่งในการที่จะแก้ปัญหาข้อขัดแย้งในอนาคต นอกเหนือจากนี้ ผมอยากเรียนว่าหอการค้าเป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องการความมั่นคง การที่มีการแก้ไขในส่วนที่ ให้เลิกหอการค้าโดยใช้มติที่มีจํานวน ๓ ใน ๔ ผมถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นการสร้างความมั่นคง ให้กับองค์กร ส่วนในประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากกราบเรียนก็คือประเด็นของเรื่องภาษี ความจริงมีคนถามว่าทําไมต้องไปกําหนดไว้ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่เขียนเป็นอนุบัญญัติ แต่ผมเรียนว่าสภาแห่งนี้ในอดีตเราต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องการที่จะให้ สภาผู้แทนราษฎรได้รับรู้ว่าค่าธรรมเนียมเหล่านี้เป็นภาษีของแผ่นดิน แล้วก็เป็นภาระ ของผู้ที่จะเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนั้นสภาแห่งนี้จึงได้มีโอกาสได้พิจารณาในโอกาสนี้ต่อไป ผมเรียนด้วยความสนับสนุนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสําหรับ พี่น้องประชาชนและของสมาชิก ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ