เกษมสันต์ มีทิพย์ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติหอการค้า (ฉบับที่..) พ.ศ. …. เพื่อให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของภาคเอกชนในการพัฒนาประเทศและพื้นที่
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากจังหวัดพิษณุโลก ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติ หอการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ซึ่งเป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติหอการค้า พ.ศ. ๒๕๐๙ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบัน ในสิ่งที่ พ.ร.บ. นี้ได้แก้ไขเข้ามามีเรื่องสําคัญ ๆ อยู่ประมาณ ๓ เรื่องเท่าที่ผมดู ก็คือเรื่องที่ให้หอการค้าเป็นสถาบันอนุญาโตตุลาการชี้ขาด ข้อพิพาททางการค้า รวมทั้งจัดตั้งศูนย์ไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาททางการค้า ทําความตกลง หรือความร่วมมือกับหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานรัฐและการรับรองการอนุญาตส่งออก รับรองเอกสารที่ใช้ในการค้าระหว่างประเทศ แล้วก็ปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมให้เหมาะสม กับปัจจุบัน ซึ่งผมจะไม่ลงในรายละเอียดที่กําหนดมาใน พ.ร.บ. ซึ่งผมเห็นด้วยและผมถือว่า เป็นเรื่องดี ท่านประธานครับ หอการค้าเป็นภาคเอกชนองค์กรหนึ่ง ซึ่งมีการรวมตัวกัน ของภาคเอกชนหลาย ๆ องค์กร เช่น กกร. ก็จะเป็นคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ๓ สถาบัน และยังมีการรวมตัวกันของภาคเอกชนกับรัฐบาล เช่น กรอ. คือคณะกรรมการ ร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ ทั้งในระดับประเทศ ในระดับกลุ่ม จังหวัดและระดับจังหวัด องค์กรภาคเอกชนเหล่านี้เป็นองค์กรที่เสมือนเป็นองค์กรหลัก ที่ช่วยกันร่วมกันพัฒนาประเทศและพื้นที่ตามภูมิภาคตามจังหวัดและกลุ่มจังหวัด มาโดยตลอด ข้าราชการที่เวียนมารับตําแหน่งโดยส่วนใหญ่มาแล้วก็ไป และโดยส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้เป็นคนในพื้นที่ แต่องค์กรเอกชนเหล่านี้ถึงแม้ว่าผู้บริหารที่เป็นประธานเวียนขึ้นมา รับตําแหน่งจะมีวาระในตําแหน่งคล้าย ๆ กับราชการก็ตาม แต่กลุ่มเอกชนเหล่านี้ก็ยังเป็นคนในพื้นที่ที่มีจิตสาธารณะที่ต้องการเห็นบ้านเมืองพัฒนาที่ดีขึ้น ตําแหน่งเหล่านี้เป็นตําแหน่งที่ไม่มีเงินเดือนเหมือนข้าราชการหรือเหมือนนักการเมือง รายได้ ของภาคเอกชนซึ่งเป็นองค์กรสาธารณะเหล่านี้ เป็นองค์กรที่ไม่ได้แสวงหากําไร มีรายได้มาอยู่ ๒ ทางคือ รายได้จากค่าสมาชิกและเงินบริจาค ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจมาก ๆ สําหรับ องค์กรสาธารณะที่มาช่วยกันในการพัฒนาประเทศ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าการพัฒนา ต่าง ๆ ในจังหวัดพิษณุโลกหรือกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างมาจากการรวมตัวกันผลักดัน ของภาคเอกชน ซึ่งตรงกับมาตรา ๒๘ (๘) ในการแก้ไขนี้ หรือว่า (๓) เดิม คือให้คําปรึกษา เสนอข้อแนะนําแก่รัฐบาลเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศหรือกลุ่มจังหวัด หรือจังหวัด ในพื้นที่นั้น ๆ ล่าสุดภาคเอกชนในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างก็ได้มีการร่วมมือกันจัดตั้ง ระเบียงเศรษฐกิจไลเมก (LIMEC) ขึ้นมา ซึ่งย่อมาจาก หลวงพระบาง-อินโดจีน-เมาะลําไย อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (Luangprabang-Indochina-Mawlamyine Economic Corridor) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของภาคเอกชน อันประกอบไปด้วย หอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของทั้ง ๓ ประเทศ ประเทศไทยก็จะมีกลุ่มจังหวัด ภาคเหนือตอนล่าง ๑ ซึ่งประกอบไปด้วย จังหวัดตาก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดเพชรบูรณ์ มีภาคเอกชนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวที่อยู่ใน ๒ แขวง ก็คือ แขวงหลวงพระบางและแขวงไชยบุรี แล้วก็มาจาก สหภาพเมียนมาคือ รัฐกะฉิ่นกับรัฐมอญที่เมืองเมาะลําไย เพื่อทําความตกลงกัน ด้านการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว การศึกษา และโลจิสติกส์ (Logistics) ล่าสุด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ ทุกพรรคการเมืองนะครับ ท่านประธาน ได้มีโอกาสร่วมรับฟังข้อมูลจากนักวิชาการ สกสว. องค์กรที่สนับสนุน ภาคเอกชนมาตลอดอย่าง สสปน. และภาคเอกชนที่รวมกลุ่มจัดตั้งกลุ่มไลเมก (LIMEC) มาให้ความเห็น มาให้ข้อมูลกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่างก็ได้มีความเห็นร่วมกันว่าจะมีการตั้งญัตติ เพื่อให้มีการศึกษาให้จัดตั้ง เพื่อที่จะจัดตั้งพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ๑ เป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษ เหล่านี้ก็จะสอดคล้องกับ พ.ร.บ. ของหอการค้าที่จะทําขึ้นมา คือการให้คําแนะนํา ทั้งรัฐบาล แล้วก็ทั้งสภาผู้แทนราษฎร การที่เศรษฐกิจประเทศ จะฟื้นตัว รัฐต้องกระจายการพัฒนาในรูปแบบพื้นที่พัฒนาพิเศษไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในขนาดกลุ่มจังหวัดเพราะไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไปจึงจะทําให้เศรษฐกิจ ของประเทศในระดับฐานรากตามภูมิภาคต่าง ๆ ดีขึ้นและจะทําให้เศรษฐกิจของประเทศ โดยรวมดีขึ้น ที่อภิปรายมาทั้งหมดซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับหอการค้า เกี่ยวกับภาคเอกชน มาจนถึงตอนนี้เพราะเห็นว่ามีส่วนที่เกี่ยวข้องกับหอการค้า และเห็นด้วยกับการปรับปรุง แก้ไข พ.ร.บ. หอการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน