เพชรดาว สนับสนุนกฎหมายคุ้มครองเหยื่อทรมาน-สูญหาย ย้ำมาตรฐานสากล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๗ · ๓ กันยายน ๒๕๖๓

แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สนับสนุนร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและบุคคลสูญหาย โดยยกตัวอย่างกรณีการสูญเสียบุคคลในครอบครัวและผู้อื่นที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2497 ซึ่งถูกสังหารและอำพรางศพ รวมถึงปัญหาอุ้มหายและการทรมานในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เพชรดาว โต๊ะมีนา เน้นย้ำความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัติเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและเยียวยาผลกระทบทางจิตใจต่อผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ดิฉันสนับสนุนรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลหลัก ๒ ประการ

ประการแรก ดิฉันเกิดมาจากครอบครัวที่มีคนในครอบครัวถูกบังคับให้ สูญหายถึง ๒ คน คนแรกคือคุณปู่ของดิฉัน หะยีสุหลง อับดุลกาเดร์ โต๊ะมีนา และคนที่ ๒ คือคุณลุง พี่ชายคนโตของคุณพ่อ คือนายอาหมัด โต๊ะมีนา และสหายและลูกศิษย์ของคุณปู่ อีก ๒ คน คือนายแวสะแม มูฮัมหมัด และนายเจ๊ะสาเฮาะ ยูโซ๊ะ รวม ๔ ชีวิต ที่ได้ไป รายงานตัวต่อตํารวจสันติบาลสงขลา เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๗ และหลังจากนั้น ครอบครัวก็ไม่ได้มีโอกาสพบบุคคลทั้ง ๔ อีกเลย ครอบครัวของเราได้ออกตระเวนตามหา และค้นหาความจริงเกี่ยวกับการหายตัวไปของหะยีสุหลงและพวก ทั้งติดตามไปยังสันติบาล สงขลา ไปพบผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีสมัยนั้น มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แต่ได้รับคําตอบว่าทั้ง ๔ คน ได้เซ็นชื่อว่าถูกปล่อยตัวไปแล้ว และหะยีสุหลงกับพวกอาจจะ อยู่นอกประเทศไทย ในปี ๒๕๐๐ รัฐบาลได้เปลี่ยนขั้วอีกครั้งมาเป็น จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ดํารงตําแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้มีการรื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมาอีกครั้งได้มีการรับสารภาพว่า ได้สังหารบุคคลทั้ง ๔ คนในบังกะโลริมทะเลสาบสงขลา ได้นําศพไปผูกกับแท่งซีเมนต์ ในทะเลสาบสงขลาและทิ้งไว้ใกล้กับเกาะหนู-เกาะแมว ซึ่งเมื่อทุกอย่างกระจ่างได้มีการส่ง นักประดาน้ําลงไปงมหาศพแต่ด้วยระยะเวลาผ่านไปแล้ว ๓ ปี ทําให้ไม่พบศพหรือซากใด ๆ อีกแล้ว เหตุการณ์ที่ดิฉันกล่าวถึงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ ๖๖ ปีที่แล้ว เวลาผ่านไปมีอีก หลายคดีที่มีการอุ้มหาย อุ้มฆ่าเกิดขึ้น อาทิ คดีทนายสมชาย นีละไพจิตร ทนายที่ว่าความ ให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหายตัวไปในปี ๒๕๔๗ คดีของบิลลี่หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ ในปี ๒๕๕๗ นายเด่น คําแหล้ ประธานโฉนดชุมชน ปี ๒๕๕๙ นายสุรชัย แซ่ด่าน ปี ๒๕๖๒ และล่าสุด นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ นั่นคือตัวอย่างของการอุ้มหายในสังคมไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน

ส่วนเหตุผลประการที่ ๒ การทรมาน ซึ่งเป็นการทําร้ายร่างกายที่ยากมาก ที่จะหาพยานหลักฐาน ในช่วงแรกที่ดิฉันได้ลงไปรับเรื่อง ลงไปเยี่ยมผู้ที่ถูกซ้อมทรมาน สมัยที่ดิฉันรับราชการเป็นผู้อํานวยการศูนย์สุขภาพจิตในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กรมสุขภาพจิตได้รับหนังสือจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ๓๔ คําร้อง ๔๑ ราย ในช่วงปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๓ เรื่อง ขอให้ประเมินสภาพจิตใจของผู้ที่ถูกทรมาน เยี่ยมได้เพียง ๒๐ ราย ไปเยี่ยมได้ที่บ้านบ้าง ที่เรือนจําบ้าง บางรายต้องย้ายมาอยู่ที่กรุงเทพมหานคร บางรายไม่พร้อมที่จะเปิดเผย เราพบความทุกข์ทรมานด้านจิตใจ ที่ภาษาอังกฤษใช้คําว่า ไซโคโลจิคัล ดิสเทรส (Psychological distress) หรือภาวะกดดัน ด้านจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นซึมเศร้าวิตกกังวลหรือโรคเครียดภายหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ หรือพีทีเอสดี (PTSD) โพสทรอแมติก สเตรส ดิสออร์เดอร์ (Post-Traumatic Stress Disorder) สิ่งที่เขาขอคือความปลอดภัยค่ะ การที่จะได้รับค่าใช้จ่ายในกระบวนการยุติธรรม อยากให้เอาชื่อเขาออกจากบัญชีดํา ต่อมามีการรวมตัวของเหยื่อผู้ถูกกระทําตั้งเป็นองค์กร เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี หรือแฮป (HAP) มีกลุ่มด้วยใจ มีองค์กรอื่น ๆ ได้ทํางานกัน เป็นระบบมากขึ้น ได้รวมกลุ่มกันเพื่อประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น ดูแลเบื้องต้นได้ รวมทั้ง มีการส่งต่อทํากิจกรรมร่วมกัน ในปี ๒๕๖๐ ศูนย์สุขภาพจิตที่ ๑๒ กรมสุขภาพจิต ได้เชิญ ผู้เชี่ยวชาญไม่ว่าจะเป็นจิตแพทย์จากกรมสุขภาพจิตเอง แม้ว่าจะเป็นอาจารย์ดาราวรรณ ต๊ะปินตา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ทํากิจกรรมกลุ่มค่ะ แล้วเราก็พบว่าเมื่อมีการวินิจฉัย มีโรคทางจิตเวชประมาณ ๒๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยจากต่างประเทศนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเชื่อว่าเวลามีการจับกุม มีส่วนที่กระทําความผิดจริง แล้วก็ยังมีส่วนที่จับแพะ จึงมีการใช้วิธีที่ได้มาซึ่งข้อมูลนั่นคือ การบังคับใช้โดยใช้ความรุนแรงและมีวิธีการซ้อมทรมานในโลกสมัยใหม่ที่ชื่อว่า ไวต์ ทอร์เชอร์ (White Torture) หรือทรมานสีขาวอาจเป็นวิธีที่เลวร้ายที่สุดของการทรมาน เพราะเป็นวิธีการทรมานทั้งอารมณ์ จิตใจ โสตประสาท และความรู้สึกทั้งหมด แทนที่จะ ทรมานทางกายเมื่อรอดชีวิตมา สิ่งที่ได้พบคือไม่มีบาดแผลทางกายค่ะ แต่มีบาดแผล ทางจิตใจกับประสบการณ์อันเลวร้ายตามมาหลอกหลอนตลอด ต้องได้รับการดูแลเยียวยา บําบัดรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ จากประสบการณ์ในครอบครัว จากประสบการณ์ในการทํางาน ที่ผ่านมา การทรมานและการอุ้มหายที่เกิดขึ้นในหลายกรณีนั้น ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมาย ที่มาบังคับใช้กับความผิดเรื่องนี้ โดยเฉพาะประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาคุ้มครองบุคคล ทุกคนจากการถูกบังคับให้สูญหาย เมื่อวันที่ ๙ มกราคม แม้ปัจจุบันได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา แต่ยังไม่มีสัตยาบันเป็นรัฐภาคีค่ะ ในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติในปี ๒๕๖๐ ได้มีการลงมติ เห็นชอบในสัตยาบันอันนี้และรับรองอนุสัญญาดังกล่าว และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ อนุสัญญาที่มีชื่อที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติชุดนี้นะคะ ฉะนั้นดิฉันเห็นด้วยแล้วก็สนับสนุน กับข้อสังเกตและข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการเห็นว่ามีความจําเป็นเร่งด่วนในการ ตรากฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทําให้บุคคลสูญหาย ไม่เพียงแต่ เป็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนประชาชนไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติหน้าที่ โดยมีบทบัญญัติแห่งกฎหมายรองรับ แต่เป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ในประเทศไทยและเทียบเท่ากับมาตรฐานสากลขอบคุณค่ะ